วารสารวิจัยสังคมและปริทัศน์ https://so04.tci-thaijo.org/index.php/socialresearchjournal <p><strong>ชื่อวารสาร <br /></strong> วารสารวิจัยสังคมและปริทัศน์ <span lang="TH">(Journal of Social Research and Review)</span></p> <p><strong>eISSN</strong> 3056-9508 (Online)<br /><br /><strong>จัดทำขึ้นโดย<br /></strong> สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ลิขสิทธิ์)</p> <p><strong>กำหนดออก </strong>2 ฉบับต่อปี <br /> - ฉบับที่ 1 มกราคม - มิถุนายน และ<br /> - ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม</p> <p><strong>นโยบายขอบเขตการตีพิมพ์</strong><strong><br /></strong> วารสารฯ มีนโยบายรับตีพิมพ์ บทความวิจัย บทความวิชาการ บทปริทัศน์หนังสือ และบทวิจารณ์หนังสือในด้านสังคมศาสตร์ การพัฒนาสังคม การวิจัยทางสังคม เพื่อเผยแพร่ความรู้แก่คณาจารย์ นักวิชาการ นิสิต นักศึกษาหรือผู้ที่มีความสนใจ<br /><br /><strong>ค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์ </strong><br /><strong> วารสารวิจัยสังคมและปริทัศน์ ไม่มีค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์บทความ (Page Charges)<br /><br /></strong>บทความต่างๆ ที่ตีพิมพ์ใน <strong><em>วารสารวิจัยสังคมและปริทัศน์</em></strong> เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลของผู้เขียนบทความเท่านั้น ผู้พิมพ์และกองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องมีความคิดเห็นที่สอดคล้องกับความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความแต่อย่างใด<strong><br /></strong></p> สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย th-TH วารสารวิจัยสังคมและปริทัศน์ 3056-9508 <p>1) บทความนี้เป็นลิขสิทธิ์ของสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่ความคิดเห็นและเนื้อหาเป็นของผู้แต่ง<br />2) ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารวิจัยสังคมและปริทัศน์ สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้แต่งบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสารวิจัยสังคมและปริทัศน์ สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กองบรรณาธิการไม่สงวนสิทธิ์ในการคัดลอก แต่ให้ระบุถึงการอ้างอิง</p> บทบาทของสมาคมวัฒนธรรมศึกษาระหว่างเอเชียกับการสร้างและส่งเสริมเครือข่ายระหว่าง ปัญญาชนในเอเชีย https://so04.tci-thaijo.org/index.php/socialresearchjournal/article/view/285105 <p>งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาบทบาทของสมาคมวัฒนธรรมศึกษาระหว่างเอเชีย (Inter-Asia Cultural Studies Society: IACSS) ในการสร้างเครือข่ายทางวิชาการข้ามพรมแดน และวิธีที่ปัญญาชนรุ่นใหม่ในเอเชียสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับเอเชีย การวิจัยนี้ใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพภายใต้แนวทางตีความ โดยเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์ผู้เข้าร่วมจำนวน 17 คน และการสังเกตการณ์ในกิจกรรมสำคัญของสมาคม ผลการวิจัยพบว่าสมาคมวัฒนธรรมศึกษาระหว่างเอเชียทำหน้าที่สำคัญหลายมิติ ได้แก่ การเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ข้ามพรมแดน การบ่มเพาะนักวิชาการรุ่นใหม่ การสร้างเครือข่ายนอกห้องประชุม และการช่วยให้ความหมายของเอเชียเกิดขึ้นผ่านการแลกเปลี่ยนข้ามภาษาและข้ามรุ่น ผู้เข้าร่วมมีส่วนร่วมกำหนดนิยามความหมายของเอเชีย ความหมายเหล่านี้มีความเปิดกว้าง หลากหลาย และยั่งยืน นอกจากนี้ งานวิจัยยังแสดงให้เห็นว่า การสร้างเอเชียและเครือข่ายวิชาการไม่ได้เกิดจากสถาบันหรือเวทีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากประสบการณ์จริง ความสัมพันธ์ระหว่างผู้เข้าร่วม และการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องของนักวิชาการรุ่นใหม่ ซึ่งสะท้อนถึงพลวัตการผลิตความรู้ในเอเชียและความสำคัญของการมีเวทีที่เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้ร่วมคิดร่วมทำ สำหรับข้อเสนอแนะควรพัฒนากลไกการบ่มเพาะและการทำงานร่วมกันของเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบระบบพี่เลี้ยง พื้นที่ความร่วมมือหลังการประชุม และการสนับสนุนการสื่อสารหลายภาษา ควบคู่กับการศึกษาติดตามผลระยะยาวและการเปรียบเทียบเครือข่ายวิชาการในสาขาอื่น เพื่อทำความเข้าใจความยั่งยืน และพลวัตของการผลิตองค์ความรู้ในเอเชียอย่างรอบด้านมากยิ่งขึ้น</p> ฐิติวัฒน์ สิทธิพัตร สิริพร สมบูรณ์บูรณะ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิจัยสังคมและปริทัศน์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-04-07 2026-04-07 49 1 อำนาจบนจาน: นโยบายภาคการเกษตรและอาหารของรัฐไทยในฐานะเครื่องมือทางการเมือง มุมมองผ่านแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 - ฉบับที่ 12 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/socialresearchjournal/article/view/283994 <p>บทความนี้มุ่งวิเคราะห์บทบาทของนโยบายเกษตรและอาหาร ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 – ฉบับที่ 12 โดยใช้กรอบอำนาจบนจาน เพื่อทำความเข้าใจว่าอาหารมิได้เป็นเพียงประเด็นเศรษฐกิจ แต่เป็นพื้นที่ ทางการเมืองที่สะท้อนการต่อรองเชิงอำนาจระหว่างรัฐ ทุน และภาคประชาชน ผ่านการวิเคราะห์เอกสารและนโยบาย ผลการศึกษาพบว่า (1) มิติทางโครงสร้างรัฐใช้นโยบายเกี่ยวกับที่ดิน น้ำ เมล็ดพันธุ์ และสินเชื่อ เป็นกลไกควบคุมการเข้าถึงทรัพยากร ส่งผลให้เกษตรกรรายย่อยต้องพึ่งพิงรัฐและมีอำนาจต่อรองจำกัด ภายใต้ภาระหนี้สินและที่ดินทำกินที่ลดลง (2) มิติด้านเครื่องมือมาตรการด้านราคาและรายได้ โครงการรับจำนำ ประกันรายได้ และพักหนี้ มีบทบาทลดความเสี่ยงระยะสั้น พร้อมกับทำหน้าที่สร้างทุนทางการเมืองและเชื่อมโยงฐานเสียงชนบทกับรัฐบาล (3) มิติทางสถาบัน มาตรฐานการผลิต การรับรองคุณภาพ (GAP/ Q-GAP/ GMP) สัญญาเกษตรและกลไกราชการกลายเป็นด่านสถาบันที่เอื้อประโยชน์แก่ทุนขนาดใหญ่ ขณะที่เกษตรกรรายย่อยถูกลดทอนให้เป็นเพียงผู้ปฏิบัติตาม บทความนี้จึงสะท้อนให้เห็นว่านโยบายเกษตรของไทย ยังคงรวมศูนย์การตัดสินใจขึ้นอยู่กับรัฐและกลุ่มทุน พร้อมทั้งเสนอให้เกษตรกรลดการพึ่งพิงเชิงโครงสร้างและสร้างสมดุลเชิงอำนาจ ในระบบอาหาร เพื่อสร้างความมั่นคงและความยั่งยืนให้กับระบบเกษตรและอาหารไทย จำเป็นต้องคุ้มครองสิทธิในการเข้าถึงทรัพยากรของเกษตรกร กระจายอำนาจการกำกับดูแลสู่ท้องถิ่น และพัฒนากลไกเชื่อมโยงผู้ผลิตกับผู้บริโภคอย่างเป็นธรรม</p> สันทราย วงษ์สุวรรณ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิจัยสังคมและปริทัศน์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-04-02 2026-04-02 49 1