วารสารศึกษาศาสตร์ปริทัศน์ https://so04.tci-thaijo.org/index.php/eduku <p>วารสารศึกษาศาสตร์ปริทัศน์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นวารสารวิชาการราย 4 เดือน (3 ฉบับต่อปี) ประกอบด้วย ฉบับที่ 1 เดือนมกราคม – เมษายน ฉบับที่ 2 เดือนพฤษภาคม – สิงหาคม และ ฉบับที่ 3 เดือนกันยายน – ธันวาคม คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดพิมพ์วารสารศึกษาศาสตร์ปริทัศน์ เพื่อเป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้คณาจารย์ นิสิต บุคลากร นักวิชาการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และบุคคลทั่วไป มีโอกาสเสนอผลงานวิชาการเพื่อเผยแพร่และแลกเปลี่ยนวิทยาการในสาขาศึกษาศาสตร์ และสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง</p> คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (Faculty of Education, Kasetsart University) th-TH วารสารศึกษาศาสตร์ปริทัศน์ 3027-7124 <p style="text-align: center;">บทความทุกบทความเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน</p> <p style="text-align: center;">วารสารศึกษาศาสตร์ปริทัศน์ (Kasetsart Educational Review)</p> ห้องเรียนธรรมชาติ: การจัดประสบการณ์เพื่อส่งเสริมทักษะทางสมองส่วนหน้า (EF) ของเด็กปฐมวัย https://so04.tci-thaijo.org/index.php/eduku/article/view/285080 <p>การพัฒนาทักษะทางสมองส่วนหน้า (Executive Function: EF) ถือเป็นรากฐานสำคัญของการเรียนรู้และการใช้ชีวิตทั้งในปัจจุบันและอนาคตของเด็กปฐมวัยซึ่งเป็นวัยทองของการพัฒนาทักษะทางสมอง งานวิจัยและทฤษฎีทางการศึกษาแสดงให้เห็นว่าการเรียนรู้โดยใช้ธรรมชาติเป็นฐาน (Nature-Based Learning) มีศักยภาพในการส่งเสริม EF ผ่านการเล่น การสำรวจ และการมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมจริง กิจกรรมที่เกิดขึ้นในห้องเรียนธรรมชาติ เช่น การเล่นอิสระ การเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง การมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และการส่งเสริมทักษะด้านร่างกายและอารมณ์ ช่วยพัฒนาองค์ประกอบของ EF ได้แก่ ความจำเพื่อใช้งาน (working memory) การยั้งคิดไตร่ตรอง (inhibitory control) และความยืดหยุ่นทางความคิด (cognitive flexibility) บทความนี้มุ่งอธิบายหลักการ แนวคิด และแนวทางการจัดประสบการณ์โดยใช้ห้องเรียนธรรมชาติเพื่อส่งเสริม EF ของเด็กปฐมวัย โดยอ้างอิงงานวิจัยและกรอบแนวคิดจากนานาประเทศ เพื่อเสนอแนวทางการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามบริบทของสังคมไทยอย่างมีคุณภาพทั้งด้านการเรียนรู้และการใช้ชีวิตในอนาคตอย่างยั่งยืน</p> ศุภลักษณ์ สุธงษา ปิยะนันท์ หิรัณย์ชโลทร ชลาธิป สมาหิโต อรพรรณ บุตรกตัญญู ธยานี เล่ห์มงคล ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศึกษาศาสตร์ปริทัศน์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-04-30 2026-04-30 41 1 136 147 บทพินิจหนังสือ: การศึกษาคณิตศาสตร์เชิงวิพากษ์ https://so04.tci-thaijo.org/index.php/eduku/article/view/286388 <p>การศึกษาคณิตศาสตร์เชิงวิพากษ์ เปิดพื้นที่ให้เราได้มีมองมุมใหม่ต่อคณิตศาสตร์ โดยท้าทายความเชื่อและสมมติฐานเดิม ที่ว่าคณิตศาสตร์เป็นสิ่งที่เป็นกลาง ปราศจากอคติ และไม่เกี่ยวข้องกับอำนาจทางสังคม หนังสือเล่มนี้แสดงให้เห็นถึง บทบาทของคณิตศาสตร์ในการจัดระเบียบโลกและสังคม ทั้งในมิติของความเหลื่อมล้ำ ความยุติธรรมทางสังคม สิ่งแวดล้อม และประชาธิปไตย โดย Skovsmose นำเสนอแนวคิดเชิงวิพากษ์ผ่านภูมิทัศน์ของการการสืบค้น และการสนทนา เพื่อขยับตำแหน่งของการเรียนรู้จากการท่องจำ ไปสู่การสร้างความตระหนักรู้ทางจริยธรรม สังคม และความตระหนักรู้ของตนเอง ช่วยให้ผู้เรียนไม่ว่าจะมีพื้นฐาน หรือภูมิหลังทางสังคมแบบใด ก็สามารถใช้คณิตศาสตร์เป็นเครื่องมือในการอ่านและเขียนโลกความเป็นจริงอย่างมีวิจารณญาณ หนังสือเล่มนี้จึงถือเป็นคำเชิญชวน ให้ทุกภาคส่วนร่วมพิจารณาบทบาทของคณิตศาสตร์ ในฐานะการปฏิบัติที่มีนัยเชิงจริยธรรมและการเมือง พร้อมทั้งตั้งคำถามต่อเป้าหมายคณิตศาสตรศึกษาในประเทศไทย เพื่อให้สอดคล้องกับความท้าทายของโลกยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง</p> ธนะชาติ อนุนิวัฒน์ โยชิตะคะ อาเบะ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศึกษาศาสตร์ปริทัศน์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-04-30 2026-04-30 41 1 148 155 บทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาในการขับเคลื่อนนโยบายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาในจังหวัดชายแดนใต้ https://so04.tci-thaijo.org/index.php/eduku/article/view/285470 <p>การวิจัยเชิงคุณภาพโดยใช้การออกแบบแบบกรณีศึกษาเรื่องนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการรับรู้บทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาต่อการขับเคลื่อนนโยบายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาในจังหวัดชายแดนใต้ ประกอบด้วย จังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาสที่มีบริบททางวัฒนธรรม สังคม ศาสนาและการศึกษาที่คล้ายคลึงกัน การวิจัยนี้เก็บข้อมูลโดยสัมภาษณ์ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 27 ท่าน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจงและใช้แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง ข้อมูลถูกนำมาวิเคราะห์ตามแนวคิดการสร้างทฤษฎีฐานราก ผลการวิจัยพบว่าผู้บริหารรับรู้บทบาท 6 ประการ ได้แก่ 1) การทำความเข้าใจและแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติอย่างมีส่วนร่วม 2) การโค้ชเพื่อเสริมพลังครูอย่างต่อเนื่อง 3) การพัฒนาระบบบริหารจัดการเชิงนวัตกรรม 4) การสร้างโอกาสให้นักเรียนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา 5) การเชื่อมโยงเครือข่ายเพื่อระดมทรัพยากร และ 6) การชักชวนครูสะท้อนคิดการเรียนรู้โดยใช้ข้อมูลสารสนเทศ ผลการวิจัยดังกล่าวสามารถใช้เป็นกรอบการพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาให้ตระหนักและแสดงบทบาทการบริหารสถานศึกษาตามเจตนารมณ์ของนโยบายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา</p> วรภาคย์ ไมตรีพันธ์ วรลักษณ์ ชูกำเนิด ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศึกษาศาสตร์ปริทัศน์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-04-30 2026-04-30 41 1 1 16 สภาพแวดล้อมในการทำงานที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของบุคลากรมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา https://so04.tci-thaijo.org/index.php/eduku/article/view/285113 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับสภาพแวดล้อมในการทำงานและคุณภาพชีวิตของบุคลากรมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และ 2) ศึกษาสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของบุคลากร กลุ่มตัวอย่างคือบุคลากรจำนวน 278 คน สุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือ เก็บรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ด้วยค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน ผลการวิจัยพบว่า บุคลากรมีการรับรู้ต่อสภาพแวดล้อมในการทำงานและคุณภาพชีวิตในการทำงานในระดับมาก โดยสภาพแวดล้อมในการทำงานโดยรวมมีค่าเฉลี่ย 4.42 และคุณภาพชีวิตในการทำงานโดยรวมมีค่าเฉลี่ย 4.24 เมื่อพิจารณาองค์ประกอบของสภาพแวดล้อมในการทำงาน พบว่าด้านกายภาพได้รับการประเมินสูงสุด (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\overline{x}" alt="equation" />=4.51) และด้านสวัสดิการและประโยชน์เกื้อกูลต่ำสุด (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\overline{x}" alt="equation" />=4.26) สำหรับคุณภาพชีวิตด้านการมีส่วนร่วมและความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นได้รับคะแนนสูงสุด (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\overline{x}" alt="equation" />=4.37) ส่วนด้านค่าตอบแทนเหมาะสมได้รับคะแนนต่ำสุด (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\overline{x}" alt="equation" />=4.07) นอกจากนี้ สภาพแวดล้อมในการทำงานทั้ง 5 