https://so04.tci-thaijo.org/index.php/KAB/issue/feedวารสารเกษตรศาสตร์ธุรกิจประยุกต์2026-06-15T00:00:00+07:00 Assoc. Prof. Dr. Polwat Lerskullawatkabjournal@ku.ac.thOpen Journal Systems<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="center"> <tbody> <tr> <td width="500" height="263"><img src="http://journal.bus.ku.ac.th/images/banners/b3Co.jpg" alt="b3Co" width="500" height="263" /></td> <td> </td> <td> <p> “วารสารเกษตรศาสตร์ธุรกิจประยุกต์ (Kasetsart Applied Business Journal: KAB Journal)” เรามุ่งเน้นเนื้อหาสาระที่เกี่ยวข้องกับสาขาบริหารธุรกิจ โดยมีขอบเขตและเป้าหมายในการตีพิมพ์บทความทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ทั้งบทความวิจัยและบทความวิชาการ ซึ่งครอบคลุมเนื้อหาด้านการเงิน การจัดการ การจัดการการผลิต การตลาด การบัญชี และสาขาอื่นๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับการบริหารธุรกิจ และยังเป็นแหล่งเผยแพร่ผลงานวิชาการอย่างเป็นรูปธรรม </p> <span lang="TH"><br /></span></td> </tr> <tr> <td colspan="3"> <p> ในสาขาบริหารธุรกิจทั่วประเทศ ได้มีแหล่งนำเสนอบทความและผลงานวิชาการ วิทยานิพนธ์ให้เผยแพร่สู่ชุมชนวิชาการอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้จัดทำฉบับพิมพ์มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 ได้เริ่มเผยแพร่ฉบับพิมพ์ตั้งแต่ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 (มกราคม-มิถุนายน 2550) </p> <p> และในปี พ.ศ. 2560 คณะทำงานฯ ได้เริ่มดำเนินการปรับปรุงวารสารเกษตรศาสตร์ธุรกิจประยุกต์ (Kasetsart Applied Business Journal: KAB Journal) ให้เป็นวารสารฉบับอิเล็กทรอนิกส์ ISSN: 1906-0254 (Print) และ ISSN: 2539-6250 (Online) ซึ่งจะเริ่มในปีที่ 11 ฉบับที่ 14 เดือนมิถุนายน 2560 ควบคู่ไปกับวารสารฉบับพิมพ์ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ที่ต้องการเข้าถึงบทความในรูปแบบต่างๆ ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว</p> <p> โดยในปัจจุบันทางวารสารเกษตรศาสตร์ธุรกิจประยุกต์ (Kasetsart Applied Business Journal: KAB Journal) ได้ดำเนินการยกเลิกวารสารฉบับรูปเล่ม เหลือเพียงวารสารฉบับอิเล็กทรอนิกส์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น และดำเนินการเปลี่ยนเลขใหม่ <strong>ISSN: 2985-2277 (Online) ซึ่งจะเริ่มใช้เลข ISSN ดังกล่าวนี้ ในปีที่ 17 ฉบับที่ 27 เดือนกรกฎาคม - ธันวาคม 2566 เป็นต้นไป</strong></p> <p> กองบรรณาธิการหวังเป็นอย่างยิ่งว่า บทความต่างๆที่ปรากฏในวารสารจะส่งผลประโยชน์ทางวิชาการแก่ท่านตามสมควร และหากท่านมีความประสงค์จะติชมหรือให้คำแนะนำ กองบรรณาธิการยินดีรับฟังท่านด้วยความเต็มใจ โดยท่านสามารถส่งข้อเสนอแนะมาที่ E-mail: <a href="mailto:kabjournal@ku.ac.th">kabjournal@ku.ac.th</a> หรือที่ <a href="https://so04.tci-thaijo.org/index.php/KAB/about/contact">https://so04.tci-thaijo.org/index.php/KAB</a> เพื่อที่กองบรรณาธิการจะได้รับและนำไปปรับปรุงต่อไป </p> <p>กองบรรณาธิการ</p> <p> </p> </td> </tr> <tr> <td colspan="3"><strong>หลักการและเหตุผล</strong></td> </tr> <tr> <td colspan="3"> <p> ด้วยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) กำหนดหลักเกณฑ์ว่าบัณฑิตที่ศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอก จะต้องมีการเผยแพร่วิทยานิพนธ์ในวารสารทางวิชาการที่มีคณะกรรมการภายนอกมาร่วมกลั่นกรอง (Peer Review) ก่อนการตีพิมพ์ทั้งนี้เพื่อประกันคุณภาพของผลงานก่อนการเผยแพร่ในระดับชาติ และนานาชาติประกอบกับนโยบายดังกล่าวได้สอดคล้องกับนโยบายของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่มุ่งเน้นการเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยตลอดจนเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการประเมินคุณภาพด้านการเผยแพร่ผลงาน วิชาการภายใต้เกณฑ์มาตรฐานของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) โดยที่มีดัชนีชี้วัดที่ระบุถึงจำนวนวิทยานิพนธ์ ผลงาน งานวิจัยที่พิมพ์เผยแพร่ในระดับชาติและนานาชาติ รวมทั้งการชี้นำสังคมในแนวทางที่ถูกต้องผ่านการแสดงความคิดเห็นทางวิชาการ</p> <p> </p> </td> </tr> <tr> <td colspan="3"><strong>วัตถุประสงค์ของโครงการ</strong></td> </tr> <tr> <td colspan="3"> <p> 1. เพื่อสนองนโยบายของคณะบริหารธุรกิจ ในการนำเสนอผลงานทางวิชาการของคณาจารย์ นิสิตปริญญาโท นิสิตปริญญาเอก และบุคคลที่สนใจได้เผยแพร่ผลงานอันจะนำไปสู่งานบริการทางวิชาการระดับนานา ชาติ</p> <p> 2. เพื่อเป็นแหล่งเผยแพร่บทความ ผลงานวิจัย วิทยานิพนธ์</p> <p> 3. เพื่อเป็นแหล่งค้นคว้าให้กับนิสิต นักศึกษา และผู้ที่สนใจได้ศึกษาหาความรู้จากบทความ ผลงานวิจัย และบทวิจารณ์หนังสือ</p> <p> </p> </td> </tr> <tr> <td colspan="3"><strong>ขอบเขตและเป้าหมาย</strong></td> </tr> <tr> <td colspan="3"> <p> วารสารเกษตรศาสตร์ธุรกิจประยุกต์เป็นวารสารที่มีกระบวนการพิจารณากลั่นกรองและประเมินคุณภาพจากผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบบทความ (Peer Reviewer) จากหลากหลายสถาบัน ในสาขาที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย 3 ท่าน โดยวิธีการประเมินเป็นแบบปกปิดรายชื่อทั้งสองฝ่าย (Double-Blind Peer Review) ตามสาขาที่เกี่ยวข้อง โดยมีขอบเขตและเป้าหมายในการตีพิมพ์บทความทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ทั้งบทความวิจัย (Research Article) บทความวิชาการ (Academic Article) ซึ่งครอบคลุมเนื้อหา ได้แก่</p> <ul> <li><strong>ด้านการเงิน</strong> เช่น การเงินธุรกิจ การลงทุน ตลาดการเงิน อุตสาหกรรมบริการทางการเงิน ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน นวัตกรรมทางการเงิน การบริหารความเสี่ยง และประสิทธิภาพของนโยบายทางการเงิน</li> <li><strong>ด้านการจัดการ </strong>เช่น การจัดการทรัพยากรมนุษย์ การบริหารองค์การ การพัฒนาธุรกิจ การจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ การจัดการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และการวิเคราะห์ข้อมูล</li> <li><strong>ด้านการจัดการเทคโนโลยีและการปฏิบัติการ</strong> เช่น กลยุทธ์การปฏิบัติการ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ การจัดการด้านโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทาน การบริหารคุณภาพ การบริหารโครงการ การบริหารเทคโนโลยีและนวัตกรรม การคาดการณ์และนโยบายด้านเทคโนโลยี การประยุกต์เทคโนโลยี ผลกระทบของเทคโนโลยีต่อองค์กร แพลตฟอร์ม และระบบนิเวศทางธุรกิจ</li> <li><strong>ด้านการตลาด</strong> เช่น กลยุทธ์การตลาดทั้งในส่วนของ B2B และ B2C การตลาดออนไลน์ พฤติกรรมผู้บริโภค การสื่อสารทางการตลาด กลยุทธ์ตราสินค้า การตลาดเพื่อสังคม การตลาดบริการ และการตลาดกีฬา</li> <li><strong>ด้านการบัญชี</strong> เช่น บัญชีการเงิน บัญชีบริหาร การสอบบัญชี การควบคุมภายใน สารสนเทศทางการบัญชี การเปิดเผยข้อมูลของกิจการ (Firm Disclosure) และบัญชีภาษีอากร</li> <li><strong>และสาขาอื่น ๆ ที่มีความเกี่ยวข้องหรือมีการบูรณาการกับศาสตร์ทางด้านบริหารธุรกิจ</strong></li> </ul> <p> </p> </td> </tr> <tr> <td colspan="3"><strong>กำหนดออก</strong></td> </tr> <tr> <td colspan="3"> วารสารเกษตรศาสตร์ธุรกิจประยุกต์ (Kasetsart Applied Business Journal: KAB Journal) เป็นวารสารราย 6 เดือน (1 ปี มี 2 ฉบับ) กำหนดออก<br /> <p><strong>- ฉบับที่หนึ่ง</strong> เดือนมกราคมถึงเดือนมิถุนายน<br /><strong>- ฉบับที่สอง</strong> เดือนกรกฎาคมถึงเดือนธันวาคมของทุกปี</p> </td> </tr> </tbody> </table> <p><br /><br /></p>https://so04.tci-thaijo.org/index.php/KAB/article/view/275382คุณภาพการบริการอิเล็กทรอนิกส์ ที่ส่งผลต่อการบอกต่อแบบปากต่อปาก ในบริบทของมหาวิทยาลัยไทย2025-02-25T23:26:15+07:00พิชญา ตันติอำไพวงศ์pichaya@mut.ac.thประสพชัย พสุนนท์pasunon_p@su.ac.th<p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ โมเดลสมการโครงสร้างของมิติคุณภาพการบริการอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีอิทธิพลต่อการบอกต่อแบบปากต่อปากในบริบทมหาวิทยาลัยไทย ตามแนวทางของ Zeqiri et al. (2023) ศึกษากับนักศึกษามหาวิทยาลัยในประเทศไทย จำนวน 228 ตัวอย่าง ด้วยแบบสอบถามกับกลุ่มตัวอย่าง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้างผลการวิจัยพบว่า โมเดลที่ปรับปรุงขั้นสุดท้ายมีความสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยมีค่าดัชนีตรวจสอบความกลมกลืน ได้แก่ χ2 = 135.579, df = 124, χ2/𝑑𝑓 = 1.093, p-value = 0.225, GFI = 0.947, AGFI = 0.902, CFI = 0.997, NFI = 0.966, TLI = 0.995, RMR = 0.012 และ RMSEA = 0.020 กล่าวคือ การรักษาความลับ และประสิทธิภาพของเว็บไซต์เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการรับรู้คุณภาพบริการอิเล็กทรอนิกส์ของนักศึกษามหาวิทยาลัยในประเทศไทย นักศึกษาที่พึงพอใจกับคุณภาพของบริการอิเล็กทรอนิกส์ มีแนวโน้มที่จะแนะนำมหาวิทยาลัยให้กับผู้อื่นผ่านการบอกต่อแบบปากต่อปาก โดยได้รับอิทธิพลจากประสิทธิภาพของเว็บไซต์มากที่สุด รองมาคือ คุณภาพการบริการอิเล็กทรอนิกส์ การรักษาความลับของเว็บไซต์ และคุณภาพของข้อมูล ผลการวิจัยนี้สามารถนำประโยชน์จากงานวิจัยข้อเสนอแนะการวิจัยในอนาคตเป็นแนวทางในการปรับปรุง พัฒนาคุณภาพการบริการอิเล็กทร อนิกส์ของมหาวิทยาลัยเพื่อประโยชน์การบอกต่อแบบปากต่อปากส่งผลในแง่ดีต่อมหาวิทยาลัย</p>2026-06-15T00:00:00+07:00ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารเกษตรศาสตร์ธุรกิจประยุกต์https://so04.tci-thaijo.org/index.php/KAB/article/view/276101ผลกระทบคุณลักษณะกิจการที่ส่งผลต่อความสมัครใจในการเข้ารับการประเมินข้อมูลด้านความยั่งยืน: หลักฐานเชิงประจักษ์ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย2025-05-05T21:23:46+07:00รสจรินทร์ กุลศรีสอนrotcharin.k@acc.msu.ac.thอลิศรา สระโมฬีpalisara@wu.ac.thไตรรงค์ สวัสดิกุลtrairong.sw@wu.ac.thเลอศักดิ์ โพธิ์ทองlersak.p@acc.msu.ac.th<p>การดำเนินการและการเปิดเผยข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (Environmental, Social, and Governance: ESG) นั้นเป็นประเด็นสำคัญที่สะท้อนความยั่งยืนของกิจการในยุคปัจจุบันและเป็นข้อมูลที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจเชิงเศรษฐกิจของผู้ใช้ข้อมูลในรายงานทางการเงิน จากความสำคัญของข้อมูลดังกล่าวงานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคุณลักษณะของกิจการที่ส่งผลต่อความสมัครใจในการเข้ารับการประเมินเพื่อเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวผ่านข้อมูลทุติยภูมิจาก S&P Global Ratings ESG Evaluation ในระหว่างปี 2556–2564 โดยใช้เทคนิคการวิเคราะห์การถดถอยโลจิสติก เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับหน่วยงานกำกับดูแลประกอบการพิจารณาบังคับใช้ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว จากผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่ากิจการขนาดใหญ่และกิจการที่มีผลประกอบการดีนั้นมีความเป็นไปได้ที่จะเปิดเผยข้อมูลด้าน ESG มากกว่ากิจการขนาดเล็ก และกิจการที่มีผลประกอบการต่ำ นอกจากนี้ผลการวิจัยยังชี้ให้เห็นว่าความเสี่ยงทางการเงินและการกระจุกตัวของผู้ถือหุ้นนั้นส่งผลเชิงลบต่อความเป็นไปได้ในการเปิดเผยข้อมูลด้าน ESG</p>2026-06-15T00:00:00+07:00ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารเกษตรศาสตร์ธุรกิจประยุกต์https://so04.tci-thaijo.org/index.php/KAB/article/view/276134The Influence of Creative Leadership, Work Engagement, and Organizational Loyalty on the Effectiveness of Sustainable Performance at Thailand Post Co., Ltd.2025-02-25T22:58:25+07:00Phakrada Kerdprathumphakrada.ke@northbkk.ac.th<p>This study aims to explore the causal relationships among creative leadership, work engagement, and organizational loyalty toward the effectiveness of sustainable performance at Thailand Post Co., Ltd. following its privatization. A quantitative approach was adopted, with a sample of 700 operational employees from the Bangkok Metropolitan Postal Office and 14 regional offices. Data were collected using a questionnaire, and the statistical methods applied included: (1) descriptive statistics, such as mean and standard deviation, and (2) structural equation modeling (SEM). The conclusions from the quantitative analysis served as the basis for in-depth interviews with 10 senior executives of Thailand Post Co., Ltd.<br />The study synthesized relevant theories to develop a conceptual framework, focusing on creative leadership, which consists of imagination, vision, flexibility, and intelligence. The work engagement model includes dimensions such as feeling valued, perceiving organizational capability, recognizing roles and dedication, and integrating work into life. The organizational loyalty model comprises confidence in and acceptance of the organization’s goals and values, the desire to maintain membership, a sense of ownership, pride in being a member, and the communication of the organization’s reputation. The effectiveness of sustainable performance at Thailand Post Co., Ltd. model focuses on four aspects of sustainability: economic, social, corporate governance, and environmental dimensions. The quantitative results reveal that the correlation coefficients between creative leadership, work engagement, organizational loyalty, and effectiveness of sustainable performance range from 0.490 to 0.799, with statistical significance at the 0.01 level. The fit of the causal relationship model with the empirical data confirms alignment and consistency with the findings from in-depth interviews with senior executives. Additionally, the interviews reveal further insights, indicating that organizational values and culture significantly influence creative leadership, work engagement, and organizational loyalty at Thailand Post Co., Ltd.</p>2026-06-15T00:00:00+07:00ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารเกษตรศาสตร์ธุรกิจประยุกต์https://so04.tci-thaijo.org/index.php/KAB/article/view/276509ปัจจัยดึงดูดชาวต่างชาติศักยภาพสูงเข้ามาอยู่อาศัยในประเทศไทย2025-05-02T10:32:18+07:00รมิดา พัชราวนิชpachara@tbs.tu.ac.th<p>การสำรวจปัจจัยดึงดูดชาวต่างชาติศักยภาพสูงมาอยู่อาศัยในประเทศไทย เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพโดยใช้ การสัมภาษณ์เชิงลึกกับกลุ่มตัวอย่างชาวต่างชาติศักยภาพสูงที่อยู่อาศัยในประเทศไทย ทั้งกลุ่มวัยเกษียณอายุและกลุ่มวัยทำงาน ที่มีอายุระหว่าง 25–65 ปี ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของชาวต่างชาติศักยภาพสูงนั้น ประกอบด้วย 6 ปัจจัยหลัก และ 20 ปัจจัยย่อย โดยปัจจัยสำคัญที่ชาวต่างชาติศักยภาพสูงทั้งกลุ่มวัยเกษียณและวัยทำงานให้ความคิดเห็นที่สอดคล้องกันคือค่าครองชีพเหมาะสมกับคุณภาพชีวิตที่สูงขึ้น วัฒนธรรมความเป็นมิตรและเอื้อเฟื้อ และ การบริการด้านสุขภาพเข้าถึงง่ายมีมาตรฐานระดับโลก ปัจจัยที่ 2 กลุ่มให้ความสำคัญแตกต่างกันคือ กลุ่มวัยทำงานให้ความสำคัญกับโอกาสในการทำงานและการมีทางเลือกในการใช้ชีวิตหลากหลายตรงตามไลฟ์สไตล์ที่ต้องการมากกว่า ในขณะที่กลุ่มวัยเกษียณอายุให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมที่สงบสุข ภูมิอากาศที่ไม่แปรปรวนร้อนจัดหรือหนาวจัด โดยสรุปชาวต่างชาติศักยภาพสูงไม่ได้เลือกที่มาอยู่อาศัยในเมืองไทยเนื่องจาก ค่าครองชีพต่ำ แต่พวกเขาให้ความสำคัญกับความหลากหลายของทางเลือกในการใช้ชีวิตที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ที่ต้องการและคุณภาพชีวิตที่สูงขึ้นจากเงินที่จ่ายไป การค้นพบใหม่นี้เน้นย้ำว่าเราสามารถเพิ่มปัจจัยดึงดูดกลุ่มคนเหล่านี้ด้วยการพัฒนาคุณภาพชีวิต อย่างไรก็ตามชาวต่างชาติศักยภาพสูงระบุว่าอุปสรรคของกฎหมายประเด็นของความโปร่งใสชัดเจนของกฎหมาย เสถียรภาพรัฐบาลและความต่อเนื่องของนโยบายต้องปรับปรุง การศึกษานี้มีส่วนช่วยให้เข้าใจถึงปัจจัยและอุปสรรคในการดึงดูดชาวต่างชาติศักภาพสูงเข้ามาอยู่อาศัยในประเทศไทย ซึ่งยังไม่มีงานวิจัยในอดีตที่สำรวจแนวคิดของชาวต่างชาติศักยภาพสูงกลุ่มนี้ ข้อค้นพบจากการศึกษานี้จะเป็นประโยชน์ในอนาคตต่อนักวิจัยที่พัฒนาการศึกษาเชิงลึกถึงผลการะทบด้านกฎหมายต่อความต้องการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยของชาวต่างชาติในประเทศไทย รวมถึงผลกระทบการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยของชาวต่างชาติต่อคนไทย ในการพัฒนาและปรับปรุงการบริหารจัดการเพื่อรองรับความต้องการที่แตกต่างกันของชาวต่างชาติได้อย่างเหมาะสมเพื่อสร้างการเติบโตของประเทศอย่างยั่งยืน</p>2026-06-15T00:00:00+07:00ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารเกษตรศาสตร์ธุรกิจประยุกต์https://so04.tci-thaijo.org/index.php/KAB/article/view/277407ความตั้งใจในการซื้อซ้ำ: อิทธิพลของความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร และการทดสอบตัวแปรส่งผ่านภาพลักษณ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและทัศนคติลูกค้า2025-05-28T15:00:13+07:00สุภัทรา สังข์ทองsuphattra.s@pkru.ac.thภริษา แหลมหลักสกุลbharisa.l@pkru.ac.thนิมิต ซุ้นสั้นnimit.s@pkru.ac.thวรพจน์ ตรีสุขworrapot.t@pkru.ac.th<p>การศึกษาครั้งนี้เพื่อทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร ภาพลักษณ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทัศนคติลูกค้า และความตั้งใจในการซื้อซ้ำของลูกค้าที่ใช้บริการสายการบินแบบเต็มรูปแบบ โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงปริมาณที่เก็บรวบรวมข้อมูลผ่านแบบสอบถามจากนักท่องเที่ยวชาวไทย จำนวน 408 คน และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเทคนิคการวิเคราะห์สมการโครงสร้างกำลังสองน้อยที่สุดบางส่วน ผลการศึกษาพบว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรมีอิทธิพลเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญต่อภาพลักษณ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่ไม่ส่งผลโดยตรงต่อทัศนคติของลูกค้า ในขณะที่ภาพลักษณ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลเชิงบวกต่อทัศนคติของลูกค้า และทัศนคติของลูกค้ามีอิทธิพลเชิงบวกต่อความตั้งใจในการซื้อซ้ำ การศึกษาครั้งนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการดำเนินงานที่ยั่งยืนในการสร้างความภักดีของลูกค้าและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในอุตสาหกรรมสายการบิน ข้อเสนอแนะของการศึกษาคือ สายการบินควรให้ความสำคัญกับการสร้างภาพลักษณ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เนื่องจากภาพลักษณ์ดังกล่าวมีผลต่อทัศนคติและความตั้งใจซื้อซ้ำของลูกค้า โดยสามารถดำเนินการผ่านกลยุทธ์การโฆษณา และการรณรงค์ทางการตลาดเพื่อสร้างการซื้อซ้ำของลูกค้าในระยะยาว</p>2026-06-15T00:00:00+07:00ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารเกษตรศาสตร์ธุรกิจประยุกต์https://so04.tci-thaijo.org/index.php/KAB/article/view/278321The Impact of Work Motivation on Work Performance: Evidence from a Traditional Chinese Medicine Hospital in Northeast China2025-06-08T03:13:16+07:00Suting Zhu13016151@qq.comTrairong Swatdikuntrairong.sw@wu.ac.thJiajia Dong474376140@qq.comXiaoque Chenvivien_xiaoque_chen@hotmail.com<p>This study investigates the relationship between work motivation and work performance among employees in a Traditional Chinese Medicine (TCM) hospital in Northeast China. Using Herzberg’s Two-Factor Theory as its theoretical framework, the research examines how intrinsic and extrinsic motivation affect task and contextual performance. A cross-sectional quantitative study was conducted with a stratified random sample of 328 employees, and data were analyzed using correlation and multiple regression analysis. The findings indicate that both intrinsic and extrinsic motivation significantly influence work performance, with intrinsic motivation exerting a stronger effect on both task and contextual performance. This study provides insights into human resource management practices in healthcare organizations, particularly within the unique cultural and professional environment of TCM hospitals. In addition, this study provides theoretical evidence and practical guidance to optimize employee performance in the healthcare industry.</p>2026-06-15T00:00:00+07:00ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารเกษตรศาสตร์ธุรกิจประยุกต์