https://so04.tci-thaijo.org/index.php/lawasrijo/issue/feed
วารสารลวะศรี
2026-06-30T23:09:02+07:00
ผศ.ดร.พรพจน์ จุลสวัสดิ์
thatchavong.j@lawasri.tru.ac.th
Open Journal Systems
<p><strong>วารสารลวะศรี มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี <span style="background-color: #ffffff;">ISSN 2586-8705 (Print) , ISSN (online) 2730-3748</span></strong></p> <p>เป็นช่องทางการเผยแพร่ผลงานวิชาการและผลงานวิจัยของคณาจารย์ นักวิชาการ นักศึกษา ผู้สนใจทั่วไปและแขนงวิชาที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นผลงานทางบริหารธุรกิจ ประกอบด้วย สาขาการบัญชี สาขาระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ สาขาการตลาด และสาขาพฤติกรรมองค์กรและการจัดการทรัพยากรมนุษย์ โดยวารสารได้จัดตีพิมพ์ในรูปแบบออนไลน์</p>
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/lawasrijo/article/view/289729
การพัฒนาคุณภาพชีวิตและการขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุผ่านสายใยของครอบครัวในพื้นที่ชายขอบ ตำบลแม่ระมาด อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก
2026-06-12T15:48:20+07:00
ชลธิชา แสงงาม
p_panun@hotmail.com
รัชนีวรรณ บุญอนนท์
ratchaneewanmadee@gmail.com
ยุชิตา กันหามิ่ง
loogtaw@hotmail.com
กันต์กนิษฐ์ จูรัตน์
ratchaneewanmadee@gmail.com
ราตรี โพธิ์ระวัช
ratri_p@kpru.ac.th
วัชรวิทย์ กรรณิการ์
wachirawit22@gmail.com
<p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ (1) เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุผ่านสายใยสัมพันธ์ของครอบครัวในพื้นที่ชายขอบ ตำบล แม่ระมาด อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก และ (2) เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุผ่านสายใยสัมพันธ์ของครอบครัวในพื้นที่ชายขอบ ตำบลแม่ระมาด อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน ดังนี้ (1) การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุผ่านสายใยสัมพันธ์ของครอบครัวในพื้นที่ชายขอบ ตำบลแม่ระมาด อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก เก็บรวบรวมข้อมูลโดยจัดสนทนากลุ่มภาคีที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้สูงอายุในตำบลแม่ระมาด จำนวน 20 คน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา และ (2) การขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุผ่านสายใยสัมพันธ์ของครอบครัวในพื้นที่ชายขอบ ตำบลแม่ระมาด อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม ถามผู้ที่เข้าร่วมประชุมขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในตำบลแม่ระมาด จำนวน 87 คน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติเชิงพรรณนาในรูปค่าความถี่ (Frequency) ค่าร้อยละ (Percent) ค่าเฉลี่ย (Mean) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation) ผลการวิจัยพบว่า (1) การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุผ่านสายใยสัมพันธ์ของครอบครัว มีแนวทาง 9 ข้อ ได้แก่ (1) การรักษาโครงสร้างการดูแลในครอบครัวให้คงอยู่และเข้มแข็ง (2) การเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ (3) การส่งเสริมการสร้างอาชีพเสริมและรายได้ (4) การส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางสังคม (5) การดูแลแบบองค์รวม (6) การพัฒนาศักยภาพคนในครอบครัว (7) การสร้างความเข้มแข็งของชุมชน (8) การพัฒนาระบบสวัสดิการ และ (9) การเสริมสร้างความสุขอย่างยั่งยืน (2) การขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ พบว่า ข้อที่มีค่าร้อยละสูงสุด คือ การสนับสนุนการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (ร้อยละ 90.80) รองลงมา คือ การส่งเสริมการมีส่วนร่วมในสังคมและกิจกรรมสร้างสรรค์ (ร้อยละ 75.80) และการพัฒนาระบบสวัสดิการและการสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชน (ร้อยละ 68.90) หน่วยงานที่ควรเข้ามาขับเคลื่อน คือ การบูรณาการร่วมกันทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และคนในครอบครัว (ร้อยละ 63.20) การขับเคลื่อนโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (= 4.56, S.D.= 0.53)</p>
2026-06-30T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารลวะศรี
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/lawasrijo/article/view/286194
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเข้าถึงบริการสาธารณสุขปฐมภูมิของประชากรวัยทำงาน ตำบลบางขาม อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี
2026-03-17T09:58:01+07:00
ณัฐนนท์ จันทร์เรือง
binboy25390429@gmail.com
อารยา ประเสริฐชัย
araya.pra@stou.ac.th
ธีระวุธ ธรรมกุล
theerawut_t@kkumail.com
<p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) พฤติกรรมสุขภาพ การรับรู้บริการสาธารณสุขปฐมภูมิ ทัศนคติที่มีต่อหน่วยบริการสาธารณสุข 2) การเข้าถึงบริการสาธารณสุขปฐมภูมิของประชากรวัยทำงาน และ 3) อิทธิพลของพฤติกรรมสุขภาพ การรับรู้บริการสาธารณสุขปฐมภูมิ ทัศนคติที่มีต่อหน่วยบริการสาธารณสุขต่อการเข้าถึงบริการสาธารณสุขปฐมภูมิของประชากรวัยทำงาน ตำบลบางขาม อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี ประชากรที่ศึกษา คือ ประชาชนวัยทำงาน อายุตั้งแต่ 15-59 ปี ที่อาศัยอยู่จริงในตำบลบางขาม อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี จำนวน 935 คน ทำการคำนวณขนาดตัวอย่างโดยใช้สูตรของ ทาโร่ ยามาเน่ ได้ขนาดกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 281 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วย สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ การแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคุณ ผลการศึกษา พบว่า 1) กลุ่มตัวอย่าง ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุอยู่ในช่วง 51-59 ปี โดยมีอายุเฉลี่ยเท่ากับ 41.92 ปี ระดับการศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป รายได้ต่อเดือนน้อยกว่าหรือเท่ากับ 10,000 บาท สถานภาพคู่ จำนวนสมาชิกในครอบครัวอยู่ด้วยกัน 2-5 คน ไม่มีโรคประจำตัว สิทธิ์การรักษาพยาบาลใช้สิทธิ์หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และใช้บริการที่โรงพยาบาล มีพฤติกรรมสุขภาพโดยรวมอยู่ในระดับสูง (Mean = 3.75, S.D. = 0.38) มีการรับรู้บริการสาธารณสุขปฐมภูมิโดยรวมอยู่ในระดับสูง (Mean = 3.93, S.D. = 0.785) มีทัศนคติต่อหน่วยบริการสาธารณสุขโดยรวมอยู่ในระดับสูง (Mean = 4.41, S.D. = 0.580) 2) มีการเข้าถึงบริการสาธารณสุขปฐมภูมิโดยรวมอยู่ในระดับสูง (Mean = 4.38, S.D. = 0.53) และ 3) ผลการวิเคราะห์การถดถอย พหุคุณ พบว่า ปัจจัยทัศนคติที่มีต่อหน่วยบริการสาธารณสุขเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเข้าถึงบริการสาธารณสุขปฐมภูมิของประชากรวัยทำงาน ตำบลบางขาม อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์ถดถอย เท่ากับ 0.784</p>
2026-07-02T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารลวะศรี