https://so04.tci-thaijo.org/index.php/polssru/issue/feed วารสารรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา 2026-05-19T13:13:06+07:00 ณัฏฐชัย เอกนราจินดาวัฒน์ Aeknarajindawut@gmail.com Open Journal Systems <p data-start="170" data-end="580"><strong data-start="170" data-end="217">วารสารรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา</strong> จัดทำขึ้นเพื่อส่งเสริมการศึกษา ค้นคว้า และพัฒนาองค์ความรู้ทางวิชาการ ตลอดจนเป็นพื้นที่กลางในการเผยแพร่ <strong data-start="321" data-end="336">บทความวิจัย</strong> และ <strong data-start="341" data-end="358">บทความวิชาการ</strong> ให้แก่นักวิจัย นักวิชาการ คณาจารย์ และนักศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษา โดยมุ่งหวังให้ผลงานที่เผยแพร่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการสนับสนุน <strong data-start="488" data-end="560">การเรียนการสอน การวิจัย และการพัฒนานโยบายหรือการปฏิบัติในเชิงวิชาชีพ</strong> ได้อย่างเป็นรูปธรรม</p> <p data-start="582" data-end="1109">วารสารมุ่งเน้นการเผยแพร่ผลงานที่มีคุณภาพในขอบเขตสาขาที่เกี่ยวข้อง โดยครอบคลุมเนื้อหาในมิติของ <strong data-start="676" data-end="706">รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์</strong> รวมถึงสาขาในกลุ่มมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ที่สัมพันธ์และบูรณาการกัน ได้แก่ <strong data-start="782" data-end="916">บริหารการศึกษา บริหารธุรกิจ การจัดการ ศิลปศาสตร์ สังคมวิทยาและมานุษยวิทยา การเงิน การบัญชีและการธนาคาร การท่องเที่ยว และโลจิสติกส์</strong> ทั้งนี้ วารสารเปิดรับบทความ <strong data-start="945" data-end="973">ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ</strong> เพื่อส่งเสริมการสื่อสารทางวิชาการในระดับประเทศและระดับนานาชาติ และเพิ่มโอกาสในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับเครือข่ายนักวิชาการที่หลากหลาย</p> <p data-start="1111" data-end="1506">ในด้านมาตรฐานการพิจารณาคุณภาพ วารสารให้ความสำคัญกับความถูกต้องทางวิชาการ ความเป็นต้นฉบับ และจริยธรรมการเผยแพร่ผลงาน โดยบทความทุกชิ้นที่จะได้รับการตีพิมพ์ต้องผ่านกระบวนการประเมินคุณภาพโดย <strong data-start="1298" data-end="1339">ผู้ทรงคุณวุฒิ (Reviewer) อย่างน้อย 2 ท่าน</strong> ภายใต้ระบบ <strong data-start="1351" data-end="1393">ปกปิดสองทาง (Double-blind peer review)</strong> ซึ่งไม่เปิดเผยรายชื่อของทั้งผู้นิพนธ์และผู้ประเมิน เพื่อให้การพิจารณาเป็นธรรม โปร่งใส และยึดหลักวิชาการเป็นสำคัญ</p> <p data-start="1508" data-end="1604">นอกจากนี้ วารสารกำหนดแนวทางเพื่อป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนและรักษาความเป็นอิสระของการประเมิน โดย</p> <ul data-start="1605" data-end="2052"> <li data-start="1605" data-end="1720"> <p data-start="1607" data-end="1720"><strong data-start="1607" data-end="1649">บทความจากผู้นิพนธ์ภายในหน่วยงาน/สถาบัน</strong> จะได้รับการพิจารณาโดย <strong data-start="1672" data-end="1695">ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก</strong> หน่วยงานที่จัดทำวารสาร</p> </li> <li data-start="1721" data-end="2052"> <p data-start="1723" data-end="2052"><strong data-start="1723" data-end="1751">บทความจากผู้นิพนธ์ภายนอก</strong> จะได้รับการพิจารณาโดย <strong data-start="1774" data-end="1806">ผู้ทรงคุณวุฒิภายในหรือภายนอก</strong> หน่วยงานที่จัดทำวารสาร ตามความเหมาะสม<br data-start="1844" data-end="1847" />ทั้งนี้ ผู้ทรงคุณวุฒิที่ทำหน้าที่ประเมินต้องเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้อง และ <strong data-start="1937" data-end="1973">ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับผู้นิพนธ์</strong> เพื่อคงไว้ซึ่งมาตรฐาน ความน่าเชื่อถือ และความเป็นกลางของกระบวนการพิจารณาบทความ</p> </li> </ul> https://so04.tci-thaijo.org/index.php/polssru/article/view/286204 การเสริมสร้างทักษะการจัดการการเรียนรู้ของคณาจารย์ผ่านวิธีการสอนแบบผสมผสานในมหาวิทยาลัย 2026-02-15T23:08:31+07:00 บุศรา นิยมเวช busara_09@hotmail.com นพคุณ คุณาชีวะ noppakun@ru.ac.th <p>วิธีการสอนแบบผสมผสานเป็นวิธีการสอนซึ่งบูรณาการการสอนในห้องเรียนแบบดั้งเดิมเข้ากับ การเรียนรู้แบบออนไลน์ได้กลายมาเป็นแนวทางการเปลี่ยนแปลงการเรียนรู้ในระดับอุดมศึกษา ซึ่งวิธีการเหล่านี้มีความยืดหยุ่นและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้ และทำให้มหาวิทยาลัยสามารถตอบสนองต่อความต้องการที่หลากหลายของนักศึกษาได้ ในขณะเดียวกันก็เป็นการส่งเสริมสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่มีส่วนร่วมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งการนำการสอนแบบผสมผสานมาใช้จำเป็นต้องพัฒนาทักษะการจัดการการเรียนรู้ขั้นสูงสำหรับคณาจารย์ ได้แก่ ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี การออกแบบหลักสูตรที่เหมาะกับการสอนแบบผสมผสาน กลยุทธ์การมีส่วนร่วมของนักศึกษา วิธีการวัดและประเมินที่มีประสิทธิภาพและการจัดการเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับการพัฒนาทักษะเหล่านี้ช่วยให้คณาจารย์สามารถรับมือกับความท้าทายของการสอนแบบผสมผสานและใช้ประโยชน์จากศักยภาพเพื่อปรับปรุงผลลัพธ์การเรียนรู้ สำหรับการพัฒนาทักษะเหล่านี้เป็นการส่งเสริมให้คณาจารย์สามารถจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานได้อย่างมีคุณภาพตอบสนองต่อการเรียนรู้และบรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนอย่างเต็มศักยภาพ โดยงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์หลัก (1) เพื่อศึกษาวิวัฒนาการของวิธีการสอนแบบผสมผสานของคณาจารย์ในมหาวิทยาลัย (2) เพื่อวิเคราะห์ทักษะที่สำคัญและความท้าทายในการพัฒนาทักษะของคณาจารย์ที่มีต่อการสอนแบบผสมผสานให้ประสบความสำเร็จ (3) เพื่อระบุกลยุทธ์ในการพัฒนาทักษะวิธีการสอนแบบผสมผสานที่สำคัญผ่านการพัฒนาทางวิชาชีพ การสนับสนุนจากสถาบันการศึกษาและการบูรณาการทางเทคโนโลยีนวัตกรรม และ (4) เพื่อศึกษากรณีศึกษาและทิศทางในอนาคตของการสอนแบบผสมผสานของคณาจารย์ในประเทศไทย ผู้วิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยโดยการดำเนินการทบทวนวรรณกรรมหรืองานวิจัยที่เกี่ยวข้องรวมถึงการวิเคราะห์วรรณกรรมทางวิชาการ กรณีศึกษาและแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในการสอนแบบผสมผสานอย่างครอบคลุม และนอกจากนี้ได้ดำเนินการศึกษาความคิดเห็นของคณาจารย์มหาวิทยาลัยที่เป็นกลุ่มตัวอย่างจำนวน 200 คน เกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในการสอนแบบผสมผสาน โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพรรณนา</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า (1) วิวัฒนาการของวิธีการสอนแบบผสมผสานของคณาจารย์ในมหาวิทยาลัย มีความโดดเด่นกว่าการสอนแบบดั้งเดิมในด้านความยืดหยุ่น การมีส่วนร่วมของผู้เรียนและการประเมินผล ที่หลากหลายและทันสมัย ด้วยการใช้เทคโนโลยีและแนวทางที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งทำให้สามารถตอบสนองต่อความหลากหลายของผู้เรียนได้ดีกว่า ในขณะที่การสอนแบบดั้งเดิมยังคงมีข้อจำกัดด้านวิธีการและรูปแบบการจัดการเรียนรู้ (2) ทักษะที่สำคัญของคณาจารย์ที่มีต่อการสอนแบบผสมผสาน ได้แก่ ความสามารถทางเทคนิคการสอน การปรับวิธีสอนให้ยืดหยุ่น การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของนักศึกษา และการประเมินผลพร้อมให้ข้อเสนอแนะอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามการพัฒนาทักษะเหล่านี้ยังเผชิญกับความท้าทาย เช่น การต่อต้านการเปลี่ยนแปลง ข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีและทรัพยากร ตลอดจนโอกาสในการพัฒนาวิชาชีพ (3) กลยุทธ์สำคัญในการพัฒนาทักษะการสอนแบบผสมผสาน ได้แก่ การพัฒนาวิชาชีพผ่านการอบรมและโครงการฝึกทักษะ การให้คำปรึกษาและความร่วมมือจากเพื่อนร่วมงาน การสนับสนุนอย่างเป็นระบบจากสถาบันการศึกษา และการประเมินผลพร้อมรับข้อเสนอแนะอย่างต่อเนื่องเพื่อปรับปรุงการสอนให้มีประสิทธิภาพ และ (4) การศึกษากรณีตัวอย่าง พบว่าคณาจารย์มหาวิทยาลัยมีความคิดเห็น ในระดับมากต่อการปฏิบัติที่ดีของการสอนแบบผสมผสาน (M=4.23, SD=0.60) แสดงถึงความพร้อมและการยอมรับแนวทางนี้อย่างกว้างขวาง ส่วนทิศทางในอนาคตของการสอนแบบผสมผสานในประเทศไทย มีแนวโน้มเน้นการนำรูปแบบใหม่ ๆ มาปรับใช้ส่งผลดีต่อการพัฒนาวิชาชีพของคณาจารย์ในระยะยาว และเปิดโอกาสในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนการสอน</p> <p> ดังนั้นการสอนแบบผสมผสานจึงมีความสำคัญต่อการยกระดับคุณภาพการศึกษาในยุคดิจิทัล โดยส่งเสริมการเข้าถึงการเรียนรู้ การมีส่วนร่วมของผู้เรียน และการพัฒนาศักยภาพของคณาจารย์ ปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมศักยภาพดังกล่าว ได้แก่ โครงการฝึกอบรม การสนับสนุนด้านเทคโนโลยี โอกาสในการเรียนรู้ และแรงจูงใจในวิชาชีพ คำแนะนำที่สำคัญคือการพัฒนาอย่างเป็นระบบภายใต้สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อความร่วมมือและโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีที่มั่นคง เพื่อให้การสอนแบบผสมผสานเป็นรากฐานของการศึกษาระดับอุดมศึกษาอย่างยั่งยืน</p> 2026-05-19T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา