https://so04.tci-thaijo.org/index.php/botbundit/issue/feed นิตยสารบทบัณฑิตย์ 2025-12-30T09:05:56+07:00 ดร.สุรสิทธิ์ แสงวิโรจนพัฒน์ Surajida@icloud.com Open Journal Systems <p><strong>นิตยสารบทบัณฑิตย์</strong></p> <p><strong>ISSN :</strong> <u>0857-2992</u></p> <p><strong>กำหนดออก </strong><strong>: </strong>ออกเผยแพร่ปีละ 4 ตอน ตอน 1 ประจำเดือนมกราคม - มีนาคม ตอน 2 ประจำเดือนเมษายน - มิถุนายน ตอน 3 ประจำเดือนกรกฎาคม - กันยายน และตอน 4 ประจำเดือนตุลาคม – ธันวาคม</p> <p>นิตยสารบทบัณฑิตย์มีจุดประสงค์เพื่อเผยแพร่บทความวิชาการ บทความวิจัยและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางวิชาการในสาขานิติศาสตร์และสาขาวิชาอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นให้เกิดความรู้ทางวิชาการแก่สังคมทั่วไปและเพื่อเป็นเอกสารประกอบการศึกษาค้นคว้าและการอ้างอิง</p> <p>กองบรรณาธิการนิตยสารบทบัณฑิตย์ยินดีรับบทความวิชาการ บทความวิจัยฎีกาวิเคราะห์ ปกิณกะกฎหมาย บทวิจารณ์หนังสือและบทความปริทัศน์ ซึ่งจะมีผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) ตามสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง จำนวน 3 ท่าน พิจารณาและประเมินบทความทุกเรื่องอย่างเป็นธรรมด้วยกระบวนการที่เป็นอิสระและเชื่อถือได้ของกองบรรณาธิการ ซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายหน่วยงาน</p> <p>กองบรรณาธิการจะเก็บรักษาความลับเกี่ยวกับบทความที่อยู่ระหว่างการพิจารณาลงตีพิมพ์ในบทบัณฑิตย์ รวมทั้งกำกับให้การพิจารณาประเมินคุณภาพบทความเป็นไปตามรูปแบบที่ <strong>ผู้เขียนบทความไม่ทราบชื่อผู้ประเมินบทความ และผู้ประเมินบทความไม่ทราบชื่อผู้เขียนบทความ (Double-blinded review)</strong> และรักษามาตรฐานด้านจริยธรรมและทรัพย์สินทางปัญญาให้ปราศจากผลประโยชน์ทางธุรกิจ</p> <p><strong>ค่าธรรมเนียมการส่งบทความ : </strong>ปัจจุบันนิตยสารบทบัณฑิตย์ <strong>ไม่มีนโยบายในการเก็บเงินค่าธรรมเนียมการส่งบทความ </strong>กับผู้เขียนบทความ เพื่อตีพิมพ์ในนิตยสารบทบัณฑิตย์ โปรดระวังมีบุคคลแอบอ้างเรียกเก็บเงิน ซึ่งทางนิตยสารไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่ขอรับผิดชอบโดยประการทั้งปวง</p> https://so04.tci-thaijo.org/index.php/botbundit/article/view/285772 บก.บอกกล่าว 2025-12-30T09:05:56+07:00 ดร.สุรสิทธิ์ แสงวิโรจนพัฒน์ publication@thethaibar.or.th 2025-12-30T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 เนติบัณฑิตยสภา https://so04.tci-thaijo.org/index.php/botbundit/article/view/279341 บทบาทของปัญญาประดิษฐ์ในกระบวนการยุติธรรมทางปกครองไทยยุคดิจิทัล 2025-05-29T10:57:52+07:00 นายแพทย์บุญศักดิ์ หาญเทอดสิทธิ์ trapezius60@gmail.com <p> ปัจจุบัน แม้ว่าศาลปกครองไทยจะนำระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Admincourt) มาใช้ แต่ยังขาดระบบอัตโนมัติ (Automation) และระบบช่วยการตัดสินใจ (Decision Support System) ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของกระบวนการยุติธรรมดิจิทัล (Digital Transformation) การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) สามารถช่วยลดความผิดพลาดในการใช้ดุลพินิจ เพิ่มความโปร่งใส และลดภาระคดีขึ้นสู่ศาล นอกจากนี้ ยังช่วยลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี ทำให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้สะดวกขึ้น อย่างไรก็ตาม การนำ AI มาใช้ยังมีข้อจำกัด เช่น ความครบถ้วนของข้อมูล ความเสี่ยงจากการพึ่งพาเทคโนโลยีมากเกินไป ต้นทุนในการพัฒนา และปัญหาความรับผิดชอบเมื่อเกิดข้อผิดพลาด บทความนี้ศึกษาบทบาทของ AI ในกระบวนการยุติธรรมทางปกครองของไทย โดยวิเคราะห์พัฒนาการของระบบศาลปกครองและแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการพิจารณาคดีการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐและตุลาการศาลปกครอง โดยเน้นให้เห็นถึงความจำเป็นในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางกฎหมายและเทคโนโลยีควบคู่กับการกำกับดูแลที่เหมาะสม เพื่อให้ AI สามารถเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมความยุติธรรม ลดภาระของศาล และคุ้มครองสิทธิของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต</p> 2025-12-29T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 เนติบัณฑิตยสภา https://so04.tci-thaijo.org/index.php/botbundit/article/view/282016 ระบบการพิจารณาคดีโดยคณะลูกขุนในสาธารณรัฐอินเดีย 2025-07-30T15:07:46+07:00 ดร.พูยา ทริปาทิ tripathi.pj@gmail.com <p> บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระบบการพิจารณาคดีโดยคณะลูกขุนของประเทศสาธารณรัฐอินเดียซึ่งถูกนำมาปรับใช้ตั้งแต่คราวสมัยตกอยู่ภายใต้อาณานิคมของบริทิช ราช (British Raj) เดิมทีคณะลูกขุนเป็นชาวต่างชาติ เช่น อังกฤษและโปรตุเกส ต่อมามีการปรับเปลี่ยนให้เป็นคณะลูกขุนชาวอินเดีย แม้ภายหลังจากได้รับเอกราชแล้วประเทศสาธารณรัฐอินเดียยังคงระบบการพิจารณาคดีโดยคณะลูกขุนต่อมาหลายทศวรรษ แต่ท้ายที่สุดความนิยมของหลักกการนี้ก็สิ้นสุดลงด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น ความลำเอียงและความไม่เป็นธรรมของคณะลูกขุนที่มีผลสำคัญต่อคำตัดสิน และเปลี่ยนเป็นการพิจารณาพิพากษาคดีโดยมีผู้พิพากษาเป็นศูนย์กลางซึ่งเป็นผู้มีความรู้ความชำนาญด้านกฎหมาย นอกจากนี้ บทความนี้ยังวิเคราะห์ข้อดีและข้อเสียของระบบการพิจารณาคดีโดยคณะลูกขุนผ่านมุมมองของผู้เขียนเพื่อสะท้อนว่าประเทศไทยควรนำระบบนี้มาปรับใช้หรือไม่</p> 2025-12-29T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 เนติบัณฑิตยสภา https://so04.tci-thaijo.org/index.php/botbundit/article/view/280999 แนวคิดการนำกฎหมายทรัสต์ ความสัมพันธ์ของผู้ที่ได้รับความไว้วางใจตามระบบกฎหมายคอมมอนลอว์มาใช้บังคับกับการบริหารจัดการทรัพย์สินของวัดภายใต้พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 2025-08-15T12:12:09+07:00 ดร.คึกฤทธิ์ สิงหฬ kukritsing@gmail.com <p> ระบบกฎหมายคอมมอนลอว์ (common law system) มีกฎหมายสำคัญเรียกว่ากฎหมายทรัสต์ (trust law) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายเอควิตี้ (equity) โดยกฎหมายทรัสต์เป็นแนวคิดเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพย์สินเพื่อคุ้มครองผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงจากกองทรัพย์สิน และปกป้องจากการกระทำของผู้ครอบครองทรัพย์สินของบุคคลอื่นที่ไม่เป็นธรรม ไม่เหมาะสม หรือเอาเปรียบผู้รับผลประโยชน์ โดยกฎหมายทรัสต์ดังกล่าว แบ่งประเภทของทรัสต์ออกเป็น 2 ลักษณะ ทรัสต์ที่เกิดขึ้นจากเจตนาชัดแจ้งจากผู้ที่ประสงค์จัดตั้งเรียกว่า express trust เช่น ทรัสต์สำหรับจัดการพินัยกรรมและผู้จัดการมรดก charity trust หรือทรัสต์เพื่อการกุศล และทรัสต์ที่มิได้เกิดขึ้นจากเจตนาที่ชัดเจน แต่เกิดขึ้นจากผลของกฎหมายเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ความเป็นธรรมหรือความชอบธรรมในสังคมหรือกำหนดขึ้นจากคำพิพากษาของศาล ซึ่งอาจจะแบ่งออกเป็นประเภท ย่อยอีกหลายประเภท เช่น constructive trust ทรัสต์โดยผลจากกฎหมาย หรือ resulting trust ทรัสต์ที่กลับมาเป็นประโยชน์กับผู้จัดตั้งกองทรัสต์หรือผู้รับโอนทรัพย์สิน</p> <p> constructive trust หรือทรัสต์โดยผลของกฎหมาย เป็นกองทรัสต์ที่เกิดขึ้นโดยผลของกฎหมาย หรือจากผลของคำพิพากษาเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในสังคม ซึ่งเกิดขึ้นในกรณีที่ผู้ครอบครองหรือผู้ที่มีอำนาจในการบริหารจัดการทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แก่บุคคลอื่น กระทำการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินดังกล่าวโดยมิชอบ ไม่เป็นธรรม หรือขาดจิตสำนึกในการปฏิบัติหน้าที่ของตนพึงกระทำ (unconscious manner) ต้องดำเนินการเยียวยาความเสียหายจากผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงในกองทรัพย์สินนั้น (equitable remedy)</p> <p> charity trust หรือทรัสต์เพื่อการกุศล เป็นกองทรัสต์ส่งเสริมหรือมีวัตถุประสงค์ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการกุศลหรือกิจการสาธารณประโยชน์ โดยการบริหารจัดการกองทรัพย์สินนั้นเพื่อสนับสนุนในกิจการที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม เช่น โรงเรียน ศาสนา โรงพยาบาล หรือมูลนิธิ</p> <p> บทความนี้ ผู้เขียนมีจุดมุ่งหมายนำเสนอสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเกี่ยวกับ การบริหารจัดการทรัพย์สินของวัดไทยที่ก่อให้เกิดปัญหาและผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อความเชื่อมั่นและศรัทธาของประชาชนในฐานะพุทธศาสนิกชน อันเนื่องมาจากกฎหมายที่ใช้บังคับในปัจจุบันที่ค่อนข้างมีข้อจำกัดหลายประการ มีปัญหาในการบังคับใช้ และการนำไปปฏิบัติเกิดช่องโหว่และข้อบกพร่อง เกิดการทุจริต การประพฤติผิดพระธรรมวินัยและไม่เหมาะสมในการดำรงสมณสารูปของพระภิกษุสงฆ์ พระสังฆาธิการและผู้ที่เกี่ยวข้องในฐานะผู้แทนของวัด โดยบทความฉบับนี้ เริ่มต้นนำเสนอให้เห็นถึงภาพรวมของการปกครองคณะสงฆ์ไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน กฎหมายคณะสงฆ์และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง สิกขาบท จริยา และพระธรรมวินัยของพระภิกษุสงฆ์ บทบาทอำนาจหน้าที่ของพระสังฆาธิการและผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น กรรมการวัด ไวยาวัจกร ทรัพย์สินของวัดและศาสนสมบัติของวัดและการจัดการทรัพย์สินของวัดในปัจจุบันภายใต้กฎหมายของคณะสงฆ์และกฎมหาเถรสมาคมที่เกี่ยวข้อง จากนั้น ผู้เขียนได้เปรียบเทียบกับการบริหารจัดการทรัพย์สิน ภายใต้กฎหมายทรัสต์ในระบบกฎหมายคอมมอนลอว์ ซึ่งเป็นการบริหารจัดการทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ที่แท้จริงให้แก่ผู้รับผลประโยชน์ โดยนำเสนอแนวคิดใหม่ที่ในประเทศไทยยังไม่ปรากฏแนวคิดเกี่ยวกับการจัดตั้งกองทรัสต์แบบ constructive trust และ charity trust ให้นำมาใช้กับกองทรัพย์สินของวัดและการบริหารจัดการทรัพย์สินของวัดไทย เช่น ที่ดิน ที่วัด ที่ธรณีสงฆ์ ที่กัลปนา เงินบริจาค เงินทำบุญ ทรัพย์สิน และของมีค่าของวัด รวมถึงศาสนสมบัติของวัดที่เป็นทรัพย์สิน ต่าง ๆ โดยให้มีผลเป็นกองทรัสต์ที่มีฐานะนิติบุคคลตามกฎหมายและได้รับความคุ้มครองเพื่อประโยชน์ที่แท้จริงกับสาธารณชน รวมถึง กำหนดให้ผู้แทนของวัดและผู้ที่เกี่ยวข้องอยู่ในฐานะของทรัสตี (trustee) ในการบริหารจัดการทรัพย์สินของวัดและอยู่ในความสัมพันธ์ของผู้ที่ได้รับความไว้วางใจ (fiduciary relationship) มีคุณสมบัติที่เหมาะสม (fit and proper) และไม่มีลักษณะต้องห้ามปฏิบัติหน้าที่ดูแลทรัพย์สินของวัดอย่างดีที่สุดและเป็นประโยชน์สูงสุดภายใต้มาตรฐานของหน้าที่เรียกว่า fiduciary duty ตามระบบกฎหมายคอมมอนลอว์ ธรรมจริยา และสิกขาบทในพระธรรมวินัยต่าง ๆ รวมถึงกำหนดบทลงโทษในการปฏิบัติหน้าที่ นอกจากนั้น ผู้แทนของวัดและผู้เกี่ยวข้องจะต้องบริหารจัดการทรัพย์สินของวัดหรือกองทรัสต์ภายใต้คณะบุคคลหรือคณะผู้แทนในฐานะเจ้าพนักงานของรัฐบริหารจัดการทรัพย์สินของวัดตามแนวทางหลักการธรรมาภิบาลหรือการกำกับดูแลกิจการที่ดีหรือ good governance กำหนดอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ ระบบการบริหารงานทรัพย์สินของวัด ระบบการตรวจสอบ ระบบการบริหารความเสี่ยงและกำกับดูแล (risk management and compliance) ระบบบัญชีและการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นมาตรฐานและโปร่งใสต่อสาธารณชน รวมถึงระบบการร้องเรียนและการแจ้งเบาะแสการกระทำความผิด</p> 2025-12-29T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 เนติบัณฑิตยสภา https://so04.tci-thaijo.org/index.php/botbundit/article/view/281915 การบิดเบือนการใช้กฎหมายต่างประเทศในทัศนะของศาลยุติธรรมสูงสุดแห่งฝรั่งเศส 2025-09-30T09:46:25+07:00 ดร.นิติ จันจิระสกุล niti_jan@utcc.ac.th <p> “การใช้กฎหมายต่างประเทศ” (application of foreign law) เป็นหัวใจของการจัดการนิติสัมพันธ์ของเอกชนในบริบทการขัดกันแห่งกฎหมาย (conflict of laws) กระนั้น การที่ศาลของประเทศหนึ่งต้องใช้กฎหมายของประเทศอื่นย่อมเผชิญกับความซับซ้อนและความท้าทายทั้งในทางหลักการและในทางปฏิบัติ ไม่ว่าจะด้วยความแตกต่างของข้อกฎหมาย นิติวิธี ตลอดจนภาษาที่ใช้ในระบบกฎหมายที่ตนอาจไม่รู้จักมาก่อน ปัจจัยเหล่านี้ล้วนนำไปสู่ความคลาดเคลื่อนในการใช้การตีความกฎหมายต่างประเทศ</p> <p> บทความฉบับนี้เกิดขึ้นด้วยความมุ่งหมายที่จะนำเสนอวิธีการที่ศาลยุติธรรมสูงสุดแห่งฝรั่งเศส (Cour de cassation) รังสรรค์ขึ้น เพื่อควบคุมไม่ให้เกิดความผิดพลาดในการใช้กฎหมายต่างประเทศทั้งที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ในการนี้ ผู้เขียนจะได้อธิบายแนวคิดเกี่ยวกับความจำเป็นในการใช้การตีความกฎหมายต่างประเทศให้ถูกต้องตามอย่างนิติวิธีของศาลเจ้าของกฎหมาย (origin-conform application of foreign law) พร้อมทั้งวิพากษ์อุปสรรคที่อาจบั่นทอนความถูกต้องและประสิทธิภาพของการนำข้อมูลกฎหมายต่างประเทศเข้าสู่กระบวนพิจารณาคดีของศาล ก่อนที่จะสาธิตวิธีการที่ปรากฏจากคำพิพากษาของ Cour de cassation ที่ใช้ในการควบคุมไม่ให้ศาลล่างบิดเบือนการใช้กฎหมายต่างประเทศ (dénaturation de la loi étrangère) ด้วยหวังว่าเราจะสามารถนำนิติวิธีของศาลยุติธรรมสูงสุดแห่งฝรั่งเศสมาใช้เป็นต้นธารในการพัฒนาการใช้กฎหมายต่างประเทศภายใต้การขัดกันแห่งกฎหมายของไทย</p> 2025-12-29T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 เนติบัณฑิตยสภา