https://so04.tci-thaijo.org/index.php/SSRUJPD/issue/feed
วารสารรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
2026-05-25T00:00:00+07:00
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐณภรณ์ เอกนราจินดาวัฒน์
Touch_life@outlook.co.th
Open Journal Systems
<p data-start="208" data-end="685"><strong data-start="208" data-end="262">วารสารรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา</strong> เป็นวารสารวิชาการที่ผ่านการพิจารณาคุณภาพโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer-reviewed journal) ในสาขา <strong data-start="351" data-end="380">มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์</strong> มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัย บทความวิชาการ และบทความปริทัศน์ ที่มีคุณภาพและมีส่วนช่วยในการพัฒนาองค์ความรู้ในสาขาที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ <strong data-start="522" data-end="683">รัฐประศาสนศาสตร์ รัฐศาสตร์ บริหารการศึกษา บริหารธุรกิจ การจัดการ ศิลปศาสตร์ สังคมวิทยาและมานุษยวิทยา การเงิน การบัญชีและการธนาคาร การท่องเที่ยว และโลจิสติกส์</strong></p> <p data-start="692" data-end="1237">บทความที่ส่งเข้ารับการพิจารณาทุกบทความจะผ่านการกลั่นกรองเบื้องต้นโดยกองบรรณาธิการ เพื่อพิจารณาความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของวารสาร คุณภาพทางวิชาการ และการปฏิบัติตามนโยบายของวารสาร จากนั้นบทความจะเข้าสู่กระบวนการประเมินคุณภาพโดยผู้ทรงคุณวุฒิ <strong data-start="933" data-end="953">อย่างน้อย 2 ท่าน</strong> ภายใต้ระบบการพิจารณาแบบ <strong data-start="978" data-end="1020">ปกปิดสองทาง (Double-blind peer review)</strong> ซึ่งไม่เปิดเผยชื่อผู้เขียนและผู้ประเมิน ทั้งนี้ การตัดสินใจตีพิมพ์จะพิจารณาจากข้อเสนอแนะของผู้ประเมิน คุณภาพ ความเป็นต้นฉบับ และความสอดคล้องกับขอบเขตของวารสาร โดยยึดหลักจริยธรรมการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการตามมาตรฐานสากล</p>
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/SSRUJPD/article/view/280859
ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อเวชสำอางผ่านช่องทางออนไลน์ในยุคดิจิทัล
2026-02-15T22:36:14+07:00
สหรัฐ พุทธรักษา
saharat.puttharaksa@gmail.com
ชินโสณ์ วิสิฐนิธิกิจา
chinnaso12@gmail.com
<div><span lang="TH">การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อเวชสำอางผ่านช่องทางออนไลน์ในยุคดิจิทัล และเพื่อเปรียบเทียบการตัดสินใจซื้อเวชสำอางผ่านช่องทางออนไลน์จำแนกตามข้อมูลส่วนบุคคล กลุ่มตัวอย่างคือผู้บริโภคที่ซื้อเวชสำอางผ่านช่องทางออนไลน์ จำนวน 400 ราย ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา การทดสอบค่าที การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ ผลการวิจัยพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุ 21</span><span lang="EN-US">–</span><span lang="TH">30 ปี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ประกอบอาชีพพนักงานบริษัทเอกชน มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 25,001</span><span lang="EN-US">–</span><span lang="TH">35,000 บาท และเลือกซื้อเวชสำอางออนไลน์จากโปรโมชั่นและส่วนลดมากที่สุด ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยด้านการส่งเสริมการตลาดมีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมาคือด้านราคา ด้านผลิตภัณฑ์ และด้านช่องทางการจัดจำหน่าย ตามลำดับ ส่วนการตัดสินใจซื้อเวชสำอางผ่านช่องทางออนไลน์โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ รายได้เฉลี่ยต่อเดือน และเหตุผลในการเลือกซื้อที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 นอกจากนี้ ปัจจัยด้านการส่งเสริมการตลาด ด้านผลิตภัณฑ์ และด้านราคา มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้ออย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ขณะที่ด้านช่องทางการจัดจำหน่ายไม่มีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญ ข้อเสนอแนะจากการวิจัยคือ ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการตลาดออนไลน์ ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพ ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ กำหนดราคาที่เหมาะสม และออกแบบกลยุทธ์การตลาดให้สอดคล้องกับลักษณะของผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม</span></div>
2026-05-25T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/SSRUJPD/article/view/287340
พัฒนาการบทบาทคณะกรรมการการเลือกตั้งในการจัดการการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.)
2026-05-22T14:35:37+07:00
ณัฐวุฒิ ธารสุนทร
bmsitthiwat@gmail.com
<p style="font-weight: 400;">บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาพัฒนาการของบทบาทคณะกรรมการการเลือกตั้งในการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรภายใต้บริบททางการเมือง กฎหมาย และสังคม 2) วิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรคของคณะกรรมการการเลือกตั้งในการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ 3) เสนอแนวทางการพัฒนาบทบาทของคณะกรรมการการเลือกตั้งในการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้มีประสิทธิภาพ การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยศึกษาข้อมูลจากเอกสาร กฎหมาย รายงานการเลือกตั้ง งานวิชาการที่เกี่ยวข้อง และสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 17 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหาและตรวจสอบข้อมูลแบบสามเส้า ผลการวิจัยพบว่า บทบาทของคณะกรรมการการเลือกตั้งมีพัฒนาการจากกลไกการเลือกตั้งที่อยู่ภายใต้ฝ่ายบริหารไปสู่องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ มีอำนาจครอบคลุมการจัดการเลือกตั้ง การกำกับ ตรวจสอบ และบังคับใช้กฎหมายเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการการเลือกตั้งยังเผชิญปัญหาความเชื่อมั่นของประชาชน ความซับซ้อนของกติกาเลือกตั้ง ข้อจำกัดเชิงปฏิบัติในระดับพื้นที่ ความไม่ชัดเจนของการใช้ดุลพินิจ และความท้าทายจากข่าวลวงหรือข้อมูลบิดเบือนในสื่อออนไลน์ ผลการวิจัยเสนอว่า ควรพัฒนาระบบบริหารจัดการเลือกตั้งให้มีมาตรฐาน โปร่งใส และตรวจสอบได้ กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ดุลพินิจให้ชัดเจน ใช้เทคโนโลยีอย่างรับผิดชอบ พัฒนากลไกรับมือข่าวลวง และเปิดพื้นที่ให้ประชาชน ภาคประชาสังคม สื่อมวลชน และภาควิชาการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบและพัฒนากระบวนการเลือกตั้ง</p>
2026-05-29T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/SSRUJPD/article/view/285849
อิทธิพลของภาระทางการเงินที่ส่งผลต่อการรับรู้ความเครียดและผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของนักเรียนนายเรือ
2026-02-15T22:27:16+07:00
ธวัชชัย เทียนบุญส่ง
teenage1010@gmail.com
วีรยุทธ สุขมาก
weerayut.sukmak@gmail.com
<div><span lang="TH">การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาอิทธิพลทางตรงของภาระทางการเงินที่มีต่อการรับรู้ความเครียดและผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของนักเรียนนายเรือ และ (2) ศึกษาอิทธิพลทางอ้อมของภาระทางการเงินที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของนักเรียนนายเรือโดยผ่านการรับรู้ความเครียด กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนนายเรือชั้นปีที่ 2</span><span lang="EN-US">–</span><span lang="TH">5 ของโรงเรียนนายเรือ จำนวน 175 นาย ได้มาโดยการสุ่มแบบแบ่งชั้นตามสัดส่วน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยแบบสอบถามภาระทางการเงินและแบบวัดการรับรู้ความเครียด ส่วนผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาวัดจากคะแนนเฉลี่ยสะสม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและการวิเคราะห์เส้นทาง ผลการวิจัยพบว่า ภาระทางการเงินมีอิทธิพลทางตรงเชิงบวกต่อการรับรู้ความเครียดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ขณะที่การรับรู้ความเครียดมีอิทธิพลทางตรงเชิงลบต่อผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ อย่างไรก็ตาม ภาระทางการเงินไม่มีอิทธิพลทางตรงต่อผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนี้ ยังพบว่าภาระทางการเงินมีอิทธิพลทางอ้อมเชิงบวกต่อผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาโดยผ่านการรับรู้ความเครียดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ผลการวิจัยสะท้อนให้เห็นว่า การรับรู้ความเครียดเป็นกลไกสำคัญที่เชื่อมโยงภาระทางการเงินกับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของนักเรียนนายเรือในบริบทการศึกษาทางทหาร</span></div>
2026-06-13T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา