วารสารสหศาสตร์ศรีปทุม ชลบุรี https://so04.tci-thaijo.org/index.php/ISCJ <p><strong>วารสารวิชาการที่มุ่งเผยแพร่บทความวิชาการและบทความวิจัยครอบคลุมเนื้อหาด้านบริหารธุรกิจ ด้านการบริหารปฏิบัติการ ด้านการบริหารการศึกษา ด้านการท่องเที่ยว ด้านการบัญชี ด้านนิเทศศาสตร์และการสื่อสาร และด้านการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่มุ่งเน้นการประยุกต์ศาสตร์ในแขนงต่าง ๆ</strong></p> มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี th-TH วารสารสหศาสตร์ศรีปทุม ชลบุรี 2985-1505 WELLNESS TOURISM MANAGEMENT AFFECTING ORGANIZATIONAL EFFECTIVENESS IN UTILIZING THE TRIDEVI LEADERSHIP STYLE: AN EMPIRICAL STUDY OF THAI TRADITIONAL PHARMACY PRACTICE FOR INDIAN CUSTOMERS https://so04.tci-thaijo.org/index.php/ISCJ/article/view/285005 <p>The purpose of this study was to investigate the relationships among the Tridevi leadership styles, customer satisfaction, and organizational effectiveness of Thai traditional pharmacy practice for Indian customers, based on the Hindu Goddess characteristics and the transformational leadership conceptual context. The study was purposive sampling and mixed-methods research in order to collect quantitative data using questionnaires from Indian clients who are customers of TTM wellness clinic in Bangkok, Thailand, and complemented by qualitative in-depth interview data, which were obtained from the client managers of the respective wellness clinics. Path analysis was performed using structural equation modeling, and the qualitative interview data were analyzed using content analysis. The findings show that the Tridevi leadership represented by Hindu goddesses significantly affected organizational effectiveness through customer satisfaction. The SEM model was confirmed to be valid. The impact of the independent variable was analyzed using regression weights showing that the Hierarchical Leadership model endorsed through the result was Adaptation &amp; Empowerment had the highest impact by Parvati, then by Saraswati, and the lowest impact was Lakshmi. High scores were noted in Personalized care and Integration with Ayurvedic adaptogenic herbs as Individualized compound of Ya-Hom nostrum and Benchakul, Cultural learning for practitioners and Telepharmacy services as customer satisfaction dimensions. The most crucial practice areas were quite impressively high that would reflect a degree of organizational effectiveness were supply chain optimization, Joint certification for standards mutual traditional medicine professional career development and cultural sensitivity enhancement.</p> Maneekanya Nagamatsu Sarawoot Iamsaard ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหศาสตร์ศรีปทุม ชลบุรี 2026-04-27 2026-04-27 12 1 32 50 ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการใช้สื่อดิจิทัลในงานของตำรวจภูธรไทย https://so04.tci-thaijo.org/index.php/ISCJ/article/view/282983 <p>การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาพฤติกรรมการใช้สื่อดิจิทัลของเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร และ 2) วิเคราะห์ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อระดับการใช้สื่อดิจิทัลในงานด้านต่าง ๆ ของตำรวจ กลุ่มประชากร คือ ข้าราชการตำรวจในสถานีตำรวจภูธรสังกัดตำรวจภูธรภาค 1-9 รวม 1,396 สถานี กลุ่มตัวอย่าง 270 นาย ได้จากการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสอบถามที่ผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา การทดสอบไคสแควร์ การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA) และการทดสอบ LSD</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า พฤติกรรมในการใช้สื่อดิจิทัล โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง เจ้าหน้าที่ตำรวจส่วนใหญ่ใช้สื่อดิจิทัลเฉลี่ย 5-8 ชั่วโมงต่อวัน โดยมากในช่วงเวลา 18.01-00.00 น. และนิยมใช้แอปพลิเคชัน LINE มากที่สุดทั้งในงานราชการและชีวิตประจำวัน ระดับการใช้งานโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับระดับการใช้สื่อดิจิทัล ได้แก่ 1) การประเมินทักษะดิจิทัลของตนเอง 2) พฤติกรรมการใช้สื่อ เช่น ความถี่การใช้ แอปพลิเคชันเฉพาะงาน และการรับรู้ประโยชน์ 3) ปัจจัยด้านความก้าวหน้าในอาชีพ อาทิ การยอมรับจากผู้บังคับบัญชาและระบบการประเมินผล 4) ทักษะสื่อดิจิทัลทั้งพื้นฐานและขั้นสูง และ 5) ความเสถียรของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต โดยทั้งหมดมีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05</p> สิทธิพงษ์ ศรีกุลบุตร สุระชัย ชูผกา ศศิพรรณ บิลมาโนชญ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหศาสตร์ศรีปทุม ชลบุรี 2026-04-27 2026-04-27 12 1 213 226 TEMPORAL AND SPATIAL PATTERNS OF AGRICULTURAL ECONOMIC RESILIENCE IN CHINA https://so04.tci-thaijo.org/index.php/ISCJ/article/view/285255 <p>Agricultural economic resilience is vital for national food security and sustainable agricultural development. Using panel data from 31 Chinese provinces from 2011 to 2022, this study constructs an Agricultural Economic Resilience (AER) evaluation framework based on resistance, adaptability, and transformative capacity. The entropy method was applied to measure provincial AER levels and analyze their temporal evolution, regional disparities, and spatial correlations. </p> <p> The results indicated that China’s agricultural economic resilience generally improved over time, while significant regional differences remained. Central China exhibited relatively high resilience, eastern regions showed steady enhancement, and western regions displayed considerable development potential. Moreover, AER demonstrated significant positive spatial autocorrelation, with "high-high" clusters concentrated in eastern coastal areas and "low-low" clusters mainly located in western regions and parts of Northeast China. </p> <p> These findings provided empirical evidence for regionally differentiated agricultural policies and the enhancement of agricultural security</p> Yuan Hu Nirote Sinnarong Ke Nunthasen Kittawit Autchariyapanitkul ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหศาสตร์ศรีปทุม ชลบุรี 2026-04-27 2026-04-27 12 1 73 91 การจัดเส้นทางเดินรถซ่อมบำรุงตู้จ่ายน้ำมัน โดยใช้วิธีอัลกอริทึมแบบประหยัด และวิธีเพื่อนบ้านที่ใกล้ที่สุด กรณีศึกษา: บริษัท เอบีซี จำกัด https://so04.tci-thaijo.org/index.php/ISCJ/article/view/283268 <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพการจัดเส้นทางเดินรถซ่อมบำรุงตู้จ่ายน้ำมันของบริษัท เอบีซี จำกัด ระหว่างวิธีการแบบเดิม วิธีอัลกอริทึมแบบประหยัด (Saving Algorithm) และวิธีเพื่อนบ้านที่ใกล้ที่สุด (Nearest Neighbor Algorithm) โดยมุ่งเน้นการลดระยะทางรวมและจำนวนเส้นทางเดินรถให้น้อยลง การดำเนินการวิจัยใช้ข้อมูลเส้นทางซ่อมบำรุงเดิม จำนวน 16 เส้นทาง ระยะทางรวม 5,050.1 กิโลเมตร เพื่อนำ มาจัดเส้นทางใหม่ด้วยวิธีอัลกอริทึมแบบประหยัดและวิธีเพื่อนบ้านที่ใกล้ที่สุด ผลการวิเคราะห์พบว่า มีเส้นทางเดินรถ จำนวน 12 เส้นทาง โดยระยะทางในการเดินรถซ่อมบำรุง 4,032.3 กิโลเมตร และวิธีเพื่อนบ้านที่ใกล้ที่สุดในการจัดเส้นทางเดินรถซ่อมบำรุงแบบใหม่ สามารถสรุปได้ว่า มีเส้นทางเดินรถ จำนวน 12 เส้นทาง โดยระยะทางในการเดินรถซ่อมบำรุง 4,788.9 กิโลเมตร เมื่อเปรียบเทียบวิธีการจัดเส้นทางเดินรถซ่อมบำรุงที่ใช้วิธีการแบบเดิม วิธีอัลกอริทึมแบบประหยัด และวิธีเพื่อนบ้านที่ใกล้ที่สุด พบว่า อัลกอริทึมแบบประหยัดสามารถลดระยะทางรวมได้ 1,017.8 กิโลเมตร สามารถลดจำนวนเส้นทางรวมได้ 4 เส้นทาง</p> บุษกร อุ่นสวาสดิ์ สุธาวี คำแดงไสย์ วาสนา พ่วงพรพิทักษ์ ชนาธิป กาลจักร ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหศาสตร์ศรีปทุม ชลบุรี 2026-04-27 2026-04-27 12 1 173 188 คุณภาพทางประสาทสัมผัสของเยลลี่ดอกบัวหลวงเสริมด้วยองุ่นและเลม่อน https://so04.tci-thaijo.org/index.php/ISCJ/article/view/285305 <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษากระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์เยลลี่ดอกบัวเสริมด้วยองุ่นและ เลม่อน และ 2) เปรียบเทียบคุณภาพทางประสาทสัมผัสของผลิตภัณฑ์เยลลี่ดอกบัวหลวงเสริมด้วยองุ่นและเลม่อนของแต่ละสูตร กลุ่มตัวอย่างในงานวิจัยนี้ คือ ผู้บริโภค ในเขตพัทยา จังหวัดชลบุรี จำนวน 60 ตัวอย่าง โดยใช้การสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบประเมินคุณภาพทางประสาทสัมผัสแบบมาตรฐานการให้คะแนนแบบ 9 คะแนน และสูตรของเยลลี่ดอกบัวหลวงที่พัฒนาขึ้นจำนวน ทั้งหมด 4 สูตร ที่ผ่านการประเมินความเหมาะสมจากผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท่าน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ความแปรปรวน</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า 1) เยลลี่ดอกบัวหลวงทุกสูตรมีวัตถุดิบในการผลิตหลัก ส่วนใหญ่ คือ กลีบดอกบัวหลวง น้ำสะอาด น้ำตาลทราย รองลงมา คือ เม็ดบัวอบแห้ง เจลาติน และจะมีการเสริมด้วยองุ่นและเลม่อน ตามแต่ละสูตร โดยกระบวนการผลิตมีทั้งหมด 8 ขั้นตอน ตั้งแต่กระบวนการคั้นน้ำดอกบัวหลวงจนถึงการเคี่ยวส่วนผสมของทั้งหมดให้เข้ากัน และ 2) ผลการเปรียบเทียบคุณภาพทางประสาทสัมผัส แสดงให้เห็นว่าสูตรที่ 4 เยลลี่ดอกบัวหลวงเสริมด้วยองุ่น และเลม่อน เป็นสูตรที่มีคะแนนคุณภาพทางประสาทสัมผัสอยู่ในช่วง 5.60-6.76 คะแนน และมีคะแนน สูงกว่าสูตรอื่น ๆ โดยเฉพาะมิติของสีสัน ลักษณะที่ปรากฏ และความชอบโดยรวม ผลการวิจัยนี้สามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์เยลลี่จากวัตถุดิบธรรมชาติ และเป็นทางเลือกใหม่ในการเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตรของประเทศไทย</p> ยวนจิตร พิศล้ำ อนุรักษ์ ทองขาว ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหศาสตร์ศรีปทุม ชลบุรี 2026-04-27 2026-04-27 12 1 200 212 ปัจจัยที่ส่งผลต่อการบริหารการจัดซื้อของบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ ในสวนอุตสาหกรรมบางกะดี https://so04.tci-thaijo.org/index.php/ISCJ/article/view/283308 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการบริหารการจัดซื้อของบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ในสวนอุตสาหกรรมบางกะดี 2) เพื่อวิเคราะห์อิทธิพลที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการบริหารการจัดซื้อของบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ในสวนอุตสาหกรรมบางกะดี กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาวิจัยครั้งนี้ คือ เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในด้านการบริหารการจัดซื้อเฉพาะกลุ่มของบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ในสวนอุตสาหกรรมบางกะดี จำนวนทั้งหมด 100 คน โดยใช้การสุ่มแบบง่าย คือ การใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล สถิติที่ใช้ในการเก็บข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ ซึ่งผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยด้านบุคลากร ปัจจัยด้านบริหารจัดการ ปัจจัยด้านนโยบาย ปัจจัยด้านกลยุทธ์ และปัจจัยด้านเทคโนโลยี อยู่ในระดับมาก นอกจากนั้นปัจจัยด้านบุคลากร ปัจจัยด้านบริหารจัดการ ปัจจัยด้านนโยบาย ปัจจัยด้านกลยุทธ์ และปัจจัยด้านเทคโนโลยีมีอิทธิพลทางตรงเชิงบวก ส่งผลต่อประสิทธิภาพการบริหารการจัดซื้อของบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ในสวนอุตสาหกรรมบางกะดีอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ซึ่งผลการวิจัยเสนอแนะให้องค์กรให้ความสําคัญกับการบริหารจัดการ เพื่อให้การบริหารการจัดซื้อเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและสร้างผลกําไรให้กับองค์กรได้มากที่สุด</p> ฐิตาภรณ์ พุฒิสาร วิศวะ อุนยะวงษ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหศาสตร์ศรีปทุม ชลบุรี 2026-04-27 2026-04-27 12 1 122 134 การลดต้นทุนคลังสินค้าด้วยเทคโนโลยีอัลตร้าไวด์แบนด์และรถโฟล์คลิฟท์อัตโนมัติ กรณีศึกษา: บริษัทผลิตขวดแก้ว https://so04.tci-thaijo.org/index.php/ISCJ/article/view/286161 <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาการจัดการคลังสินค้าด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอัลตร้าไวด์แบนด์ร่วมกับรถโฟล์คลิฟท์อัตโนมัติ โดยใช้ผังก้างปลาในการวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหา และใช้หลักการขจัดความสูญเปล่าในการปรับปรุงกระบวนการผลการวิจัยพบว่า ระบบการติดตามแบบเรียลไทม์ มีความแม่นยำ +/-5 เซนติเมตร สามารถลดต้นทุนความผิดพลาดในการหยิบสินค้าและการสูญหายได้ 100% จากเดิมมีต้นทุน 7,500บาทต่อปี เหลือ 0 บาท โดยใช้ดัชนีชี้วัดประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์อุตสาหกรรมในมิติสัดส่วนต้นทุนบริหารคลังสินค้าต่อยอดขาย ผลที่ได้คือสามารถลดต้นทุนหลักจากเงินเดือนพนักงานลงได้ 36% จาก 2,226,000 บาทต่อปี เหลือ 1,434,325 บาทต่อปี</p> ธรินี มณีศรี สุรทิน ธัญญะผลิน ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหศาสตร์ศรีปทุม ชลบุรี 2026-04-27 2026-04-27 12 1 155 172 การจัดการสินค้าคงคลังโดยการประยุกต์ ABC ANALYSIS กรณีศึกษาร้านวัสดุก่อสร้างในจังหวัดชลบุรี https://so04.tci-thaijo.org/index.php/ISCJ/article/view/283631 <p>การวิจัยเรื่องการจัดการสินค้าคงคลังโดยการประยุกต์ ABC ANALYSIS กรณีศึกษาร้านวัสดุก่อสร้างในจังหวัดชลบุรี มีวัตถุประสงค์เพื่อลดต้นทุนสินค้าคงคลังในกลุ่มวัสดุก่อสร้าง และนำวิธีการแบ่งกลุ่มสินค้าวัสดุก่อสร้างโดยใช้หลัก ABC Analysis เพื่อเรียงลำดับมูลค่าราคาสินค้า และนำแนวทางในการแก้ไขปัญหาโดยการพยากรณ์ยอดขายเพื่อจะกำหนดปริมาณต่ำสุด-สูงสุด (Minimum-Maximum) ของสินค้าวัสดุก่อสร้าง เพื่อปรับให้เหมาะสมกับการสั่งซื้อสินค้าและการเก็บสต็อกสินค้า ซึ่งจะสามารถควบคุมต้นทุนสินค้าคงคลังให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น</p> <p> จากการศึกษาพบว่าการนำทฤษฎี ABC Analysis และการพยากรณ์ยอดขายเพื่อจะกำหนดปริมาณต่ำสุด-สูงสุด (Minimum-Maximum) มาใช้ ทำให้สามารถแบ่งสินค้าวัสดุก่อสร้างตามมูลค่าราคาได้โดยการแบ่งแบบ A ได้แก่ เครื่องตัดเหล็ก เครื่องเชื่อมไฟฟ้า แบบ B ได้แก่ ใบเลื่อย เหล็ก ท่อ แบบ C ได้แก่ สายไฟ ท่อ เป็นต้น และสามารถลดต้นทุนสินค้าคงคลังวัสดุก่อสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยต้นทุนสินค้าคงคลังวัสดุก่อสร้างจากก่อนปรับปรุงมีมูลค่า 554,300 บาท และหลังจากปรับปรุงแล้วต้นทุนคลังสินค้า 148,096 บาท ซึ่งสามารถทำให้ลดต้นทุนคลังสินค้าได้ 406,204 บาท โดยองค์ความรู้จากงานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาระบบบริหารการจัดการคลังสินค้าให้มีประสิทธิภาพและสามารถลดต้นทุนในการบริหารจัดการคลังสินค้าได้</p> จิตสุภา สาคร วรพล แจ่มสวัสดิ์ ชัยวัฒน์ หฤทัยพันธ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหศาสตร์ศรีปทุม ชลบุรี 2026-04-27 2026-04-27 12 1 107 121 A STUDY OF THE CURRENT STATUS OF DIGITAL TRANSFORMATION AMONG LOGISTICS SERVICE PROVIDERS TOWARD LOGISTICS ECOSYSTEMS DEVELOPMENT FOR THE NORTHERN ECONOMIC CORRIDOR OF THAILAND https://so04.tci-thaijo.org/index.php/ISCJ/article/view/286218 <p>This study aimed to investigate the current state of digital transformation among logistics service providers operating in the Northern Economic Corridor of Thailand toward logistics ecosystems development and to identify key technological, organizational, and environmental factors that influence innovation. A literature-based qualitative approach was employed to synthesize existing academic and industry data, culminating in a conceptual framework that connects digital maturity with logistics management innovation across three dimensions: process, technology, and service innovation. The findings indicated that while advanced technologies such as AI, IoT, and cloud systems were being introduced, implementation remained inconsistent due to skill gaps, limited infrastructure, and financial constraints. The study concluded with policy recommendations to accelerate digital adoption and innovation toward logistics ecosystems development in the NEC region.</p> Kwanruan Sinnarong Ke Nunthasen Danaikrit Inthurit Kittawit Autchariyapanitkul ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหศาสตร์ศรีปทุม ชลบุรี 2026-04-27 2026-04-27 12 1 12 31 การพัฒนาหลักสูตรเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับผู้เรียนทุกช่วงวัย เพื่อพัฒนากำลังคนในภาคอุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร https://so04.tci-thaijo.org/index.php/ISCJ/article/view/283798 <p>งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาการพัฒนาหลักสูตรและการออกแบบรูปแบบการเรียนการสอนของหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขานวัตกรรมอาหารและอุตสาหกรรมชีวภาพ ของมหาวิทยาลัยกรณีศึกษา เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับผู้เรียนทุกช่วงวัย หลักสูตรถูกออกแบบให้มีความยืดหยุ่น รองรับระบบสะสมหน่วยกิต และตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานในอุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร การศึกษาประกอบด้วยการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกร่วมกับการใช้แบบสอบถามกับกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งเป็นผู้เรียนใน 3 หลักสูตร ผ่านกิจกรรมก่อนเรียน Before Action Review (BAR) จำนวน 40 ราย และกิจกรรมหลังเรียน After Action Review (AAR) จำนวน 80 ราย พร้อมด้วยการลงพื้นที่ประเมินผลงานโครงงาน ณ สถานประกอบการจริง เครื่องมือวิจัยผ่านการตรวจสอบคุณภาพด้านความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้การวิเคราะห์เนื้อหาร่วมกับการใช้สถิติแบบ Non-Parametric ผลการวิจัยพบว่าผู้เรียนมีความหลากหลายด้านอายุ ประสบการณ์ และพื้นฐานความรู้ มีความท้าทายหลัก 4 ด้าน ได้แก่ การบริหารเวลา ความแตกต่างด้านพื้นฐานความรู้ ความแตกต่างด้านประสบการณ์ และทักษะดิจิทัล ทีมผู้จัดทำหลักสูตรได้นำแนวทางการจัดการเรียนรู้แบบยืดหยุ่น การเรียนรู้เชิงปฏิบัติ และระบบสนับสนุนดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ ผลจากกิจกรรม AAR แสดงให้เห็นว่า ผู้เรียนสามารถบรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้ตามเป้าหมาย และสามารถนำความรู้และทักษะไปสร้างสรรค์แนวคิดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหารได้ งานวิจัยนี้สะท้อนความสำคัญของการออกแบบหลักสูตรที่รองรับผู้เรียนทุกช่วงวัย พร้อมเสนอแนวทางเชิงมาตรการเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและประสิทธิผลของการเรียนรู้ตลอดชีวิต</p> ณัฐพงศ์ คำกลม วิรัชญา จันพายเพ็ชร ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหศาสตร์ศรีปทุม ชลบุรี 2026-04-27 2026-04-27 12 1 135 154 VISUAL INSIGHTS: DEVELOPING SUSTAINABLE EDUCATION MONITORING SYSTEMS THROUGH KPI VISUALIZATION https://so04.tci-thaijo.org/index.php/ISCJ/article/view/286324 <p>Key Performance Indicators (KPIs) are vital instruments for measuring and evaluating educational quality and outcomes in alignment with Sustainable Development Goal 4 (SDG 4). Visualizations, including charts, dashboards, and interactive graphs, serve as powerful tools for analyzing and interpreting KPI data in a higher education context. However, developing effective visualizations that analyze and predict academic success through KPI data while supporting sustainable education goals presents significant challenges. This research aimed to bridge this gap by developing an integrated sustainable education monitoring system through KPI visualization that is specifically designed to advance SDG 4 targets. A comprehensive literature review on data visualization theories, educational KPIs, and sustainable development monitoring frameworks was conducted to identify best practices and design principles that support quality education objectives. The proposed methodology collected and preprocessed educational KPI data, developed responsive visualizations that highlight progress toward SDG 4 targets, and applied statistical and machine learning techniques for analysis and prediction of educational outcomes. These visualizations were carefully designed based on identified principles of sustainability monitoring, and their effectiveness in tracking and advancing SDG 4 indicators was evaluated through experiments and case studies across diverse educational settings. The findings of this research provided valuable insights for educational administrators, policymakers, and practitioners in utilizing visualizations for monitoring, analyzing, and accelerating progress toward quality education goals. Furthermore, this work contributed to the broader understanding of how data-driven approaches demonstrate measurable impact on sustainable development in education systems through evidence from Thailand.</p> Paralee Maneerat Chatchawan Worawitrattanakul ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหศาสตร์ศรีปทุม ชลบุรี 2026-04-27 2026-04-27 12 1 51 72 วิเคราะห์การแปลประโยคภาษาอังกฤษที่มีคำกริยาช่วยของนิสิตที่ไม่ได้เรียน วิชาเอกภาษาอังกฤษในระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง https://so04.tci-thaijo.org/index.php/ISCJ/article/view/282587 <p>บทความวิจัยนี้ทำการวิเคราะห์การแปลประโยคภาษาอังกฤษที่มีคำกริยาช่วยเป็นภาษาไทยของนิสิตที่ไม่ได้เรียนเอกอังกฤษในระดับปริญญาตรี ใช้ระเบียบวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพโดยวิธีการวิเคราะห์ข้อความ ผลการศึกษาพบว่า นิสิตส่วนใหญ่มีปัญหาในการแปลประโยคภาษาอังกฤษที่มีคำกริยาช่วย สาเหตุหลักอาจเกิดจากการไม่เลือกหลักการแปลที่เหมาะสมกับบริบท และไม่เข้าใจความหมายที่หลากหลาย และเจตนาที่แท้จริงของคำกริยาช่วยนั้นในประโยค ข้อเสนอแนะจากงานวิจัยนี้ คือ ผู้สอนควรที่จะชี้ให้ผู้เรียนตระหนักถึงหลักการแปลที่เหมาะสมกับบริบท และความเข้าใจในหน่วยความหมายอย่างถูกต้อง ซึ่งรวมถึงความรู้ในเรื่องไวยากรณ์ของทั้งภาษาต้นฉบับ และภาษาฉบับแปล ในกรณีของงานวิจัยนี้ คือ ความหมายที่หลากหลายของคำกริยาช่วยแต่ละคำในสถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องก่อนที่จะลงมือแปลประโยคที่มีคำกริยาช่วยดังกล่าว ดังนั้นความรู้ในเรื่องไวยากรณ์จึงถือว่าเป็นเรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญมากในการถ่ายทอดความหมายในการแปล เพื่อไม่ให้เกิดการแปลที่ผิดพลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหัวข้อไวยากรณ์ที่ซับซ้อน หรือแตกต่างไปจากภาษาแม่ของตน เช่น ในเรื่องคำกริยาช่วย เป็นต้น</p> พัฒน์ วัฒนสินธู์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหศาสตร์ศรีปทุม ชลบุรี 2026-04-27 2026-04-27 12 1 189 199 การออกแบบบอร์ดเกมการศึกษาเชิงสถานการณ์เรื่องเงื่อนไขทางการค้าระหว่างประเทศ https://so04.tci-thaijo.org/index.php/ISCJ/article/view/286360 <p>การวิจัยเรื่อง การออกแบบบอร์ดเกมการศึกษาเชิงสถานการณ์เรื่องเงื่อนไขทางการค้าระหว่างประเทศ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์และสังเคราะห์โครงสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับเงื่อนไขทางการค้าระหว่างประเทศ (Incoterms® 2020) และ 2) ออกแบบบอร์ดเกมการศึกษาที่สามารถแปลงเนื้อหาดังกล่าวไปสู่กลไกของเกมอย่างเป็นระบบ การวิจัยนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&amp;D) โดยประยุกต์ใช้กระบวนการพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษา แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 ระยะ 7 ขั้นตอน ได้แก่ การศึกษาและวิเคราะห์เอกสารที่เกี่ยวข้อง การสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ การสังเคราะห์โครงสร้างเนื้อหาเงื่อนไขทางการค้าระหว่างประเทศ เพื่อออกแบบกลไกเกม การพัฒนาบอร์ดเกมต้นแบบ และการประเมินคุณภาพบอร์ดเกมโดยผู้เชี่ยวชาญ ผลการวิจัยพบว่า โครงสร้างเนื้อหาสามารถสังเคราะห์และแปลงเป็นองค์ประกอบของเกมได้อย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะประเด็นภาระหน้าที่ จุดโอนความเสี่ยง และการจัดสรรค่าใช้จ่าย ซึ่งถูกนำเสนอผ่านกลไกของเกมจำลองสถานการณ์ เช่น การ์ดกรณีศึกษา การ์ดอุบัติเหตุ และกลไกการตัดสินใจด้านต้นทุนและความเสี่ยง บอร์ดเกมที่พัฒนาขึ้นช่วยสนับสนุนการเรียนรู้เชิงกระบวนการและการตัดสินใจในบริบทการค้าระหว่างประเทศ ผลการประเมินคุณภาพบอร์ดเกมโดยผู้เชี่ยวชาญพบว่า บอร์ดเกมมีคุณภาพโดยรวมอยู่ในระดับดีมาก โดยเฉพาะด้านเนื้อหาและด้านประโยชน์ต่อการเรียนรู้ ขณะที่ด้านการออกแบบและองค์ประกอบอยู่ในระดับดี ผลการวิจัยสะท้อนให้เห็นว่า การออกแบบบอร์ดเกมการศึกษาเชิงสถานการณ์สามารถเป็นแนวทางหนึ่งในการพัฒนาสื่อการเรียนรู้สำหรับเนื้อหาที่มีลักษณะเป็นกฎระเบียบและการตัดสินใจเชิงซับซ้อน และสามารถใช้เป็นต้นแบบในการพัฒนาสื่อการเรียนรู้เชิงเกมในสาขาอื่นที่มีลักษณะเนื้อหาใกล้เคียงกันต่อไป</p> กนกวรรณ สกุลทรงเดช เขมจิรา เฑี่ยงอยู่ อารียา ศาสนา ธีรภพ วิญญาคูณ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหศาสตร์ศรีปทุม ชลบุรี 2026-04-27 2026-04-27 12 1 92 106 การผลิตสื่อวิดีโอประชาสัมพันธ์ของ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ศรีราชา https://so04.tci-thaijo.org/index.php/ISCJ/article/view/284108 <p>ปัจจุบันสื่อสังคมออนไลน์ได้เข้ามามีบทบาทต่อการสร้างโอกาสทางธุรกิจ เป็นธุรกิจที่ต้องการเพิ่มช่องทางการตลาดแบบใหม่ ในการสร้างการรับรู้ การสร้างภาพลักษณ์ และการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ทั้งในรูปแบบภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว ผ่านการใช้สื่อสังคมออนไลน์ บทความฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษากระบวนการผลิตสื่อวิดีโอประชาสัมพันธ์ของ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ศรีราชา ซึ่งเป็นศูนย์การค้าแบบครบวงจร จากการศึกษากระบวนการผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ของศูนย์การค้าเซ็นทรัล ศรีราชา พบว่า การตัดต่อวิดีโอในยุคปัจจุบันมิได้เป็นเพียงกระบวนการนำภาพและเสียงมาต่อเรียงอย่างเป็นลำดับเท่านั้น แต่เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ในการเล่าเรื่อง (Storytelling) ที่ต้องอาศัยความรู้ ความสามารถ และทักษะเฉพาะด้าน เพื่อถ่ายทอดสารให้เกิดความเข้าใจ สร้างความประทับใจ และกระตุ้นการรับรู้ของผู้ชมได้อย่างมีประสิทธิภาพ การวางแผนด้านเนื้อหา การเลือกใช้เทคโนโลยี มีความยืดหยุ่น และสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว การตัดต่อวิดีโอเป็นขั้นตอนสำคัญในกระบวนการผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ ที่มีบทบาทเชิงกลยุทธ์ต่อการสร้างภาพลักษณ์และการสื่อสารการตลาดของศูนย์การค้า การนำนวัตกรรมด้านเทคนิคมาปรับใช้ และการวางระบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพ จึงเป็นสิ่งจำเป็นในการรองรับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่มีพฤติกรรมการเสพสื่อหลากหลายและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ทั้งนี้ แนวทางการทำงานของศูนย์การค้าเซ็นทรัล ศรีราชา อาจนำไปประยุกต์ใช้เป็นกรณีศึกษาในวงการการศึกษาและการฝึกอบรมด้านมัลติมีเดีย เพื่อยกระดับคุณภาพการผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ในประเทศไทยต่อไป</p> ทิพย์สุคนธ์ เพชรโอภาส รุจิภาส วชิรเดชพานิช ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหศาสตร์ศรีปทุม ชลบุรี 2026-04-27 2026-04-27 12 1 1 11