วารสารนิติศาสตร์และสังคมท้องถิ่น https://so04.tci-thaijo.org/index.php/llsj <p><strong>วารสารนิติศาตร์และสังคมท้องถิ่น Print ISSN:</strong> 2586-8802 <strong>Online ISSN:</strong> 2651-2157</p> <p>วารสารนิติศาสตร์และสังคมท้องถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี เป็นวารสารทางวิชาการสำหรับนักศึกษา อาจารย์ นักวิจัย และนักวิชา การทั้งภายในและภายนอก เพื่อเผยแพร่ผลงานวิชาการด้านนิติศาสตร์และศาสตร์ที่เกี่ยวกับสังคมท้องถิ่นภาคใต้ รวมทั้งในประเทศไทย ตลอดถึงเผยแพร่งานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาตามคุณภาพบัณฑิตศึกษา</p> <p> </p> <p><strong>ต้นฉบับทุกเรื่องที่พิมพ์เผยแพร่ได้รับการตรวจสอบความถูกต้องทางวิชาการ โดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) </strong><strong>ด้วยรูปแบบ Anonymous Reviewer/Anonymous Author เฉพาะสาขานิติศาสตร์และสังคมศาสตร์ ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกจากหลากหลายสถาบัน อย่างน้อย 3 คน</strong></p> คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี (Faculty of Law Suratthani Rajabhat University) th-TH วารสารนิติศาสตร์และสังคมท้องถิ่น 2586-8802 <p>บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารนิติศาสตร์และสังคมท้องถิ่น คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี </p> <p>เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารนิติศาสตร์และสังคมท้องถิ่น ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยหรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนิติศาสตร์และสังคมท้องถิ่น ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารนิติศาสตร์และสังคมท้องถิ่น หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ หรือเพื่อกระทำการใดๆจะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารนิติศาสตร์และสังคมท้องถิ่นก่อนเท่านั้น</p> คำแนะนำสำหรับผู้เขียน https://so04.tci-thaijo.org/index.php/llsj/article/view/258768 <p>-</p> รุ่งฤทัย เต็มไป Copyright (c) 2022 วารสารนิติศาตร์และสังคมท้องถิ่น http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0/ 2022-05-14 2022-05-14 6 1 259 282 การแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเพื่อป้องกันการบุกรุกที่ดินของรัฐ https://so04.tci-thaijo.org/index.php/llsj/article/view/252767 <p>บทความวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาถึงการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเพื่อป้องกันการบุกรุกที่ดินของรัฐ ทั้งในกรณีของทรัพย์สินของแผ่นดินธรรมดาและสาธารณสมบัติของแผ่นดิน</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า การบุกรุกที่ดินของรัฐมีปัญหาที่สำคัญ คือ ปัญหาความลักลั่นของบทสันนิษฐานและบทกำหนดโทษของกฎหมายฉบับต่าง ๆ ปัญหาการปล่อยปละละเลยของพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบและควบคุมดูแล ปัญหาการขาดการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและท้องถิ่น นอกจากนี้ ปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐถือเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเช่นกัน</p> <p>ข้อเสนอแนะ ควรเพิ่มบทสันนิษฐานของกฎหมายว่าเป็นการกระทำความผิดเช่นเดียวกับกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ในกฎหมายที่เกี่ยวข้องฉบับอื่น ๆ และควรแก้ไขบทกำหนดโทษในกฎหมายฉบับต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้มีอัตราโทษอ้างอิงในมาตรฐานเดียวกัน ควรบัญญัติความผิดและบทกำหนดโทษเป็นการเฉพาะสำหรับพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปล่อยปละละเลยในการตรวจสอบและควบคุมดูแลที่ดินของรัฐ ควรให้ถือว่าประชาชนเป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และให้รางวัลสำหรับผู้แจ้งข้อมูลหรือสินบนนำจับ ควรให้พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดินมีผลเป็นการถอนสภาพการเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินต่อเมื่อมีการส่งมอบที่ดินเรียบร้อยแล้ว และ ควรกำหนดความผิดบุกรุกที่ดินของรัฐไม่ว่าจะมีลักษณะเป็นการค้าหรือไม่ก็ตาม ให้ถือว่าเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน</p> ภัฏฐิญา สิริบวรพัฒน์ วิกรณ์ รักษ์ปวงชน Copyright (c) 2022 วารสารนิติศาสตร์และสังคมท้องถิ่น https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2022-05-14 2022-05-14 6 1 1 20 ความรับผิดทางแพ่งกรณีรถหายในห้างสรรพสินค้า https://so04.tci-thaijo.org/index.php/llsj/article/view/256003 <p>งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพซึ่งเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากเอกสารมีวัตถุประสงค์ในการวิจัย คือ เพื่อศึกษาบริบท สภาพแวดล้อมกรณีรถหายในห้างสรรพสินค้าและกฎหมายความรับผิดกรณีรถหายในห้างสรรพสินค้า ตลอดถึงศึกษาแนวทางพัฒนาปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวกับในความรับผิดกรณีรถหายในห้างสรรพสินค้า</p> <p>ผลวิจัยพบว่า ห้างสรรพสินค้ามีหน้าที่จัดการดูแลรักษาความปลอดภัยทรัพย์สินของผู้มาซื้อสินค้า จะต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดและมีประสิทธิ ภาพ เมื่อมีเหตุรถหายในห้างสรรพสินค้าถือว่าเป็นการงดเว้นหน้าที่ดูแลทรัพย์สินของลูกค้าจึงเป็นความรับผิดในทางละเมิด และไม่สามารถอ้างการปิดประกาศยกเว้นความรับผิด เป็นเหตุให้ตนหลุดพ้นความรับผิดได้ แต่อย่างไรก็ตาม หากห้างสรรพสินค้าจัดให้มีผู้ประกอบการรายอื่นเช่าพื้นที่ บุคคลเหล่านี้ถือว่าไม่ใช่ลูกค้าของห้างสรรพสินค้า ดังนี้ ห้างสรรพสินค้าไม่ต้องรับผิด</p> <p>งานวิจัยมีข้อเสนอแนะว่าควรจัดทำ ดังนี้ (1) ชื่อ “ร่างพระราชบัญญัติความรับผิดทางแพ่งกรณีรถหายในห้างสรรพสินค้า” (2) กำหนดหลักเกณฑ์ว่า “ห้างสรรพสินค้ามีหน้าที่จะต้องใช้ความระมัดระวังดูแลทรัพย์สินของลูกค้าเช่นเดียวกับผู้มีอาชีพเช่นนั้น” (3) การปิดประกาศยกเว้นความรับผิดในกรณีรถของลูกค้าหายในห้างสรรพสินค้า ก็ไม่เป็นเหตุให้หลุดพ้นจากความรับผิดแต่อย่างใด (4) กำหนดให้พนักงานรักษาความปลอดภัยต้องรับผิดตามสัญญา และ (5) กำหนดให้ห้างสรรพสินค้าต้องจัดให้มีการทำประกันภัยเพื่อคุ้มครองวินาศภัยในกรณีที่รถของลูกค้าหาย</p> เพชร ขวัญใจสกุล Copyright (c) 2022 วารสารนิติศาสตร์และสังคมท้องถิ่น https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2022-05-14 2022-05-14 6 1 21 50 สิทธิของผู้ค้ำประกัน : ศึกษากรณีสิทธิก่อนการชำระหนี้ของผู้ค้ำประกัน https://so04.tci-thaijo.org/index.php/llsj/article/view/253938 <p>วิจัยฉบับนี้เป็นวิจัยเชิงคุณภาพ เพื่อศึกษาถึงประวัติความเป็นมา เสรีภาพในการทำสัญญา สิทธิก่อนการชำระหนี้ของผู้ค้ำประกัน ปัญหาการยกเว้นสิทธิก่อนการชำระหนี้ของผู้ค้ำประกันตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2557 และ (ฉบับที่ 21) พ.ศ. 2558 ที่กำหนดให้คุ้มครองสิทธิก่อนการชำระหนี้หากฝ่าฝืนจะเป็นโมฆะ</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า กฎหมายได้ให้สิทธิก่อนการชำระหนี้เอาไว้ แก่ผู้ค้ำประกัน แต่สิทธิดังกล่าวกลับถูกเจ้าหนี้ผู้มีอำนาจต่อรองสูงกว่านำหลักเสรีภาพในการทำสัญญามาระบุในข้อสัญญายกเว้นสิทธิดังกล่าว ทำให้ผู้ค้ำประกันไม่สามารถใช้สิทธิได้ ต่อมาได้มีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2557และ (ฉบับที่ 21) พ.ศ. 2558 ส่งผลให้ข้อสัญญาที่ยกเว้นสิทธิที่จะเกี่ยงและสิทธิที่จะยกข้อต่อสู้ของผู้ค้ำประกันตกเป็นโมฆะ ผู้ค้ำประกันจึงสามารถที่จะใช้สิทธิก่อนการชำระหนี้ขึ้นต่อสู้เจ้าหนี้ได้</p> <p>ข้อเสนอแนะ ในปัจจุบันผู้ค้ำประกันสามารถใช้สิทธิก่อนการชำระหนี้ แต่สิทธิดังกล่าวมิได้มีสภาพบังคับต่อเจ้าหนี้จนกว่าจะมีคำพิพากษาจากศาล ดังนั้นเพื่อให้มีสภาพบังคับ เมื่อผู้ค้ำประกันถูกฟ้องคดีจะต้องไปศาลทำคำให้การยื่นต่อศาลในประเด็นสิทธิที่จะเกี่ยง สิทธิที่จะยกข้อต่อสู้และนำสืบพยานในประเด็นดังกล่าวจึงจะทำให้สิทธิก่อนการชำระหนี้ของผู้ค้ำประกันเกิดสภาพบังคับทางกฎหมาย</p> รพี พิกุลงาม Copyright (c) 2022 วารสารนิติศาสตร์และสังคมท้องถิ่น https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2022-05-14 2022-05-14 6 1 51 76 กฎหมายและความต้องการสวัสดิการสังคมของผู้สูงอายุในเทศบาลลำใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา https://so04.tci-thaijo.org/index.php/llsj/article/view/254760 <p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความต้องการเกี่ยวกับกฎหมายและสวัสดิการของผู้สูงอายุ แนวทางการกำหนดโครงสร้างของกฎหมายผู้สูงอายุในเทศบาล ลำใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เป็นวิจัยเชิงคุณภาพและปริมาณ โดยใช้แบบสอบถามความต้องการสวัสดิการสังคม จากผู้ให้ข้อมูล จำนวน 198 คน</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า สวัสดิการผู้สูงอายุในเทศบาลลำใหม่ที่มีอยู่ในปัจจุบันเป็นสวัสดิการขั้นพื้นฐานตามสิทธิและสวัสดิการที่ผู้สูงอายุพึงจะได้รับตามกฎหมายที่ส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิผู้สูงอายุ แต่เนื่องจากผู้สูงอายุส่วนใหญ่ไม่ทราบถึงสวัสดิการที่ตนพึง จะได้รับจึงทำให้เกิดความต้องการสวัสดิการสังคมในด้านต่าง ๆ คือ สวัสดิการด้านสุขภาพอนามัย สวัสดิการด้านที่อยู่อาศัย และสวัสดิการด้านการทำงานและการมีรายได้ จึงต้อง มีแนวทางการกำหนดโครงสร้างของกฎหมายผู้สูงอายุเพื่อการจัดสวัสดิการสังคมสำหรับผู้สูงอายุที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น</p> <p>ข้อเสนอแนะการวิจัย คือ เทศบาลลำใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ควรมีการมุ่งเน้นในการจัดสวัสดิการขั้นพื้นฐานให้แก่ผู้สูงอายุในพื้นที่อย่างเหมาะสมและทั่วถึง เช่น การให้บริการด้านสุขภาพนอกพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมและให้คำแนะนำการดูแลสุขภาพ , การสำรวจความเป็นอยู่สภาพที่พักอาศัยและระบบสาธารณูปโภคของผู้สูงอายุในพื้นที่ และ จัดทำแผนงานหรือโครงการในการอบรมส่งเสริมด้านอาชีพเพื่อ ยกระดับอาชีพผู้สูงอายุให้สามารถสร้างรายได้สามารถพึ่งพาตนเองได้</p> ฐานนท์ มณีนิล เอกฉัตร วิทยอภิบาลกุล พล บุษษะ Copyright (c) 2022 วารสารนิติศาสตร์และสังคมท้องถิ่น https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2022-05-14 2022-05-14 6 1 77 100 การกำหนดหน้าที่ในการเปิดเผยนิติสัมพันธ์และความรับผิดของผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ในการโฆษณาสินค้าและบริการ https://so04.tci-thaijo.org/index.php/llsj/article/view/252322 <p>บทความวิจัยมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ในการเปิดเผยนิติสัมพันธ์ และความรับผิดของผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ในการโฆษณาสินค้าและบริการ 2) เพื่อวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบหน้าที่ในการเปิดเผยนิติสัมพันธ์ และความรับผิดของผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ในการโฆษณาสินค้า และบริการของประเทศสหรัฐอเมริกากับประเทศไทย และ 3) เพื่อสังเคราะห์หน้าที่ในการเปิดเผยนิติสัมพันธ์และความรับผิดของผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ในการโฆษณาสินค้าและบริการ</p> <p> ผลการศึกษา พบว่าประเทศไทยยังมิได้กำหนดหน้าที่ในการเปิดเผยนิติสัมพันธ์เกี่ยวกับการโฆษณาสินค้า หรือบริการระหว่างผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์และเจ้าของสินค้าหรือบริการไว้โดยเฉพาะ เพียงแต่คุ้มครองด้านการโฆษณาในลักษณะข้อความที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค หรือเป็นข้อความที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคมส่วนรวมเท่านั้น รวมไปถึงมิได้กำหนดความรับผิดแก่บุคคลที่เจตนาปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งเกี่ยวกับการรับจ้างไว้โดยตรง ทำให้ผู้ติดตามเกิดความเข้าใจว่าการโฆษณาคุณสมบัติสินค้าหรือบริการนั้นเกิดจากความสมัครใจ จนส่งผลให้เกิดการจูงใจและตัดสินใจซื้อสินค้าหรือเข้ารับบริการนั้น</p> <p>ดังนั้น จึงควรกำหนดหน้าที่แก่ผู้มีอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ในการเปิดเผยข้อมูล หรือนิติสัมพันธ์ให้มีความชัดเจนว่าการโฆษณาสินค้า หรือบริการใดเป็นการรับจ้างจากเจ้าของสินค้าหรือบริการ เพื่อให้ผู้ติดตามทราบและเป็นข้อมูลตัดสินใจ รวมไปถึงกำหนดความรับผิดแก่บุคคลที่ฝ่าฝืนไว้โดยเฉพาะ และแต่งตั้งคณะทำงานในการควบคุมหรือตรวจสอบการโฆษณาสินค้าหรือบริการ เพื่อคุ้มครองผู้ติดตามให้ได้รับความเป็นธรรมต่อไป</p> สุรศักดิ์ มีบัว นัดดาภา จิตต์แจ้ง Copyright (c) 2022 วารสารนิติศาสตร์และสังคมท้องถิ่น https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2022-05-14 2022-05-14 6 1 101 128 ปัญหาการบังคับใช้พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/llsj/article/view/255787 <p>ปัญหาการบังคับใช้พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 ซึ่งได้ศึกษาปัญหา 3 ประเด็น คือ 1) มาตรา 31 สถานะและผู้แทนของวัด 2) มาตรา 33 มาตรา 34 มาตรา 35 ที่ดินของวัดได้รับความคุ้มครองพิเศษแตกต่างจากที่ดินทั่วไป และ 3) ปัญหาข้อพิพาทคดีปกครองขององค์กรสงฆ์ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505</p> <p>สถานะของวัดที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมากับสำนักสงฆ์ ตามมาตรา 31 มีสถานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายมหาชน มีเจ้าอาวาสเป็นผู้แทนของวัดในกิจการทั่วไปพร้อมทั้งสามารถแต่งตั้งผู้แทนของวัดเป็นลายลักษณ์อักษร ส่วนสถานะที่ดินของวัดตามมาตรา 33 มิใช่ทรัพย์สินของรัฐหรือสาธารณสมบัติของแผ่นดิน แต่เป็นสมบัติสำหรับพระศาสนา ได้รับความคุ้มครองในลักษณะพิเศษ โดยมีกฎหมายบังคับใช้เป็นการเฉพาะตามมาตรา 34 และมาตรา 35 นอกจากนี้การใช้อำนาจทางการปกครองคณะสงฆ์มี 3 เขตแดน คือ 1) การใช้อำนาจตามพระธรรมวินัยมีแนวทางการแก้ไขปัญหาความเดือนร้อนไว้เป็นระบบอย่างดีแล้ว 2) การใช้อำนาจทางการปกครองตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 และ 3) การใช้อำนาจทางการปกครองตามตามกฎหมายที่สัมพันธ์เกี่ยวข้องกับชุมชนหรือสังคม ถือเป็นข้อพิพาทคดีปกครองอยู่ในเขตอำนาจศาลปกครองตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542</p> <p>ผู้ศึกษาได้มีข้อเสนอแนะให้ปรับปรุงแก้ไขมาตรา 31 มาตรา 36 วรรคสอง มาตรา 40 วรรคสอง และการใช้ดุลพินิจตามมาตรา 34 มาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535 และให้ตรากฎมหาเถรสมาคมว่าด้วยคณะกรรมการอุทธรณ์ และวิธีพิจารณาอุทธรณ์ในคณะสงฆ์ เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมของพระภิกษุและสามเณรในการปกครองคณะสงฆ์</p> พระใบฏีกาคทาวุธ คเวสกธมฺโม (เพ็งที) บรรเจิด สิงคะเนติ Copyright (c) 2022 วารสารนิติศาสตร์และสังคมท้องถิ่น https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2022-05-14 2022-05-14 6 1 129 162 การจัดสวัสดิการของรัฐเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น: กรณีศึกษาเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี https://so04.tci-thaijo.org/index.php/llsj/article/view/255045 <p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการจัดสวัสดิการของรัฐเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ 2) ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการจัดสวัสดิการของรัฐเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ และ 3) ศึกษาแนวทางการจัดสวัสดิการของรัฐเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุของเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยใช้การวิจัยเชิงผสมผสานระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ 1) ผู้สูงอายุในพื้นที่เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี จำนวน 392 คน เก็บรวบรวมข้อมูลจากแบบสอบถาม และ 2) ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กองสวัสดิการสังคม เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี จำนวน 5 คน เก็บรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึก การวิเคราะห์ข้อมูลใช้การวิเคราะห์ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สำหรับการวิจัยเชิงปริมาณ และการวิเคราะห์เนื้อหาสำหรับการวิจัยเชิงคุณภาพ</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า การจัดสวัสดิการของรัฐเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุของเทศบาลนครสุราษฎร์ธานีโดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง (= 3.12) โดยมีปัจจัยที่มีผลต่อการจัดสวัสดิการของรัฐเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ 4 ด้าน ได้แก่ 1) นโยบายของรัฐและการสนับสนุนของภาครัฐ 2) การผลักดันนโยบายของผู้บริหารระดับท้องถิ่น 3) ทรัพยากรในการดำเนินงาน และ 4) การมีส่วนร่วมของผู้รับบริการ แนวทางการจัดสวัสดิการของรัฐเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุของเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี</p> <p>ผู้วิจัยเห็นว่า ควรให้ความสำคัญในการปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการจัดสวัสดิการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสำหรับผู้สูงอายุให้มีความชัดเจนมากขึ้น การจัดทำแผนยุทธศาสตร์ด้านผู้สูงอายุที่เป็นรูปธรรม ตลอดจนการบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานรัฐและเอกชนในพื้นที่ เพื่อการขับเคลื่อนงานด้านสวัสดิการของรัฐเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุอย่างมีประสิทธิภาพ</p> กันยารัตน์ จันทร์สว่าง Copyright (c) 2022 วารสารนิติศาสตร์และสังคมท้องถิ่น https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2022-05-14 2022-05-14 6 1 163 184 ปกหลัง https://so04.tci-thaijo.org/index.php/llsj/article/view/258769 <p>-</p> รุ่งฤทัย เต็มไป Copyright (c) 2022 วารสารนิติศาตร์และสังคมท้องถิ่น http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0/ 2022-05-14 2022-05-14 6 1 มาตรการคุ้มครองสิทธิในการทำงานของผู้สูงอายุตามกฎหมายไทยเปรียบเทียบกับกฎหมายประเทศญี่ปุ่น https://so04.tci-thaijo.org/index.php/llsj/article/view/253089 <p>บทความวิชาการฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิในการทำงานของผู้สูงอายุตามกฎหมายไทยเปรียบเทียบกับกฎหมายประเทศญี่ปุ่น</p> <p>เมื่อศึกษาจึงพบว่า ประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นต่างให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิด้านแรงงานผู้สูงอายุให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการส่งเสริมและสนับสนุนให้สถานประกอบการมีการจ้างงานผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น แต่อย่างไรก็ดี ตามบทบัญญัติของ The Employment Measure Act 2007 ยังมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการห้ามเลือกปฏิบัติทางอายุในการรับสมัครบุคคลเข้าทำงาน ลูกจ้างจะต้องได้รับโอกาสในการจ้างงานโดยไม่คำนึงถึงอายุ รัฐจะเข้ามาช่วยเหลือและประสานเกี่ยวกับการจ้างงานไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นผ่านศูนย์ทรัพยากรมนุษย์ผู้สูงวัย “Silver Human Resource Center” และในกรณีที่มีการจ้างแรงงานผู้สูงอายุ ตาม Law Concerning Stabilization of Employment of Older Persons Act 1971 ยังกำหนดให้นายจ้างมีหน้าที่ต้องจัดทำรายงานประจำปีเพื่อรายงานต่อรัฐมนตรีเกี่ยวกับรายละเอียดในการจ้างงาน อายุการเกษียณตามเกณฑ์ภาคบังคับ การจ้างงานต่อเนื่องภายหลังการเกษียณอายุและรายละเอียดอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เพื่อให้ห้ลูกจ้างได้รับการประกันการจ้างงานและป้องกันการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม</p> <p>ผู้เขียนมีข้อเสนอแนะ ดังนี้ 1) ควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานในส่วนของการใช้แรงงานผู้สูงอายุเป็นหมวดเฉพาะต่างหากจากหมวดอื่น 2) ควรมีการจัดตั้งส่วนงานเฉพาะเพื่อทำหน้าที่ให้ความช่วยเหลือ ดูแลเกี่ยวกับการจ้างงานผู้สูงอายุ ทั้งคอยติดตามตรวจสอบการใช้แรงงานผู้สูงอายุให้ได้รับการปฏิบัติตามสิทธิที่เหมาะสม 3) ควรมีการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะและประเภทและข้อกำหนดเกี่ยวกับการทำงานของลูกจ้างผู้สูงอายุ</p> กมลวรรณ อยู่วัฒนะ ชื่นชีวิน ยิ้มเฟือง Copyright (c) 2022 วารสารนิติศาสตร์และสังคมท้องถิ่น https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2022-05-14 2022-05-14 6 1 185 204 สิทธิของวัดในการได้รับทรัพย์สินของพระภิกษุที่มรณภาพ https://so04.tci-thaijo.org/index.php/llsj/article/view/256652 <p>บทความวิชาการฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเกี่ยวกับสิทธิของวัดในการได้รับทรัพย์สินของพระภิกษุที่มรณภาพ เนื่องจากวัดอาจได้รับทรัพย์สินของผู้ตายในฐานะผู้รับพินัยกรรม หรือการได้รับทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1623 ซึ่งการที่วัดได้รับสิทธิทางทรัพย์สินจากพระภิกษุทั้ง 2 กรณีนั้น ยังมีประเด็นทางกฎหมายที่ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในหลักกฎหมายบางประการ </p> <p>จากการศึกษา พบว่า ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 กำหนดให้วัดมีฐานะเป็นนิติบุคคล วัดจึงเป็นผู้รับพินัยกรรมได้ แต่วัดดังกล่าวต้องมีการจัดตั้งให้ถูกต้องตามตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ซึ่งจะต้องอยู่ภายใต้ของบทบัญญัติเรื่องพินัยกรรม เช่น หากจะเรียกร้องทรัพย์ตามข้อกำหนดในพินัยกรรมก็จะต้องใช้สิทธิภายในอายุความ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรคสามและวรรคท้าย ส่วนวัดอยู่ในฐานะอาจได้รับทรัพย์สินของพระภิกษุอีกกรณีหนึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1623 ซึ่งเป็นบทบัญญัติเป็นพิเศษเกี่ยวกับทรัพย์สินที่พระภิกษุได้มาในระหว่างสมณเพศ เมื่อพระภิกษุถึงแก่มรณภาพ ทรัพย์สินนั้นย่อมตกเป็นสมบัติแก่วัดที่เป็นภูมิลำเนาของพระภิกษุทั้งสิ้น แต่ไม่รวมถึงหนี้สินของพระภิกษุที่มีก่อนมรณภาพ เนื่องจากบทบัญญัติของกฎหมายหาได้ใช้คำว่ามรดกของพระภิกษุแต่อย่างใดไม่ วัดจึงมิได้รับทรัพย์สินในฐานะที่เป็นทายาท เจ้าหนี้ของพระภิกษุจึงไม่มีสิทธิบังคับชำระหนี้จากทรัพย์สินของพระภิกษุ</p> <p>ผู้เขียนมีข้อเสนอแนะ ดังนี้ หากพระภิกษุมีหนี้สิน เจ้าหนี้ของพระภิกษุดังกล่าวจะมีสิทธิบังคับจากทรัพย์สินของพระภิกษุก่อนที่ทรัพย์สินนั้นจะตกแก่วัดหรือไม่ ผู้เขียนมีความเห็นว่า เจ้าหนี้น่าจะไม่มีสิทธิบังคับจากทรัพย์สินของพระภิกษุนั้น เนื่องจากมาตรา 1623 บัญญัติถึงทรัพย์สินของพระภิกษุที่ได้มาในระหว่างสมณเพศ หาได้ใช้คำว่ามรดก อันจะรวมถึงหนี้ของพระภิกษุแต่อย่างใดไม่ และถือเป็นบทบัญญัติที่ตัดสิทธิทายาทโดยธรรมทั้งหมดของพระภิกษุ จึงน่าจะรวมถึงเจ้าหนี้ของพระภิกษุด้วย</p> ณปภัช นธกิจไพศาล ธีรศักดิ์ เงยวิจิตร พรชัย สุนทรพันธุ์ หนึ่งฤทัย มาลี Copyright (c) 2022 วารสารนิติศาสตร์และสังคมท้องถิ่น https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2022-05-14 2022-05-14 6 1 205 230 แนวคิดเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมไทยสมัยโบราณ https://so04.tci-thaijo.org/index.php/llsj/article/view/253944 <p>บทความวิชาการนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิดที่อยู่เบื้องหลังของกระบวนการยุติธรรมของไทยในสมัยโบราณว่า มีหลักการหรือที่มาอย่างไร มีคำกล่าวในภาษาไทย เช่นว่า “พวกตีนโรงตีนศาล” หรือ “คนหัวหมอ” โดยคำเหล่านี้เป็นคำกล่าวที่เกี่ยวข้องกับการฟ้องร้องดำเนินคดี มีความหมายในทำนองลบมากกว่าบวก การดำเนินคดีเป็นความกันนี้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการยุติธรรม ซึ่งกระบวนการยุติธรรม คือ กระบวนการเพื่อยุติความขัดแย้งของคนในสังคม</p> <p>โดยในสมัยอดีตของไทยสมัยโบราณกฎหมายที่ใช้ส่วนใหญ่ พบว่าได้รับอิทธิพลมาจากอินเดียผ่านมอญ ผ่านพม่า ซึ่งปรากฎอยู่ในคัมภีร์พระธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นหลักการคำสอนที่นำมาบัญญัติเป็นกฎหมายเพื่อใช้ในการปกครองตั้งแต่สมัยสุโขทัย อยุธยา และพบเป็นหลักการสำคัญอยู่ในกฎหมายตราสามดวงช่วงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ทั้งนี้การศึกษา วิเคราะห์ แนวคิดเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมไทยสมัยโบราณนี้ สะท้อนภาพลักษณ์ประวัติศาสตร์กฎหมายไทยและบริบทกระบวนการยุติธรรมไทยในปัจจุบันให้เด่นชัดมากขึ้น</p> <p>จากแนวคิดดังกล่าวสะท้อนให้เห็นรากฐานของประวัติศาสตร์กฎหมายไทยในอีกมิติหนึ่งที่ยังเชื่อมโยงอยู่กับแนวคิดของศาสนาและยังคงกลิ่นอาย และมีอิทธิพลต่อกระบวนการยุติธรรมไทยในปัจจุบัน และหากในสถานการณ์ปัจจุบันผู้มีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาคดีหรือไกล่เกลี่ยข้อพิพาทได้นำหลักการเหล่านี้มาใช้ ก็จะได้ประโยชน์มากเพราะจะเป็นการกำกับให้การดำเนินกระบวนการยุติธรรมเกิดความชอบธรรมอย่างแท้จริง</p> สัจจวัตน์ เรืองกาญจน์กุล Copyright (c) 2022 วารสารนิติศาสตร์และสังคมท้องถิ่น https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2022-05-14 2022-05-14 6 1 231 258 ส่วนหน้าวารสาร https://so04.tci-thaijo.org/index.php/llsj/article/view/258765 <p>-</p> รุ่งฤทัย เต็มไป Copyright (c) 2022 วารสารนิติศาตร์และสังคมท้องถิ่น http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0/ 2022-05-14 2022-05-14 6 1 บทบรรณาธิการ https://so04.tci-thaijo.org/index.php/llsj/article/view/258766 <p>-</p> ไชยวัฒน์ เผือกคง Copyright (c) 2022 วารสารนิติศาตร์และสังคมท้องถิ่น http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0/ 2022-05-14 2022-05-14 6 1 สารบัญ https://so04.tci-thaijo.org/index.php/llsj/article/view/258767 <p>-</p> รุ่งฤทัย เต็มไป Copyright (c) 2022 วารสารนิติศาตร์และสังคมท้องถิ่น http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0/ 2022-05-14 2022-05-14 6 1