https://so04.tci-thaijo.org/index.php/mgsj/issue/feed
วารสารบัณฑิตศาส์น มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
2025-12-30T21:48:21+07:00
ดร.สันติราษฎร์ พวงมลิ
gs@mbu.ac.th
Open Journal Systems
<p>1. เพื่อเป็นแหล่งเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการและงานวิจัยของคณาจารย์ นักวิจัย นักวิชาการ นิสิตนักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป ในสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ตลอดจนแขนงวิชาที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พระพุทธศาสนา ปรัชญา รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ นิติศาสตร์ การจัดการ การจัดการเชิงพุทธ จิตวิทยาบริหารธุรกิจ การบริหารการศึกษา การพัฒนาสังคม เป็นต้น</p> <p>2. เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ทางวิชาการให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ พระพุทธศาสนา มหาวิทยาลัยและสังคม</p> <p>3. เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ทางวิชาการให้เป็นไปตามพันธกิจของบัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย</p>
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/mgsj/article/view/282768
การเยียวยาจากใจสู่ใจ: พรหมวิหาร 4 ในการดูแลผู้ป่วยสามวัยแห่งความเปราะบาง
2025-12-26T21:00:42+07:00
สุณี เวชประสิทธิ์
sunee@nmu.ac.th
จิตศริณย์พร ปัญจวัฒนคุณ
sunee@nmu.ac.th
<p><strong>บทคัดย่อ </strong></p> <p>การเยียวยาจากใจสู่ใจ: พรหมวิหาร 4 ในสามวัยแห่งความเปราะบาง บทความนี้นำเสนอแนวคิดว่าความเจ็บป่วยในแต่ละช่วงวัยของชีวิตมิได้เป็นเพียงภาวะทางร่างกายที่อ่อนแอเท่านั้น หากยังสะท้อนภาวะทางจิตใจที่เปิดเผยความเปราะบางอันลึกซึ้งของความเป็นมนุษย์ พุทธศาสนาได้วางแนวทางแห่งการอยู่ร่วมอย่างมีเมตตาธรรมผ่าน “พรหมวิหาร 4” ได้แก่ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา ซึ่งมิใช่เพียงหลักธรรมเชิงจริยศาสตร์ หากยังเป็นกลไกสำคัญของกระบวนการ “การเยียวยา” ทั้งต่อผู้ป่วยและผู้ดูแล</p> <p>การศึกษาครั้งนี้มุ่งวิเคราะห์ความต้องการทางจิตใจของผู้ป่วยในสามช่วงวัย ได้แก่ ปฐมวัย มัชฉิมวัย และ ปัจฉิมวัย โดยใช้กรอบแนวคิดพรหมวิหาร 4 เพื่อเสนอแนวทางการเยียวยาแบบองค์รวม (holistic healing) ที่เหมาะสมตามลักษณะเฉพาะของแต่ละวัย ท่ามกลางบริบทสังคมสมัยใหม่ที่ทั้งร่างกายและจิตใจต่างเผชิญความสับสนและความอ่อนล้า</p> <p>ผลการวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่า พรหมวิหาร 4 ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือเยียวยาที่ลึกซึ้ง ครอบคลุมทั้งมิติร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ โดยสามารถประยุกต์ใช้ในกระบวนการดูแลผู้ป่วยแต่ละช่วงวัยได้อย่างลุ่มลึก ดังนี้</p> <ol> <li class="show">เมตตา (Loving-kindness) คือ การประคับประคองด้วยเจตนาปรารถนาดีอย่างแท้จริง</li> <li class="show">กรุณา (Compassion) คือ การตอบสนองต่อความทุกข์ด้วยความเข้าใจและเอื้ออาทร</li> <li class="show">มุทิตา (Sympathetic Joy) คือ การชื่นชมและยินดีกับความดีและความสำเร็จของผู้อื่น</li> <li class="show">อุเบกขา (Equanimity) คือ การวางใจเป็นกลางด้วยปัญญาและการมองเห็นความจริง</li> </ol> <p>พรหมวิหาร 4 จึงเปรียบเสมือน “กระจก” ที่สะท้อนให้เห็นทั้งความเปราะบางและความเป็นมนุษย์ เพราะความเปราะบางในแต่ละวัยสะท้อนความสัมพันธ์เชิงเกื้อกูลที่สมดุลและเคารพซึ่งกันและกัน บทความนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเสนอกระบวนการดูแลผู้ป่วยเชิงลุ่มลึกในแต่ละช่วงวัย อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตทั้งของผู้ป่วยและผู้ดูแลให้ก้าวพ้นความทุกข์แบบแยกส่วน สู่ความเข้าใจและความสงบเย็นในมิติองค์รวม</p> <p> </p> <p><strong>คำสำคัญ</strong><strong>:</strong> การเยียวยา, ใจสู่ใจ, พรหมวิหาร 4, สามวัย, ความเปราะบาง</p> <p>ผ.ศ.ดร.สุณี เวชประสิทธิ์<a href="#_ftn1" name="_ftnref1">[1]</a></p> <p>(Sunee Wetprasit)</p> <p>ดร.จิตศริณย์พร ปัญจวัฒนคุณ<a href="#_ftn2" name="_ftnref2">[2]</a></p> <p>(Jitsarinpron Panjawattanakun)</p> <p> </p> <p><a href="#_ftnref1" name="_ftn1">[1]</a>ผู้ช่วยศาสตราจารย์ คณะพยาบาลศาสตร์เกื้อการุณย์ มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช</p> <p> Kuakarun Faculty of Nursing Navamindradhiraj University</p> <p><a href="#_ftnref2" name="_ftn2">[2]</a>นักวิชาการอิสระ</p>
2025-12-30T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/mgsj/article/view/285237
การบูรณาการหลักธรรมสัมมาอาชีวะกับการทำงานสายการบินเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
2025-12-26T20:58:39+07:00
เชิดพันธ์ โชติคุณ
chamingcsy@gmail.com
<p>บทความนี้ศึกษาการประยุกต์ใช้ สัมมาอาชีวะ(การเลี้ยงชีพชอบ) ในพระพุทธศาสนาเถรวาทกับการปฏิบัติงานในอุตสาหกรรมการบิน โดยเฉพาะตำแหน่งปฏิบัติการและบำรุงรักษา เพื่อยกระดับ ความปลอดภัยสูงสุด งานสายการบินมีความรับผิดชอบสูงต่อชีวิตและทรัพย์สิน ความผิดพลาดเล็กน้อยอาจนำไปสู่ผลร้ายแรง จึงจำเป็นต้องปลูกฝังจิตสำนึกด้านความปลอดภัย สัมมาอาชีโวซึ่งเน้น ความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ ความตั้งใจ และความไม่ประมาท เป็นรากฐานสำคัญในการเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรมวิชาชีพ บทความนำเสนอแนวทางการบูรณาการสัมมาอาชีโวในมิติต่างๆ ได้แก่ การปลูกฝังจิตสำนึก "ความปลอดภัยต้องมาก่อน", การสร้าง วัฒนธรรมองค์กรที่โปร่งใส (Just Culture), การยึดมั่นใน มาตรฐาน (SOPs), การพัฒนาตนเองต่อเนื่อง และการไม่ประมาทในทุกรายละเอียด การนำหลักธรรมนี้มาใช้จะเสริมสร้างความเชื่อมั่น ความอุ่นใจ และความปลอดภัยสูงสุดในการเดินทางทางอากาศ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินงานในอุตสาหกรรมการบิน</p>
2025-12-30T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/mgsj/article/view/285238
การประยุกต์ใช้โหราศาสตร์ชโยติษเพื่อการหยั่งรู้และทำความเข้าใจอริยสัจสี่: วิถีแห่งการดับทุกข์
2025-12-26T20:57:29+07:00
ศศิร์ธา ตันตระกูล
sacoowawwa@gmail.com
<p>บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์แนวทางการประยุกต์ใช้หลักการโหราศาสตร์ชโยติษ (Jyotish) [อ้างอิงคัมภีร์หลัก: Brhat Parasara Hora Sastra] โดยอิงตามหลักการคำนวณแบบ นิรายะนะวิธี (Lahiri Ayanamsa) ในการทำความเข้าใจหลัก อริยสัจสี่ (ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค) ซึ่งเป็นแก่นธรรมสำคัญของพระพุทธศาสนา [อ้างอิง: ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร, สังยุตตนิกาย] เพื่อนำไปสู่หนทางแห่งการดับทุกข์ การศึกษานี้เริ่มต้นด้วยการทบทวนแนวคิดพื้นฐานของชโยติษ อาทิ ภพเรือน (Bhava) และ ดาวเคราะห์ (Graha) ที่บ่งชี้ถึง กรรม และ อุปนิสัย และอธิบายความสัมพันธ์ขององค์ธรรมในอริยสัจสี่ จากนั้นจึงนำเสนอการบูรณาการศาสตร์ทั้งสอง โดยมุ่งเน้นว่าโหราศาสตร์สามารถทำหน้าที่เป็น เครื่องมือเชิงประจักษ์ในการวินิจฉัย และช่วยให้บุคคลมองเห็น “ทุกข์” และ “สมุทัย” (สาเหตุแห่งทุกข์) ซึ่งมีรากฐานจาก กิเลส และ อวิชชา ที่ปรากฏชัดในแผนผังชีวิตได้อย่างละเอียด การหยั่งรู้นี้จะเป็นแรงจูงใจและแนวทางที่เป็นรูปธรรมในการน้อมนำหลัก “อริยมรรคมีองค์ 8” มาประยุกต์ใช้เพื่อมุ่งสู่ “นิโรธ” (การดับทุกข์) ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า ชโยติษสามารถเป็นสะพานเชื่อมที่ช่วยเสริมสร้าง ปัญญา (Prajna) และ สติ (Sati) ในการดำเนินชีวิตภายใต้หลักพุทธธรรม และเปลี่ยนบทบาทของโหราศาสตร์จากเพียงการทำนายโชคชะตา สู่การเป็น แผนที่ ที่ชี้ทางในการแก้ไขปัญหาชีวิต อย่างไรก็ตาม บทความยังได้กล่าวถึงข้อจำกัดของโหราศาสตร์และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้ปัญญาและหลักธรรมเป็นที่ตั้งสูงสุดเสมอ</p>
2025-12-30T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/mgsj/article/view/285093
ศรัทธา 4 กับการดำเนินชีวิต แนวทางสู่เป้าหมายอันสูงสุดในพระพุทธศาสนา
2025-12-15T16:52:47+07:00
อุตมะ ปภาภูธนะนันต์
uattama.pap@student.mbu.ac.th
<p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ ศรัทธา 4 ในฐานะกรอบคิดเชิงพุทธที่กำหนดทิศทางการดำเนินชีวิตสู่เป้าหมายสูงสุด คือ นิพพาน งานศึกษาดำเนินด้วยการวิเคราะห์เอกสารและสังเคราะห์แนวคิดจากคัมภีร์ อรรถกถา และงานอธิบายร่วมสมัย ผลการศึกษาพบว่า ศรัทธามิใช่ความเชื่อเลื่อนลอย แต่เป็นความเชื่อที่มีเหตุผลและประสบการณ์รองรับ ทำหน้าที่เป็นพลังให้เกิดการปฏิบัติ จนเข้าถึงความสุขตามลำดับอีกทั้งตรรกศาสตร์มีบทบาทเป็นเครื่องมือทวนสอบ ป้องกันความงมงาย และทำให้ศรัทธาตั้งมั่นบนความจริง เมื่อนำศรัทธา 4 มาประยุกต์ใช้ จะก่อให้เกิดความรับผิดชอบทางศีลธรรม การยกระดับคุณภาพชีวิต และสังคมที่เกื้อกูล สันติสุข เป็นแนวทางนำชีวิตให้ถึงเป้าหมายสูงสุดในพระพุทธศาสนา</p>
2025-12-30T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/mgsj/article/view/284971
สติปัฏฐานสูตรในการพัฒนาทักษะมวยไทย
2025-12-26T20:59:46+07:00
อิทธิพล มโนวงศ์
itthipholmanowong@gmail.com
<p>บทความวิชาการนี้มุ่งอธิบายบทบาทของสติปัฏฐานสูตรในการพัฒนาทักษะมวยไทยอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ในฐานะที่สติปัฏฐานสูตรเป็นหลักธรรมว่าด้วยการเจริญสติ (สติปัฏฐาน 4) ดังพุทธภาษิตว่าเป็นทางเอกเพื่อความบริสุทธิ์และการบรรลุปัญญาสูงสุด บทความนี้เชื่อมโยงหลักการเจริญสติกับการฝึกมวยไทยโดยชี้ให้เห็นว่าการฝึกสติอย่างต่อเนื่องส่งผลให้เกิดปัญญาและสมรรถนะทางกายที่ดีขึ้น นักมวยไทยที่ฝึกตามแนวสติปัฏฐานสามารถพัฒนาทักษะได้เต็มศักยภาพ มีสมาธิจดจ่อ ตลอดจนเกิดคุณธรรมของนักกีฬาที่พึงประสงค์ เช่น รู้แพ้รู้ชนะ รู้อภัย มีน้ำใจนักกีฬา และความเป็นสุภาพบุรุษ ในทางกลับกัน หากขาดการฝึกสติอย่างเป็นระบบ การพัฒนาทักษะมวยไทยอาจไร้ทิศทางการพัฒนาและไม่มีประสิทธิผล ส่งผลให้การฝึกซ้อมไม่บรรลุผลตามเป้าหมาย บทความนี้สรุปว่า การบูรณาการสติปัฏฐานสูตรเข้ากับการฝึกมวยไทยนั้น ส่งเสริมปัญญาในการรู้ตนเองและประสิทธิภาพสูงสุดในการกีฬา ควบคู่กับการปลูกฝังคุณธรรมของความเป็นนักกีฬาที่ดี</p>
2025-12-30T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย