วารสารเกษตรศาสตร์ธุรกิจประยุกต์ https://so04.tci-thaijo.org/index.php/KAB <table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="center"> <tbody> <tr> <td width="500" height="263"><img src="http://journal.bus.ku.ac.th/images/banners/b3Co.jpg" alt="b3Co" width="500" height="263" /></td> <td> </td> <td> <p> “วารสารเกษตรศาสตร์ธุรกิจประยุกต์ (Kasetsart Applied Business Journal: KAB Journal)” เรามุ่งเน้นเนื้อหาสาระที่เกี่ยวข้องกับสาขาบริหารธุรกิจ โดยมีขอบเขตและเป้าหมายในการตีพิมพ์บทความทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ทั้งบทความวิจัยและบทความวิชาการ ซึ่งครอบคลุมเนื้อหาด้านการเงิน การจัดการ การจัดการการผลิต การตลาด การบัญชี และสาขาอื่นๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับการบริหารธุรกิจ และยังเป็นแหล่งเผยแพร่ผลงานวิชาการอย่างเป็นรูปธรรม </p> <span lang="TH"><br /></span></td> </tr> <tr> <td colspan="3"> <p> ในสาขาบริหารธุรกิจทั่วประเทศ ได้มีแหล่งนำเสนอบทความและผลงานวิชาการ วิทยานิพนธ์ให้เผยแพร่สู่ชุมชนวิชาการอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้จัดทำฉบับพิมพ์มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 ได้เริ่มเผยแพร่ฉบับพิมพ์ตั้งแต่ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 (มกราคม-มิถุนายน 2550) </p> <p> และในปี พ.ศ. 2560 คณะทำงานฯ ได้เริ่มดำเนินการปรับปรุงวารสารเกษตรศาสตร์ธุรกิจประยุกต์ (Kasetsart Applied Business Journal: KAB Journal) ให้เป็นวารสารฉบับอิเล็กทรอนิกส์ ISSN: 1906-0254 (Print) และ ISSN: 2539-6250 (Online) ซึ่งจะเริ่มในปีที่ 11 ฉบับที่ 14 เดือนมิถุนายน 2560 ควบคู่ไปกับวารสารฉบับพิมพ์ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ที่ต้องการเข้าถึงบทความในรูปแบบต่างๆ ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว</p> <p> โดยในปัจจุบันทางวารสารเกษตรศาสตร์ธุรกิจประยุกต์ (Kasetsart Applied Business Journal: KAB Journal) ได้ดำเนินการยกเลิกวารสารฉบับรูปเล่ม เหลือเพียงวารสารฉบับอิเล็กทรอนิกส์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น และดำเนินการเปลี่ยนเลขใหม่ <strong>ISSN: 2985-2277 (Online) ซึ่งจะเริ่มใช้เลข ISSN ดังกล่าวนี้ ในปีที่ 17 ฉบับที่ 27 เดือนกรกฎาคม - ธันวาคม 2566 เป็นต้นไป</strong></p> <p> กองบรรณาธิการหวังเป็นอย่างยิ่งว่า บทความต่างๆที่ปรากฏในวารสารจะส่งผลประโยชน์ทางวิชาการแก่ท่านตามสมควร และหากท่านมีความประสงค์จะติชมหรือให้คำแนะนำ กองบรรณาธิการยินดีรับฟังท่านด้วยความเต็มใจ โดยท่านสามารถส่งข้อเสนอแนะมาที่ E-mail: <a href="mailto:kabjournal@ku.ac.th">kabjournal@ku.ac.th</a> หรือที่ <a href="https://so04.tci-thaijo.org/index.php/KAB/about/contact">https://so04.tci-thaijo.org/index.php/KAB</a> เพื่อที่กองบรรณาธิการจะได้รับและนำไปปรับปรุงต่อไป </p> <p>กองบรรณาธิการ</p> <p> </p> </td> </tr> <tr> <td colspan="3"><strong>หลักการและเหตุผล</strong></td> </tr> <tr> <td colspan="3"> <p> ด้วยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) กำหนดหลักเกณฑ์ว่าบัณฑิตที่ศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอก จะต้องมีการเผยแพร่วิทยานิพนธ์ในวารสารทางวิชาการที่มีคณะกรรมการภายนอกมาร่วมกลั่นกรอง (Peer Review) ก่อนการตีพิมพ์ทั้งนี้เพื่อประกันคุณภาพของผลงานก่อนการเผยแพร่ในระดับชาติ และนานาชาติประกอบกับนโยบายดังกล่าวได้สอดคล้องกับนโยบายของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่มุ่งเน้นการเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยตลอดจนเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการประเมินคุณภาพด้านการเผยแพร่ผลงาน วิชาการภายใต้เกณฑ์มาตรฐานของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) โดยที่มีดัชนีชี้วัดที่ระบุถึงจำนวนวิทยานิพนธ์ ผลงาน งานวิจัยที่พิมพ์เผยแพร่ในระดับชาติและนานาชาติ รวมทั้งการชี้นำสังคมในแนวทางที่ถูกต้องผ่านการแสดงความคิดเห็นทางวิชาการ</p> <p> </p> </td> </tr> <tr> <td colspan="3"><strong>วัตถุประสงค์ของโครงการ</strong></td> </tr> <tr> <td colspan="3"> <p> 1. เพื่อสนองนโยบายของคณะบริหารธุรกิจ ในการนำเสนอผลงานทางวิชาการของคณาจารย์ นิสิตปริญญาโท นิสิตปริญญาเอก และบุคคลที่สนใจได้เผยแพร่ผลงานอันจะนำไปสู่งานบริการทางวิชาการระดับนานา ชาติ</p> <p> 2. เพื่อเป็นแหล่งเผยแพร่บทความ ผลงานวิจัย วิทยานิพนธ์</p> <p> 3. เพื่อเป็นแหล่งค้นคว้าให้กับนิสิต นักศึกษา และผู้ที่สนใจได้ศึกษาหาความรู้จากบทความ ผลงานวิจัย และบทวิจารณ์หนังสือ</p> <p> </p> </td> </tr> <tr> <td colspan="3"><strong>ขอบเขตและเป้าหมาย</strong></td> </tr> <tr> <td colspan="3"> <p> วารสารเกษตรศาสตร์ธุรกิจประยุกต์เป็นวารสารที่มีกระบวนการพิจารณากลั่นกรองและประเมินคุณภาพจากผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบบทความ (Peer Reviewer) จากหลากหลายสถาบัน ในสาขาที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย 3 ท่าน โดยวิธีการประเมินเป็นแบบปกปิดรายชื่อทั้งสองฝ่าย (Double-Blind Peer Review) ตามสาขาที่เกี่ยวข้อง โดยมีขอบเขตและเป้าหมายในการตีพิมพ์บทความทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ทั้งบทความวิจัย (Research Article) บทความวิชาการ (Academic Article) ซึ่งครอบคลุมเนื้อหา ได้แก่</p> <ul> <li><strong>ด้านการเงิน</strong> เช่น การเงินธุรกิจ การลงทุน ตลาดการเงิน อุตสาหกรรมบริการทางการเงิน ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน นวัตกรรมทางการเงิน การบริหารความเสี่ยง และประสิทธิภาพของนโยบายทางการเงิน</li> <li><strong>ด้านการจัดการ </strong>เช่น​ การจัดการทรัพยากรมนุษย์​ การบริหารองค์การ​ การพัฒนาธุรกิจ​ การจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ​ การจัดการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม​ ​ และการวิเคราะห์ข้อมูล​</li> <li><strong>ด้านการจัดการเทคโนโลยีและการปฏิบัติการ</strong> เช่น กลยุทธ์การปฏิบัติการ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ การจัดการด้านโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทาน การบริหารคุณภาพ การบริหารโครงการ การบริหารเทคโนโลยีและนวัตกรรม การคาดการณ์และนโยบายด้านเทคโนโลยี การประยุกต์เทคโนโลยี ผลกระทบของเทคโนโลยีต่อองค์กร แพลตฟอร์ม และระบบนิเวศทางธุรกิจ</li> <li><strong>ด้านการตลาด</strong> เช่น กลยุทธ์การตลาดทั้งในส่วนของ B2B และ B2C การตลาดออนไลน์ พฤติกรรมผู้บริโภค การสื่อสารทางการตลาด กลยุทธ์ตราสินค้า การตลาดเพื่อสังคม การตลาดบริการ และการตลาดกีฬา</li> <li><strong>ด้านการบัญชี</strong> เช่น บัญชีการเงิน บัญชีบริหาร การสอบบัญชี การควบคุมภายใน สารสนเทศทางการบัญชี การเปิดเผยข้อมูลของกิจการ (Firm Disclosure) และบัญชีภาษีอากร</li> <li><strong>และสาขาอื่น ๆ ที่มีความเกี่ยวข้องหรือมีการบูรณาการกับศาสตร์ทางด้านบริหารธุรกิจ</strong></li> </ul> <p> </p> </td> </tr> <tr> <td colspan="3"><strong>กำหนดออก</strong></td> </tr> <tr> <td colspan="3"> วารสารเกษตรศาสตร์ธุรกิจประยุกต์ (Kasetsart Applied Business Journal: KAB Journal) เป็นวารสารราย 6 เดือน (1 ปี มี 2 ฉบับ) กำหนดออก<br /> <p><strong>- ฉบับที่หนึ่ง</strong> เดือนมกราคมถึงเดือนมิถุนายน<br /><strong>- ฉบับที่สอง</strong> เดือนกรกฎาคมถึงเดือนธันวาคมของทุกปี</p> </td> </tr> </tbody> </table> <p><br /><br /></p> th-TH <p><em><span style="font-weight: 400;">Journal of TCI is licensed under a Creative Commons </span></em><a href="https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0/"><em><span style="font-weight: 400;">Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0)</span></em></a><em><span style="font-weight: 400;"> licence, unless otherwise stated. Please read our Policies page for more information...</span></em></p> kabjournal@ku.ac.th ( Assoc. Prof. Dr. Polwat Lerskullawat) thanyalak.pen@ku.th (Miss Thanyalak Pengpinit) Mon, 03 Aug 2026 18:49:36 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 การประยุกต์การนำเสนอข้อมูลเชิงภาพเพื่อวิเคราะห์การเลือกใช้นโยบายการบัญชี เรื่อง อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน: กรณีศึกษาบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย https://so04.tci-thaijo.org/index.php/KAB/article/view/280626 <p>งานวิจัยนี้เป็นการริเริ่มการประยุกต์เทคโนโลยีการนำเสนอข้อมูลเชิงภาพด้วยโปรแกรม Microsoft Power BI เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้บริหารในการเลือกวิธีวัดมูลค่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 40 เรื่อง อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน โดยวิเคราะห์ข้อมูลจากบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยระหว่างปี พ.ศ. 2555–2564 ที่มีรายการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ภายใต้กรอบแนวคิด Positive Accounting Theory (PAT)</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า วิธีราคาทุนเป็นแนวทางหลักที่บริษัทส่วนใหญ่เลือกใช้ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามมีแนวโน้มการใช้วิธีมูลค่ายุติธรรมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหลังปี พ.ศ. 2563 (ภายหลังวิกฤตโควิด‑19) และในบริษัทที่พึ่งพาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนเป็นหลักในการดำเนินงาน รวมทั้งยังพบด้วยว่า ประเภทอุตสาหกรรมมีผลต่อการเลือกวิธีวัดมูลค่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ในส่วนของสมมติฐานข้อตกลงในสัญญากู้ยืมและเรื่องต้นทุนทางการเมืองการศึกษาครั้งนี้พบว่า มีผลสอดคล้องกับการเลือกวิธีบัญชีตามแนวคิด Positive Accounting Theory แต่ไม่พบว่า บริษัทที่มีผลกำไรสูงจะเลือกวิธีมูลค่ายุติธรรมเพื่อเพิ่มกำไรให้กับบริษัทตามสมมติฐานการให้ผลตอบแทน จากผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าการนำเสนอข้อมูลเชิงภาพไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือที่ใช้ในการสื่อสารผลลัพธ์ แต่ยังทำหน้าที่เป็นเครื่องมือที่ช่วยเติมเต็มการวิเคราะห์และค้นพบข้อสังเกต แนวโน้ม และพฤติกรรมที่ฝังลึกในข้อมูลจริง ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าการนำเสนอด้วยภาพยังช่วยเพิ่มความเข้าใจมากขึ้นถึงพฤติกรรมของผู้บริหารในการเลือกใช้นโยบายการบัญชีของบริษัทจดทะเบียนไทยในสภาพแวดล้อมยุคดิจิทัล</p> จารุภา วิภูภิญโญ, ฉัตรมงคล วงศ์รัฐนันท์, ลัพธ์พร สวราชย์, วชิรวิทย์ ภูวนาพร ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารเกษตรศาสตร์ธุรกิจประยุกต์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/KAB/article/view/280626 Mon, 03 Aug 2026 00:00:00 +0700 Factors Affecting Technical Efficiencyon Micro, Small, and Medium Enterprises in Lao PDR https://so04.tci-thaijo.org/index.php/KAB/article/view/276517 <p>The study of factors affecting the technical efficiency of Micro, Small, and Medium Enterprises (MSMEs) in Lao PDR aimed to analyze the technical efficiency and the factors influencing it, using data from 349 MSMEs. The analysis using Data Envelopment Analysis (DEA) revealed that 82.52% of MSMEs had the lowest level of technical efficiency, ranging from 0.0000 to 0.2000 (or 0.00% to 20.00%). This surprisingly low efficiency indicates a significant potential for improvement. The analysis of factors influencing technical efficiency revealed that capital, business owner’s education level, and the use of mobiles for management all significantly affected the technical efficiency of MSMEs. Addressing these key issues could enable MSMEs in Lao PDR to increase their technical efficiency, leading to better performance and competitiveness in the market.</p> Piya Wongpit, Souksavanh Mudthoulad, Dalaphet Vongsalavanh, Sorphasith Xaisongkham ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารเกษตรศาสตร์ธุรกิจประยุกต์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/KAB/article/view/276517 Mon, 03 Aug 2026 00:00:00 +0700 Impact of Affiliate and Influencer Marketing on Brand Awareness, Sales, and Consumer Engagement: Evidence from ASEAN Markets https://so04.tci-thaijo.org/index.php/KAB/article/view/276727 <p>This study explores the strategic applications of influencer and affiliate marketing in Indochina, focusing on Thailand, Vietnam, and Lao PDR. Drawing from theoretical frameworks such as symbolic capital, the Theory of Planned Behavior (TPB), and performance‑based marketing, the research examines how consumer trust, engagement, and brand perception are shaped across distinct regulatory and cultural contexts. The study compares the effectiveness of macro‑and micro‑influencers, highlighting how localized strategies impact consumer behavior and marketing performance. Case studies illustrate that while Thailand leverages micro‑influencers for lifestyle branding, Vietnam combines macro‑influencer reach with structured affiliate models, and Laos remains in the early stages of influencer marketing adoption. The findings contribute to both academic understanding and practical strategy by revealing how regional factors influence digital marketing outcomes. The study underscores the importance of cultural alignment, regulatory awareness, and contextual adaptability in designing influencer campaigns within emerging Southeast Asian markets.</p> Ronnaphop Nopsuwan, Cholticha Rodgunphai ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารเกษตรศาสตร์ธุรกิจประยุกต์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/KAB/article/view/276727 Mon, 03 Aug 2026 00:00:00 +0700 อิทธิพลของคุณภาพการสอบบัญชีต่อราคาหุ้น: กรณีศึกษาบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (MAI) https://so04.tci-thaijo.org/index.php/KAB/article/view/279646 <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลของคุณภาพการสอบบัญชีต่อราคาหุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (MAI) ระหว่างปี พ.ศ. 2564–2566 โดยมีรวมกลุ่มตัวอย่างรวมทั้งสิ้น 415 ตัวอย่าง ผลการศึกษาพบว่า คุณภาพงานสอบบัญชีของบริษัทจดทะเบียนในกลุ่ม SET100 และ MAI มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนั้นสำหรับกลุ่มของบริษัทจดทะเบียนในกลุ่ม SET100 พบว่า ขนาดของสำนักงานและค่าธรรมเนียมการสอบบัญชีไม่ส่งผลต่อราคาหุ้น ในขณะที่จำนวนเรื่องและจำนวนคำของเรื่องสำคัญในการตรวจสอบมีอิทธิพลต่อราคาหุ้นอย่างมีนัยสำคัญ ในทางตรงกันข้าม ผลการศึกษาสำหรับกลุ่มบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ MAI กลับพบว่าขนาดสำนักงานและค่าธรรมเนียมการสอบบัญชีมีอิทธิพลเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญต่อราคาหุ้น ผลการศึกษาสะท้อนถึงความสำคัญของบทบาทผู้สอบบัญชีในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและผู้ถือหุ้น อันสามารถอธิบายได้ผ่านทฤษฎีตัวแทน (Agency Theory) การตรวจสอบบัญชีที่มีคุณภาพนั้นสามารถลดความไม่สมดุลของข้อมูลระหว่างผู้บริหารและนักลงทุน ลดทอนความเสี่ยงจากพฤติกรรมฉวยโอกาสของผู้บริหาร และสร้างความเชื่อมั่นในข้อมูลทางการเงินได้</p> ภัสสร โชติไพบูลย์พันธุ์, มนธิชา อินทร์ทอง, สุพรรษา สงณรินทร์, อนงค์นาฏ เปียฉิม, รจนา ขุนแก้ว ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารเกษตรศาสตร์ธุรกิจประยุกต์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/KAB/article/view/279646 Mon, 03 Aug 2026 00:00:00 +0700 การศึกษาเปรียบเทียบอิทธิพลการตลาดดิจิทัล 4Es และกลยุทธ์ตราสินค้าที่ส่งอิทธิพลต่อความตั้งใจซื้อรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ยามาฮ่า และเวสป้า (กรณีศึกษาตลาดออนไลน์ประเทศไทยในกลุ่มรถไม่เกิน 300 cc.) https://so04.tci-thaijo.org/index.php/KAB/article/view/276280 <p>งานวิจัยชุดนี้ทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบปัจจัยแห่งความสำเร็จอันนำไปสู่การซื้อในยุคดิจิทัลของรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ยามาฮ่า และเวสป้า โดยตัวแปรต้นที่ใช้ในการทดสอบ ได้แก่ ส่วนประสมทางการตลาดดิจิทัล 4Es ประกอบด้วย ประสบการณ์ การแลกเปลี่ยนคุณค่า ตอบสนองทุกที่ และการเผยแพร่ ร่วมกับปัจจัยด้านกลยุทธ์ตราสินค้า ได้แก่ ความโดดเด่นของตราสินค้าและความมีเสน่ห์ของตราสินค้า ส่งผ่านอิทธิพลไปสู่ความตั้งใจซื้อซึ่งเป็นตัวแปรตามผ่านทัศนคติต่อตราสินค้า กลุ่มตัวอย่างคือลูกค้าที่ใช้ข้อมูลออนไลน์ช่วยในการตัดสินใจของทั้ง 3 ตราสินค้า ใช้แบบสอบถามทดสอบและวิเคราะห์ผลโดยใช้สมการโครงสร้าง นำผลการวิเคราะห์ที่ได้แสดงเชิงเปรียบเทียบ ผลการศึกษาพบอิทธิพลของตัวแปรอิสระทั้งมิติที่เหมือนและแตกต่างกัน อันได้แก่ ตราสินค้าฮอนด้าพบอิทธิพลของการแลกเปลี่ยนคุณค่า ตอบสนองทุกที่ การเผยแพร่ และความมีเสน่ห์ของตราสินค้า ตราสินค้ายามาฮ่าพบอิทธิพลของ ประสบการณ์ ความโดดเด่นของตราสินค้า และความมีเสน่ห์ของตราสินค้า และตราสินค้าเวสป้าพบอิทธิพลของประสบการณ์ การแลกเปลี่ยนคุณค่า ตอบสนองทุกที่ การเผยแพร่ ความโดดเด่นของตราสินค้าและความมีเสน่ห์ของตราสินค้า งานวิจัยได้แสดงผลการวิเคราะห์ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ของแต่ละตราสินค้าในสภาพตลาดจริงของประเทศไทย และสามารถนำไปใช้พัฒนาและปรับปรุงกลยุทธ์ทางการตลาดของตราสินค้าอื่นได้ต่อไปในอนาคต </p> วัชรพงษ์ ตันฑ์พรชัย, นิเวศน์ ธรรมะ, ประไพทิพย์ ลือพงษ์, วันเพ็ญ อนิวรรตนพงศ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารเกษตรศาสตร์ธุรกิจประยุกต์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/KAB/article/view/276280 Mon, 03 Aug 2026 00:00:00 +0700 บทบาทของภาพลักษณ์แบรนด์สีเขียวที่มีต่อความภักดีต่อแบรนด์ร้านกาแฟที่มุ่งเน้นแนวปฏิบัติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยแบบจำลองความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และพฤติกรรม https://so04.tci-thaijo.org/index.php/KAB/article/view/281596 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบระดับความภักดีต่อแบรนด์ร้านกาแฟของผู้บริโภคที่มุ่งเน้นแนวปฏิบัติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จำแนกตามแบรนด์ร้านกาแฟ และเพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความภักดีต่อแบรนด์ร้านกาแฟที่มุ่งเน้นแนวปฏิบัติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม สุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิ จำนวน 2,198 คน จากผู้บริโภคที่ใช้บริการร้านกาแฟในประเทศไทย เพื่อตอบแบบสอบถามและวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และการวิเคราะห์แบบจำลองสมการโครงสร้าง ผลการวิจัย พบว่า แบรนด์ร้านกาแฟมีความแตกต่างกันในทุกมิติของการสร้างแบรนด์ ตั้งแต่แนวปฏิบัติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไปจนถึงความภักดีต่อ<br />แบรนด์ของผู้บริโภค โดยที่แบรนด์ A มีประสิทธิภาพสูงสุดในทุกปัจจัย ในขณะเดียวกัน กลุ่มผู้บริโภคที่มีช่วงอายุต่างกันก็แสดงความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน โดย Gen X และ Gen BB จะมีการรับรู้เชิงบวกและระดับความผูกพันต่อแบรนด์ ความรักในแบรนด์ ความไว้วางใจในแบรนด์ และความภักดีต่อแบรนด์ที่สูงกว่ากลุ่ม Gen Z และ Gen Y และปัจจัยที่ส่งผลต่อความภักดีต่อแบรนด์ร้านกาแฟของผู้บริโภคในประเทศไทย อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ประกอบด้วย ความไว้วางใจในแบรนด์ ความรักในแบรนด์ และความผูกพันต่อแบรนด์ ประโยชน์ที่ได้รับธุรกิจร้านกาแฟสามารถใช้ข้อมูลผลการวิจัยเป็นแนวทางในการพัฒนาแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมและการสร้างประสบการณ์แบรนด์ที่ดี เพื่อสร้างความผูกพันทางอารมณ์อันจะนำไปสู่พฤติกรรมการสนับสนุนแบรนด์และความภักดีต่อแบรนด์ในระยะยาว</p> พรชัย ขันทะวงค์, ชัชชติภัช เดชจิรมณี, จุฑารัตน์ จั่นจินดา ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารเกษตรศาสตร์ธุรกิจประยุกต์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/KAB/article/view/281596 Mon, 03 Aug 2026 00:00:00 +0700