วารสารการวิจัย กาสะลองคำ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย https://so04.tci-thaijo.org/index.php/ksk <div>&nbsp; วารสารการวิจัยกาสะลองคำ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย จัดพิมพ์ขึ้นเพื่อเป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ บทความวิชาการ,บทความวิจัย,บทวิจารณ์และหนังสือ,บทความปริทัศน์, บทความรับเชิญ โดยเนื้อหาในบทความเกี่ยวข้องกับ ศิลปศาสตร์,มนุษยศาสตร์,ปรัชญาและสังคมวิทยาศิลปศาสตร์ ,มนุษยศาสตร์,ปรัชญาและสังคมวิทยา บทความทุกเรื่องในวารสารฉบับนี้ได้รับการพิจารณาประเมินคุณภาพทางวิชาการก่อนการตีพิมพิ์โดยผู้ทรงคุณวุฒิ(Peer Review)ตามสาขาที่เกี่ยวข้องจากภายในหรือภายนอก มหาวิทยาลัยบทความทุกบทความจะต้องผ่านการพิจารณาโดยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่น้อยกว่า 2 ท่าน โดยผู้เขียนบทความและผู้ทรงคุณวุฒิจะไม่ถูกเปิดเผย (Double-blind Peer review) กองบรรณาธิการจะแจ้งผลการประเมินของผู้เขียนบทความผู้เขียบนบทความต้องปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำของผู้ทรงคุณวุฒิหรือตอบข้อซักถามให้ชัดเจนตามข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิจากนั้นผู้เขียนต้องส่งบทความที่แก้ไขเรียบร้อยแล้วมายังกองบรรณาธิการภายในระยะเวลาที่กำหนดกองบรรณาธิการจะพิจารณารับตีพิมพ์ในวารสารโดยใช้ผลการประเมินของผู้ทรงคุณวุฒิเป็นเกณฑ์ โดยคำตัดสินของบรรณาธิการถือเป็นอันสิ้นสุด&nbsp;</div> <p><strong>กำหนดเผยแพร่ ปีละ 2 ฉบับ</strong></p> <p>ฉบับที่ 1 มกราคม-มิถุนายน<br> ฉบับที่ 2 กรกฎาคม-ธันวาคม</p> <fieldset id="mastheadISSNContainer"> <div class="section"> <div class="pkp_helpers_quarter inline"><label class="sub_label" for="printIssn-5d6cc537e127f">Print ISSN :&nbsp;1906-3016</label></div> </div> </fieldset><fieldset id="mastheadJournalAbout"> <div class="section ">Online ISSN : 2697-5017</div> </fieldset> th-TH kasalongkham.crru@gmail.com (อาจารย์ ดร.อนันต์ แก้วตาติ๊บ) kasalongkham.crru@gmail.com (นายเจนณรงค์ ยศมูล) ศ., 13 มี.ค. 2020 13:39:37 +0700 OJS 3.1.2.4 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 การพัฒนากิจกรรมเสริมหลักสูตรกีฬาและนันทนาการเพื่อสร้างเสริมการมีระเบียบวินัยในตนเองสำหรับนักเรียนในยุคไทยแลนด์ 4.0 ของนักเรียนโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย https://so04.tci-thaijo.org/index.php/ksk/article/view/233647 <p>การดำเนินงานวิจัยเรื่องการพัฒนากิจกรรมเสริมหลักสูตรกีฬาและนันทนาการเพื่อสร้างเสริมการมีระเบียบวินัยในตนเองสำหรับนักเรียนในยุคไทยแลนด์ 4.0 ของนักเรียนโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนากิจกรรมเสริมหลักสูตรกีฬาและนันทนาการสำหรับสร้างเสริมความมีระเบียบวินัยในตนเองของนักเรียนในยุคไทยแลนด์ 4.0 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายและเพื่อหาประสิทธิภาพของกิจกรรมเสริมหลักสูตรกีฬาและนันทนาการสำหรับสร้างเสริมความมีระเบียบวินัยในตนเองของนักเรียนในยุคไทยแลนด์ 4.0 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 1 – 6 ของโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบประเมินประสิทธิภาพกิจกรรม การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษาพบว่า 1. ผลการพัฒนากิจกรรมเสริมหลักสูตรกีฬาและนันทนาการสำหรับสร้างเสริมความมีระเบียบวินัยในตนเองของนักเรียนในยุคไทยแลนด์ 4.0 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย พบว่า โครงสร้างของกิจกรรมประกอบด้วยสาระสำคัญ จุดประสงค์ ระยะเวลา วิธีการดำเนินการ สื่อ อุปกรณ์ การประเมินผล และข้อเสนอแนะ โดยมีชื่อกิจกรรมของแต่ละชั้นปี ดังนี้ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ได้แก่ ทั้งหมดจัดแถว ชั้นประถมศึกษาปที่ 2 ได้แก่ พาบอลเคลื่อนที่ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ได้แก่ ตารางเก้าช่อง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ได้แก่ แชร์บอลหนูรับได้ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ได้แก่ บอลรถไฟ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ได้แก่ การชกหมัดตรงแบบมวยไทย 2. ผลการหาประสิทธิภาพของกิจกรรมเสริมหลักสูตรกีฬาและนันทนาการสำหรับสร้างเสริมความมีระเบียบวินัยในตนเองของนักเรียนในยุคไทยแลนด์ 4.0 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายพบว่า ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาแต่ละด้านพบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านมาตรฐานความถูกต้องแม่นยำ (Accuracy) รองลงมาได้แก่ ด้านมาตรฐานความเหมาะสม (Propriety Standards) และด้านมาตรฐานการใช้ประโยชน์ (Utility)</p> พิทักษ์ เหล็กกล้า, กัญจน์ แกล้วกล้า, เอนก โคแพร่, อนันต์ รูปงาม Copyright (c) 2020 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/ksk/article/view/233647 จ., 06 ม.ค. 2020 00:00:00 +0700 โคลงภาพยี่ปุ่น : บันทึกความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ระหว่างญี่ปุ่นกับสยามประเทศ https://so04.tci-thaijo.org/index.php/ksk/article/view/233625 <p>การศึกษาโคลงภาพยี่ปุ่น จากบันทึกเอกสารหลักฐานทางประวัติศาสตร์ช่วงสมัยอยุธยาถึงสมัยรัตนโกสินทร์ (รัชกาลที่ 5) เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ระหว่างญี่ปุ่นกับสยามประเทศ จากเอกสาร ได้แก่ ประชุมพงศาวดาร ประชุมจารึกวัดพระเชตุพน และจดหมายเหตุ โดยนำโคลงภาพต่างภาษาของ กรมขุนเดชอดิศร หรือสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาเดชาดิศร ทรงนิพนธ์ “โคลงภาพยี่ปุ่น” มาเป็นข้อสังเกตในการวิเคราะห์ข้อมูล ผลการศึกษาพบว่า “โคลงภาพยี่ปุ่น” แสดงให้เห็นถึงลักษณะของชาวญี่ปุ่น ถิ่นที่อยู่ วิถีชีวิต การแต่งกาย สิ่งของเครื่องใช้ ความชำนาญในด้านงานช่างฝีมือ อันเป็นเอกลักษณ์ของชาวญี่ปุ่นในสยามประเทศ จากหลักฐานประชุมพงศาวดาร พบว่า ในสมัยอยุธยา เครื่องราชบรรณาการที่สยามประเทศให้กับฝรั่งเศส ส่วนหนึ่งเป็นของที่ทำขึ้นโดยช่างฝีมือชาวญี่ปุ่น มีความประณีตงดงาม ในสมัยรัชกาล ที่ 5 มีทหารอาสาชาวญี่ปุ่น อยู่ในการตั้งกองรับเสด็จฯ และในสมัยรัชกาลที่ 5 แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น ระหว่างสยามประเทศกับญี่ปุ่น โดยมีการแลกเปลี่ยนสิ่งของเครื่องราชบรรณาการต่อกัน</p> รัชดา ประณม, ลักคณา น้อยสว่าง Copyright (c) 2020 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/ksk/article/view/233625 อ., 07 ม.ค. 2020 00:00:00 +0700 โวหารวาทะเหมาเจ๋อตงกับการสืบผ่านคุณค่าแห่งคติจริยธรรม https://so04.tci-thaijo.org/index.php/ksk/article/view/233631 <p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์คติจริยธรรมในโวหารภาพพจน์ที่ปรากฏจากวาทะของเหมาเจ๋อตงในหนังสือ “บันทึกถ้อยคำเหมาเจ๋อตง” (毛泽东语录) เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพโดยการวิเคราะห์เอกสาร ผลการวิจัยพบว่า โวหารภาพพจน์ที่เหมาเจ๋อตงใช้นั้นสะท้อนคติจริยธรรมถึง 21 ประการ คือ (1) คุณธรรมห้าประการของขงจื่อ (ความพอดี มีเมตตา มารยาท สงบเสงี่ยม ใจกว้าง) (2) อย่าฟังความข้างเดียว (3) มีสติใคร่ครวญ (4) ขัดเกลาความคิด (5) ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว (6) การตายอย่างมีคุณค่า (7) พูดความจริงต่อมิตรอย่างจริงใจ (8) มีการสื่อสารปฏิสัมพันธ์กัน (9) เรียนรู้จากความล้มเหลว (ผิดเป็นครู) (10) รู้จักเป็นผู้ให้และใฝ่เรียนรู้ (11) ศึกษาให้รู้แน่แท้จริงแล้วลงมือปฏิบัติ (12) รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง (13) รู้ให้จริงรู้ให้รอบ (14) รู้จักรับฟังผู้อื่นและปรับปรุงพัฒนาตนเอง (15) อ่อมน้อมถ่อมตน ไม่ทะนงตนหยิ่งยโส (16) สู้กันซึ่งหน้า อย่าใช้วิธีสกปรก (17) กล้าต่อสู้กับความไม่ถูกต้อง (18) เห็นประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน (19) แก้ไขปัญหาทีละอย่าง (20) ขยันตั้งใจไม่ย่อท้อ และ (21) เตรียมพร้อมอยู่เสมอ ทั้งนี้ โวหารภาพพจน์หลายประเภทที่เหมาเจ๋อตงยกมากล่าวเปรียบเทียบนั้นสะท้อนให้เห็นถึงความงามในการใช้สำนวนโวหารอุปมาอุปไมย และแนวคิดในการปลูกฝังอุดมการณ์แห่งการประพฤติปฏิบัติที่มีคุณค่าอันเป็นคติจริยธรรมที่สามารถเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตในสังคมได้อย่างดียิ่ง</p> เกรียงไกร กองเส็ง Copyright (c) 2020 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/ksk/article/view/233631 จ., 06 ม.ค. 2020 00:00:00 +0700 การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม เรื่อง การผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ สำหรับนักออกแบบกราฟิกในกรุงเทพมหานคร https://so04.tci-thaijo.org/index.php/ksk/article/view/233632 <p>การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม เรื่อง การผลิตสื่อสิ่งพิมพ์สำหรับนักออกแบบกราฟิกในกรุงเทพมหานคร 2) เพื่อหาประสิทธิภาพหลักสูตรฝึกอบรม เรื่อง การผลิตสื่อสิ่งพิมพ์สำหรับนักออกแบบกราฟิก 3) เพื่อหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรที่ได้จากการเรียนหลักสูตรฝึกอบรม เรื่อง การผลิตสื่อสิ่งพิมพ์สำหรับนักออกแบบกราฟิก 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้ผ่านการฝึกอบรมจากหลักสูตรฝึกอบรม เรื่อง การผลิตสื่อสิ่งพิมพ์สำหรับนักออกแบบกราฟิก กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักออกแบบในสถานประกอบการการพิมพ์หรือนักออกแบบอิสระ จำนวน 20 คน ที่อยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร โดยเลือกมาแบบสุ่มอย่างง่าย ผลการวิจัยพบว่า 1) การประเมินคุณภาพของหลักสูตรฝึกอบรม เรื่อง กระบวนการผลิตสื่อสิ่งพิมพ์สำหรับนักออกแบบกราฟิกในกรุงเทพมหานคร โดยผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหา และด้านการพัฒนาหลักสูตรมีคุณภาพอยู่ในเกณฑ์ดี 2) หลักสูตรฝึกอบรมมีประสิทธิภาพร้อยละ 83.61/85.22 สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 3) ผู้เข้าฝึกอบรม มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้หลังฝึกอบรมสูงกว่าก่อนฝึกอบรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ .01 และ 4) ความพึงพอใจของผู้เข้าฝึกอบรมที่มีต่อการฝึกอบรมอยู่ในระดับมากที่สุด</p> วัฒน์ พลอยศรี Copyright (c) 2020 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/ksk/article/view/233632 จ., 06 ม.ค. 2020 00:00:00 +0700 การประยุกต์ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสำหรับการจัดการธุรกิจของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในจังหวัดสงขลา https://so04.tci-thaijo.org/index.php/ksk/article/view/223761 <p>การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการประยุกต์ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับการจัดการธุรกิจของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในจังหวัดสงขลา &nbsp;เพื่อศึกษาการประยุกต์ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับการจัดการธุรกิจของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อเปรียบเทียบการประยุกต์ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับการจัดการธุรกิจตามตัวแปรประชากรศาสตร์ของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในจังหวัดสงขลา&nbsp; และเพื่อเปรียบเทียบการประยุกต์ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับการจัดการธุรกิจตามปัจจัยการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในจังหวัดสงขลา กลุ่มตัวอย่างจำนวน 366 ตัวอย่าง โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยเลขาคณิต ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสถิติ t-test ค่าสถิติ F-test หรือ One-way ANOVA เมื่อพบความแตกต่างจะทดสอบเป็นรายคู่ด้วยวิธี Scheffe กำหนดค่านัยสำคัญทางสถิติไว้ที่ระดับ .05</p> สุธนา นาคฉาย, สมพล ทุ่งหว้า Copyright (c) 2020 วารสารการวิจัย กาสะลองคำ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/ksk/article/view/223761 จ., 06 ม.ค. 2020 00:00:00 +0700