วารสารวิจัย มข. (ฉบับบัณฑิตศึกษา) สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ https://so04.tci-thaijo.org/index.php/gskkuhs <p>บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้จัดทำวารสารวิจัย มข. (ฉบับบัณฑิตศึกษา) มาตั้งแต่ปี 2544 จนถึงปัจจุบัน การจัดทำวารสารวิจัยดังกล่าวเป็นวารสารวิชาการที่ตีพิมพ์บทความในลักษณะบทความวิจัย บทความวิชาการ บทความวิจัยสื่อสารอย่างสั้น บทความปริทัศน์ และบทวิจารณ์หนังสือ ทางด้านสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาสหวิทยาการด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ บริหารธุรกิจและการจัดการ ครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์และจิตวิทยา ตั้งแต่ พ.ศ.2556 ได้แบ่งวารสารออกเป็น 2 สาขา โดยเล่มเดิมเป็นวารสารวิจัย มข. (ฉบับบัณฑิตศึกษา) สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นวารสารราย 3 เดือน ออกปีละ 4 ฉบับ (มค.-มีค., เม.ย.-มิย., กค.-กย. และ ตค.-ธค.) อีกเล่มคือ วารสารวิจัย มข. (บัณฑิตศึกษา) สาขาวิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เป็นวารสารราย 4 เดือน ออกปีละ 3 ฉบับ (มค.-เม.ย., พค.-สค. และ กย.-ธค.) ทั้ง 2 เล่ม บทความทุกเรื่องต้องได้รับการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัยขอนแก่น (Peer Review) ก่อนการตีพิมพ์อย่างน้อย 2 ท่าน ต้นฉบับบทความที่ได้รับการตีพิมพ์จะต้องไม่เคยตีพิมพ์ในวารสารใดวารสารหนึ่งมาก่อน และไม่อยู่ระหว่างเสนอขอลงตีพิมพ์ในวารสารอื่นเช่นกัน</p> <p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;วารสารทั้ง 2 เล่ม ได้รับการยอมรับในฐานข้อมูลศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (Thai Journal Citation Index Centre : TCI)</p> Graduate School, Khon Kaen University บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น en-US วารสารวิจัย มข. (ฉบับบัณฑิตศึกษา) สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ 2286-7910 Editorial Note https://so04.tci-thaijo.org/index.php/gskkuhs/article/view/284790 <p>สวัสดีผู้อ่านทุกท่านที่ได้ติดตามผลงานทางวิชาการวารสารวิจัย มข. (ฉบับบัณฑิตศึกษา)&nbsp;<a href="http://journal.gs.kku.ac.th/">สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์</a>&nbsp;มาอย่างต่อเนื่อง สำหรับวารสารฉบับที่สองของปีนี้นั้น ทางกองบรรณาธิการยังคงนำเสนอบทความที่น่าสนใจมาเสนอแด่ท่านผู้อ่านอย่างต่อเนื่องเช่นเคย อาทิ นิเทศการศึกษาอย่างไร? เพื่อพัฒนาครูให้จัดการเรียนรู้สู่คุณภาพของผู้เรียนเต็มตามศักยภาพ คติความเชื่อของผู้คนในสมัยธนบุรี พ.ศ. 2310 – 2325 การตระหนักรู้สารสนเทศบนสื่อสังคมออนไลน์ด้านโภชนาการของนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร Factors Affecting Women’s Participation in Household Decision-Making: Bago Region, Myanmar Rural Area เป็นต้น</p> <p>ทางกองบรรณาธิการขอเชิญชวนทุกท่านได้เสนอบทความวิชาการ บทความวิจัย บทความปริทัศน์และบทวิจารณ์หนังสือ ทางมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เพื่อเผยแพร่กับทางวารสาร โดยสามารถศึกษารายละเอียดได้จาก <a href="http://journal.gs.kku.ac.th">http://journal.gs.kku.ac.th</a> และ <a href="https://so04.tci-thaijo.org/index.php/gskkuhs/%20index">https://so04.tci-thaijo.org/index.php/gskkuhs/ index</a></p> <p>&nbsp;</p> <p><em>กองบรรณาธิการ</em></p> Assoc. Prof. Dr. Vispat Chaichuay ลิขสิทธิ์ (c) 2025 http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-11-12 2025-11-12 13 2 คติความเชื่อของผู้คนในสมัยธนบุรี พ.ศ. 2310 – 2325 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/gskkuhs/article/view/276270 <p>การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาประวัติศาสตร์การเมือง เศรษฐกิจและสังคมสมัยธนบุรี พ.ศ. 2310 – 2325&nbsp; 2) ศึกษาคติความเชื่อของผู้คนในสมัยธนบุรี พ.ศ. 2310 – 2325&nbsp; 3) ศึกษาการผสมผสานทางวัฒนธรรมและคติความเชื่อในสมัยธนบุรี พ.