วารสารนิติศาสตร์และสังคมท้องถิ่น
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/llsj
<p><strong>วารสารนิติศาสตร์และสังคมท้องถิ่น </strong><br />ISSN 2985-2552 (Online)</p> <p><strong>วัตถุประสงค์ (Aims)</strong><br />คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ได้จัดทำวารสารนิติศาสตร์และสังคมท้องถิ่นขึ้น เพื่อให้เป็นวารสารวิชาการสำหรับนักศึกษา อาจารย์ นักวิจัย และนักวิชาการทั้งภายในและภายนอก เพื่อเผยแพร่ผลงานวิชาการในรูปแบบของบทความวิชาการและบทความวิจัย เป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการในสาขานิติศาสตร์และศาสตร์ที่เกี่ยวกับสังคมศาสตร์ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น จัดตีพิมพ์เผยแพร่สู่วงการวิชาการและสาธารณชนผู้สนใจทั่วไป พร้อมทั้งต้องการยกระดับให้เป็นวารสารระดับชาติและนานาชาติ</p> <p><strong>ขอบเขต (scope)</strong><br />วารสารนิติศาสตร์และสังคมท้องถิ่น รับพิจารณาบทความวิชาการ บทความวิจัย ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยขอบเขตเนื้อหาทางวิชาการของวารสารนิติศาสตร์และสังคมท้องถิ่น จะครอบคลุมเนื้อหาด้านนิติศาสตร์และศาสตร์ที่เกี่ยวกับสังคมศาสตร์ ได้แก่ ด้านรัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ และสังคมวิทยา</p> <p><strong>ประเภทบทความที่รับ (ํTypes of Articles)</strong></p> <p>1. บทความทางวิชาการ (Article) 2. บทความงานวิจัย (Research Article)</p> <p><strong>กำหนดการออกเผยแพร่ (Publication Frequency)</strong></p> <p>มีกำหนดตีพิมพ์เผยแพร่ปีละ 2 ฉบับ คือ </p> <p>ฉบับที่ 1 เดือน มกราคม-มิถุนายน<br />ฉบับที่ 2 เดือน กรกฎาคม-ธันวาคม</p> <p><strong>ค่าธรรมเนียมการเสนอบทความเพื่อตีพิมพ์</strong></p> <p> วารสารนิติศาสตร์และสังคมท้องถิ่น คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการเสนอบทความ และค่าตีพิมพ์เผยแพร่บทความในวารสาร</p> <p><strong>ต้นฉบับทุกเรื่องที่พิมพ์เผยแพร่ได้รับการตรวจสอบความถูกต้องทางวิชาการ โดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) </strong><strong>ด้วยรูปแบบ Semi-Blind Peer Review เฉพาะสาขานิติศาสตร์และสังคมศาสตร์ ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกจากหลากหลายสถาบัน จำนวน 3 คน</strong></p> <p>** Blind Peer Review หมายความว่า ต้องไม่มีการเปิดเผยชื่อและข้อมูลใด ๆ (รวมถึงต้นสังกัด) ของผู้ทรงคุณวุฒิ ถ้าหากอยากเปิดเผยกองบรรณาธิการต้องพิจารณาดำเนินการอย่างน้อย 2 ข้อ ดังนี้<br />1) ระบุให้ชัดเจนบนเว็บไซต์ของวารสารว่าเป็นการ Semi-Blind Peer Review กล่าวคือ เปิดเผยข้อมูลบางส่วน เช่น ชื่อ-สกุล หรือ ต้นสังกัดผู้ประเมิน เป็นต้น<br />2) แจ้งและขอความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ทรงคุณวุฒิขณะเชิญพิจารณาบทความ ** </p>
คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี (Faculty of Law Suratthani Rajabhat University)
th-TH
วารสารนิติศาสตร์และสังคมท้องถิ่น
2985-2552
<p class="" data-start="0" data-end="290">บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนิติศาสตร์และสังคมท้องถิ่น คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร ทั้งนี้ ข้อมูล เนื้อหา และข้อคิดเห็นที่ปรากฏในบทความเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว กองบรรณาธิการไม่มีความจำเป็นต้องเห็นด้วยหรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ</p> <p class="" data-start="292" data-end="545">เนื้อหา ข้อมูล รูปภาพ และองค์ประกอบอื่น ๆ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารฯ อยู่ภายใต้ลิขสิทธิ์ของวารสารนิติศาสตร์และสังคมท้องถิ่น การนำไปเผยแพร่ ดัดแปลง หรือใช้ประโยชน์ในลักษณะใด ๆ ไม่ว่าเป็นบางส่วนหรือทั้งหมด ต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารก่อน</p>
-
หน้าปกหลัง
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/llsj/article/view/285741
<p>-</p>
รุ่งฤทัย เต็มไป
ลิขสิทธิ์ (c) 2025
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-12-28
2025-12-28
9 2
-
มโนทัศน์เกี่ยวกับความจริงและการตรวจสอบความจริง : ตรรกวิทยา วิทยาศาสตร์ และพุทธศาสนา
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/llsj/article/view/284071
<p>บทความวิชาการฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ นำเสนอมโนทัศน์เกี่ยวกับความจริงและการตรวจสอบความจริง 3 มุมมอง ประกอบด้วย มุมมองทางตรรกวิทยา วิทยาศาสตร์ และพุทธศาสนา เพื่อพิจารณาความสมเหตุสมผลทางความคิด เพื่อไว้ใช้เป็นเครื่องมือแสวงหาความจริงและตรวจสอบความจริงในศาสตร์แขนงดังกล่าว อย่างมีเหตุมีผล</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า (1) มโนทัศน์ทางตรรกวิทยา ถือว่าความจริงประกอบด้วยองค์ 3 คือ สิ่งนั้นจะต้องเป็นจริง เราเชื่อว่าสิ่งนั้นเป็นจริง และมีหลักฐานยืนยันว่าสิ่งนั้นเป็นจริง การตรวจสอบความจริงโดยใช้ 3 ทฤษฎี ได้แก่ ทฤษฎีเชื่อมนัย ถือว่าสิ่งใดจะเป็นจริงก็ต่อเมื่อมีความสมเหตุสมผลทางความคิด ทฤษฎีสมนัย ถือว่าสิ่งใดจะเป็นจริงก็ต่อเมื่อมีหลักฐานรองรับ และทฤษฎีปฏิบัตินัย ถือว่าสิ่งใดจะเป็นจริงก็ต่อเมื่อสามารถนำไปใช้ปฏิบัติได้จริง (2) มโนทัศน์ทางวิทยาศาสตร์ ถือว่าความจริงมีลักษณะเป็นนามธรรมเป็นสาธารณะ สามารถพิสูจน์และทดสอบได้ ส่วนองค์ประกอบของความจริงมีคือ ข้อเท็จจริง มโนทัศน์ หลักการ สมมติฐาน กฎ และทฤษฎี (3) มโนทัศน์ทางพุทธศาสนา แบ่งความจริงออกเป็น 2 ระดับ คือ ระดับสมมติ กับระดับปรมัตถ์</p> <p>ผู้เขียนมีข้อเสนอแนะว่า การแสวงหาความจริงและตรวจสอบความจริงอย่างรอบด้าน ต้องประกอบด้วย 3 มโนทัศน์ หากให้ความสำคัญเฉพาะด้านตรรกวิทยาหรือวิทยาศาสตร์ ก็เป็นเสมือนให้ความสำคัญด้านความคิดและร่างกาย แต่ละเลยด้านจิตใจ ชีวิตก็จะเว้าแหว่งไปส่วนหนึ่ง แต่ถ้าให้ความสำคัญเฉพาะด้านศาสนา ก็เป็นเสมือนให้ความสำคัญเฉพาะด้านจิตใจ โดยละเลยด้านร่างกาย ชีวิตก็จะเว้าแหว่งไปส่วนหนึ่ง แต่ถ้าให้ความสำคัญรอบด้านประกอบกัน จะช่วยเติมเต็มให้เป็นชีวิตมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น</p>
อำนวย ยัสโยธา
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารนิติศาสตร์และสังคมท้องถิ่น
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-12-28
2025-12-28
9 2
141
165
-
การป้องกันอาชญากรรมโดยเทคโนโลยีกล้องระบบ AI สู่สุราษฎร์ธานี เมืองอัจฉริยะ
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/llsj/article/view/283274
<p>บทความวิชาการฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาบทเรียนจากกระบวนการทำงานและผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในการป้องกันอาชญากรรมโดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI) ตามโครงการเมืองสุราษฎร์ สมาร์ต ซิตี้ ของสถานีตำรวจ ภูธรเมืองสุราษฎร์ธานี ซึ่งโครงการดังกล่าวได้นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในการทำงานของตำรวจ ทำให้การเฝ้าระวังเหตุร้ายและป้องกันอาชญากรรมเกิดขึ้นอย่างทันท่วงที ช่วยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ “ถูกที่ถูกเวลา” สามารถยับยั้งภัยคุกคามในรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างมีแบบแผนมากยิ่งขึ้น</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตรวจพบพร้อมจับกุมบุคคลกลุ่มเสี่ยงสูง อาทิ คนร้ายที่มีหมายจับ จำนวน 20 ราย และตรวจพบพร้อมยับยั้งพฤติกรรมบุคคล กลุ่มเฝ้าระวัง เช่น บุคคลพ้นโทษ จำนวน 161 เหตุการณ์ ซึ่งจากวิธีการปฏิบัติงานโดยปกติ มีโอกาสน้อยที่จะตรวจพบและยับยั้งได้แบบเรียลไทม์ โดยที่ไม่มีการสืบสวนมาก่อน โครงการนี้จึงมีส่วนสำคัญในการตัดปัจจัยการเกิดอาชญากรรม มิให้บุคคลกลุ่มเสี่ยงมีโอกาสได้ไปเจอเหยื่อ หรือสถานการณ์ที่เอื้อต่อการประกอบอาชญากรรม ส่งผลให้ชุมชนมีความปลอดภัยสูงขึ้น</p> <p>ผู้เขียนมีข้อเสนอแนะว่า การวิเคราะห์อาชญากรรมเชิงภูมิศาสตร์ มีความจำเป็นต่อการนำเทคโนโลยีกล้องระบบ AI ไปสู่การประยุกต์ใช้ สถานที่ซึ่งถูกพิจารณาเพื่อติดตั้งกล้องปัญญาประดิษฐ์ ควรเป็นบริเวณซึ่งเปรียบเสมือนประตูเมือง รวมถึงสถานที่เปราะบางต่าง ๆ ที่ภาคเอกชน ผู้เป็นเจ้าของ มีการเฝ้าระวังป้องกันต่ำ หรือเป็น Hot Spot ทั้งนี้ เพื่อแยกตัวคนร้ายหรือบุคคลเฝ้าระวัง ตั้งแต่ทางเข้าของจังหวัด อันเป็นการตัดปัจจัยการเกิดอาชญากรรม โดยองค์ประกอบที่เป็นตัวชี้วัดประสิทธิภาพของกล้องปัญญาประดิษฐ์ ขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านความสว่าง ด้านวัสดุอุปกรณ์ ด้านระยะทาง และด้านการเชื่อมต่อ เป็นต้น</p>
พรณรงค์ การอรชัย
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารนิติศาสตร์และสังคมท้องถิ่น
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-12-28
2025-12-28
9 2
167
196
-
ความหมายและลักษณะของหลักการทางกฎหมาย: การศึกษาวิเคราะห์เชิงมโนทัศน์จากแนวคิดปรัชญากฎหมายสมัยใหม่
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/llsj/article/view/281144
<p>บทความวิชาการฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาความหมายและลักษณะของหลักการทางกฎหมาย เนื่องด้วยในทางวิชาการนิติศาสตร์ในประเทศไทย ยังมิได้ปรากฏว่ามีการให้ความหมายและลักษณะที่ชัดเจนของหลักการทางกฎหมาย จึงกลายเป็นช่องว่างในทางทฤษฎีที่มิได้มีการศึกษาอย่างจริงจังและชัดเจน บทความนี้ใช้วิธีการศึกษาด้วยการวิเคราะห์มโนทัศน์ (conceptual analysis) จากนักปรัชญากฎหมายร่วมสมัยที่มีอิทธิพลสูงในทางวิชาการเกี่ยวกับการอธิบายข้อความคิดว่าด้วยหลักการทางกฎหมาย อันได้แก่ โรนัลด์ ดอว์กิ้น (Ronald Dworkin) โจเซฟ แรซ (Joseph Raz) และ โรเบิร์ต อเล็กซี่ (Robert Alexy)</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า หลักการทางกฎหมาย คือ บรรดาแบบแผนเชิงบรรทัดฐานที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร มีลักษณะทั่วไป ซึ่งมีผลโดยตรงในฐานะเครื่องชี้นำหรือเหตุผลในการตัดสินใจหรือประพฤติปฏิบัติอย่างใด ๆ ของบุคคลอันที่จะเกี่ยวข้องกับเรื่องในทางกฎหมาย โดยมีลักษณะที่สำคัญ 3 ประการคือ (1) หลักการทางกฎหมายเป็นแบบแผนเชิงบรรทัดฐาน (2) หลักการทางกฎหมายมีลักษณะทั่วไปหรือมีความเป็นนามธรรมกว่ากฎเกณฑ์ (3) หลักการทางกฎหมายเป็นเหตุผลหรือเครื่องมือชี้นำการตัดสินใจในทางกฎหมาย ทั้งนี้ หลักการทางกฎหมายอาจมีสถานะได้ทั้งที่เป็นกฎหมายและไม่เป็นกฎหมาย โดยหลักการทางกฎหมายที่จะมีสถานะเป็นกฎหมายได้ ต้องเป็นกรณีที่ศาลนำมาปรับใช้เพื่อพิจารณาคดีโดยตรงในฐานะกฎหมายที่ใช้ในการพิพากษาชี้ขาดคดี</p> <p>ผู้เขียนมีข้อเสนอแนะ ดังต่อไปนี้ (1) หลักการทางกฎหมายควรเป็นเรื่องในมิติทางกฎหมาย (Law) เท่านั้น เว้นแต่กรณีจำเป็นอย่างยิ่งจึงจะถูกพิจารณาในทางมิติด้านศีลธรรมหรือครรลองที่พึงมีพึงเป็น (Moral) (2) ศาลควรค้นหาหลักการทางกฎหมายจากแหล่งที่มาซึ่งมีความแนบชิดอย่างยิ่งกับบทบัญญัติลายลักษณ์อักษรหรือระบบกฎหมายเสียก่อน หากไม่พบจึงสามารถจะหาหลักการทางกฎหมายจากแหล่งที่มาอื่น ๆ ได้</p>
กฤษณ์ วงศ์วิเศษธร
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารนิติศาสตร์และสังคมท้องถิ่น
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-12-28
2025-12-28
9 2
197
228
-
ปัญหาการบังคับใช้พระราชบัญญัติมาตรการกำกับและติดตามจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยชั่วคราวโดยศาล พ.ศ. 2560
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/llsj/article/view/280740
<p>บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาปัญหาการบังคับใช้พระราชบัญญัติมาตรการกำกับและติดตามจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยชั่วคราวโดยศาล พ.ศ. 2560 โดยศึกษา กฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขแนวปฏิบัติให้เหมาะสมตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า การบังคับใช้พระราชบัญญัติประกอบระเบียบคณะกรรมการ บริหารศาลยุติธรรมว่าด้วยคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม การแต่งตั้งและการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว การจ่ายค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว ค่าพาหนะแก่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่ยากไร้ เงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับ และเงินรางวันแก่เจ้าหน้าที่ผู้จับผู้ถูกปล่อยชั่วคราวโดยศาลที่หลบหนี พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พบว่า (1) ผู้มีสิทธิยื่นคำร้องขอรับเงินค่าตอบแทนล่วงเลยระยะเวลา (2) จำเลยกระทำความผิดหลายกรรมต่างกันหรือหมายจับมากกว่าหนึ่งศาล (3) ความแตกต่างการใช้ดุลพินิจของศาลในการกำหนดเงินรางวัลให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้จับ</p> <p>ผู้เขียนมีข้อเสนอแนะ ดังต่อไปนี้ 1) ศาลยุติธรรมจัดอบรมความรู้แนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง 2) เพิ่มเติมแนวทางพระราชบัญญัติมาตรการกำกับและติดตามจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยชั่วคราวโดยศาล พ.ศ. 2560 มาตรา 8 ที่จำเลยกระทำความผิดหลายกรรมต่างกันหรือหมายจับมากกว่าหนึ่งศาล 3) แก้ไขระเบียบว่าด้วยคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม การแต่งตั้งและการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว การจ่ายค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว ค่าพาหนะแก่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่ยากไร้ เงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับ และเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ผู้จับผู้ถูกปล่อยชั่วคราวโดยศาลที่หลบหนี พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 20 และข้อ 21 การกำหนดอัตราขั้นต่ำของเงินสินบนและเงินรางวัล</p>
จิรารัตน์ ฮามพิทักษ์
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารนิติศาสตร์และสังคมท้องถิ่น
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-12-28
2025-12-28
9 2
229
256
-
ปัญหาเชิงระบบของกลไกควบคุมจริยธรรมข้าราชการตำรวจชั้นประทวนของประเทศไทยและแนวทางการพัฒนา
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/llsj/article/view/280014
<p>บทความวิชาการฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา ปัญหาเชิงระบบของกลไกควบคุมจริยธรรมของข้าราชการตำรวจชั้นประทวน ในส่วนข้อบกพร่องและอุปสรรค ที่ส่งผลกระทบต่อการควบคุมจริยธรรม ได้แก่ ความเป็นอิสระในการตรวจสอบ ระบบการรายงานที่ไม่สะดวก และการขาดการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชน</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า กลไกควบคุมจริยธรรมของข้าราชการตำรวจชั้นประทวน ประสบปัญหาหลายประการในเชิงระบบที่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการควบคุมพฤติกรรมและจริยธรรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยปัญหาหลักที่พบ ได้แก่ การขาดความเป็นอิสระในการตรวจสอบ ระบบการรายงานและการร้องเรียนที่ซับซ้อน การขาดการ มีส่วนร่วมจากภาคประชาชน</p> <p>ผู้เขียนมีข้อเสนอแนะว่า การพัฒนาและปรับปรุงกลไกควบคุมจริยธรรม ของข้าราชการตำรวจชั้นประทวนเชิงระบบ ควรมุ่งเน้นการสร้างระบบที่มีความเป็นอิสระ ในการตรวจสอบ การปรับปรุงกระบวนการรายงานและการร้องเรียนให้สะดวกและ เข้าถึงง่าย และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนในการตรวจสอบการทำงานของตำรวจ รวมถึงการบังคับใช้บทลงโทษที่มีความยุติธรรมและโปร่งใส เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นจากประชาชนและเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมจริยธรรมของตำรวจ ให้ดียิ่งขึ้น</p>
วิพาที ทิพย์คงคา
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารนิติศาสตร์และสังคมท้องถิ่น
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-12-28
2025-12-28
9 2
257
281
-
ส่วนหน้าวารสาร
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/llsj/article/view/285736
<p>-</p>
รุ่งฤทัย เต็มไป
ลิขสิทธิ์ (c) 2025
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-12-28
2025-12-28
9 2
-
บทบรรณาธิการ
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/llsj/article/view/285737
<p>-</p>
ภูภณัช รัตนชัย
ลิขสิทธิ์ (c) 2025
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-12-28
2025-12-28
9 2
ก
ง
-
สารบัญ
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/llsj/article/view/285738
<p>-</p>
รุ่งฤทัย เต็มไป
ลิขสิทธิ์ (c) 2025
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-12-28
2025-12-28
9 2
จ
ฉ
-
คำแนะนำสำหรับผู้เขียน
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/llsj/article/view/285740
<p>-</p>
รุ่งฤทัย เต็มไป
ลิขสิทธิ์ (c) 2025
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-12-28
2025-12-28
9 2
283
305
-
การคุ้มครองผู้เสียหายที่ถูกฉ้อโกงให้โอนเงินเข้าบัญชีม้า
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/llsj/article/view/280204
<p>บทความวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา รูปแบบการนำบัญชีม้ามาใช้กลไกการคุ้มครองทั้งเชิงยับยั้งป้องกันและเชิงชดเชยเยียวยาผู้เสียหายที่ถูกฉ้อโกงให้โอนเงินเข้าบัญชีม้า คุ้มครองทั้งส่วนที่ถูกหลอกลวงแต่ยังไม่ได้โอนเงิน และหลังจากโอนเงินเข้าบัญชีม้าแล้ว โดยใช้วิธีการวิจัยทางเอกสาร ค้นคว้าข้อมูลจากหนังสือ ตํารา บทความทางวิชาการ บทความวิจัย กฎหมายของราชอาณาจักรไทย กฎหมายของประเทศอังกฤษและกฎหมายของประเทศญี่ปุ่น นํามาวิเคราะห์เปรียบเทียบ เพื่อให้ได้มาซึ่งกลไกการคุ้มครองเยียวยาผู้เสียหาย เนื่องจากยังไม่มีบทกฎหมายในส่วนนี้</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า รูปแบบปัญหาการนำบัญชีม้ามาใช้ในกรณีการหลอกลวงซื้อขายสินค้าออนไลน์ การหลอกลงทุนสร้างค่าความเสียหายสูงสุด กลไกการยับยั้งการโอนเงินเข้าบัญชีม้ามีบทกฎหมายและมาตการป้องกันบางส่วนแล้ว ส่วนกลไกคุ้มครองเยียวยาผู้เสียหาย พบว่า ยังไม่มีบทกฎหมาย</p> <p>ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะ ดังต่อไปนี้ คือ 1) แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเรื่องการคุ้มครองเยียวยาผู้เสียหายของพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 ฉบับที่ 2 การคืนเงินแก่ผู้เสียหาย เพิ่มความรับผิด ผู้ให้บริการโทรคมนาคมและสถาบันการเงิน ความรับผิดของผู้รับฝากเงิน มาตรา 672 และมาตรา 673 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ 2) ตรวจจับ อายัด ปิดบัญชีม้า และลงโทษตีตราผู้กระทำผิด และ 3) ระบบแจ้งเหตุให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ สร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชน กลไกนี้จะมีประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับการบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วนและการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย เพื่อรักษาความปลอดภัยในทรัพย์สินของประชาชน ความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศชาติ</p>
ช่อลัดดา ควรประเสริฐ
อัคคกร ไชยพงษ์
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารนิติศาสตร์และสังคมท้องถิ่น
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-12-28
2025-12-28
9 2
-
การทำหน้าที่ของวุฒิสภาในฐานะกลไกตรวจสอบและถ่วงดุลฝ่ายบริหาร : ศึกษากรณีกระบวนการตั้งกระทู้ถาม
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/llsj/article/view/283348
<p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาแนวคิดและเจตนารมณ์ของการตั้งกระทู้ถามตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 (2) วิเคราะห์การทำหน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภาตามบทเฉพาะกาล มาตรา 269 ในการตรวจสอบฝ่ายบริหารด้วยการตั้งกระทู้ถาม สาเหตุที่ทำให้กระทู้ถามขาดประสิทธิภาพ รวมถึงผลที่เกิดขึ้นจากการตั้งกระทู้ถาม และ (3) เสนอแนะแนวทางปรับปรุงมาตรการทางกฎหมายและการนำเครื่องมือนี้ไปใช้ให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ คณะผู้วิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพโดยรวบรวมข้อมูลจากเอกสารทางวิชาการและการสัมภาษณ์เชิงลึกสมาชิกวุฒิสภา นักวิชาการ และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า การตั้งกระทู้ถามเป็นกลไกหนึ่งในการถ่วงดุลอำนาจระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายบริหาร แต่ประสิทธิภาพประสิทธิผลขึ้นอยู่กับวิธีการ กระบวนการรวมทั้งความเป็นอิสระของสมาชิกวุฒิสภาในการกำหนดประเด็น และคำตอบกระทู้ถามของฝ่ายบริหาร นอกจากนี้ การตอบกระทู้ในราชกิจจานุเบกษาของฝ่ายบริหารมีความล่าช้าและมีข้อจำกัดในการติดตามผล โดยจะติดตามเฉพาะกระทู้ที่รัฐมนตรีตอบในสภาหรือรับข้อสังเกตไว้เท่านั้น</p> <p>คณะผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะ ดังต่อไปนี้ คือ ปรับลดเวลาถาม-ตอบกระทู้ เพิ่มความยืดหยุ่นในการกำหนดจำนวนและระยะเวลา และกำหนดให้การตอบเป็นลายลักษณ์อักษรมีความรวดเร็วขึ้น พร้อมสร้างกลไกติดตามผลที่เป็นรูปธรรม สำหรับข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ควรจัดทำคู่มือและพัฒนาทักษะการตั้งกระทู้และการสื่อสารของสมาชิกวุฒิสภา การบูรณาการกระทู้ถามร่วมกับกลไกคณะกรรมาธิการสภา การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี และร่วมกับสื่อมวลชนเพื่อสร้างการรับรู้และดึงภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม</p>
ธนาชัย สุนทรอนันตชัย
ปกรณ์ ปาลวงษ์พานิช
กษมา สุขนิวัฒน์ชัย
ทวนชัย โชติช่วง
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารนิติศาสตร์และสังคมท้องถิ่น
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-12-28
2025-12-28
9 2
35
63
-
แนวทางการแก้ปัญหาการขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ ที่เป็นแหล่งหินชุมชน
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/llsj/article/view/282419
<p>บทความวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษา (1) ศึกษามาตรการทางกฎหมายเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของชุมชนในการอนุญาตให้ทำเหมืองแร่ (2) วิเคราะห์ปัญหาการมีส่วนร่วมของชุมชนในการอนุญาตให้ทำเหมืองตามกฎหมายว่าด้วยแร่ และ (3) เสนอแนะแนวทางในการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 และอนุบัญญัติที่เกี่ยวข้อง </p> <p>ผลการศึกษาพบว่า การขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ ตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 ผู้ขอประทานบัตรทำเหมืองแร่จะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายในการขออนุญาต การควบคุมกำกับดูแลตรวจสอบติดตามผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่เกิดจากการทำเหมือง จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของชุมชน การขออนุญาตใช้พื้นที่ ซึ่งแต่ละขั้นตอนผู้ขอประทานบัตรทำเหมืองแร่จะต้องปฏิบัติตามข้อกฎหมายอย่างเคร่งครัดและให้ประชาชนในพื้นที่ที่ขอประทานบัตรมีส่วนร่วมด้วยในการแสดงความคิดเห็น การทำประชาพิจารณ์ตามขั้นตอนของกฎหมาย</p> <p>ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะ (1) ควรให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องจัดทำข้อมูลพื้นที่แหล่งแร่เชิงวิชาการให้ชัดเจนและทำประชาพิจารณ์อย่างเป็นระบบ (2) ควรให้มีการการแก้ไขปัญหาเรื่องนิยามของกลุ่มบุคคลที่เข้าร่วมในการทำประชามติ (3) ควรกำหนดให้มีการแก้ไขปัญหาเรื่องคุณสมบัติของประชาชนที่รับฟังความคิดเห็นในชุมชนพื้นที่ที่ขอประทานบัตร และ (4) กำหนดให้เขตพื้นที่การขอประทานบัตรการทำเหมืองแร่ ถ้าได้พบโบราณวัตถุ ซากดึกดำบรรพ์ แร่ หรือสิ่งที่มีโครงสร้างทางธรณีวิทยาที่มีลักษณะทางกายภาพเป็นพิเศษรัฐจะต้องประกาศเป็นเขตคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและเป็นแหล่งคุ้มครองโบราณวัตถุ</p>
มาฤทธิ์ กาญจนารักษ์
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารนิติศาสตร์และสังคมท้องถิ่น
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-12-28
2025-12-28
9 2
65
91
-
การศึกษาการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทคดีอาญาในประเทศไทย กับการแก้ไขปัญหาของพนักงานสอบสวน สังกัดตำรวจภูธรภาค 1
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/llsj/article/view/282436
<p>บทความวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทคดีอาญาของไทย และ (2) ศึกษาการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทคดีอาญา และการแก้ไขปัญหาของพนักงานสอบสวน สังกัดตำรวจภูธรภาค 1 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ (1) การวิจัยเอกสาร โดยใช้ในการรวบรวมข้อมูลจากหนังสือ งานวิจัยบทความ และเอกสารที่เกี่ยวข้องจากแหล่งข้อมูลออนไลน์และฐานข้อมูลทางวิชาการ และ (2) การสัมภาษณ์เชิงลึก ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพจากพนักงานสอบสวน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า คดีที่เข้าสู่กระบวนการเป็นคดีจราจรและคดีเกี่ยวกับทรัพย์ ในทางปฏิบัติพนักงานสอบสวนมักปรับลดขั้นตอนเพื่อให้เกิดความรวดเร็วและสอดคล้องกับหน้างานจริง ปัญหาสำคัญที่พบคือ การขาดแคลนผู้ไกล่เกลี่ย ภาระงานเอกสารที่ซ้ำซ้อน และปัญหาคู่กรณีไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง ส่งผลให้ต้องนำคดีกลับมาเริ่มกระบวนการสอบสวนใหม่ ซึ่งสร้างความล่าช้า และข้อเสนอแนะจากการวิจัย ได้แก่ การจัดฝึกอบรมและส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจขึ้นทะเบียนเป็นผู้ไกล่เกลี่ย การจัดตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยเฉพาะทางเพื่อแยกภาระงานออกจากงานสอบสวนปกติ การปรับปรุงกฎหมายให้สามารถบังคับคดีตามสัญญาประนีประนอมได้ทันที โดยไม่ต้องเริ่มทำสำนวนใหม่ รวมถึงการนำระบบออนไลน์มาใช้และการปรับเกณฑ์การประเมินผลงานเพื่อสร้างแรงจูงใจให้แก่พนักงานสอบสวน เพื่อให้กระบวนการไกล่เกลี่ยมีประสิทธิภาพและอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนได้</p> <p>ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะ ดังนี้ ควรยกระดับทั้ง 3 ด้าน คือ ด้านกฎหมาย ให้บันทึกข้อตกลงบังคับคดีได้ทันที ด้านสถานที่ จัดห้องเป็นสัดส่วนสร้างความเชื่อมั่น และด้านบุคลากร อบรมทักษะและปรับทัศนคติพนักงานสอบสวน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความศักดิ์สิทธิ์ของกระบวนการไกล่เกลี่ย</p>
ไพโรจน์ โกฏแก้ว
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารนิติศาสตร์และสังคมท้องถิ่น
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-12-28
2025-12-28
9 2
93
119
-
การเมืองท้องถิ่นกับการกำหนดนโยบายด้านสุขภาวะองค์กร กรณีศึกษา องค์การบริหารส่วนตำบลในอำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/llsj/article/view/282112
<p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษา (1) ระดับสุขภาวะองค์กรขององค์การบริหารส่วนตำบลในอำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี (2) วิเคราะห์ปัจจัยทางการเมืองและองค์ประกอบสุขภาวะองค์กรขององค์การบริหารส่วนตำบลในอำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี และ (3) เสนอแนวทางในการพัฒนาองค์กรสุขภาวะในบริบทการเมืองท้องถิ่นขององค์การบริหารส่วนตำบลในอำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นงานวิจัยแบบผสมผสาน</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า (1) บุคลากรองค์การบริหารส่วนตำบลในอำเภอกาญจนดิษฐ์ มีค่าระดับสุขภาวะองค์กรอยู่ในระดับมีความสุข (66.12) (2) ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยทางการเมืองและองค์ประกอบสุขภาวะองค์กรขององค์การบริหารส่วนตำบลในอำเภอกาญจนดิษฐ์ มีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกันในระดับต่ำและปานกลาง โดยด้านการงานดี มีความสัมพันธ์โดดเด่นที่สุดกับองค์ประกอบสุขภาวะ (3) แนวทางในการพัฒนาองค์กรสุขภาวะในบริบททางการเมืองขององค์การบริหารส่วนตำบลในอำเภอกาญจนดิษฐ์ ประกอบด้วย 4 ประการ ได้แก่ การวางแผนที่ดี การสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน การเพิ่มขวัญกำลังใจ และความภาคภูมิใจในการทำงาน ทั้งนี้ การเมืองท้องถิ่นมีผลโดยตรงต่อสุขภาวะองค์กร ผ่านนโยบายผู้บริหาร ความโปร่งใส ความมั่นคง และ การจัดการทรัพยากร หากการเมืองมีเสถียรภาพ โปร่งใส และสนับสนุนการพัฒนา บุคลากรจะมีแรงจูงใจ แต่หากมีความขัดแย้ง แทรกแซง หรือใช้นโยบายเพื่อประโยชน์ส่วนตน จะทำให้บุคลากรขาดความเชื่อมั่นและลดความสุขในการทำงาน</p> <p>ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะ ดังนี้ (1) ควรส่งเสริมความโปร่งใสและเสถียรภาพทาง การเมืองท้องถิ่น (2) ควรปรับปรุงสภาพแวดล้อมในที่ทำงานให้สะอาด เป็นระเบียบ ปลอดภัย และส่งเสริมสุขภาพจิตใจ เพื่อให้บุคลากรรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลาย</p>
วิสิฐาน์ ช่วยนุ้ย
อมร หวังอัครางกูร
ชนัญชิดา ทิพย์ญาณ
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารนิติศาสตร์และสังคมท้องถิ่น
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-12-28
2025-12-28
9 2
121
140