ด้านสามารถอธิบายความแปรปรวนของคุณภาพชีวิตในการทำงานได้ร้อยละ 80.7 โดยมีตัวแปรที่ส่งผลอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ ด้านสวัสดิการและประโยชน์เกื้อกูล (β=.311) เพื่อนร่วมงาน (β=.237) ผู้บังคับบัญชา (β=.219) และด้านกายภาพ (β=.190) ส่วนด้านลักษณะงานไม่พบผลอย่างมีนัยสำคัญ</p> สมชาย พ่วงสำโรง พนิดา นิลอรุณ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศึกษาศาสตร์ปริทัศน์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-04-30 2026-04-30 41 1 17 31 การประเมินหลักสูตรสถานศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ โรงเรียนนางแดดวังชมภูวิทยา รัชมังคลาภิเษก พุทธศักราช 2567 โดยใช้รูปแบบของไทเลอร์ (Ralph W. Tyler) https://so04.tci-thaijo.org/index.php/eduku/article/view/284717 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนนางแดดวังชมภูวิทยา รัชมังคลาภิเษก พุทธศักราช 2567 กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ โดยใช้รูปแบบการประเมินของไทเลอร์ (Ralph W. Tyler) กลุ่มเป้าหมายคือผู้บริหาร ครู และนักเรียนรวม 221 คน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ และแบบบันทึกผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยการหาค่าความถี่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และร้อยละ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) ด้านจุดมุ่งหมายของหลักสูตร ผลการประเมินอยู่ในระดับมาก (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\overline{x}" alt="equation" />= 4.48) 2) ด้านการจัดการเรียนรู้ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\overline{x}" alt="equation" />= 3.71) 3) ด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 ทั้ง 3 องค์ประกอบ ได้แก่ 3.1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน พบว่า มีผลการเรียนระดับ 3 ขึ้นไป มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 83.64 3.2) ผลการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน พบว่า มีผลการประเมินระดับ ดี ขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 99.01 และ 3.3) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ พบว่า มีผลการประเมินระดับ ดี ขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 99.00 4) ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ พบว่า หลักสูตรเหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนมุ่งพัฒนาทักษะและความคิดสร้างสรรค์ผ่านการบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ อุปกรณ์ และเวลาเรียน สรุปว่าหลักสูตรศิลปะมีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูง บรรลุเป้าหมายการเรียนรู้ได้อย่างมีคุณภาพ</p> ธัญกมล รามจันทร์ สิริวัลย์ นาคใหม่ อนุชิฎา ขันเงิน อารียา สมคณะ Yanrong Fu สิทธิพล อาจอินทร์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศึกษาศาสตร์ปริทัศน์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-04-30 2026-04-30 41 1 32 48 การส่งเสริมความสามารถการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยใช้กลวิธีการอ่านแบบร่วมมือ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/eduku/article/view/267396 <p>งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบความสามารถการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ก่อนและหลังเรียนด้วยกลวิธีการอ่านแบบร่วมมือ 2) ศึกษาความคิดเห็น ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่มีต่อกลวิธีการอ่านแบบร่วมมือ กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ห้อง 2 แผนการเรียนภาษาอังกฤษธุรกิจ จำนวน 32 คน ที่เรียนรายวิชาภาษาอังกฤษ1 (อ31101) ในภาคเรียนที่ 1/2566 โดยได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Simple Random Sampling) โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยในการสุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แบบสำรวจความต้องการหัวข้อบทอ่าน 