https://so04.tci-thaijo.org/index.php/SSRUJPD/issue/feed
วารสารรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
2026-02-02T17:11:51+07:00
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐณภรณ์ เอกนราจินดาวัฒน์
Touch_life@outlook.co.th
Open Journal Systems
<p data-start="208" data-end="685"><strong data-start="208" data-end="262">วารสารรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา</strong> เป็นวารสารวิชาการที่ผ่านการพิจารณาคุณภาพโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer-reviewed journal) ในสาขา <strong data-start="351" data-end="380">มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์</strong> มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัย บทความวิชาการ และบทความปริทัศน์ ที่มีคุณภาพและมีส่วนช่วยในการพัฒนาองค์ความรู้ในสาขาที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ <strong data-start="522" data-end="683">รัฐประศาสนศาสตร์ รัฐศาสตร์ บริหารการศึกษา บริหารธุรกิจ การจัดการ ศิลปศาสตร์ สังคมวิทยาและมานุษยวิทยา การเงิน การบัญชีและการธนาคาร การท่องเที่ยว และโลจิสติกส์</strong></p> <p data-start="692" data-end="1237">บทความที่ส่งเข้ารับการพิจารณาทุกบทความจะผ่านการกลั่นกรองเบื้องต้นโดยกองบรรณาธิการ เพื่อพิจารณาความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของวารสาร คุณภาพทางวิชาการ และการปฏิบัติตามนโยบายของวารสาร จากนั้นบทความจะเข้าสู่กระบวนการประเมินคุณภาพโดยผู้ทรงคุณวุฒิ <strong data-start="933" data-end="953">อย่างน้อย 2 ท่าน</strong> ภายใต้ระบบการพิจารณาแบบ <strong data-start="978" data-end="1020">ปกปิดสองทาง (Double-blind peer review)</strong> ซึ่งไม่เปิดเผยชื่อผู้เขียนและผู้ประเมิน ทั้งนี้ การตัดสินใจตีพิมพ์จะพิจารณาจากข้อเสนอแนะของผู้ประเมิน คุณภาพ ความเป็นต้นฉบับ และความสอดคล้องกับขอบเขตของวารสาร โดยยึดหลักจริยธรรมการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการตามมาตรฐานสากล</p>
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/SSRUJPD/article/view/286514
การศึกษาเชิงปรากฏการณ์วิทยาของความสัมพันธ์แบบไม่ผูกมัดในวัยผู้ใหญ่ตอนต้นในบริบทของสังคมไทย
2026-02-01T17:25:19+07:00
ณัฐพร ฟักแก้ว
kajiwarekajiw003@gmail.com
ธีระชน พลโยธา
natthaporn.aom@g.swu.ac.th
<p>การวิจัยเชิงคุณภาพครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทัศนคติ ความหมาย เงื่อนไข และผลของความสัมพันธ์แบบไม่ผูกมัด (Friends with Benefits: FWB) ในกลุ่มวัยผู้ใหญ่ตอนต้นภายใต้บริบทของสังคมไทย โดยใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกเป็นเครื่องมือหลักในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง จำนวน 15 คน ประกอบด้วยเพศชาย เพศหญิง และกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) ผลการศึกษาพบว่า (1) ด้านทัศนคติและความหมาย ผู้ให้ข้อมูลสะท้อนภาวะก้ำกึ่งระหว่างความต้องการใกล้ชิดกับการรักษาเสรีภาพส่วนบุคคล โดยทัศนคติขึ้นอยู่กับประสบการณ์ชีวิต อัตลักษณ์ทางเพศ และบริบทสังคม (2) ด้านเงื่อนไขและสาเหตุ เพศชายมักต้องการควบคุมขอบเขตความสัมพันธ์และหลีกเลี่ยงความเปราะบางทางอารมณ์ เพศหญิงเลือกความสัมพันธ์นี้จากประสบการณ์ความรักที่ล้มเหลวเพื่อรักษาระดับความผูกพัน ขณะที่กลุ่ม LGBTQ+ ใช้เป็นพื้นที่สำรวจและยืนยันอัตลักษณ์ รวมถึงหลีกเลี่ยงการตีตราจากบรรทัดฐานรักต่างเพศ (3) ด้านผลกระทบ ความสัมพันธ์แบบไม่ผูกมัดส่งผลต่อพัฒนาการทางอารมณ์ การสร้างอัตลักษณ์ และการจัดการความสัมพันธ์ ทั้งในแง่การเข้าใจตนเอง การหลีกเลี่ยงความเสียหายทางใจ และความสับสนเมื่อต้องเผชิญความผูกพันที่ไม่ได้ตั้งใจ</p>
2026-02-02T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/SSRUJPD/article/view/284180
การพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษสำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์โดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านร่วมกับเทคนิค SQ6R
2026-01-09T09:34:57+07:00
จิรภาภรณ์ จันทร์สารโสภณ
jirapaporn.261242@gmail.com
สำราญ ท้าวเงิน
jirapaporn.261242@gmail.com
ปรีชา ศรีเรืองฤทธิ์
jirapaporn.261242@gmail.com
นิคม โยกัญญา
jirapaporn.261242@gmail.com
<p>การวิจัยครั้งนี้มีจุดประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ 2) เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเทคนิค SQ6R ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 3) เพื่อเปรียบเทียบผลการทดสอบทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ ก่อนและหลังเรียน และ 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาหลังจากการทำแบบทดสอบของการพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาภาษาอังกฤษธุรกิจ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ ที่กำลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 11 คน เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบฝึกทักษะการอ่านเพื่อการพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักศึกษาหลักจากการทำแบบทดสอบแบบฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อการพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ สถิติที่ใช้ในการวิจัย คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ t-test ผลการวิจัยพบว่า 1. จากการทดสอบด้วยแบบทดสอบการพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ สำหรับ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .001 2. ประสิทธิภาพแบบทดสอบการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ สำหรับ นักศึกษาปีที่ 1 มีค่า 83.57/88.64 มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 80/80 3. ผลการทดสอบทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ ก่อนและหลังเรียน พบว่า ก่อนเรียนมี่ค่าเฉลี่ย อยู่ที่ 40.00 และหลังเรียนมีค่าเฉลี่ย อยู่ที่ 42.53 นั่นคือช่วยพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 และ 4. ความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อแบบทดสอบการพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ สำหรับ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 78.86</p>
2026-02-02T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/SSRUJPD/article/view/282500
ผลกระทบของปัจจัยอุตสาหกรรมเกษตร และปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคที่มีผลต่อดัชนีราคาหลักทรัพย์กลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และประเทศเวียดนาม ช่วงปรากฏการณ์เอลนีโญ และลานีญา
2026-02-01T17:19:13+07:00
อรษิณัฐ ศักดิ์สุรินัตน์
ornsinath.s@gmail.com
พรวรรณ นันทแพศย์
pornwan.n@ku.th
<p>การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา ผลกระทบของปัจจัยอุตสาหกรรมเกษตร และปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาค ช่วงปรากฏการณ์เอลนีโญ และลานีญา โดยแบ่งตัวแปรอิสระเป็นสองกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 ปัจจัยอุตสาหกรรมเกษตร ได้แก่ ดัชนีราคาปุ๋ย ดัชนีราคาธัญพืช และกลุ่มที่ 2 ปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค ได้แก่ ราคาน้ำมันดิบ ดัชนีราคาตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และดัชนีราคาตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศเวียดนาม โดยมีตัวแปรหุ่น คือ ปรากฏการณ์เอลนีโญ และลานีญา ซึ่งเก็บรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิโดยรวบรวมข้อมูลย้อนหลังเป็นรายเดือน ตั้งแต่เดือน ธันวาคม พ.ศ. 2552 จนถึงเดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 รวมเป็นระยะเวลา 182 เดือน โดยใช้วิธีการสร้างสมการถดถอยเชิงพหุคูณ ผลการศึกษาพบว่า 1) กรณีประเทศไทยพบว่าปัจจัยที่ส่งผลต่อดัชนีราคาหลักทรัพย์กลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรในตลาดหลักทรัพย์ได้แก่ ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ ราคาน้ำมันดิบ และปรากฎการณ์เอลนีโญ (El Niño) และ ลานีญา (La Niña) โดยมีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกัน และดัชนีราคาธัญพืชมีความสัมพันธ์ในทิศทางตรงกันข้าม 2) กรณีประเทศเวียดนามพบว่าปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาคที่ส่งผลต่อดัชนีราคาหลักทรัพย์กลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรในตลาดหลักทรัพย์ได้แก่ ดัชนีราคาคตลาดแห่งประเทศเวียดนาม โดยมีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกัน ขณะที่ดัชนีราคาธัญพืช และราคาน้ำมันดิบมีความสัมพันธ์ในทิศทางตรงกันข้าม ผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างของโครงสร้างต้นทุนและความไวต่อปัจจัยเศรษฐกิจระหว่างภาคเกษตรของประเทศไทยและเวียดนามอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ยังสะท้อนถึงความสำคัญของการติดตามปัจจัยภายนอก เช่น ราคาสินค้าโภคภัณฑ์และสภาพภูมิอากาศ ในการวิเคราะห์แนวโน้มตลาดทุนกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรในแต่ละประเทศ</p>
2026-02-02T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา