วารสารอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jasu <p>วารสารอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้อาจารย์ นักวิชาการ นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป ได้มีโอกาสเผยแพร่ผลงานทางวิชาการและผลงานวิจัย รวมทั้งได้แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นทางวิชาการ และการวิจัยในสาขามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และวิจิตรศิลป์ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการศึกษาในสาขาดังกล่าวต่อไป</p> en-US <p>ผู้เขียนบทความต้องยินยอมในข้อกำหนดต่าง ๆ ของวารสารก่อนส่งบทความตีพิมพ์</p> jchanlun@gmail.com (ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. จุฑาทิพย์ จันทร์ลุน) journal.arts.su@gmail.com (กองบรรณาธิการวารสารฯ) Fri, 01 Apr 2022 20:28:04 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 บทวิจารณ์หนังสือ (Book Review) "ร้านมหัศจรรย์สำหรับคนไม่หยุดฝัน" https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jasu/article/view/256374 <p>"ร้านมหัศจรรย์สำหรับคนไม่หยุดฝัน” แต่งโดย “อีมีเย” นักเขียนชาวเกาหลี ตีพิมพ์เมื่อปีพ.ศ. 2563 การตีพิมพ์ในช่วงแรกออกมาในลักษณะหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ แต่เนื่องจากทนเสียงเรียกร้องจากผู้อ่านไม่ไหว จนต้องทำการตีพิมพ์ออกมาเป็นรูปเล่มภายในเวลาต่อมาไม่นานหลังจากนั้น นิยายขนาดยาวเล่มนี้ได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็นแฮร์รี่ พอตเตอร์ภาคสอง เพราะเป็นนิยายที่มีความเป็นแฟนตาซีและในขณะเดียวกันก็ให้อารมณ์รักษาและเยียวยาจิตใจผู้คนด้วยเช่นกัน</p> วนิดา คราวเหมาะ ลิขสิทธิ์ (c) 2021 วารสารอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jasu/article/view/256374 Fri, 24 Dec 2021 00:00:00 +0700 บทบรรณาธิการ https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jasu/article/view/256472 จุฑาทิพย์ จันทร์ลุน ลิขสิทธิ์ (c) 2021 วารสารอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jasu/article/view/256472 Mon, 27 Dec 2021 00:00:00 +0700 หน้าปกวารสาร https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jasu/article/view/256341 วารสารอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ลิขสิทธิ์ (c) 2021 วารสารอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jasu/article/view/256341 Fri, 24 Dec 2021 00:00:00 +0700 การเปลี่ยนแปลงของย่านบางรักภายหลังการตัดถนนเจริญกรุง สมัยรัชกาลที่ 4 -6 (พ.ศ. 2394-2468) https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jasu/article/view/256190 <p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเปลี่ยนแปลงของย่านบางรักในช่วงเวลาที่กำหนด โดยมองผ่านที่อยู่อาศัย อาคารสถานที่ ย่านสถานทูต และย่านสถานที่ราชการสำคัญในสมัยนั้น เพื่อต้องการศึกษาความเปลี่ยนแปลงของกรุงเทพฯ โดยรวมที่กระทบต่อผู้คนในย่านบางรัก ถนนเจริญกรุง และเพื่อต้องการศึกษาผลของความเจริญที่เกิดขึ้นกับย่านบางรักถนนเจริญกรุง ขอบเขตของการศึกษาจะจำกัดอยู่เพียงบริเวณย่านบางรักและย่านใกล้เคียงที่เกี่ยวข้อง &nbsp;ผลจากการศึกษาพบว่า การตัดถนนเจริญกรุงภายหลังการลงนามในสนธิสัญญาเบาว์ริง พ.