2) แผนการจัดการเรียนรู้การสอนอ่านเพื่อความเข้าใจโดยใช้กลิธีการอ่านแบบร่วมมือ 3) แบบทดสอบวัดความสามารถการอ่านเพื่อความเข้าใจ 4) แบบสอบถามความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อกลวิธีการอ่านแบบร่วมมือ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสถิติทดสอบ t แบบไม่เป็นอิสระต่อกัน ผลการวิจัยพบว่า 1) ความสามารถการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หลังเรียนสูงกว่าเรียนด้วยกลวิธีการอ่านแบบร่วมมือ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีความคิดเห็นต่อกลวิธีการอ่านแบบร่วมมืออยู่ในระดับมาก</p> บุษรินทร์ ตาคะ ภัทร์ธีรา เทียนเพิ่มพูล ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศึกษาศาสตร์ปริทัศน์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-04-30 2026-04-30 41 1 49 61 ถอดประสบการณ์พัฒนาอ่านเขียนเปลี่ยนชีวิตศิษย์: แนวทางการส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้ วิชาภาษาไทยระดับประถมศึกษาของครูผู้ได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 6 ประจำปี 2568 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/eduku/article/view/285461 <p>บทความวิจัยนี้มุ่งเสนอสภาพปัญหาและสาเหตุของการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ รวมถึงจุดเด่นและข้อจำกัดของแนวทางการส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้วิชาภาษาไทยของครูผู้ได้รับรางวัล สมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 6 ประจำปี 2568 โดยเลือกตัวอย่างแบบเจาะจงจากครูที่ส่งผลงานด้านการอ่านออกเขียนได้ ระดับชั้นประถมศึกษา จำนวน 5 คน เก็บข้อมูลโดยวิธีการสัมภาษณ์ด้วยคำถามจำนวน 12 ข้อ ผลการศึกษาชี้ว่าสภาพปัญหาที่ครูพบ ได้แก่ ปัญหาด้านสมองกับการเรียนรู้ ปัญหาด้านทักษะการอ่าน ปัญหาด้านทักษะการเขียน และปัญหาด้านทักษะการพูด อันมีสาเหตุมาจากนักเรียน ครู และครอบครัว นอกจากนี้ยังพบว่าครูมีแนวทางในการส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้โดยให้ความสำคัญกับวิธีการสอน เทคนิคการสอน กิจกรรม สื่อ การวัดและประเมินผลที่หลากหลายเพื่อให้ตอบโจทย์ลีลาการเรียนรู้ของนักเรียน ทั้งนี้ จุดเด่นที่ครูคิดว่าเป็นสิ่งที่ทำให้ได้รับรางวัลดังกล่าวคือการเป็น “ครูนักพัฒนา” ที่เปลี่ยนแปลงศิษย์ไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วยการอ่านและเขียนที่ช่วยเพิ่มโอกาสทางการศึกษาและการทำงาน รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับนโยบายการเรียนซ้ำชั้น ตลอดจนประเด็นเรื่องการส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้สำหรับนักเรียนกลุ่มเปราะบางที่เป็นชาติพันธุ์ ซึ่งจะเป็นแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศและช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ครูภาษาไทยเพื่อพัฒนานักเรียนและวิชาชีพครูต่อไป</p> ชวพันธุ์ เพชรไกร ชาตรี พร้อมเพรียง เกศจิรา บุญตระกูล ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศึกษาศาสตร์ปริทัศน์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-04-30 2026-04-30 41 1 62 76 การบูรณาการการสืบเสาะเชิงสะท้อนคิดในรายวิชาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู: การพัฒนาสมรรถนะด้านการปฏิบัติหน้าที่ครูและจรรยาบรรณวิชาชีพผ่านกระบวนการเรียนรู้จากการปฏิบัติ https://so04.tci-thaijo.org/index.php/eduku/article/view/284904 <p>การวิจัยมีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้ในรายวิชาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูบนพื้นฐาน การสืบเสาะและการสะท้อนคิด และเพื่อศึกษาผลของการจัดการเรียนรู้ที่มีต่อสมรรถนะด้านการปฏิบัติหน้าที่ครูและจรรยาบรรณวิชาชีพ โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยและพัฒนาร่วมกับการวิจัยแบบผสมผสาน ดำเนินการ 2 ระยะคือ ระยะที่ 1 การพัฒนากรอบการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการด้วยการสืบเสาะเชิงสะท้อนคิด ระยะที่ 2 การศึกษาผลของการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น กลุ่มเป้าหมาย คือ นิสิตครูชั้นปีที่ 1 จำนวน 300 คน จาก 9 สาขาวิชา เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบประเมินสมรรถนะด้านการปฏิบัติหน้าที่ครูและจรรยาบรรณวิชาชีพ แบบสะท้อนคิดและการสัมภาษณ์เชิงลึก วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนาและวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า กรอบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ได้แก่ การกำหนดปัญหา การสำรวจค้นหา การวิเคราะห์ และการสะท้อนคิด ซึ่งสามารถนำไปจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในงานครูทั้ง 9 ด้าน ได้อย่างเหมาะสม นิสิตครูมีสมรรถนะด้านการปฏิบัติหน้าที่ครูและจรรยาบรรณวิชาชีพโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง โดยสมรรถนะย่อยจรรยาบรรณต่อผู้รับบริการมีค่าเฉลี่ยสูงสุด และจรรยาบรรณต่อตนเองมีค่าเฉลี่ยต่ำสุด ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการการสืบเสาะเชิงสะท้อนคิดเป็นแนวทางที่เหมาะสมในการวางรากฐานสมรรถนะครูในระยะเริ่มต้น ทั้งนี้ควรส่งเสริมการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อเสริมสร้างจิตวิญญาณความเป็นครู<br />ในระยะยาว</p> ประภาวดี ปลอดมณี อิษยา นาคนาวา เอกรัตน์ ทานาค อนงค์นาฏ คำกล้า ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศึกษาศาสตร์ปริทัศน์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-04-30 2026-04-30 41 1 77 91 การพัฒนาความสามารถในการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้ Competency-Based Language Teaching https://so04.tci-thaijo.org/index.php/eduku/article/view/284537 <p>Competency-Based Language Teaching (CBLT) เป็นแนวคิดการจัดการเรียนรู้ที่มุ่งพัฒนาความสามารถในการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารในสถานการณ์จริง โดยเน้นการปฏิบัติมากกว่าการเรียนรู้เชิงทฤษฎี ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการเรียนภาษาอังกฤษระดับประถมศึกษา งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ประเมินประสิทธิผลของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิด CBLT โดยพิจารณาการบรรลุเกณฑ์ E1/E2 = 80/80 ซึ่งสะท้อนประสิทธิภาพของกระบวนการเรียนรู้ระหว่างเรียน (E1) และผลลัพธ์ด้านสมรรถนะการพูดเพื่อการสื่อสารหลังเรียน (E2) และ 2) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด CBLT การวิจัยใช้รูปแบบกึ่งทดลอง แบบกลุ่มเดียววัดผลหลังการทดลอง (One-group posttest-only design) กลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 39 คน จากโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษา โดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด CBLT แบบประเมินสมรรถนะการพูด และแบบสอบถามความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1) ประสิทธิภาพของกิจกรรมเท่ากับ 86.98/87.50 สูงกว่าเกณฑ์ 2) นักเรียนมีสมรรถนะการพูดอยู่ในระดับดีมาก (ร้อยละ 87.82, S.D. = 1.97) และ 3) ความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก (𝑥̅ = 4.23, S.D. = 0.18) สรุปได้ว่า การจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด CBLT โดยการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้และเกณฑ์การประเมินให้เหมาะสมกับวัยของผู้เรียนมีประสิทธิภาพในการพัฒนาความสามารถในการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ให้บรรลุตามผลลัพธ์การเรียนรู้ที่กำหนดไว้ และส่งเสริมทัศนคติเชิงบวกต่อการเรียนภาษาอังกฤษ</p> สุพัตรา สุนทรา ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศึกษาศาสตร์ปริทัศน์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-04-30 2026-04-30 41 1 92 105 การสังเคราะห์งานวิจัยเกี่ยวกับการคิดเชิงบริหารในเด็กปฐมวัย ระหว่างปี พ.ศ. 2559 – 2567 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/eduku/article/view/283031 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสังเคราะห์ลักษณะงานวิจัยเกี่ยวกับการคิดเชิงในเด็กปฐมวัยจากงานวิจัยที่เผยแพร่ระหว่างปี พ.ศ. 2559–2567 ในประเทศไทยจากฐาน TDC จำนวน 66 เรื่อง ผ่านการคัดเลือก เหลือ 14 เรื่อง มีเกณฑ์การคัดเลือก คือกลุ่มตัวอย่างคือเด็กปฐมวัย เป็นงานวิจัยกึ่งทดลองฉบับเต็ม และผ่านการตรวจคุณภาพงานวิจัย โดยมีกลุ่มตัวอย่างเป็นเด็กอนุบาลชั้นปีที่ 1 - 3 ตัวแปรต้นที่ใช้มากที่สุด ร้อยละ 14.29 ได้แก่กิจกรรมวางแผน-ปฏิบัติ-ทบทวน และกิจกรรมศิลปะตามแนวคิดไฮสโคป ส่วนตัวแปรตามที่ศึกษามากที่สุดร้อยละ 17.54 คือ ความจำใช้งาน ร้อยละ 15.79 การยับยั้งชั่งใจและการวางแผน ร้อยละ 12.28 การควบคุมอารมณ์ ด้านรูปแบบการวิจัยพบว่า ร้อยละ 50.00 ใช้รูปแบบ One Group Pretest–Posttest Design และร้อยละ 42.86 ใช้ Randomized Control Group Pretest–Posttest Design วิธีการคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างที่ใช้มากที่สุดคือ ร้อยละ 50 ใช้การเลือกแบบเจาะจง กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ร้อยละ 28.57 อยู่ในช่วง 26–35 คน ระยะเวลาเก็บข้อมูลน้อยกว่า 10 ชั่วโมง (ร้อยละ 42.86) และเครื่องมือที่ใช้มากที่สุด ได้แก่ แบบสังเกตและแบบประเมิน (ร้อยละ 35) ผลการสังเคราะห์ชี้ว่า การใช้การผสมผสานหลายกิจกรรม เช่น เกม ศิลปะ และเล่านิทาน สามารถให้ผลลัพธ์ EF ที่ครอบคลุมหลายมิติ เช่น ความจำใช้งาน การยับยั้ง ความยืดหยุ่น การวางแผน และการควบคุมอารมณ์ภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีโครงสร้างปลอดภัย และคำนึงถึงข้อจำกัดทางพัฒนาการ สมอง และบริบทชีวิตประจำวันของเด็ก เพื่อให้การพัฒนา EF สามารถนำไปใช้ได้จริง</p> จิตตินันท์ บุญสถิรกุล ปัทมาวดี เล่ห์มงคล จิตตินันท์ เดชะคุปต์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศึกษาศาสตร์ปริทัศน์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-04-30 2026-04-30 41 1 106 118 จากความกังวลสู่ความมั่นใจ: ผลของการสอนแบบผสมผสานเรื่องการออกเสียงหนักเบาและจังหวะในการพูดภาษาอังกฤษต่อความเชื่อมั่นในการพูดและการฟังของผู้เรียนภาษาอังกฤษชาวไทย https://so04.tci-thaijo.org/index.php/eduku/article/view/283733 <p>การวิจัยครั้งนี้มุ่งศึกษาผลของการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานที่เน้นการฝึกฉันทลักษณ์ (prosodic training) ต่อความเชื่อมั่นในความสามารถของผู้เรียนภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศชาวไทย โดยตอบโจทย์ช่องว่างทางวิชาการที่ยังขาดหลักฐานเชิงประจักษ์เกี่ยวกับผลของการสอนด้านฉันทลักษณ์ต่อความเชื่อมั่นในการพูดและการฟังของผู้เรียนไทย การวิจัยอาศัยกรอบแนวคิดทฤษฎีความเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองของ Bandura (1997) เพื่อวิเคราะห์ผลของรายวิชาแบบผสมผสานระยะเวลา 14 สัปดาห์ ซึ่งเน้นองค์ประกอบด้าน ฉันทลักษณ์ เช่น การเน้นเสียง จังหวะ และกลุ่มความคิด (thought groups) ต่อความเชื่อมั่นในการพูดและการฟังของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาภาษาอังกฤษ จำนวน 157 คน การวิจัยใช้ระเบียบวิธีแบบผสานเชิงลำดับ (sequential explanatory mixed-methods) โดยผสานข้อมูลเชิงปริมาณจากแบบสอบถามและข้อมูลเชิงคุณภาพจากการสัมภาษณ์แบบแบ่งชั้น ผลการวิเคราะห์เชิงปริมาณชี้ให้เห็นว่า ผู้เรียนมีระดับความเชื่อมั่นในการพูดเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p &lt; .001, r = .57) ซึ่งสะท้อนว่าการจัดการเรียนรู้ด้านฉันทลักษณ์ ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นในความสามารถของผู้เรียนโดยตรง ผ่านการมอบกลยุทธ์ทางภาษาในการลดความวิตกกังวลและเพิ่มทักษะการสื่อสาร ผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่าการสอนฉันทลักษณ์อย่างเป็นระบบมีผลต่อการเปลี่ยนประสบการณ์การเรียนภาษาอังกฤษในบริบท EFL ของไทย และส่งสัญญาณให้มีการทบทวนการออกแบบหลักสูตรใหม่เพื่อเติมเต็มช่องว่างด้านจิตพิสัยที่ผู้เรียนไทยเผชิญอยู่ในปัจจุบัน</p> เบรนดัน ดักกลาส แม็คเคล วีระชัย ธนมัยมาศ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารศึกษาศาสตร์ปริทัศน์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-04-30 2026-04-30 41 1 119 135