วารสารสังคมศาสตร์วิชาการ
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/social_crru
<p>วารสารสังคมศาสตร์วิชาการ จัดทำโดยคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เริ่มขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2550 มาจนถึงปัจจุบัน โดย<span class="OYPEnA text-decoration-none text-strikethrough-none">มีวัตถุประสงค์เพื่อตีพิมพ์เผยแพร่บทความ</span><span class="OYPEnA text-decoration-none text-strikethrough-none">ด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ การศึกษา การพัฒนาชุมชน/สังคม สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม รวมถึงสหวิทยาการที่สอดคล้องกับบริบทสังคมปัจจุบัน</span><span class="OYPEnA text-decoration-none text-strikethrough-none">ของนักวิชาการ นักวิจัย อาจารย์ นิสิต นักศึกษาและประชาชนทั่วไป</span> </p> <p>กองบรรณาธิการวารสารฯ มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างมาตรฐานของวารสารตามเกณฑ์มาตรฐานของศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (Thai - Journal Citation Index : TCI) อย่างต่อเนื่อง และปัจจุบันได้ดำเนินการในรูปแบบของการตีพิมพ์ระบบ e- Journal </p> <p>วารสารสังคมศาสตร์วิชาการ จึงเป็นวารสารที่ส่งเสริมและเผยแพร่ผลงานและทรรศนะทางวิชาการ เพื่อเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน และเป็นแหล่งข้อมูลจากการเสนอผลงานวิจัย และงานวิชาการ<span class="OYPEnA text-decoration-none text-strikethrough-none">แขนงต่าง ๆ </span>ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้มีการเผยแพร่บทความจากคณาจารย์ นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา และนักวิชาการทั่วประเทศทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย</p>
คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย
th-TH
วารสารสังคมศาสตร์วิชาการ
1906-2508
<p>รายละเอียดของลิขสิทธ์</p>
-
นวัตกรรมระบบการให้คำปรึกษาแก่นักศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/social_crru/article/view/279191
<p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาภาวะสุขภาพใจและการปรับตัวของนักศึกษา และ 2) เพื่อสร้างนวัตกรรมระบบการให้คำปรึกษาแก่นักศึกษา วิธีดำเนินการวิจัยมี 3 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาสภาพปัจจุบันเกี่ยวกับสุขภาพใจและการปรับตัวของนักศึกษา ขั้นตอนที่ 2 พัฒนานวัตกรรมระบบการให้คำปรึกษาแก่นักศึกษา ขั้นตอนที่ 3 ตรวจสอบความเหมาะสมของนวัตกรรมระบบการให้คำปรึกษาแก่นักศึกษา กลุ่มตัวอย่าง นักศึกษาระดับปริญญาตรี จำนวน 1,957 คน และกลุ่มทดลอง นักศึกษาระดับปริญญาตรี จำนวน 3,459 คน คือ ผลการวิจัย พบว่า</p> <ol> <li>สภาพปัจจุบันเกี่ยวกับสุขภาพใจและการปรับตัวของนักศึกษา</li> </ol> <p>ภาวะสุขภาพใจ จากการนำข้อมูลมาเทียบกับเกณฑ์ พบว่า มีนักศึกษามีความผิดปกติทางจิตเวช ดังนี้ ด้านอาการทางกาย มีนักศึกษา จำนวน 65 คน ด้านอาการวิตกกังวลและการนอนไม่หลับ จำนวน 12 คน ด้านความบกพร่องทางสังคม จำนวน 40 คน และด้านอาการซึมเศร้าที่รุนแรง จำนวน 135 คน ส่วนการปรับตัวของนักศึกษา พบว่า ทุกด้านอยู่ในระดับมาก โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านสังคม รองลงมาคือ ด้านการเข้าร่วมกิจกรรม และด้านการเรียน ตามลำดับ</p> <ol start="2"> <li>นวัตกรรมระบบการให้คำปรึกษาแก่นักศึกษา คือ แอพพลิเคชั่น CRRU CARE ซึ่งประกอบด้วย ดัชนีวัดความสุขคนไทย แบบประเมินความเครียด แบบคัดกรองสุขภาพใจ นัดหมายรับคำปรึกษา และประวัติการประเมิน ส่วนผลการประเมินความพึงพอใจในการใช้งาน พบว่า ภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.15, S.D. = 0.76) โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการใช้งานของแอพพลิเคชั่น ( = 4.24, S.D. = 0.82) และด้านการออกแบบ ( = 4.05, S.D. = 0.72) ตามลำดับ</li> </ol> <p> </p>
นางสาวธัญณชน ใจบุญตัน
นภาภรณ์ อัจฉฤกษ์
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารสังคมศาสตร์วิชาการ
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-12-30
2025-12-30
19 1
34
49
-
การศึกษาและพัฒนาสุขภาวะของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/social_crru/article/view/280667
<p>การศึกษาและพัฒนาสุขภาวะของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ครั้งนี้เป็นการศึกษาเชิงทดลองโดยมีจุดประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาสุขภาวะของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต 2.สร้างโปรแกรมกลุ่มฝึกอบรมเพื่อพัฒนาสุขภาวะของนักศึกษา และ 3. เพื่อเปรียบเทียบสุขภาวะของนักศึกษาก่อน หลัง และติดตามผลการเข้าร่วมโปรแกรมกลุ่มฝึกอบรม</p> <p>ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะจิตวิทยาจำนวน 253 คน กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาที่มีคะแนนสุขภาวะต่ำกว่าเปอร์เซนไทล์ที่ 25 คัดเลือกตามความสมัครใจเข้ากลุ่มทดลองจำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามสุขภาวะ และโปรแกรมกลุ่มเพื่อพัฒนาสุขภาวะ ผลการศึกษาพบว่า สุขภาวะของนักศึกษา พบว่า นักศึกษามีค่าเฉลี่ยสุขภาวะโดยรวมเท่ากับ 3.55 มีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.75 อยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า สุขภาวะด้านอารมณ์และสุขภาวะ ด้านสติปัญญา มีค่าเฉลี่ยสูงสุด (M=3.73 SD=0.82, 0.83) รองลงมาคือ สุขภาวะด้านสังคม (M=3.56 SD=0.84) ส่วนสุขภาวะด้านร่างกาย มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด (M=3.16 SD=0.91) ตามลำดับ สำหรับโปรแกรมกลุ่มฝึกอบรมนั้นมุ่งนำไปใช้ในการพัฒนาสุขภาวะของนักศึกษา ซึ่งเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบสุขภาวะของนักศึกษา 4 องค์ประกอบโดยเป็นโปรแกรมกลุ่มฝึกอบรมที่บูรณาการแนวคิดทฤษฎีและเทคนิคทางจิตวิทยาที่เกี่ยวข้องและดำเนินการโดยใช้กลุ่มฝึกอบรม จำนวน 12 ครั้ง และดำเนินการครั้งละ 1 ชั่วโมง ผลการเข้าร่วมโปรแกรมกลุ่มฝึกอบรม พบว่า นักศึกษาที่เข้าร่วมโปรแกรมการพัฒนาสุขภาวะ มีคะแนนสุขภาวะเพิ่มขึ้นหลังการเข้ากลุ่มฝึกอบรม และระยะติดตามผล อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05</p>
ประภาส ณ พิกุล
นภาพร อยู่ถาวร
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารสังคมศาสตร์วิชาการ
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-12-30
2025-12-30
19 1
50
63
-
แนวทางการสร้างเสริมศักยภาพบุคลากรสายสนับสนุนมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่เพื่อเป็นต้นแบบการดำเนินชีวิตบนพื้นฐานหลักการทรงงานของในหลวงรัชกาลที่ 9
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/social_crru/article/view/278511
<p>การศึกษาเรื่อง แนวทางการสร้างเสริมศักยภาพบุคลากรสายสนับสนุนมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่เพื่อเป็นต้นแบบการดำเนินชีวิตบนพื้นฐานหลักการทรงงานของในหลวงรัชการที่ 9 มีวัตถุประสงค์ที่สำคัญ <br />2 ประการ ประกอบด้วย (1) เพื่อศึกษาศักยภาพและความพร้อมของบุคลากรสายสนับสนุนมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ที่จะเป็นต้นแบบในการดำเนินชีวิตบนพื้นฐานหลักการทรงงานและถ่ายทอดความรู้สู่สังคม และ (2) เพื่อเสนอแนวทางการสร้างเสริมศักยภาพบุคลากรสายสนับสนุนมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ให้เป็นต้นแบบในการดำเนินชีวิตบนพื้นฐานหลักการทรงงานและถ่ายทอดความรู้สู่สังคม กลุ่มตัวอย่างกลุ่มแรก คือ บุคลากรสายสนับสนุนจำนวน 213 คน สุ่มแบบง่ายตามสัดส่วนที่ความเชื่อมั่นร้อยละ 95 จากบุคลากรทั้งหมดทุกหน่วยงานภายในจำนวน 473 คน ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลสำหรับกลุ่มตัวอย่างกลุ่มแรก และใช้การสนทนากลุ่ม สำหรับกลุ่มเป้าหมายกลุ่มที่สองคือ กลุ่มหัวหน้างานจำนวน 10 คน และใช้สถิติพรรณนา ได้แก่ การแจกแจงความถี่ การกระจายร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานในการวิเคราะห์ข้อมูลที่รวบรวมได้โดยแบบสอบถามและใช้การวิเคราะห์เนื้อหาจากการสนทนากลุ่ม</p> <p>ผลการศึกษาสรุปได้ว่า 1) บุคลากรสายสนับสนุนมีศักยภาพและความพร้อมที่จะเป็นต้นแบบในการดำเนินชีวิตนพื้นฐานหลักการทรงงานและการถ่ายทอดความรู้สู่สังคมในระดับปานกลาง และ 2) แนวทางในการสร้างเสริมศักยภาพบุคลากรสายสนับสนุนมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ให้เป็นต้นแบบในการดำเนินชีวิตบนพื้นฐานหลักการทรงงานและเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้สู่สังคมเสนอได้เป็น 4 แนวทาง เป็นแนวทางที่เกี่ยวข้องกับบุคลากรสายสนับสนุนโดยตรง 2 แนวทาง คือ 1) การสร้างเสริมศักยภาพด้านความรู้ความเข้าใจในหลักการทรงงานและทักษะการถ่ายทอดความรู้ 2) การปรับเปลี่ยนเจตคติให้เป็นผู้ที่มีจิตอาสาและมีความเต็มใจในการให้บริการ และแนวทางที่ไม่เกี่ยวข้องกับบุคลากรสายสนับสนุนโดยตรง 2 แนวทาง คือ 1) นโยบายของมหาวิทยาลัยในการสนับสนุนให้บุคลากรสายสนับสนุนช่วยเสริมงานบริการวิชาการแก่สังคม และ 2) การสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงายภายในและหน่วยงานภายนอกเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งขององค์ความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ในด้านต่าง ๆ</p>
ศุภวรรณ สุทธาวาสน์
มนัส สุวรรณ
ถนัด บุญชัย
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารสังคมศาสตร์วิชาการ
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-12-30
2025-12-30
19 1
1
17
-
Comparative Analysis of Writing Skill in English and Thai
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/social_crru/article/view/278535
<p>This study aims to conduct a comparative analysis of the English and Thai writing abilities of undergraduate students majoring in English-related programs. The collected data consists of the test papers written by the population of 100 students. This research highlights both differences and similarities found in writing skill between English and Thai test papers with respect to writing skill characteristics. Comparing essay and composition writing, the latter is with the lower score in this study. Moreover, the most observable finding in this study is syntax with the lowest rate characteristics for writing composition, either in English or Thai, across the employed sample. In conclusion, the findings of this study indicate that the students exhibit weaknesses in the syntactic aspects of English writing, which may be due to the educational planning or policies of their basic education providers or the related education provider center in which they are enrolled.</p>
ALI AKBAR ZEINALI
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารสังคมศาสตร์วิชาการ
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-12-30
2025-12-30
19 1
18
33