ศ. 2310 – 2325 โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยทางประวัติศาสตร์</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า</p> <ol> <li class="show">ในเรื่องการเมืองการปกครอง สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงสถาปนาเมืองธนบุรีเป็นศุนย์กลางแห่งใหม่ สืบเนื่องจากยุทธศาสตร์ของเมืองนั้นตั้งอยู่ใกล้ปากอ่าวไทยและแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้ข้าศึกไม่สามารถรุกรานทางบกจำต้องบุกทางน้ำแทน และเป็นเมืองป้อมปราการขนาดย่อมเหมาะสมต่อกำลังพลในการป้องกันเมือง จากนั้นสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงปราบปรามเจ้าชุมนุมตั้งแต่เมืองพิษณุโลก นครราชสีมาหรือพิมาย นครศรีธรรมราช และเมืองฝาง และจัดระเบียบการปกครองหัวเมือง ในเรื่องเศรษฐกิจ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงริเริ่มฟื้นฟูการทำเกษตรกรรม การจัดเก็บภาษีอากร การประมูลขุดทรัพย์สมบัติ การจัดสรรตลาดการค้าทั้งทางบกและทางน้ำ และการดำเนินการค้าระบบบรรณาการ ในเรื่องสังคม โครงสร้างทางสังคมธนบุรีประกอบด้วย พระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ ขุนนาง ไพร่ และทาส มีการควบคุมกำลังคนและผู้คนมีความหลากหลายทั้งกลุ่มชาติพันธุ์แรงงาน พ่อค้า ข้าราชการตลอดจนทหารรับจ้าง ส่งผลให้สังคมสมัยธนบุรีเป็นสังคมแบบนานาชาติ</li> <li class="show">คติความเชื่อของผู้คนในสมัยธนบุรีสามารถศึกษาได้สี่ประเด็น คือ คติความเชื่อเรื่องผี คือ ความเชื่อเรื่องผีภูมิสถาน คติความเชื่อศาสนาพรามหณ์-ฮินดู คือ ความเชื่อในเรื่องอำนาจของเทพเจ้า และความเชื่อเรื่องต่อพิสูจน์ คติความเชื่อศาสนาพุทธ คือ ความเชื่อเรื่องนรก-สวรรค์ ความเชื่อเรื่องเทพารักษ์ ความเชื่อเรื่องอุบาทว์ พระเพลิง คติความเชื่อเรื่องบุญ คติความเชื่อเรื่องพระโพธิสัตว์ ความเชื่อเรื่องพุทธบูชา และความเชื่อเรื่องหลักของพระนครฝ่ายพุทธจักร และคติความเชื่อเกี่ยวกับชาวบ้าน คือ คติความเชื่อเรื่องธรรมในการครองเรือนของสตรี</li> <li class="show">การผสมผสานทางวัฒนธรรมและคติความเชื่อในสมัยธนบุรี พ.ศ. 2310 – 2325 ได้แก่ การผสมผสานความเชื่อเกี่ยวกับสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีในฐานะพระโพธิ์สัตว์ซึ่งทำหน้าที่แก้ไขปัญหาสังคม การประดิษฐานพุทธศาสนาให้มั่นคง รวมทั้งเป้าหมายที่ต้องการนำเสนอให้นำอาณาประชาราษฎรข้ามสังสารวัฏ การผสมผสานความเชื่อทางศาสนาระหว่างเปรต เป็นความเชื่อของศาสนาดั้งเดิม คือ ผี เทวดาในสวรรค์ชั้นต่างๆเป็นความเชื่อของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ส่วนมหานครนิพพานเป็นความเชื่อของศาสนาพุทธ ดังปรากฎหลักฐานในสมุดภาพไตรภูมิซึ่งเป็นเครื่องมือหนึ่งในการควบคุมพฤติกรรมของผู้คนในสมัยธนบุรีให้อยู่ในศีลในธรรมเพื่อสร้างความสงบสุข และการผสมผสานความเชื่อทางศิลปกรรม คือ เจดีย์ทรงเครื่องสององค์และเจดีย์ทรงปรางค์ในพื้นที่เมืองธนบุรีและพระราชวังกรุงธนบุรี</li> </ol> Wirawan Sompongjaroen ลิขสิทธิ์ (c) 2025 http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-11-12 2025-11-12 13 2 13 23 Information Awareness on Nutrition Online of Phra Nakhon Rajabhat University Students https://so04.tci-thaijo.org/index.php/gskkuhs/article/view/276030 <p>การศึกษาเรื่อง “การตระหนักรู้สารสนเทศบนสื่อออนไลน์ด้านโภชนาการของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะทางประชากร พฤติกรรมการตระหนักรู้ข่าวสารด้านโภชนาการจากสื่อสังคม และการรู้เท่าทันข้อมูลด้านโภชนาการในสื่อสังคมออนไลน์ของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร เพื่อศึกษาความแตกต่างของลักษณะทางประชากรกับการรู้เท่าทันข้อมูลด้านโภชนาการในสื่อสังคมออนไลน์ของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครและเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการเปิดรับข่าวสารด้านโภชนาการจากสื่อสังคมออนไลน์กับการรู้เท่าทันข้อมูลด้านโภชนาการ การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ โดยใช้รูปแบบการวิจัยเชิงสำรวจ ใช้แบบสอบถามออนไลน์ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ซึ่งกลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป เคยมีการเปิดรับข้อมูลเกี่ยวกับด้านโภชนาการจากสื่อสังคมออนไลน์ จำนวน 400 คน ผลการวิจัยพบว่ากลุ่มตัวอย่างประชาชนทั่วไปในนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครเป็นเพศหญิงมากกว่าเพศชาย และส่วนใหญ่มีอายุอยู่ในช่วง 18-20 ปี ในขณะเดียวกันกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีระดับการศึกษาในระดับปริญญาตรีและกำลังศึกษาอยู่วิทยาลัยการฝึกหัดครู อีกทั้งกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีการเปิดรับข่าวสารด้านสุขภาพจากสื่อสังคมออนไลน์(เฟซบุ๊ค) โดยช่วงเวลาที่กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เปิดรับข่าวสารสุขภาพทางสื่อสังคมออนไลน์ อยู่ในช่วงเวลาระหว่าง 18:01 – 24:00 น. และมักใช้โทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟนเป็นอุปกรณ์ในการเปิดรับ ทั้งนี้ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เปิดรับเนื้อหาข้อมูลด้านโภชนาการในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับดีท็อกมากที่สุด อีกทั้งกลุ่มตัวอย่างมีการรู้เท่าทันข้อมูลด้านสุขภาพในสื่อสังคมออนไลน์อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.63</p> Nonthanun Yamwong Weerachart Pakdee Thirawut Saengmaneedech Patalee Panyasim ลิขสิทธิ์ (c) 2025 http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-11-12 2025-11-12 13 2 24 38 Factors Affecting Women’s Participation in Household Decision-Making: Bago Region, Myanmar Rural Area https://so04.tci-thaijo.org/index.php/gskkuhs/article/view/275737 <p>The objectives of the study are 1) to analyze the women’s participation in household decision-making, and 2) to identify the factors affecting women’s participation in household decision-making in Myanmar’s rural area. The descriptive quantitative method has been applied to meet the objective of this study, and a structured questionnaire has been used for interviewing 355 rural women who received microfinance services from Early Dawn Microfinance, Myanmar. Simple random sampling method has been used to identify the number of respondents. According to the regression analysis of SPSS version 29.0, micro-credit (.126; p=0.002) and financial literacy (0.410; p=0.001) have significantly positive effect on women’s household decision-making. Additionally, studied women seem to have significant participation in decision-making in household economics, social and household affairs. However, women still have less decision-making participation in household maintenance, large purchases, and financial decision-making than other decision-making areas. It indicated that certain traditional attitudes towards gender role that hinders women’s full participation in some areas of household decisions. According to the study results, microfinance services especially micro-credit, financial literacy and gender equality are important strategies to enhance the participating of Myanmar rural women’s household decision-making.</p> <p><strong> </strong></p> Htet Htet Zin Viyouth Chamruspanth Somsak Srisontisuk ลิขสิทธิ์ (c) 2025 http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-11-12 2025-11-12 13 2 39 51 Guidelines Development for the Role of Administrators in Safety School under the Secondary Educational Service Area Office Bangkok 1 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/gskkuhs/article/view/275928 <p>&nbsp;</p> <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาสภาพปัจจุบันและสภาพพึงประสงค์ของบทบาทของผู้บริหารในการบริหารสถานศึกษาปลอดภัยสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1 เสนอแนวทางการพัฒนาบทบาทของผู้บริหารในการบริหารสถานศึกษาปลอดภัยสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1 ผลการวิจัย พบว่า สภาพปัจจุบันของการพัฒนาบทบาทของผู้บริหารในการบริหารสถานศึกษาปลอดภัย โดยรวมอยู่ในระดับมาก และสภาพพึงประสงค์ของบทบาทของผู้บริหารในการบริหารสถานศึกษาปลอดภัยสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานครโดยรวมอยู่ในระดับมาก แนวทางการพัฒนาบทบาทของผู้บริหารในการบริหารสถานศึกษาปลอดภัย ประกอบด้วย &nbsp;ด้านการมีส่วนร่วม ด้านนโยบายความปลอดภัย ด้านการป้องกันการปลูกฝังและการปราบปราม ด้านสุขภาพอนามัย</p> Prathan Makate Urai Suthiyam ลิขสิทธิ์ (c) 2025 http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-11-12 2025-11-12 13 2 52 65 The The Relationship between the Digital Leadership of School Administrators and the Innovative Organization of the School under the Bangkok Metropolitan Administration https://so04.tci-thaijo.org/index.php/gskkuhs/article/view/276050 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ระดับภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกรุงเทพมหานคร 2) ระดับความเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมของสถานศึกษา สังกัดกรุงเทพมหานคร และ 3) ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษากับความเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมของสถานศึกษา สังกัดกรุงเทพมหานคร ผลการวิจัย พบว่า 1.) ระดับภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกรุงเทพมหานคร ภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด 2.) ระดับความเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมของสถานศึกษา สังกัดกรุงเทพมหานคร ภาพรวมอยู่ในระดับมาก และ 3.) ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษากับความเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมของสถานศึกษา สังกัดกรุงเทพมหานคร โดยภาพรวมมีความสัมพันธ์ทางบวก อยู่ในระดับสูงมาก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01.</p> Patchareeporn Singamoo Supawadee Lapcharoen ลิขสิทธิ์ (c) 2025 http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-11-12 2025-11-12 13 2 66 76 The The Relationship between Digital Leadership of School Administrators and Motivation in the Performance of Teachers under The Secondary Educational Service Area Office Samut Prakan https://so04.tci-thaijo.org/index.php/gskkuhs/article/view/276515 <p>The objectives of this research were to: 1) investigate the level of digital leadership of school administrators; 2) investigate the level of the motivation in the performance of teachers; and 3) examine the relationship between digital Leadership of school administrators and the motivation in the performance of teachers under the Secondary Educational Service Area Office Samut Prakan. The population of research consisted of 333 teachers under the Secondary Educational Service Area Office Samut Prakan in the academic year 2024, which were selected by multi-stage random sampling. The research instrument was a questionnaire with a reliability of 0.987. The data were analyzed by mean standard deviation and Pearson’s Product Moment Correlation Coefficient. The research findings were as follows: 1) The overall digital leadership of school administrators were at a high level 2) The overall of motivation in the performance of teachers were at a high level 3) The relationship between digital Leadership of school administrators and the motivation in the performance of teachers under the Secondary Educational Service Area Office Samut Prakan were positively collected at the high level with the significance level of .01</p> Wongsakorn Chinouan Patumphorn Piatanom ลิขสิทธิ์ (c) 2025 http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-11-12 2025-11-12 13 2 77 91 The The Relationship between Critical Thinking Skills of Educational Administrators and Learning Organization under The Secondary Educational Service Area Office Bangkok 2 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/gskkuhs/article/view/275944 <p>การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ เพื่อศึกษาทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ของผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อศึกษาความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ในสถานศึกษา และเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ของผู้บริหารสถานศึกษากับความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2 ผลการวิจัยพบว่า ทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ของผู้บริหารสถานศึกษา โดยรวมและเป็นรายด้านอยู่ในระดับมากที่สุด ความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ในสถานศึกษา โดยรวมและเป็นรายด้านอยู่ในระดับมากที่สุด ความสัมพันธ์ระหว่างทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ของผู้บริหารสถานศึกษากับความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ในสถานศึกษา โดยรวมมีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับปานกลาง อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .01</p> <p><strong>&nbsp;</strong></p> Jitpanu Phacharapakornpong Supawadee Lapjaroen ลิขสิทธิ์ (c) 2025 http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-11-12 2025-11-12 13 2 92 100 The The Academic Leadership of School Administrators under the Bangkok Metropolitan https://so04.tci-thaijo.org/index.php/gskkuhs/article/view/275936 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ&nbsp; เพื่อศึกษาภาวะผู้นําทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาตามความคิดเห็นของครูสังกัดกรุงเทพมหานคร และ&nbsp; เพื่อเปรียบเทียบภาวะผู้นําทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาตามการรับรู้ของครูสังกัดกรุงเทพมหานคร โดยจำแนกตามระดับการศึกษา วิทยฐานะ และประสบการณ์ทำงาน ผลการวิจัยพบว่า ความคิดเห็นของครูเกี่ยวกับภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา โดยภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก และครูที่มีระดับการศึกษาต่างกันมีความคิดเห็นเกี่ยวกับภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา โดยภาพรวมและรายด้านแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และครูที่มีวิทยฐานะต่างกันมีความคิดเห็นเกี่ยวกับภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา โดยภาพรวมและรายด้านไม่แตกต่างกันและครูที่มีประสบการณ์ในการสอนต่างกันมีความคิดเห็นเกี่ยวกับภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา โดยภาพรวมและรายด้านแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05</p> Saisamorn Wilangsa Ratana Kanjanaphan ลิขสิทธิ์ (c) 2025 http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-11-12 2025-11-12 13 2 101 113 Decision Making Elements in Disruption of Secondary School Administrators https://so04.tci-thaijo.org/index.php/gskkuhs/article/view/275763 <p><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; </strong>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาองค์ประกอบการตัดสินใจในยุคพลิกผันของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา 2) เพื่อยืนยันองค์ประกอบการตัดสินใจในยุคพลิกผันของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือ โรงเรียนมัธยมศึกษา จำนวน 519 โรงเรียน ได้มาโดยการสุ่มแบบแบ่งชั้น โดยใช้ภูมิภาคเป็นชั้นในการแบ่ง กำหนดผู้ให้ข้อมูลโรงเรียนละ 1 คน คือผู้อำนวยการสถานศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถามแบบมาตรประเมินค่า 5 ระดับ มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.98 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ การวิเคราะห์เนื้อหา แจกแจงความถี่ ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผลการวิจัยพบว่า</p> <ol> <li class="show">องค์ประกอบการตัดสินใจในยุคพลิกผันของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา ประกอบด้วย 12 องค์ประกอบ คือ 1) การวางแผนกลยุทธ์ เพื่อการบริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา 2) การบริหารปัจจัยที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน และไม่ได้คาดการณ์ล่วงหน้า 3) นโยบายที่ถูกกำหนดเพื่อรองรับสถานการณ์ที่พลิกผัน 4) นวัตกรรมทางการบริหารที่เกิดขึ้นจากความปกติใหม่ 5) ความสามารถในการวิเคราะห์เหตุการณ์ที่ยากจะคาดเดา 6) การบริหารเทคโนโลยีให้สอดคล้องกับสถานการณ์ 7) การส่งเสริมกำลังใจของครูและบุคลากร ให้มีศักยภาพเชิงปฏิบัติงาน 8) การพัฒนาการตัดสินใจจากเหตุปัจจัยภายในและภายนอก 9) ความสัมพันธ์ระหว่างสถานศึกษากับผู้ปกครอง ชุมชน และหน่วยงานอื่น 10) การประเมินผลการตัดสินใจเพื่อบริหารสถานศึกษา 11) การบริหารข้อมูลข่าวสารที่เชื่อถือได้ และ 12) ความสำคัญของงานทุกฝ่ายที่เป็นปัจจัยส่งเสริมการบริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา</li> <li class="show">องค์ประกอบการตัดสินใจในยุคพลิกผันของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาทั้ง 12 องค์ประกอบได้รับการยืนยันจากผู้ทรงคุณวุฒิ มีความเหมาะสมและสอดคล้องร้อยละ 100</li> </ol> Saard Suwannasitdhi Chuan Paranggul ลิขสิทธิ์ (c) 2025 http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-11-12 2025-11-12 13 2 114 124 นิเทศการศึกษาอย่างไร? เพื่อพัฒนาครูให้จัดการเรียนรู้สู่คุณภาพของผู้เรียนเต็มตามศักยภาพ https://so04.tci-thaijo.org/index.php/gskkuhs/article/view/277150 <p class="Objective" style="margin: 0cm; margin-bottom: .0001pt; text-align: justify; text-justify: inter-cluster; text-indent: 36.0pt;"><span lang="TH" style="font-size: 14.0pt; font-family: 'TH Sarabun New',sans-serif;">เนื่องจากการศึกษาในปัจจุบันนำระบบและเทคโนโลยีการจัดการการเรียนรู้ใหม่ๆ มาใช้มากขึ้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ครูจะต้องได้รับการสนับสนุนและการพัฒนาที่จำเป็นเพื่อใช้เครื่องมือเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพและปรับปรุงการเรียนรู้ของผู้เรียน บทความนี้นำเสนอแนวทางในการนิเทศการศึกษาเพื่อพัฒนาครูในระบบการจัดการการเรียนรู้ใหม่ผ่านการสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (</span><span style="font-size: 14.0pt; font-family: 'TH Sarabun New',sans-serif;">PLC) <span lang="TH">โดยการสร้างวิสัยทัศน์และเป้าหมายร่วมกัน นอกจากนี้แนวทางการนิเทศตามการ </span>coaching<span lang="TH"> จัดเป็นอีกแนวทางที่สามารถเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาครู โดยเริ่มจากการสร้างความสัมพันธ์ที่ไว้วางใจระหว่างโค้ชและครู ให้การสังเกต ข้อเสนอแนะ และการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ให้ครูมีส่วนร่วมในการสนทนาแบบ ซึ่งแนวทางในการนิเทศการศึกษาเพื่อการพัฒนาครูแบบครอบคลุมนี้มีความสำคัญต่อการพัฒนากระบวนการจัดการรู้เรียนสำหรับการศึกษาที่กำลังพัฒนาและเตรียมนักเรียนให้พร้อมสู่ความสำเร็จเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เติบโตเต็มตามศักยภาพ</span></span></p> Chadawan Sukhamsri Thidawan Unkong ลิขสิทธิ์ (c) 2025 http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-11-12 2025-11-12 13 2 1 12