https://so04.tci-thaijo.org/index.php/JSSMBU/issue/feed วารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย 2023-12-31T00:00:00+07:00 พระมหาสุรไกร ชินพุทฺธิสิริ jssmbu1@gmail.com Open Journal Systems <p>&nbsp;&nbsp; &nbsp;คณะสังคมศาสตร์ ได้จัดทำวารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (Journal of Social Sciences Mahamakut Buddhist University) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและส่งเสริมการเผยแพร่ผลงานวิชาการ ระหว่างคณาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัย ทั้งภายในและภายนอก ตลอดจนนิสิต นักศึกษาในสาขาสังคมศาสตร์&nbsp; และสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้มีพื้นที่ในการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ ผลงานวิจัย และอื่น ๆ รวมทั้งได้แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นทางวิชาการ และการศึกษาทางด้านสังคมศาสตร์ และสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง อันจะเป็นประโยชน์แก่สถาบัน คณะ และสาธารณะต่อไป</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ทั้งนี้ วารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่านการรับทราบจากสภาวิชาการ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ในการประชุมครั้งที่ 12/2560 ระเบียบวาระที่ 4 (4.4) เรื่อง ที่เสนอเพื่อทราบ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ.2560</p> https://so04.tci-thaijo.org/index.php/JSSMBU/article/view/266392 แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารกิจการคณะสงฆ์ ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 2023-08-05T15:34:54+07:00 วัชรพงษ์ สุคนธ์เขต bxlfamily101025@gmail.com สุชาต อดุลย์บุตร TongKran.SKK@gmail.com <p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับการบริหารกิจการคณะสงฆ์<br />2) เปรียบเทียบความคิดเห็นต่อการบริหารกิจการคณะสงฆ์ จำแนกตามลักษณะส่วนบุคคล <br />3) ศึกษาสมรรถนะพระสังฆาธิการในการบริหารกิจการคณะสงฆ์ ที่ส่งผลต่อการบริหารกิจการคณะสงฆ์ และ 4) ศึกษาแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารกิจการคณะสงฆ์ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ พระสงฆ์ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 130 คน และผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 8 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าทีเทส ความแปรปรวนทางเดียว การถดถอยเชิงพหุ และการวิเคราะห์เนื้อหา</p> <p> ผลการศึกษา พบว่า 1) การบริหารกิจการคณะสงฆ์ อยู่ในระดับมากที่สุด 2) ลักษณะส่วนบุคคลที่แตกต่างกันมีความคิดเห็นต่อการบริหารกิจการคณะสงฆ์ ไม่ต่างกัน 3) สมรรถนะพระสังฆาธิการในการบริหารกิจการคณะสงฆ์ ด้านแรงจูงใจ มีความสัมพันธ์เชิงเหตุ-ผล กับการบริหารกิจการคณะสงฆ์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.001 ด้านความรู้ และด้านบุคลิกลักษณะประจำตัวของบุคคล มีความสัมพันธ์เชิงเหตุ-ผล อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 และ 4) แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารกิจการคณะสงฆ์ พบว่า ควรมีการดำเนินการปกครองตาม<br /><br />พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ส่งเสริมการเรียนการสอนของพระภิกษุสามเณรด้านบาลีและนักธรรม ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือสนับสนุนอุปกรณ์การศึกษา ส่งเสริมให้พระภิกษุสามเณรมีความสามารถในการเผยแพร่พระพุทธศาสนา จัดสิ่งแวดล้อมภายในบริเวณให้เหมาะสมกับการปฏิบัติธรรม ให้ความช่วยเหลือสังคมในรูปแบบต่าง ๆ</p> 2023-12-29T00:00:00+07:00 Copyright (c) 2023 วารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย https://so04.tci-thaijo.org/index.php/JSSMBU/article/view/266337 การสำรวจทุนชุมชนเพื่อการพัฒนาตลาดค้าปลีกริมน้ำของชุมชนริมคลองลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร 2023-08-05T15:32:47+07:00 ธมลวรรณ ธีระบัญชร e_mail4fern@yahoo.com มณฑล จันทร์แจ่มใส e_mail4fern@yahoo.com สุรางค์รัตน์ แสงศรี e_mail4fern@yahoo.com ธนิดา ศุภรังสรรค์ e_mail4fern@yahoo.com <p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษา เพื่อสำรวจและวิเคราะห์จุดเด่นทุนชุมชน 7 ด้าน ได้แก่ ด้านทุนมนุษย์ ทุนสถาบัน ทุนภูมิปัญญา ทุนทรัพยากรธรรมชาติ ทุนการเงิน ทุนสิ่งก่อสร้าง และทุนเศรษฐกิจ สำหรับการพัฒนาตลาดค้าปลีกริมพื้นที่ริมคลองลาดพร้าว ที่จะทำให้ทราบถึงการกระจายตัวของทรัพยากรที่ในแต่ละชุมชนมี อันเป็นประโยชน์ต่อการเลือกชัยภูมิที่ตั้งตลาดที่มีศักยภาพในการดึงดูดให้ผู้คนได้มาจับจ่ายและท่องเที่ยว เครื่องมือในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ โดยมีกลุ่มตัวอย่างที่เป็นตัวแทนจาก 5 เขตพื้นที่ พื้นที่ละ 10 ตัวอย่าง แล้วนำข้อมูลที่รวบรวมได้มาวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า ริมคลองลาดพร้าวนี้มีทุนชุมชนที่โดดเด่น ประกอบด้วย การมีผู้สูงอายุที่มีองค์ความรู้ทางภูมิปัญญา การมีศูนย์การเรียนรู้จำนวนมาก หลากหลาย และมีการจัดกิจกรรมอยู่อย่างสม่ำเสมอ การมีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเรือนำเที่ยว การมีงานฝีมือขั้นสูงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเฉพาะพื้นที่ การมีประเพณีประจำปีที่สืบทอดกันมา การมีชัยภูมิที่ตั้งอยู่ใกล้กับไชน่าทาวน์ 2 ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวของชาวจีนและตลาดยิ่งเจริญ สิ่งก่อสร้างที่สะท้อนถึงสังคมพหุวัฒนธรรมซึ่งมีการออกแบบที่สวยงามทั้งภายนอกและภายในมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของพื้นที่ การมีที่จอดรถจำนวนมาก การมีพื้นที่ว่างสำหรับเป็นจุดตั้งตลาดได้หลายจุด การมีการเชื่อมต่อการเดินทางด้วยระบบคมนาคมครบทุกรูปแบบ</p> 2023-12-29T00:00:00+07:00 Copyright (c) 2023 วารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย https://so04.tci-thaijo.org/index.php/JSSMBU/article/view/264832 แนวทางการจัดการสื่อสารในประเด็นปัญหาทางสังคมผ่านการตระหนักรู้ของนิสิตสาขาการสื่อสารเพื่อการจัดการนวัตกรรม 2023-05-05T21:58:46+07:00 กฤชณัท แสนทวี good0773@gmail.com ชัชฏา อัครศรีวร นากาโอคะ Good0773@gmail.com ภัทธิรา ธีรสวัสดิ์ Good0773@gmail.com <div><span lang="TH">การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการตระหนักรู้ปรากฎการณ์ด้านการสื่อสารที่เกี่ยวข้องกับประเด็นทางสังคมในปัจจุบัน 2) วิเคราะห์แนวทางในการจัดการสื่อสารที่เกี่ยวข้องกับประเด็นทางสังคมในปัจจุบัน จากมุมมองของนิสิตสาขาการสื่อสารเพื่อการจัดการนวัตกรรม โดยใช้การวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการประชุมกลุ่มย่อยนิสิตสาขาการสื่อสารเพื่อการจัดการนวัตกรรม วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม จํานวน 7 กลุ่ม กลุ่มละ 7 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการจัดกลุ่มข้อมูลตามหมวดหมู่ ผลการวิจัย สรุปได้ว่าพบ ประเด็นปัญหาทางสังคมผ่านกระบวนการเรียนรู้ของนิสิตวิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม ได้แก่ (1) ประเด็น ข่าวลวงข่าวปลอม (2) ประเด็นการโฆษณาและให้ข้อมูลทางการตลาดเกินจริง (3) ประเด็นมารยาทในการ สื่อสาร (4) ประเด็นทักษะการสื่อสารระหว่างช่วงวัย (5) ประเด็นการสื่อสารด้วยภาษามือ (6) ประเด็นการ เข้าถึงนวัตกรรมการสื่อสารและการเรียนรู้ (7) ประเด็นการรู้เท่าทันสื่อของเด็ก (8) ประเด็นการรู้เท่าทันสื่อของ ผู้สูงอายุ (9) ประเด็นการนําเสนอเกี่ยวกับเพศที่หลากหลาย (10) ประเด็นสื่อลามกอนาจาร (11) ประเด็นการ สื่อสารสิ่งแวดล้อม (12) ประเด็นการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรม โดยมีแนวทางในการจัดการสื่อสารที่เกี่ยวข้อง กับปัญหาและประเด็นทางสังคม คือ (1) การสื่อสารเพื่อให้ความรู้และความเข้าใจ (2) การสื่อสารเพื่อการสร้าง การมีส่วนร่วม (3) การสื่อสารเพื่อการรณรงค์ (4) การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีการสื่อสาร (5) การใช้ มาตรการควบคุมหรือกฎหมาย (6) การสื่อสารระหว่างบุคคล (7) จริยธรรมทางการสื่อสาร</span></div> 2023-12-29T00:00:00+07:00 Copyright (c) 2023 วารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย https://so04.tci-thaijo.org/index.php/JSSMBU/article/view/266597 การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน กรณีศึกษา โหล่งฮิมคาว อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ 2023-10-14T19:09:25+07:00 วิลาวรรณ พิศแสวง peeup@hotmail.com ชนิษฐา ใจเป็ง peeup@hotmail.com <p>บทความวิชาการนี้มุ่งนำเสนอการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน กรณีศึกษา โหล่งฮิมคาว อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นชุมชนที่มีแนวคิดในการจัดการการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ที่มีอัตลักษณ์ที่โดดเด่น และการจัดการชุมชนที่สร้างสรรค์งานหัตถกรรม ธรรมชาติ ภูมิปัญญา ศิลปะ วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ความเป็นล้านนา รวมถึงการเปิดชุมชนให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาสัมผัสศิลปะวัฒนธรรม วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของชาวโหล่ง ฮิมคาว ผ่านกิจกรรม workshop และมีการจัดทำแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแบบบูรณาการอย่างยั่งยืนของชุมชน โดยคำนึงถึงความสมดุลทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน</p> 2023-12-29T00:00:00+07:00 Copyright (c) 2023 วารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย https://so04.tci-thaijo.org/index.php/JSSMBU/article/view/268361 การบูรณาการหลักพุทธจิตวิทยาเพื่อแก้ไขการกระทำผิดซ้ำของผู้ต้องขัง เรือนจำอำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี 2023-12-14T22:35:32+07:00 พิชิต ชัยมาลา sanya.mcu@gmail.com สัญญา สดประเสริฐ pichit.chaimala@gmail.com พระปลัดประพจน์ สุปภาโต pichit.chaimala@gmail.com <p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1. เพื่อศึกษาปัจจัยในการกระทำผิดซ้ำของผู้ต้องขังเรือนจำอำเภอธัญบุรี 2. เพื่อบูรณาการหลักพุทธจิตวิทยาในการแก้ไขผู้ต้องขังกระทำผิดซ้ำของผู้ต้องขัง เรือนจำอำเภอธัญบุรี และ 3. เพื่อนำเสนอแนวทางการป้องกันในการแก้ไขผู้ต้องขังกระทำผิดซ้ำของผู้ต้องขังเรือนจำอำเภอธัญบุริ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี ประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเป็นผู้ต้องขังกระทำผิดซ้ำ ทำการสุ่มตัวอย่างจำนวน 100 คน และมีการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 15คน ผลการวิจัยพบว่า วัตถุประสงค์ข้อที่ 1 ปัจจัยในการกระทำผิดซ้ำของผู้ต้องขังเรือนจำอำเภอธัญบุรี ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดซ้ำมากที่สุด คือ ปัจจัยด้านตนเอง รองลงมาคือ ปัจจัยด้านสภาวะสังคม ปัจจัยด้านครอบครัว และปัจจัยด้านเพื่อน ตามลำดับ การพัฒนากิจกรรมแก้ไขผู้ต้องขังให้เกิดความเหมาะสม โดยได้นำแนวคิดการป้องกันการกระทำผิดซ้ำตามหลักพุทธจิตวิทยา มาเป็นกระบวนการสร้างจริยธรรมเชิงพุทธบูรณาการสำหรับผู้ต้องขัง และการพัฒนากาย ศีล จิต และปัญญา