ศ. 2398 ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของย่านบางรักขึ้นมาเป็นอย่างมาก ทำให้ย่านที่เคยเป็นเพียงชานพระนครกลายเป็นย่านที่มีผู้คนเข้ามาอยู่อาศัยหนาแน่นขึ้นและกลายเป็นย่านธุรกิจ ย่านสถานทูต และย่านสถานที่ราชการสำคัญ รวมทั้งเป็นที่อยู่อาศัยของผู้มีอันจะกินในกรุงเทพฯ ความเจริญของกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นด้านการคมนาคม ด้านสาธารณูปโภคต่าง ๆ ล้วนเกิดขึ้นที่ถนนเจริญกรุงในย่านบางรักด้วยเสมอ และผลของความเจริญที่เกิดขึ้นทำให้ย่านบางรัก ถนนเจริญกรุง มีห้างร้าน อาคารสูงแห่งแรก ๆ ของกรุงเทพฯ ขึ้นในบริเวณใกล้เคียงเพื่อรองรับความต้องการของผู้คนในย่านบางรัก</p> <p>&nbsp;</p> วรางคณา นิพัทธ์สุขกิจ ลิขสิทธิ์ (c) 2021 วารสารอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jasu/article/view/256190 Tue, 21 Dec 2021 00:00:00 +0700 ทฤษฎีพหุวัฒนธรรมนิยมของชาร์ลส์ เทย์เลอร์ https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jasu/article/view/256240 <p>บทความนี้กล่าวถึงแนวคิดของชาร์ลส์ เทย์เลอร์ ผู้พัฒนาทฤษฎีพหุวัฒนธรรมนิยมเชิงเสรีนิยมด้วยกลยุทธ์ของการใช้แนวคิดเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เป็นคานงัดเพื่อสอดแทรกพันธะหน้าที่ในการเคารพยอมรับความแตกต่างหลากหลายทางวัฒนธรรมเข้ามาในระบบคิดของเสรีนิยม ในระบบคิดดังกล่าว การเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อันเป็นพื้นฐานของความเท่าเทียมมีความสำคัญ การเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุคคลต้องอาศัยการเคารพยอมรับในอัตลักษณ์ของปัจเจกบุคคล แต่เนื่องจากอัตลักษณ์มีความแตกต่างหลากหลาย หน้าที่ในการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์จึงมาพร้อมกับหน้าที่ในการเคารพยอมรับในอัตลักษณ์ที่แตกต่างหลากหลายด้วย เนื่องจากวัฒนธรรมมีบทบาทสำคัญในการนิยามอัตลักษณ์ของบุคคลด้วย จึงต้องมีการเคารพในความหลากหลายเชิงวัฒนธรรมไปพร้อมกันด้วย ที่สำคัญคือเทย์เลอร์ชี้ว่าเสรีนิยมเป็นเพียงวัฒนธรรมหนึ่งที่มีความเสมอกันกับวัฒนธรรมอื่น ๆ ดังนั้น จึงไม่มีอภิสิทธิ์เหนือวัฒนธรรมอื่นเคารพยอมรับกลุ่มทางวัฒนธรรม การนำคุณค่าแบบเสรีนิยมไปครอบวัฒนธรรมอื่น ๆ จัดเป็นท่าทีแบบจักรวรรดินิยมทางวัฒนธรรม อันเป็นสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยง</p> ปกรณ์ สิงห์สุริยา ลิขสิทธิ์ (c) 2021 วารสารอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jasu/article/view/256240 Fri, 24 Dec 2021 00:00:00 +0700 เพลงและบทร้องในบทหุ่นกระบอกจักรพันธุ์เรื่องตะเลงพ่าย: ความประสานกลมกลืนของภาษาวรรณศิลป์และดุริยางคศิลป์ https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jasu/article/view/256241 <p>บทความวิจัยนี้มุ่งศึกษากลวิธีบรรจุเพลง และความสัมพันธ์ระหว่างบทร้องกับภาษาวรรณศิลป์ในบทหุ่นกระบอกจักรพันธุ์เรื่องตะเลงพ่าย ผลการศึกษาพบว่าเพลงที่บรรจุในหุ่นกระบอกจักรพันธุ์เรื่องตะเลงพ่ายมีจำนวน 113 เพลง โดยใช้กลวิธี 3 ประการ คือ 1) การสืบสานเพลงตามขนบในการแสดง&nbsp; 2) การดัดแปลงเพลง คือการดัดแปลงเพลงสำเนียงภาษา การตัดตอนเพลง และการดัดแปลงทางเพลง และ 3) การสร้างสรรค์เพลงใหม่ เพลงที่บรรจุนี้มีบทบาทสำคัญต่อการขับเน้นภาษาวรรณศิลป์คือ 1) การใช้เพลงเพื่อขับเน้นการสรรคำ 2) การใช้เพลงเพื่อย้ำความ 3) การใช้เพลงเป็นภาพพจน์ คือการใช้เพลงเป็นความเปรียบและอรรถวิภาษ 4) การใช้เพลงเพื่อขับเน้นอารมณ์สะเทือนใจ และ 5) การใช้เพลงเพื่อเกริ่นนำเข้าสู่เรื่องและปิดเรื่อง กลวิธีการบรรจุเพลงในบทหุ่นกระบอกจักรพันธุ์เรื่องตะเลงพ่าย สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการบรรจุเพลงเพื่อใช้ประกอบการแสดงที่ปรากฏทั้งรูปแบบตามขนบและรูปแบบการสร้างสรรค์ใหม่&nbsp; ส่วนความประสานกลมกลืนระหว่างเพลงที่บรรจุกับภาษาวรรณศิลป์ที่ปรากฏในการแสดงหุ่นกระบอกตะเลงพ่ายนั้น&nbsp; ช่วยขับเน้นให้ผู้ชมเกิดความรู้สึกร่วมกับการนำเสนอแก่นเรื่องความเสียสละที่ช่วยธำรงเอกราชของชาติ และส่งผลให้บทหุ่นกระบอกจักรพันธุ์เรื่องตะเลงพ่ายมีลักษณะเด่นในฐานะวรรณคดีการแสดง</p> รัชนีกร รัชตกรตระกูล ลิขสิทธิ์ (c) 2021 วารสารอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jasu/article/view/256241 Fri, 24 Dec 2021 00:00:00 +0700 ความเชื่อเรื่อง“เสือสมิง”ในวรรณกรรมไทยร่วมสมัย : กรณีศึกษานวนิยายของตรี อภิรุม https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jasu/article/view/238371 <p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเชื่อเรื่องเสือสมิงในสังคมไทยและการนำข้อมูลดังกล่าวมาสร้างเป็นนวนิยายของตรี อภิรุม นักเขียนวรรณกรรมแนวลึกลับเหนือธรรมชาติที่มีชื่อเสียง ได้แก่&nbsp; นวนิยายเรื่อง<strong>ภูตพยัคฆ์</strong> (2526) และนวนิยายเรื่อง<strong>สายพันธุ์พยัคฆ์</strong> (2551) ผลการศึกษาพบว่า ความเชื่อเรื่องเสือสมิงในสังคมไทยมีอยู่หลากหลายและจำแนกได้เป็น 3 กลุ่ม คือ 1) ความเชื่อเรื่องเสือสมิง คือ เสือที่สามารถกลายร่างเป็นคนได้เพราะมีวิญญาณของคนสิงสู่ 2) ความเชื่อเรื่องเสือสมิง คือ คนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับวิชาคาถาอาคมและสามารถกลายร่างเป็นเสือได้ 3) ความเชื่อเรื่องเสือสมิง คือ เสือเฒ่าหรือคนชราที่มีสภาพร่างกายเปลี่ยนไปตามธรรมชาติ ตรี อภิรุมได้นำความเชื่อเรื่องเสือสมิงมาต่อเติมจินตนาการของตนเองและสร้างเป็นองค์ประกอบต่าง ๆ ทั้งโครงเรื่อง ตัวละคร ฉากบรรยากาศในนวนิยาย นวนิยายของตรี อภิรุมจึงไม่ใช่เพียงนวนิยายประเภทจินตนิมิตที่สอดแทรกความเชื่อเรื่องเสือสมิงเพื่อสร้างความน่าตื่นเต้นและชวนติดตามเท่านั้น แต่องค์ประกอบต่าง ๆ ในนวนิยายที่ตรี อภิรุมสร้างขึ้นยังมีส่วนสัมพันธ์กับความคิดความเชื่อเรื่องเสือสมิงแต่เดิมในสังคม โดยอาจมีการจินตนาการต่อเติมเรื่องราวลึกลับแฟนตาซีหรือความรักโรแมนติกเพื่อเพิ่มความน่าสนใจและมีบทบาทสำคัญในการปลูกฝังแนวคิดทางพุทธศาสนา และการร่วมแรงร่วมใจกันแก้ปัญหาระหว่างคนเมืองกับคนชนบทด้วย</p> ชนัญชิดา บุญเหาะ ลิขสิทธิ์ (c) 2021 วารสารอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jasu/article/view/238371 Sat, 25 Dec 2021 00:00:00 +0700 กลวิธีทางภาษาและข้อคำนึงที่เป็นเหตุจูงใจในการให้คำแนะนำในภาษาไทย https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jasu/article/view/256244 <p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลวิธีทางภาษาและข้อคำนึงที่เป็นเหตุจูงใจในการให้คำแนะนำในภาษาไทย โดยใช้แนวคิดวัจนปฏิบัติศาสตร์แนวปลดปล่อย ข้อมูลที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ได้มาจากการตอบแบบสอบถามของกลุ่มตัวอย่างจำนวน 200 คน และการสัมภาษณ์เชิงลึกจากการสุ่มกลุ่มตัวอย่างจำนวน 20 คน ผลการวิจัยพบว่ากลวิธีทางภาษาที่ใช้ในการให้คำแนะนำในภาษาไทยปรากฏทั้งสิ้น 4 กลวิธีหลัก ได้แก่ กลวิธีทางภาษาที่ใช้เพื่อทำให้ผู้ฟังคลายกังวล กลวิธีทางภาษาที่ใช้แสดงสัมพันธภาพ กลวิธีทางภาษาที่ใช้แนะนำอย่างตรงไปตรงมา และกลวิธีทางภาษาที่ใช้เพื่อทำให้ผู้ฟังคล้อยตาม ส่วนข้อคำนึงที่เป็นเหตุจูงใจในการให้คำแนะนำในภาษาไทยพบว่าผู้พูดคำนึงถึงความรู้สึกของผู้ฟังเป็นสำคัญซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการให้คำแนะนำในบริบทสังคมวัฒนธรรมไทยเป็นวัจนกรรมที่ไม่ได้คุกคามหน้าด้านลบของผู้ฟัง เพราะผู้พูดมีความปรารถนาดีต่อผู้ฟัง</p> วุฒินันท์ แก้วจันทร์เกตุ, อุมาภรณ์ สังขมาน ลิขสิทธิ์ (c) 2021 วารสารอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jasu/article/view/256244 Fri, 24 Dec 2021 00:00:00 +0700 บทนานทีในบทละครสันสกฤตเรื่องวาสันติกสวัปนะ https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jasu/article/view/256366 <p>บทความวิจัยนี้มุ่งศึกษาบทนานทีในบทละครสันสกฤตเรื่อง<em>วาสันติกสวัปนะ</em>ที่ดัดแปลงจากบทละครอังกฤษของวิลเลียม เชกสเปียร์ เรื่อง <em>A Midsummer Night’s Dream</em> โดยใช้ทฤษฎีการละครสันสกฤตในการวิเคราะห์เป็นหลัก ผลการศึกษาพบว่า บทนานทีในบทละครเรื่องนี้คงลักษณะตามกฎเกณฑ์ทฤษฎีการละครสันสกฤต ได้แก่ การประพันธ์เป็นบทร้อยกรองด้วยศารทูลวิกรีฑิตฉันท์&nbsp; การใช้อักษรและคณะฉันท์ที่ให้ความหมายมงคล การใช้อลังการ และสามารถจัดเป็นนานทีประเภทปัตราวลี นอกจากนี้ยังพบลักษณะพิเศษอื่นอีก ได้แก่ การไม่ปรากฏการใช้ถ้อยคำนมัสการ คำสรรเสริญ และคำอำนวยพรต่อเทพเจ้าองค์ใดองค์หนึ่งโดยเฉพาะ เช่นกวีสันสกฤตโบราณซึ่งอาจจะเป็นเพราะกวีต้องการแสดงความเป็นตัวของตัวเองที่เลื่อมใสคำสอนในคัมภีร์อุปนิษัทที่มีสาระสำคัญคือการบรรลุความหลุดพ้นจากสังสารวัฏ นอกจากนี้ผู้วิจัยได้พบการแฝงนัยโต้กลับเจ้าอาณานิคมด้วยกลวิธีการประพันธ์ อาทิ รูปแบบและภูมิปัญญาอันลึกซึ้งและแยบคายของกวี ทั้งนี้เพราะต้องการปลุกจิตสำนึก หรือชี้แนะแนวทางในการต่อต้านเจ้าอาณานิคมแก่กลุ่มบัณฑิตผู้เป็นปัญญาชนของชาติ</p> พิชญาวุฒิ กุมภิโร, ชานป์วิชช์ ทัดแก้ว ลิขสิทธิ์ (c) 2021 วารสารอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jasu/article/view/256366 Fri, 24 Dec 2021 00:00:00 +0700 การพัฒนารูปแบบการสร้างเส้นทางท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ของจังหวัดเพชรบุรีด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jasu/article/view/256247 <p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อคัดเลือกสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ในอำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี ที่สามารถเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ พัฒนาฐานข้อมูลระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์สำหรับสนับสนุนกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และสร้างแบบจำลองเส้นทางท่องเที่ยวสำหรับสนับสนุนกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ดำเนินการวิจัยโดยนำข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดเพชรบุรีมาจัดกลุ่มและทำการประเมินโดยใช้แบบตรวจประเมินมาตรฐานคุณภาพแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์จากกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พ.ศ.2557 จากนั้นจึงมากำหนดแนวทางการออกแบบระบบสารสนเทศและสร้างแบบจำลองการจัดเส้นทางท่องเที่ยว ผลการวิจัยพบว่า สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ในอำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี ที่สามารถเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้มีทั้งหมด 26 แห่ง ประกอบด้วยวัด 18 แห่ง วัง 4 แห่ง และสถานที่สำคัญ 4 แห่ง จากการประเมินมาตรฐานคุณภาพแหล่งท่องเที่ยวพบว่า สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ในจังหวัดเพชรบุรีที่อยู่ในเกณฑ์คุณภาพคะแนนมาตรฐานระดับดีเยี่ยม มีทั้งหมด 7 แห่ง อยู่ในเกณฑ์ระดับดีมาก มีทั้งหมด 4 แห่ง อยู่ในเกณฑ์ระดับดี มีทั้งหมด 4 แห่ง อยู่ในเกณฑ์ระดับปานกลาง มีทั้งหมด 5 แห่ง และอยู่ในเกณฑ์ระดับต่ำ มีทั้งหมด 6 แห่ง จากนั้นจึงนำสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับการประเมินในระดับดีเยี่ยมและดีมากมาออกแบบฐานข้อมูล และพัฒนาระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์สำหรับสนับสนุนการท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่มีข้อมูลเชิงบรรยายประกอบกับภาพ แผนที่ และสื่อสนับสนุนอื่น ๆ คำนวณและจัดเส้นทางการท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ รวมถึงสามารถคำนวณเส้นทางเชื่อมโยงไปสู่ข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวได้</p> สมคิด ภูมิโคกรักษ์, วรางคณา นิพัทธ์สุขกิจ, นำพวัลย์ กิจรักษ์กุล, คมสัน คีรีวงศ์วัฒนา, เพชรดา ชุนอ่อน, ศุภฤกษ์ โออินทร์ ลิขสิทธิ์ (c) 2021 วารสารอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jasu/article/view/256247 Fri, 24 Dec 2021 00:00:00 +0700 การศึกษาแนวคิดสำนักขงจื๊อในคัมภีร์จงยง https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jasu/article/view/256248 <p>แนวคิดของลัทธิขงจื๊อ เป็นแนวคิดหลักในวัฒนธรรมจีนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน คัมภีร์จงยงเป็นหนึ่งในเอกสารที่ถ่ายทอดแนวความคิดเรื่องการปฏิบัติตนให้เหมาะสมตามหลักแห่งความสัตย์จริง งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา “แนวทางอันควรในการดำรงชีวิตตามหลักความเหมาะสมที่แน่นอน” หรือ “ธรรมวิถี” ที่สะท้อนผ่านคัมภีร์จงยง โดยศึกษาระบบคิดผ่านเนื้อหาในคัมภีร์ คัดเลือกข้อมูล ลำดับข้อมูลและจัดระบบตามกรอบความคิดในการวิจัย พร้อมทั้งวิเคราะห์ อธิบายและเชื่อมโยงความคิดทั้งหมดให้ต่อเนื่องเพื่อประโยชน์ของการนำไปประยุกต์ใช้ ผลการศึกษาสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ด้านคือ 1. ธรรมวิถีในการเข้าถึงธรรมชาติด้วยความสัตย์จริง 2. ธรรมวิถีในด้านความกตัญญู 3. ธรรมวิถีในด้านการปกครอง และ 4. ธรรมวิถีในการใช้ชีวิตตามสถานะ</p> จตุวิทย์ แก้วสุวรรณ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2021 วารสารอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jasu/article/view/256248 Fri, 24 Dec 2021 00:00:00 +0700 ชนิดของคำในคำบอกพหูพจน์ภาษาเกาหลี “들 /teul/ (ทั้งหลาย)” https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jasu/article/view/256368 <p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิจัยหน้าที่ของคำ คำว่า 들 /teul/ (ทั้งหลาย) คำดังกล่าวปรากฏใน 『พจนานุกรมภาษาเกาหลีฉบับมาตรฐาน』 โดยกำหนดชนิดของคำว่าเป็นทั้งหน่วยคำเติม คำนามไม่อิสระ และคำช่วย แสดงให้เห็นว่า 들 /teul/ (ทั้งหลาย) เป็นทั้งคำศัพท์และหน่วยคำ ซึ่งการปรากฏในรูปแบบคำช่วยและคำนามไม่อิสระ들 /teul/ (ทั้งหลาย) ปรากฏโดยไม่มีเครื่องหมายยัติภังค์ แต่ถ้าเป็นหน่วยคำเติม ปรากฏร่วมกับเครื่องหมายยัติภังค์ บทความนี้ใช้เครื่องมือเก็บรวมรวมข้อมูลตัวอย่างประโยคจากคลังคำศัพท์ของศูนย์วิจัยมนุษยศาสตร์ทางดิจิทัล และผลการวิจัยมุ่งค้นหาคำตอบเรื่องหน้าที่ของคำว่า들 /teul/ (ทั้งหลาย) ผลคือประเด็นที่หนึ่ง 들 /teul/ (ทั้งหลาย) มีคุณสมบัติตรงกับคำนามไม่อิสระ เพียงแค่การวางติดกับส่วนภาคแสดงท้ายประโยค ประเด็นที่สองคือการพิจารณา 들 /teul/ (ทั้งหลาย) กับการมีหน้าที่คำเป็นคำช่วย ผลคือคำดังกล่าวมีคุณลักษณะใกล้เคียงกับการเป็นคำช่วยมากที่สุด เนื่องจากสามารถวางติดกับคำชนิดต่าง ๆ ได้หลากหลาย และคำนั้นจะมีความหมายเป็น “พหูพจน์” ซึ่งแนวคิดนี้มีความเป็นไปได้มากที่สุด ประเด็นที่สามคือการมอง들 /teul/ (ทั้งหลาย) ว่าเป็นหน่วยคำเติม ผลคือผู้วิจัยไม่เห็นด้วยว่าคำดังกล่าวมีคุณสมบัติความเป็นหน่วยคำเติม เพราะ들 /teul/ (ทั้งหลาย) สามารถใส่หรือละในประโยคได้ ซึ่งคำนี้ไม่มีคุณสมบัติการสร้างคำที่มีความหมายใหม่เหมือนกับหน่วยคำเติมอื่น</p> วนิดา คราวเหมาะ ลิขสิทธิ์ (c) 2021 วารสารอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jasu/article/view/256368 Fri, 24 Dec 2021 00:00:00 +0700 หน่วยสร้างที่มีคำ “ให้” จากมุมมองของภาษาเยอรมัน https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jasu/article/view/256291 <p>บทความนี้นำเสนอผลของงานวิจัยที่ศึกษาเชิงเปรียบต่างระหว่างภาษาไทยกับภาษาเยอรมัน โดยมุ่งเน้นที่จะตอบคำถามวิจัยสำคัญสองประการ คือ 1) รูปแบบการปรากฏ ความหมายและหน้าที่ทางวากยสัมพันธ์ของหน่วยคำ “ให้” ในภาษาไทยนั้นมีอะไรบ้าง สามารถจัดประเภทได้อย่างไร และ 2) คำเทียบเคียงภาษาเยอรมันของหน่วยสร้างที่มีคำ “ให้” ในภาษาไทยมีอะไรบ้าง และหน่วยสร้างที่มีคำ “ให้” ในภาษาไทยนั้นมีลักษณะสอดคล้องกับภาษาเยอรมันอย่างไร ข้อมูลที่ใช้ในการวิเคราะห์ คือ คลังข้อมูลสองภาษาสองทิศทาง ซึ่งรวบรวมขึ้นจากตัวบทที่เป็นเรื่องสั้นและบทความที่ไม่ใช่งานวรรณกรรมซึ่งเขียนขึ้นเป็นภาษาไทยและภาษาเยอรมัน รวมถึงบทแปลของตัวบททั้งหมดเป็นอีกภาษาหนึ่ง ผลการวิจัยพบว่า หน่วยสร้างที่มีคำว่า “ให้” ในภาษาไทยที่พบในคลังข้อมูลนั้นมีด้วยกัน 14 รูปแบบ ซึ่งสามารถแจกแจงตามความหมายหรือหน้าที่ได้เป็น 10 กลุ่ม ได้แก่ การเป็นกริยาที่ไม่สื่อความหมาย การส่งมอบของจากผู้ให้ไปสู่ผู้รับ การให้ประโยชน์หรือก่อให้เกิดความเสียหาย การก่อให้เกิดผล การอนุญาต &nbsp;การแสดงผลลัพธ์ การแสดงวัตถุประสงค์ การบอกลักษณะหรืออาการ การบอกความแย้งกัน และการบอกเวลา ส่วนคำเทียบเคียงภาษาเยอรมันของหน่วยสร้างที่มีคำ “ให้” ในภาษาไทยที่พบมากที่สุดมี 7 รูป คือ 1) คำกริยา <em>lassen</em> 2) คำกริยาวิเศษณ์ <em>sollen</em> 3) การกกรรมรอง 4) คำบุพบท <em>zu</em> &nbsp;5) คำบุพบท <em>für</em> 6) คำสันธาน <em>um...zu</em> และ 7) <em>zu</em> ที่ใช้คู่กับกริยา Infinitiv ผลการศึกษาจึงชี้ให้เห็นชัดว่าคำ “ให้” ในภาษาไทยนั้นมีกระบวนกลายเป็นคำทางไวยากรณ์ที่ค่อนข้างครอบคลุมหลากหลายความหมาย และมีคำเทียบเคียงภาษาเยอรมันที่มีความคล้ายคลึงกันทั้งในด้านความหมายและโครงสร้าง</p> กรกช อัตตวิริยะนุภาพ ลิขสิทธิ์ (c) 2021 วารสารอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jasu/article/view/256291 Fri, 24 Dec 2021 00:00:00 +0700 เครื่องกระดาษจีน และความตื่นตัวกับปัญหามลภาวะทางอากาศ https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jasu/article/view/256255 <p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอสถานภาพการศึกษาของการดำเนินกิจกรรมทางวัฒนธรรมจีนในประเทศไทยกับผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม และแนวทางในการลดมลภาวะที่เกิดจากการประกอบพิธีกรรมนั้น ๆ มีกล่าวถึงการอพยพของชาวจีนมายังประเทศไทย ความสำคัญของเครื่องกระดาษในวัฒนธรรมจีนและผลกระทบที่เกิดจากกิจกรรมทางวัฒนธรรมจีน กิจกรรมทางวัฒนธรรมจีนในประเทศไทยในบทความนี้เน้นเรื่อง การเซ่นไหว้บรรพบุรุษด้วยการเผาเครื่องกระดาษ และปัญหาสิ่งแวดล้อมที่กล่าวถึง ได้แก่ ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (pm 2.5) ซึ่งมีสาเหตุหนึ่งมาจากการเผา มีหน่วยงานภาครัฐทั้งของประเทศไทยและประเทศฮ่องกงและนักวิจัยได้เสนอแนวทางเพื่อลดปัญหามลภาวะจากการเผาเครื่องกระดาษ ดังนี้ 1) การงดเผาเครื่องกระดาษจีน 2) การเผาเครื่องกระดาษจีนในเตาที่มีระบบกรองควันเสีย 3) การผลิตเครื่องกระดาษจีนจากวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ดังนั้นการปรับตัวทางวัฒนธรรมจึงมีส่วนสำคัญในการที่จะสามารถธำรงรักษาวัฒนธรรมไปพร้อมกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้</p> อันนา คือเบล, นวัต เลิศแสวงกิจ ลิขสิทธิ์ (c) 2021 วารสารอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jasu/article/view/256255 Fri, 24 Dec 2021 00:00:00 +0700 ประวัติดนตรีบำบัดในประเทศไทย https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jasu/article/view/256286 <p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาค้นคว้าและรวบรวมองค์ความรู้ศาสตร์ด้านดนตรีบำบัดที่เกิดขึ้นในประเทศไทยและมีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ใน 3 ด้าน ได้แก่ (1) ด้านบริการคลินิกดนตรีบำบัด (2) ด้านการจัดการศึกษาดนตรีบำบัด และ (3) ด้านการวิจัยดนตรีบำบัด การศึกษาครั้งนี้ เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์เชิงลึกแบบกึ่งโครงสร้าง (Semi-structured Interview) จากการสัมภาษณ์บุคคลที่เกี่ยวข้องกับศาสตร์ด้านดนตรีบำบัดในประเทศไทย ประกอบไปด้วย นักดนตรีบำบัด แพทย์ และการวิเคราะห์การศึกษาค้นคว้าจากเอกสารต่างๆ (Document Analysis) เช่น เอกสาร ตำรา สิ่งพิมพ์ บทความวิจัย รายงานวิจัย บทความเชิงวิชาการ เป็นต้น ผลการวิจัยพบว่า ประเทศไทยเริ่มมีการใช้ดนตรีบำบัดเมื่อปี พ.ศ. 2533 วิธีการใช้ดนตรีบำบัดคือ กิจกรรมดนตรีนันทนาการ เล่นเครื่องดนตรี ร้องเพลง การเคลื่อนไหว ด้านการศึกษาพบว่า ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550ประเทศไทยมีการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนในระดับปริญญา และหลักสูตรระยะสั้น สำหรับประวัติการวิจัยดนตรีบำบัด พบว่า ประเทศไทยเริ่มมีงานวิจัยดนตรีบำบัดตั้งแต่ปี พ.ศ.2528&nbsp; และมีการทำงานวิจัยเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ประโยชน์ที่ได้จากงานวิจัยครั้งนี้ ทำให้ทราบถึงประวัติดนตรีบำบัดในประเทศไทย เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลสำหรับการค้นคว้าและต่อยอดทางวิชาการสำหรับผู้ศึกษาด้านดนตรีบำบัด</p> สมชัย ตระการรุ่ง ลิขสิทธิ์ (c) 2021 วารสารอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jasu/article/view/256286 Fri, 24 Dec 2021 00:00:00 +0700 การศึกษาและการประพันธ์บทเพลงนมัสการคริสเตียนเพ็นเทคอสต์ https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jasu/article/view/256287 <p>บทความนี้เป็นการศึกษาและการประพันธ์บทเพลงนมัสการคริสเตียนคณะเพ็นเทคอสต์ ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบเชิงคุณภาพมีจุดประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาบริบททางวัฒนธรรมและหลักการประพันธ์บทเพลงนมัสการคริสเตียนคณะเพ็นเทคอสต์ 2) สร้างสรรค์และเผยแพร่บทเพลงนมัสการคริสเตียนคณะเพ็นเทคอสต์ ผลการวิจัยพบว่า ธรรมเนียมปฏิบัติของคริสเตียนคณะเพ็นเทคอสต์มีบทบาทหน้าที่ต่อคริสตจักร 2 ประเด็น ได้แก่ 1) บทบาทหน้าที่ต่อจิตวิญญาณ 2) บทบาทหน้าที่เป็นสัญลักษณ์ ในส่วนของบทเพลงนมัสการพระเจ้ามีบทบาทหน้าที่ต่อคริสตจักร 3 ประเด็นคือ 1) สื่อถึงพระเจ้า 2) สื่อถึงสมาชิกในคริสตจักร 3) สื่อถึงตนเอง ด้านการประพันธ์เพลงพบว่าผู้ประพันธ์ให้ความสำคัญกับการเคลื่อนของทำนองเป็นลำดับขั้นประกอบด้วยขั้นคู่ 1 เพอร์เฟค 2 เมจอร์ และคู่ 2 ไมเนอร์&nbsp; และการพัฒนาโมทีฟแบบซีเควนซ์ บนรากฐานของบันไดเสียง เมเจอร์ ไมเนอร์ และเพนตาโทนิค ด้านบทร้องพบว่ามีลักษณะการประพันธ์บทร้อง 5 รูปแบบได้แก่ 1) ประพันธ์จากประสบการณ์ของตนเอง 2) การดึงเนื้อหาในพระคริสตธรรมคัมภีร์มาใช้ทั้งหมด 3) การเขียนโดยบรรยายโวหาร 4) การซ้ำคำต่างวรรค 5) การอุปมาอุปไมย นอกจากนี้ผู้วิจัยได้ประพันธ์บทเพลงนมัสการบทใหม่จากผลการวิเคราะห์ก่อนหน้านี้จำนวน 3 บทเพลงได้แก่ 1) ลมหายใจแห่งการสรรเสริญ 2) ข้าขอสัมผัส 3) บทเพลงนามเดียว จากนั้นจึงนำบทเพลงนมัสการบทใหม่มาขับร้องนมัสการพระเจ้าในวันอาทิตย์ที่คริสตจักรเพื่อนแห่งพระคุณปัญญาจารย์</p> ณัฐกร พรปฤงคพ, มานพ วิสุทธิแพทย์, สุรศักดิ์ จำนงค์สาร ลิขสิทธิ์ (c) 2021 วารสารอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jasu/article/view/256287 Fri, 24 Dec 2021 00:00:00 +0700 ทวิวัจน์ทางดนตรีระหว่างปี่พาทย์ไทยและพิณเพียตเขมรในมิติประวัติศาสตร์ https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jasu/article/view/256342 <p>บทความนี้เป็นการศึกษาทวิวัจน์ทางดนตรีระหว่างปี่พาทย์ไทยและพิณเพียตเขมรในมิติประวัติศาสตร์ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวัฒนธรรมปี่พาทย์ไทยและวัฒนธรรมพิณเพียตเขมรผ่านกระบวนการศึกษาข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์การเมืองการปกครองและประวัติศาสตร์ทางดนตรีของทั้ง 2 ประเทศร่วมกัน จากลักษณะการศึกษาข้ามวัฒนธรรมร่วมกับการศึกษาภาคสนาม พบว่าปี่พาทย์ไทยและพิณเพียตเขมรมีความสัมพันธ์กัน&nbsp; ทั้งชื่อของวงดนตรี ประวัติศาสตร์การเมืองการปกครองตั้งแต่อดีต และมีลักษณะคล้ายคลึงด้านรูปลักษณ์เครื่องดนตรี วงดนตรี รูปแบบของบทเพลง และบทบาทหน้าที่ในการบรรเลง รวมทั้งบริบททางประวัติศาสตร์ความเป็นมาร่วมกัน ปี่พาทย์ไทยและพิณเพียตเขมรยังมีความเหมือนในความแตกต่าง (Similarities in Differences) ซึ่งสามารถอธิบายด้วยเหตุผลทางประวัติศาสตร์ร่วมกับการแสดงออกมาในตัวบท (Text) หรือเสียงจากการบรรเลงดนตรีที่สามารถส่งผลต่อความคิดและรูปแบบของการใช้ทำนอง น้ำหนักเสียง และระเบียบวิธีการบรรเลง เหตุนี้จึงส่งผลต่องานดนตรีที่มีรูปแบบคล้ายคลึงกันมากที่สุด โดยเฉพาะโครงสร้างเชิงลึก (Deep Structure) ที่สร้างร่วมกันในอดีต นำไปสู่การเป็นมรดกร่วมทางวัฒนธรรมในปัจจุบัน</p> พงศพิชญ์ แก้วกุลธร, วีระ พันธุ์เสือ, สุรศักดิ์ จำนงค์สาร ลิขสิทธิ์ (c) 2021 วารสารอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jasu/article/view/256342 Fri, 24 Dec 2021 00:00:00 +0700 ยง อิงคเวทย์ บรมครูผู้บุกเบิกงานแปลกวีนิพนธ์จีนโบราณ : ผลงานและอัตลักษณ์ https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jasu/article/view/256370 <p>บทความนี้มุ่งอภิปรายผลงานและรูปแบบการเผยแพร่งานแปลบทกวีนิพนธ์จีนโบราณของยง อิงคเวทย์&nbsp; ตลอดจนศึกษาวิเคราะห์อัตลักษณ์งานแปลของยง อิงคเวทย์ จากการศึกษาพบว่า ยง หรือ “อาจารย์ยง” ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นผู้ริเริ่มบุกเบิกเส้นทางงานแปลบทกวีนิพนธ์จีนโบราณของไทย ได้ถ่ายทอดผลงานแปลกวีนิพนธ์จีนไว้เป็นจำนวนมากและครอบคลุมแทบจะทุกยุคสมัยของจีน ด้วยอัตลักษณ์งานแปลที่สามารถรักษา“อรรถ” และ “รส” ได้เทียบเสมอภาษาต้นฉบับ&nbsp; และแบบฉบับ “งานแปลกึ่งงานวิชาการ” ซึ่งพบว่าผู้แปลได้เสริมข้อความรู้ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมจีนประกอบการแปลบทกวีนิพนธ์ในแต่ละยุคสมัยเป็นจำนวนมาก&nbsp; ส่งผลให้งานแปลของท่านได้รับการสนับสนุนให้จัดพิมพ์ซ้ำหลายครั้งในโอกาสต่าง ๆ กัน เป็นแม่แบบและแรงบันดาลใจการแปลกวีนิพนธ์จีนโบราณของนักแปลรายอื่น ๆ อีกทั้งยังเป็นเอกสารวิชาการชิ้นสำคัญในการการศึกษาประวัติศาสตร์จีนและของไทยอีกด้วย</p> จรัสศรี จิรภาส ลิขสิทธิ์ (c) 2021 วารสารอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jasu/article/view/256370 Fri, 24 Dec 2021 00:00:00 +0700