วารสารการวิจัย กาสะลองคำ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย https://so04.tci-thaijo.org/index.php/ksk <div> <p style="text-indent: 0.5in; background: white; margin: 0in 0in 7.5pt; text-align: justify;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK',sans-serif;">วารสารการวิจัยกาสะลองคำ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย จัดพิมพ์ขึ้นเพื่อเป็นสื่อกลางในการตีพิมพ์เผยแพร่บทความที่มีคุณภาพเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาสังคม ชุมชนหรือท้องถิ่น ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น บทความวิจัย (</span><span style="font-size: 16.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK',sans-serif;">Research Article) <span lang="TH">บทความวิชาการ (</span>Academic Article) <span lang="TH">บทความปริทัศน์ (</span>Review Article) <span lang="TH">หรือบทวิจารณ์หนังสือ (</span>Book Review) <span lang="TH">โดยเนื้อหาในบทความแสดงให้เห็นถึงการสร้างสรรค์ทางวิชาการให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาหรือสร้างความเปลี่ยนแปลงในเชิงพื้นที่สังคมหรือท้องถิ่นทั้งในด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ศึกษาศาสตร์และศิลปกรรมศาสตร์ รวมทั้งประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องโดยเปิดรับบทความทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ</span></span></p> <p style="text-align: justify; text-justify: inter-cluster; text-indent: .5in; background: white; margin: 0in 0in 7.5pt 0in;"><strong><span style="font-size: 16.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK',sans-serif;"><span lang="TH">กำหนดการเผยแพร่ </span></span></strong></p> <p style="text-align: justify; text-justify: inter-cluster; text-indent: .5in; background: white; margin: 0in 0in 7.5pt 0in;"><span style="font-size: 16.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK',sans-serif;"><span lang="TH">วารสารวิจัยกาสะลองคำ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย กำหนดการเผยแพร่ปีละ 2 ฉบับ <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ฉบับที่ 1 มกราคม-มิถุนายน <br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ฉบับที่ 2 กรกฎาคม-ธันวาคม</span></span></p> <h6 style="text-align: justify; text-justify: inter-cluster; text-indent: .5in; background: white; margin: 0in 0in 7.5pt 0in;"><span style="font-size: 16.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK',sans-serif;"><span lang="TH"><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;(เปิดรับบทความตลอดทั้งปี)</span></span></h6> <p style="text-align: justify; text-justify: inter-cluster; text-indent: .5in; background: white; margin: 0in 0in 7.5pt 0in;"><span style="font-size: 16.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK',sans-serif;"><span lang="TH">&nbsp; หมายเลขวารสาร&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; Print ISBN:&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; 1906-3016<br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; Online E-ISBN:&nbsp; &nbsp; &nbsp;2697-5017<br></span></span></p> <p style="text-indent: 0.5in; background: white; margin: 0in 0in 7.5pt; text-align: justify;"><strong><span style="font-size: 16.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK',sans-serif;"><span lang="TH">กระบวนการพิจารณาบทความ</span></span></strong></p> <h6 style="text-indent: 0.5in; background: white; margin: 0in 0in 7.5pt; text-align: justify;"><span style="font-size: 16.0pt; font-family: 'TH SarabunPSK',sans-serif;"><span lang="TH"><br>&nbsp; &nbsp; &nbsp; บทความทุกบทความจะต้องผ่านการพิจารณาโดยผู้ทรงคุณวุฒิที่เชี่ยวชาญอย่างน้อย 2 ท่านเพื่อพิจารณาให้คำแนะนำเพื่อการปรับปรุงแก้ไขและให้ความคิดเห็นว่าควรรับลงตีพิมพ์หรือไม่รวมทั้งจัดส่งผลการประเมินยังผู้เขียนบทความโดยตลอดกระบวนพิจารณาผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เขียนบทความจะไม่ทราบชื่อซึ่งกันและกัน (Double-blind peer review) นอกจากนี้ข้อคิดเห็นของบทความที่ปรากฏในวารสารฉบับนี้เป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน ไม่ถือว่าเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ<br></span></span></h6> </div> สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย th-TH วารสารการวิจัย กาสะลองคำ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย 1906-3016 การมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการโลจิสติกส์การท่องเที่ยวชุมชน: กรณีศึกษาบ้านวังขรณ์ หมู่ 11 ตำบลโพชนไก่ อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี https://so04.tci-thaijo.org/index.php/ksk/article/view/245096 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ1) ศึกษาบริบทและศักยภาพของชุมชนที่มีต่อการจัดการโลจิสติกส์การท่องเที่ยวที่บ้านวังขรณ์ ตำบลโพชนไก่ อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี และ 2) จัดทำเส้นทางเชื่อมโยงการท่องเที่ยวบนอัตลักษณ์ของชุมชนบ้านวังขรณ์กับแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดสิงห์บุรี กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ผู้นำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน ชาวบ้าน นักท่องเที่ยว หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพที่ใช้กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research: PAR) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์เชิงลึกและจัดสนทนากลุ่ม การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพโดยใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา (content analysis)</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า ศักยภาพด้านการจัดการการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านวังขรณ์ หมู่ 11 ตำบลโพชนไก่ อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี มีอยู่ในระดับมาก ผู้นำชุมชนและชาวบ้านมีส่วนร่วมในกิจกรรมการท่องเที่ยวและตัดสินใจร่วมกัน ได้รับการอบรมพัฒนาเรียนรู้จากสำนักงานพัฒนาชุมชน โดยเฉพาะในเรื่อง ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ซึ่งได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านเป็นอย่างดี ชาวบ้านมีความต้องการที่จะผลิตและพัฒนาคุณภาพของสินค้าชุมชนจากภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมทั้งสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวชุมชน รวมทั้งการอนุรักษ์วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิต&nbsp; สำหรับเส้นทางการท่องเที่ยวบนอัตลักษณ์ของตลาดจ้อกแจ้กชุมชนบ้านวังขรณ์ สามารถเชื่อมโยงได้กับแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ในจังหวัดสิงห์บุรี ได้แก่ อุทยานแม่ลามหาราชานุสรณ์ แหล่งเตาน้ำแม่น้อย&nbsp; พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอินทร์บุรี&nbsp; วัดพระนอนจักรสีห์ อุทยานวีรชนค่ายบางระจัน วัดพิกุลทอง วัดโพธิ์เก้าต้น และวัดอัมพวัน</p> จิราวรรณ สมหวัง Copyright (c) 2021 วารสารการวิจัย กาสะลองคำ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2021-04-16 2021-04-16 14 2 1 17 การประยุกต์ใช้บัตรคำเพื่อสอนภาษาไทยระดับสูงแก่ผู้เรียนชาวจีน https://so04.tci-thaijo.org/index.php/ksk/article/view/245355 <p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </strong>วัตถุประสงค์ของบทความนี้เป็นไปเพื่ออธิบายวิธีการประยุกต์ใช้บัตรคำแก่ผู้เรียนชาวต่างประเทศในการสอนภาษาไทย ประชากร คือ นักศึกษา 15 รายที่เรียนในระดับ 4 ของหลักสูตรเร่งรัดภาษาไทยสำหรับชาวต่างประเทศ&nbsp; เครื่องมือในการวิจัย คือ บัตรคำ 6 ประเภท ประกอบด้วย อาหาร บุคคล วัน สิ่งของ คำสร้างคำถาม และสถานที่ ผลการศึกษาพบว่า การประยุกต์ใช้บัตรคำมี 7 ขั้นตอน ประกอบด้วย การทบทวนคำศัพท์ การจัดกลุ่มผู้เรียนใหม่ตามความหมายของบัตร การพูดเร็ว การจัดประเภทของบัตรคำลงในกล่อง การสร้างย่อหน้าด้วยคำศัพท์จากบัตรคำ การรวมกลุ่มใหม่เพื่อช่วยกันเล่าเรื่องจากบัตรคำของสมาชิกในกลุ่ม ผลลัพธ์การเรียนรู้หลังการประยุกต์ใช้พบว่า ผู้เรียนมีส่วนร่วมกับกิจกรรมทุกคน และผู้เรียนมีวิธีการที่จะช่วยเพื่อนให้จดจำประโยคเพื่อให้เล่าเรื่องได้สำเร็จ &nbsp;สำหรับการทวนสอบผลลัพธ์การเรียนรู้ทำขึ้นหลังกิจกรรมเสร็จสิ้นแล้ว 2 วัน พบว่า ผู้เรียนยังสามารถจดจำคำ ความหมาย และเขียนเล่าเรื่องโดยใช้บัตรคำเหล่านั้นได้อย่างถูกต้อง &nbsp;</p> ทัตพิชา สกุลสืบ Panuwat Sakulsueb Copyright (c) 2021 วารสารการวิจัย กาสะลองคำ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2021-04-16 2021-04-16 14 2 19 29 Shaman King Analects: Analysing Discourse of Moral Believes in a Translated Japanese Comic Series https://so04.tci-thaijo.org/index.php/ksk/article/view/244807 <p>งานวิจัยชิ้นนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1.ศึกษาคำศัพท์ที่แสดงความเชื่อทางศีลธรรมในการ์ตูนญี่ปุ่นแปลอังกฤษชุด <em>ราชันย์แห่งภูต</em> (<em>Shaman King</em>) 2.จัดกลุ่มแนวคิดทางศีลธรรมต่างๆที่พบในการ์ตูน และ 3.อธิบายแนวคิดทางศีลธรรมแต่ละกลุ่มด้วยชุดความเชื่อทางตะวันออกที่ปรากฏในสังคมญี่ปุ่น โดยใช้วิธีแบบ "วาทกรรมวิเคราะห์" ศึกษาในระดับตัวบท ระดับผู้นำเสนอสาร และระดับสังคม-วัฒนธรรม ซึ่งนำชุดความเชื่อทางศีลธรรมตะวันออกที่ปรากฏในสังคมญี่ปุ่น ได้แก่ พุทธ ชินโต ขงจื๊อ เต๋า เซน และบูชิโด มาเป็นตัวอธิบายแนวคิดที่ค้นพบจากการ์ตูนชุดนี้ จากการศึกษาพบว่ามีแนวคิด 9 หมวดหมู่ คือ บุคลิกตัวอย่าง สภาวะทางจิต การจัดการความทุกข์ สังคมสัมพันธ์ ความเป็นผู้นำ มนุษย์กับธรรมชาติ อนาคต การล้างแค้น และโทษประหาร การถอดความบทสนทนาจากการ์ตูนนั้นสังเกตได้ว่าจะทำให้เกิดตัวบทที่มีรูปแบบคล้าย "หลุนอี่ว์" ซึ่งแปลว่า "ข้อความคัดสรรเบ็ดเตล็ด" จึงมีข้อเสนอว่า วรรณกรรมประเภทเรื่องเล่าที่มีบทสนทนาทุกชนิด สามารถถูกนำมาคัดสรรให้เป็น "หลุนอี่ว์" ตามความหมายข้างต้นเพื่อวิเคราะห์ได้ทั้งสิ้น</p> วารี อ่อนชมจันทร์ ซิมมี่ อุปรา Sudarat Payaprom Copyright (c) 2021 วารสารการวิจัย กาสะลองคำ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2021-04-16 2021-04-16 14 2 43 60 THE DEVELOPMENT OF ENGLISH HANDOUT ON CAUSATIVE FORM BY USING AUGMENTED REALITY TECHNOLOGY FOR STUDENTS ON MATTHAYOMSUKSA 5 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/ksk/article/view/242948 <p>The purposes of this research were to 1) develop English handout on causative form by using augmented reality technology for Students on Matthayomsuksa 5 at good quality and the efficiency 80/80 of criteria, 2) compare the pre - test score with the study’s learning achievement score on causative form handout by using augmented reality technology, 3) study effectiveness index from using augmented reality technology handout, 4) study student’s satisfactions toward augmented reality technology handout and 5) study the benefit and difficulty of augmented reality technology handout. The sample group were 10 Matthayomsuka 5 students at Santiratwittayalai school that selected from purposive sampling by choosing the students who had English grade point average below 3.00</p> <p>The research results were as follows: 1) the English handout with augmented reality technology showed quality at very good level and showed efficiency at 81.00/83.33, 2) the student’s learning achievement score were higher than the pre-test score at .05 levels of significant, 3) the effectiveness index is 0.4789, 4) the student’s satisfactions on English handout were at the highest level (<img title="\bar{x}" src="https://latex.codecogs.com/gif.latex?\bar{x}"> = 4.78, S.D. = 0.39) and 5) the benefits of English handout with augmented reality technology were to stimulate for studying and can review the contents that not understanding with handout, and the difficulty was the English language in application couldn’t be changed so the teacher have to instruct the students how to use the application.</p> <p>&nbsp;</p> สุดารัตน์ โยชน์เยื้อน Sudarat Yotyuen Sutithep Siripipattanakul Copyright (c) 2021 วารสารการวิจัย กาสะลองคำ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2021-04-16 2021-04-16 14 2 61 76 การศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพในป่าชุมชนบ้านสบเปาใหม่ หมู่ที่ 14 ตำบลแม่เปา อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย เพื่อการจัดการโดยชุมชน https://so04.tci-thaijo.org/index.php/ksk/article/view/244888 <p><strong>บทคัดย่อ</strong></p> <p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </strong>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและจัดทำฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพและศึกษาแนวทางการจัดการป่าชุมชนบ้านสบเปาใหม่ หมู่ที่ 14 ตำบลแม่เปา อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย โดยสำรวจชนิดพรรณพืช พันธุ์สัตว์ สัมภาษณ์ผู้รู้ ผู้นำชุมชน และจัดเสวนากลุ่มเพื่อนำเสนอฐานข้อมูลและกำหนดแนวทางการจัดการ ผลการสำรวจพบสัตว์ 107 ชนิด 19 อันดับ 51วงศ์ แบ่งตามสัตว์มีกระดูกสันหลัง 5 กลุ่ม ได้แก่ นก 75 ชนิดใน 11 อันดับ 33 วงศ์&nbsp; จัดเป็นนกประจำถิ่น 55 ชนิด นกอพยพ 12 ชนิด และนกประจำถิ่นที่ประชากรบางส่วนมีการอพยพ&nbsp; 8 ชนิด สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม พบ 4 ชนิดใน 2 อันดับ 2 วงศ์&nbsp; &nbsp;สัตว์เลื้อยคลาน พบ&nbsp; 5 ชนิด ใน 1 อันดับ 3 วงศ์ สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก พบ&nbsp; 11 ชนิด&nbsp; 2 อันดับ 5 วงศ์ และปลา พบ 12 ชนิด ใน 3 อันดับ 8 วงศ์ &nbsp;ผลจากการวางแปลงสุ่มตัวอย่างขนาด 50x20 เมตร จำนวน 3 แปลง พบพันธุ์ไม้ &nbsp;อย่างน้อย 52 ชนิด 26 วงศ์ เป็นไม้ใหญ่ จำนวน 49 ชนิด 25 วงศ์ ไม้หนุ่ม 7 ชนิด 6 วงศ์ กล้าไม้&nbsp; 9 ชนิด 7 วงศ์<strong> &nbsp;</strong>ได้มีการรวบรวมและจัดทำเป็นฐานข้อมูลแล้วนำเสนอข้อมูลให้กับชุมชน เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจวางแนวทางการจัดการ ซึ่งชุมชนได้จัดทำแนวการจัดการร่วมกันดังนี้ &nbsp;1.การพัฒนาป่าชุมชนบ้านสบเปาใหม่ หมู่ที่ 14 ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติ&nbsp;&nbsp; 2.การสืบสานแนวทางการอนุรักษ์ป่าชุมชน&nbsp;&nbsp; 3.การติดตามความเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศในป่าชุมชน และ 4.การอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชุมชน</p> <p>&nbsp;</p> <p><strong>คำสำคัญ </strong><strong>:</strong> ป่าชุมชน&nbsp; ความหลากหลายทางชีวภาพ&nbsp; การจัดการโดยชุมชน</p> <p>&nbsp;</p> รณิดา ปิงเมือง สุทธิ มลิทอง เพ็ญศรี มลิทอง Copyright (c) 2021 วารสารการวิจัย กาสะลองคำ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2021-04-16 2021-04-16 14 2 77 86 ภาพลักษณ์จิ้งจอกตามทัศนะของคนจีนในแต่ละยุคสมัย https://so04.tci-thaijo.org/index.php/ksk/article/view/244197 <p>บทความนี้มีจุดประสงค์ เพื่อวิเคราะห์ภาพลักษณ์ของจิ้งจอกในแต่ละยุคสมัยตามทัศนะของคนจีน รวมถึงศึกษาถึงปัจจัยที่ทำให้ภาพลักษณ์ของจิ้งจอกในทัศนะของคนจีนเปลี่ยนแปลงไป โดยบทความนี้เริ่มจากเนื้อความที่ว่าด้วย 1) “จิ้งจอก”สู่ “ปีศาจจิ้งจอก”; 2)“ปีศาจจิ้งจอก” สู่ “ปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง”; 3)“ปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง” สู่ “เซียนจิ้งจอกเก้าหาง โดยทั้ง 3 หัวข้อนอกจากเรียงตามวิวัฒนาการภาพลักษณ์ของจิ้งจอกและ ยังเรียงตามช่วงเวลาตามประวัติศาสตร์จีนอีกด้วย ทั้งนี้ผู้เขียนมีความหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะให้บทความนี้ไม่เพียงแต่เป็นการศึกษาเรื่องภาพลักษณ์ของจิ้งจอกในทัศนะของคนจีนเท่านั้น ยังมีความต้องการที่จะให้บทความนี้มีประโยชน์สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยอีกด้วย</p> ผ่องพิชญ์ สวงรัมย์ ภาณุเดช จริยฐิตินันท์ Copyright (c) 2021 วารสารการวิจัย กาสะลองคำ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2021-04-16 2021-04-16 14 2 31 41