ทำให้รู้เข้าใจสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง รู้เท่าทันเห็นโลก และชีวิตตามสภาวะ สามารถทำจิตใจให้เป็นอิสระ ทำตนให้บริสุทธิ์จากกิเลส และปลอดพ้นจากความทุกข์</p> 2023-12-29T00:00:00+07:00 Copyright (c) 2023 วารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย https://so04.tci-thaijo.org/index.php/JSSMBU/article/view/269237 หลักธรรมที่ปรากฏในธรรมบทเรื่องพระจักขุบาลเถระที่มีอิทธิพลต่อความเชื่อและวัฒนธรรมเพื่อการประยุกต์ใช้ในสังคมไทยยุคปัจจุบัน 2023-11-30T18:29:26+07:00 พระมหาธีระวัฒน์ ธิติโชติ (กมลวิบูลย์) nk_pps@hotmail.com จตุภูมิ แสนคำ nk_pps@hotmail.com จุมพล สุยะต๊ะ nk_pps@hotmail.com <p>บทความเรื่องนี้มุ่งนำเสนอหลักธรรมที่ปรากฏในธรรมบทเรื่องพระจักขุบาลเถระที่มีอิทธิพลต่อความเชื่อและวัฒนธรรมเพื่อการประยุกต์ใช้ในสังคมไทยยุคปัจจุบัน มีวัตถุประสงค์ 3 ประการคือ 1) เพื่อศึกษาความหมาย ความสำคัญของคัมภีร์อรรถกถาธรรมบท 2) เพื่อศึกษาหลักธรรมจากเรื่องพระจักขุบาลเถระที่มีอิทธิพลต่อความเชื่อ และวัฒนธรรมในสังคมไทย 3) เพื่อศึกษาแนวทางในการนำหลักธรรมที่ได้มาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาสังคมไทยในยุคปัจจุบัน</p> <p> จากการศึกษาได้ข้อสรุปว่า 1) คัมภีร์อรรถกถาธรรมบท เป็นการนำบทพระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้เป็นพระคาถาย่อ ๆ มาอธิบายขยายความให้เข้าใจง่าย สามารถเข้าถึงผู้อ่านได้ทุกระดับชั้น เป็นแม่แบบที่สำคัญในการปฏิบัติตนตามขนบธรรมเนียมประเพณีของหลายภูมิภาคทั่วโลกที่รับอารยธรรมอินเดีย 2) หลักธรรมที่ปรากฏในเรื่องพระจักขุบาลที่มีอิทธิพลต่อความเชื่อและวัฒนธรรมไทยมี 3 เรื่อง คือ ความเชื่อเรื่องเทวดา ความเชื่อเรื่องการอธิษฐาน และความเชื่อเรื่องกรรม 3) หลักธรรมที่ได้สามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาสังคมไทยได้ โดยใช้สติปัญญาเป็นเครื่องกำกับ</p> 2023-12-29T00:00:00+07:00 Copyright (c) 2023 วารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย https://so04.tci-thaijo.org/index.php/JSSMBU/article/view/266041 การใช้วรรณศิลป์ในนิทานท้องถิ่นอีสาน เรื่อง “ตำนานผาแดง-นางไอ่” 2023-11-10T13:30:39+07:00 กิตติยา คุณารักษ์ Chantharapraphan@gmail.com ประณิตา จันทรประพันธ์ chantharapraphan@gmail.com มาโนช นันทพรม Chantharapraphan@gmail.com <p>บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวรรณศิลป์ด้านการบรรยายภาพในนิทานท้องถิ่นอีสาน เรื่องตำนานผาแดง-นางไอ่ ประพันธ์โดยกิตติธร คชทีป เค้าเรื่องจาก ส.พยัคฆ์ (อาจารย์สุทธา โสภากุล) ซึ่งประพันธ์ในรูปแบบกลอนสุภาพหรือกลอนแปด เป็นนิทานพื้นบ้านท้องถิ่นอีสานในอำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ประกอบด้วยเนื้อเรื่อง 6 ตอน ได้แก่ แต่ปางก่อน, ปัจจุบันชาติ, แข่งบั้งไฟ, ล่ากระรอกด่อน, ชคิตาล่ม และลั่นกลองรบ สะท้อนให้เห็นความเชื่อโบราณของคนในสมัยล้านช้าง ทั้งความเชื่อเรื่องผีสางเทวดาและสิ่งเหนือธรรมชาติที่มีการปฏิสัมพันธ์กับชีวิตของคนอีสาน โดยผู้เขียนศึกษาใน 2 ประเด็น ได้แก่ 1) การบรรยายภาพพื้นที่ทางจิตวิญญาณ พบว่ามีการบรรยายภาพเมืองบาดาล ภาพความเชื่อของผู้คนในท้องถิ่น ภาพวัฒนธรรมประเพณีที่สำคัญทางพุทธศาสนา และภาพหลักธรรมคำสอนพุทธศาสนา <br />ซึ่งปรากฏทั้งแนวคิดเรื่องกรรม แนวคิดเรื่องธรรมะ แนวคิดเรื่อง ความรัก และแนวคิดเรื่องความกตัญญู 2) การบรรยายภาพพื้นที่ทางกายภาพ พบว่าเป็นการบรรยายภาพความงามของสตรี ภาพถิ่นฐานบ้านเมือง ภาพชื่อบ้านนามเมือง ภาพธรรมชาติแวดล้อม ภาพสงครามระหว่างมนุษย์กับพญานาค และภาพสถานที่สำคัญทางธรรมชาติ</p> 2023-12-29T00:00:00+07:00 Copyright (c) 2023 วารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย