https://so04.tci-thaijo.org/index.php/socku/issue/feed
วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
2025-12-29T16:02:22+07:00
Asst. Prof. Pirada Chairatana. Ph.D.
fsocpdc@ku.ac.th
Open Journal Systems
<p><strong>วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ </strong></p> <p><strong> มีกำหนดการออกใบตอบรับการตีพิมพ์แก่ผู้เขียน หลังจากผู้เขียนแก้ไขบทความที่ผ่านการ peer review (Double Blind Peer Review) หรือระยะเวลาโดยรวมประมาณ 3-4 เดือน</strong></p> <p><strong>วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์:</strong> จัดทำโดย<em> คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์</em></p> <p><strong>ISSN:</strong> 3056-946X (Print) 3056-9524 (Online)</p> <p><strong>กำหนดออกเผยแพร่:</strong> 2 ฉบับ/ปี (ฉบับที่ 1 มกราคม-มิถุนายน และ ฉบับที่ 2 กรกฎาคม-ธันวาคม)</p> <p><strong>ขอบเขตของเนื้อหา</strong>: บทความวิจัยและบทความวิชาการทางด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ได้แก่ <em>สาขาจิตวิทยา นิติศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ รัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ สังคมวิทยาและมานุษยวิทยา</em> และสาขาสังคมศาสตร์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง</p> <p><strong>ประเภทบทความที่เปิดรับ:</strong> 1) บทความวิจัย 2) บทความวิชาการ 3) บทความพิเศษ และ 4) บทแนะนำหนังสือและบทวิจารณ์หนังสือ</p> <p><strong>ภาษา: </strong>ภาษาไทย / ภาษาอังกฤษ</p> <p><strong>จำนวนผู้ทรงคุณวุฒิประเมินบทความ:</strong> 3 ท่าน/บทความ</p> <p><strong>วัตถุประสงค์:</strong> <br />1) เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้คณาจารย์ นักวิชาการ นิสิตนักศึกษา และผู้ที่สนใจทั่วไป ได้มีโอกาสเผยแพร่ผลงานทางวิชาการและผลงานวิจัย <br />2) เป็นแหล่งในการเสนอผลงานรวมทั้ง แลกเปลี่ยนข่าวสารข้อมูล ความคิดเห็นทางวิชาการและวิจัย อันจะเป็นการพัฒนาการศึกษาและการวิจัยในสาขาสังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์</p> <p><strong>*ไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมในการตีพิมพ์ยกเว้นกรณีขอถอนบทความ*</strong></p>
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/socku/article/view/279566
ไม่เลือกงาน ไม่ยากจน ? : แรงงานดิจิทัล ทุนทางเพศ และความเปราะบางในสังคม ผ่านกรณี OnlyFans
2025-04-15T01:00:15+07:00
อดิพล เอื้อจรัสพันธุ์
adipon.citu@gmail.com
<p> บทความนี้นำเสนอการวิเคราะห์เชิงวิชาการเกี่ยวกับแรงงานบนแพลตฟอร์ม OnlyFans ในบริบทของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย โดยมุ่งศึกษาสามมิติหลัก ได้แก่ (1) รายได้และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ (2) สุขภาพจิตและแรงงานทางอารมณ์ และ (3) ผลกระทบระยะยาวต่อชีวิตและโอกาสในอนาคต พร้อมทั้งตั้งคำถามต่อ แนวคิดที่แพร่หลายในสังคม (Popular Social Idea) อย่าง “ไม่เลือกงาน ไม่ยากจน” ที่ครอบงำความเข้าใจเกี่ยวกับแรงงานและคุณค่าทางอาชีพในสังคมไทย บทความนี้ใช้กรอบแนวคิดแรงงานแพลตฟอร์ม (Platform Labor), ทฤษฎีทุนทางเพศ (Sexual Capital Theory) และแนวคิดโครงสร้างกับการเลือก (Structure vs. Agency) เพื่อวิเคราะห์ว่า การทำงานบนแพลตฟอร์ม OnlyFans แม้จะดูเหมือนเป็นทางเลือกที่เสรี กลับเป็นผลของการเลือกภายใต้โครงสร้างที่จำกัด ทั้งด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และวัฒนธรรมอนุรักษนิยม</p> <p> ผลการวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่า แม้ OnlyFans จะสามารถมอบรายได้จำนวนมากในระยะสั้น แต่แรงงานต้องแบกรับต้นทุนสูงทั้งในเชิงอารมณ์ สุขภาพจิต และความมั่นคงทางสังคม ผู้ผลิตเนื้อหาหลายรายเผชิญกับความเหนื่อยล้า ความเครียด ความเสี่ยงต่อการถูกตีตราและละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ในขณะที่โครงสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลยังไม่มีการคุ้มครองแรงงานอย่างเพียงพอ บทความเสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสังคม และวิชาการ เพื่อสร้างระบบที่ยุติธรรมและเคารพศักดิ์ศรีแรงงานดิจิทัล โดยเฉพาะแรงงานที่ใช้ทุนทางเพศในการดำรงชีวิต</p>
2025-12-29T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/socku/article/view/281225
สำรวจแนวคิด “การดูแลเป็นประสบการณ์ศีลธรรม” ของอาร์เธอร์ ไคล์นแมน
2025-07-14T10:08:01+07:00
ประชาธิป กะทา
prachatip.k@ku.ac.th
<p> อาเธอร์ ไคล์นแมน เสนอแนวคิดการดูแลเป็นประสบการณ์ศีลธรรม หลังผ่านประสบการณ์การดูแลอย่างเอาใจใส่ภรรยาที่ป่วยโรคอัลไซเมอร์หลายปีจนกระทั่งภรรยาเสียชีวิต ไคล์นแมนเชื่อว่าประสบการณ์การดูแลอย่างเอาใจใส่ของเจ้าหน้าที่ต่อผู้ป่วยในทำนองเดียวกันนั้น จะช่วยปลดปล่อยเจ้าหน้าที่เป็นอิสระจากมุมมองเชิงเทคนิคของความเป็นวิชาชีพอันคับแคบ ซึ่งได้รับอิทธิพลจากระบบการเรียนการสอน นอกจากนี้ ความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของระบบสุขภาพยุคปัจจุบัน เช่น บริการสุขภาพที่กลายเป็นธุรกิจเน้นผลกำไรขาดทุน และการแพทย์เชิงพาณิชย์ที่กำลังส่งเสริมทัศนคติของเจ้าหน้าที่ต่อผู้ป่วยในฐานะลูกค้า และระบบราชการที่เน้นเอกสารรายงานและตัวชี้วัดคุณภาพจำนวนมากกำลังลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ปฏิบัติงานด้านการดูแลสุขภาพ การดูแลอย่างเอาใจใส่เป็นเครื่องมือชักนำเจ้าหน้าที่สู่ประสบการณ์ศีลธรรม มักจะส่งเสริมการเติบโตสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ของเจ้าหน้าที่ และนำคุณค่าความหมายของงานการดูแลกลับมามีบทบาทในพื้นที่ของระบบสุขภาพ</p> <p> </p>
2025-12-29T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/socku/article/view/284245
ราชสำนักอยุธยาในสายตาของบาทหลวงตาชาร์ดฺ
2025-11-07T09:37:50+07:00
สิทธารถ ศรีโคตร
Sitthard.s@ku.th
<p> กี ตาชาร์ดฺ (Guy Tachard) หรือ บาทหลวงตาชาร์ดฺ (Père Tachard) เป็นนักบวชในศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก คณะเยซูอิต เกิดที่ประเทศฝรั่งเศสใน ค.ศ. 1651 มรณภาพที่อินเดียเมื่อ ค.ศ. 1712 สิริอายุได้ 61 ปี ซึ่งในช่วงที่มีชีวิตอยู่นั้น เขาได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคณะทูตของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศสที่ทรงส่งมาเจริญสัมพันธไมตรียังราชอาณาจักรอยุธยาซึ่งตรงกับรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (ค.ศ. 1656-1688) นอกจากเป็นการกระชับสัมพันธไมตรีทางการค้าแล้ว ทางฝ่ายฝรั่งเศสต้องการที่เผยแผ่ศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกร่วมด้วย จึ่งได้ทำการส่งคณะบาทหลวงติดตามคณะทูตมาเป็นอันมาก ซึ่งทางราชสำนักอยุธยานั้นก็ได้ตอนรับและให้เสรีภาพในการเผยแผ่ศาสนาเป็นอย่างดี โดยที่บาทหลวงตาชาร์ดฺได้เดินทางมายังกรุงศรีอยุธยาทั้งสิ้น 3 ครั้ง ครั้งแรก ใน ค.ศ. 1685 ครั้งที่ 2 ในระหว่าง ค.ศ. 1687-1688 และครั้งที่ 3 ใน ค.ศ.1699 โดยในการมาแต่ละครั้งนั้นก็จะมีการจดบันทึกเรื่องราวความเป็นไปของราชอาณาจักรอยุธยาทั้งในแง่ของภูมิประเทศ สภาพอากาศ พืชพรรณ และผู้คน บทความนี้จะเน้นศึกษาบันทึกการเดินทางในครั้งแรกของบาทหลวงตาชาร์ดฺในฐานะหลักฐานชั้นต้นทางประวัติศาสตร์ โดยมุ่งเน้นเรื่องราวของขุนนาง ผู้คน และค่านิยมทางสังคมในสมัยกรุงศรีอยุธยา</p>
2025-12-29T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/socku/article/view/282731
หลักการให้ถ้อยคำของบุคลากรสาธารณสุขในชั้นไต่สวน : กรณีถูกตรวจสอบทุจริตโดย ป.ป.ช. หรือ ป.ป.ท.
2025-09-05T13:14:06+07:00
จิรัชญา กลีบสุวรรณ์
roseapple-medicine@hotmail.com
<p> การทุจริตในภาครัฐเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักนิติธรรม หลักธรรมาภิบาล และมาตรฐานจริยธรรม ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะและบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนต่อองค์กรของรัฐ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 จึงบัญญัติให้การป้องกันและปราบปรามการทุจริตเป็นหน้าที่ของทุกบุคคล พร้อมทั้งจัดตั้งองค์กรอิสระ ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ซึ่งใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินกระบวนการไต่สวน สืบสวน และรวบรวมพยานหลักฐานอย่างเป็นระบบก่อนพิจารณาชี้มูลความผิดตามกฎหมาย โดยกระบวนการไต่สวนดังกล่าวตั้งอยู่บนหลักการของระบบไต่สวนที่ให้อำนาจแก่ผู้ไต่สวนในการบริหารสำนวนและแสวงหาข้อเท็จจริงอย่างอิสระภายใต้หลักการฟังความทั้งสองฝ่าย และหลักความเป็นกลางของผู้พิจารณา จากผลการวิเคราะห์พบว่ากระทรวงสาธารณสุขจะมีอัตราการถูกร้องเรียนการทุจริตอยู่ในระดับต่ำ บุคลากรสาธารณสุขจึงยังขาดความรู้เกี่ยวกับสิทธิ หน้าที่ และข้อจำกัดทางกฎหมายในกระบวนการไต่สวนซึ่งอาจนำไปสู่การให้ถ้อยคำหรือการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย บทความนี้จึงวิเคราะห์หลักกฎหมายปกครองและบทบัญญัติสำคัญของกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริตเพื่อนำเสนอแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมสำหรับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา โดยมุ่งหมายให้สามารถใช้สิทธิของตนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย คุ้มครองประโยชน์ของตนได้อย่างเหมาะสม และสนับสนุนให้กระบวนการตรวจสอบ การทุจริตเป็นไปอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับหลักนิติธรรมตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง</p>
2025-12-29T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/socku/article/view/285758
กลยุทธ์การส่งเสริมรายได้ให้กับผู้ประกอบการตลาดนัดชุมชนของเทศบาลตำบลแม่จัน อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
2025-12-29T15:05:06+07:00
มณีวรรณ ซาวคำเขตต์
668970214@crru.ac.th
อรุณี อินเทพ
arunee.int@crru.ac.th
ประยูร อิมิวัตร์
prayoon.imi@crru.ac.th
<p> การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพสภาวการณ์ จุดอ่อน จุดแข็ง โอกาสและอุปสรรคในด้านการส่งเสริมการตลาด ในตลาดนัดชุมชนของเทศบาลตำบลแม่จัน โดยมุ่งเป้าไปที่ผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่ และ 2) พัฒนากลยุทธ์ <strong>TOWS </strong>ที่สามารถเพิ่มรายได้ของผู้ประกอบการในตลาดนัดชุมชนของเทศบาลตำบลแม่จัน กลุ่มตัวอย่าง มี 2 กลุ่ม กลุ่มแรกผู้ประกอบการ จำนวน 234 คน และกลุ่มที่สองเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจำนวน 8 คน รวมทั้งสิ้นจำนวน 242 คน ซึ่งได้จากการสุ่มตัวอย่างอย่างง่าย และใช้วิธีเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลคือแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ และการวิเคราะห์ (SWOT) โดยระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ใช้การแบบสอบถาม ในการทำแบบประเมินความเหมาะสมของกลยุทธ์ ผลการศึกษาพบว่า 1) จุดแข็ง ความหลากหลายของสินค้าที่มีคุณภาพ จุดอ่อน ผู้ประกอบการมีความเข้าใจเกี่ยวกับความต้องการของลูกค้าในตลาดนัดชุมชน โอกาส ด้านการขยายพื้นที่หรือเพิ่มจำนวนแผงขายและอุปสรรค กฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นเกี่ยวกับการค้าขายในตลาดนัดชุมชน 2) พัฒนากลยุทธ์ได้ 6 กลยุทธ์ 1) ขยายช่องทางการขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ อยู่ในระดับมากที่สุด 2) สร้างกิจกรรมส่งเสริมการขายอยู่ในระดับมาก 3) ปรับปรุงกระบวนการทรัพยากร อยู่ในระดับมาก 4) ใช้การจัดกิจกรรมเชิงอนุรักษ์เพื่อดึงดูดความสนใจ อยู่ในระดับมากที่สุด 5) จัดโซนสินค้าหรือเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวก อยู่ในระดับมาก 6) จัดกิจกรรมหรือโครงการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน อยู่ในระดับมาก ได้รับการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญและผู้ที่เกี่ยวข้อง วิธีการคัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง</p>
2025-12-29T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/socku/article/view/277348
การพัฒนาผลิตภัณฑ์แฟชั่นสิ่งทอชุมชนจากทุนทางวัฒนธรรมท้องถิ่น จ.หนองบัวลำภูด้วยแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์
2025-03-04T09:28:29+07:00
ชนัญญา คงยืน
cnyky1992@gmail.com
<p style="font-weight: 400;"> บทความวิจัยเรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์แฟชั่นสิ่งทอชุมชนจากทุนทางวัฒนธรรมท้องถิ่น จ.หนองบัวลำภู ด้วยแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาข้อมูลอัตลักษณ์ผ้าทอชุมชน จ.หนองบัวลำภู นำมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนให้เป็นสินค้าสร้างสรรค์ที่มีมูลค่าสูง (High Value) 2) เพื่อสอบถามความคิดเห็นของกลุ่มเป้าหมายที่มีผลต่อการออกแบบผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ จ.หนองบัวลำภู เก็บข้อมูลโดยการใช้เครื่องมือแบบสำรวจเพื่อใช้สำรวจข้อมูลเบื้องต้น แบบสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วมเพื่อใช้สังเกตกรรมวิธีการทอผ้า แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้างเพื่อใช้สัมภาษณ์ผู้รู้จำนวน 5 ท่าน และแบบสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้างเพื่อใช้สัมภาษณ์เจาะลึกแบบไม่จำกัดคำตอบ ใช้สัมภาษณ์ผู้รู้และผู้ปฏิบัติ และแบบแบบสอบถามความพึงพอใจ เพื่อใช้สอบถามผู้บริโภคจำนวน 115 คน</p> <p style="font-weight: 400;"> จากการวิจัยพบว่า กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านนาคำไฮ บ้านนาคำไฮ ต.นาคำไฮ อำเภอเมือง ภายใต้แบรนด์ “เทวาผ้าไทย” มีอัตลักษณ์ในด้านการย้อมสีธรรมชาติจากใบฉนวนโดยใช้เป็นใบสด สีที่ได้เป็นสีดำ สามารถใช้ทดแทนการย้อมสีดำจากมะเกลือได้ และได้นำผ้าฝ้ายย้อมสีดำจากใบฉนวนมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกายสตรี 1 ชุด และบุรุษ 1 ชุด สำหรับกลุ่มเป้าหมายสตรีอายุระหว่าง 30-45 ปีให้เป็นสินค้าสร้างสรรค์ที่มีมูลค่าสูง (High Value) ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ จากนั้นได้นำผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกายไปทดสอบตลาดเพื่อสอบถามความคิดเห็นของกลุ่มเป้าหมายที่มีผลต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ภายในงาน ISAN SOUL พบว่า ระดับความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับเห็นด้วยมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.75</p>
2025-12-29T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/socku/article/view/278367
ผลทางกฎหมายความลับทางการค้าจากการใช้ประโยชน์เพื่อความบันเทิงจากปมปริศนาในนวนิยาย
2025-02-26T11:00:18+07:00
พงศ์เกียรติ กุลรัตนสินสุข
detectivepongkiat@hotmail.com
อังค์วรา ไชยอนงค์
angwara.cha@dpu.ac.th
<p> การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ถึงผลทางกฎหมายจากการใช้ประโยชน์เพื่อความบันเทิงจากปมปริศนาในนวนิยาย และเพื่อศึกษาและวิเคราะห์ถึงการกำหนดภาระการพิสูจน์ของจำเลยที่เหมาะสมกับกรณีการใช้ประโยชน์เพื่อความบันเทิงจากปมปริศนาในนวนิยายภายใต้พระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 12 โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ และเก็บข้อมูลจากกฎหมายความลับทางการค้า ไม่ว่าจะเป็นข้อตกลงทริปส์ พระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 รวมถึงกฎหมายความลับทางการค้าของประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศอังกฤษ ประเทศเนเธอร์แลนด์ และประเทศญี่ปุ่น ผลการวิจัยพบว่า ปมปริศนาในนวนิยายที่ยังไม่เฉลยคำตอบ และเหตุผลของคำตอบเป็นความลับทางการค้าอย่างหนึ่งตามพระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 3 การค้นพบอิสระจากการใช้ประโยชน์เพื่อความบันเทิงเป็นข้อยกเว้นของการละเมิดปมปริศนาในนวนิยายตามพระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 7 (3) อย่างไรก็ตาม การใช้ประโยชน์จากปมปริศนาในนวนิยายเพื่อความบันเทิงถือเป็นการใช้รูปแบบหนึ่ง ถ้าผู้ทรงสิทธิเป็นโจทก์ฟ้องผู้อ่านเป็นจำเลยในคดีละเมิดความลับทางการค้าจากการใช้ จำเลยมีภาระการพิสูจน์หักล้างข้อสันนิษฐานของกฎหมายตามพระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 12 ซึ่งเป็นบทสันนิษฐานให้จำเลยที่เป็นผู้ใช้ประโยชน์จากปมปริศนาในนวนิยายที่ทำให้เกิดปมปริศนาในนวนิยายเหมือนกันเป็นผู้ละเมิดจากการใช้ไว้ก่อน จนกว่าจำเลยจะพิสูจน์ให้เห็นเป็นอย่างอื่น แต่การใช้บทสันนิษฐานดังกล่าวกับคดีละเมิดปมปริศนาในนวนิยายที่มีเนื้อเรื่องตามโครงเรื่องจากการใช้อาจทำให้เกิดการกีดกันการค้นพบอิสระ ดังนั้น ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะให้บัญญัติกฎหมายลำดับรองเกี่ยวกับการกำหนดภาระการพิสูจน์ โดยกำหนดให้ใช้ข้อสันนิษฐานตามพระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 12 เฉพาะคดีละเมิดปมปริศนาในนวนิยายที่มีเนื้อเรื่องแบบชีวิตประจำวันจากการใช้เท่านั้น</p>
2025-12-29T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/socku/article/view/277337
การพัฒนารูปแบบการสร้างเสริมสุขภาพจิตด้วยโปรแกรมความสุขเชิงจิตวิทยา 5 มิติ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและความสุขของผู้ต้องขังสูงอายุ
2025-01-15T14:11:52+07:00
ณัฎฐา ม้วนสุธา
nattha1.2517@gmail.com
<p> บทความวิจัยนี้ เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบการสร้างเสริมสุขภาพจิตผู้ต้องขังสูงอายุก่อนและหลังพัฒนา เพื่อพัฒนารูปแบบการสร้างเสริมสุขภาพจิตผู้ต้องขังสูงอายุ กลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ต้องขังสูงอายุจำนวน 75 คน ดำเนินการวิจัยโดยการประยุกต์แนวคิดวิจัยเชิงปฏิบัติการ 4 ขั้นตอน คือ ค้นหา วิเคราะห์ปัญหา วางแผน, ปฏิบัติตามแผน, สังเกตผลและสะท้อนผล และจัดกิจกรรมตามขั้นตอนการวิจัยเชิงปฏิบัติการ วิเคราะห์รูปแบบ เชิงปริมาณ โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา คือ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมาน Paired samples t-test ผลการวิจัย พบว่า ปัญหาการสร้างเสริมสุขภาพจิตของผู้ต้องขังสูงอายุเกิดจากการขาดความรู้ในการดูแลตนเอง และไม่มีแนวทางในการสร้างเสริมสุขภาพสำหรับผู้ต้องขังสูงอายุที่ชัดเจน การจัดบริการสุขภาพของเรือนจำรวมถึงระบบสาธารณสุขยังไม่สอดคล้องกับประเด็นปัญหาที่เป็นเหตุปัจจัย ดังนั้นรูปแบบในการสร้างเสริมสุขภาพจิตต้องมีการบูรณาการการดำเนินงานระหว่างภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมสุขภาพจิตร่วมกับการบริหารจัดการ 7 ขั้นตอน คือ ศึกษาพื้นที่ วิเคราะห์ปัญหา วางแผนร่วม กำหนดกลวิธี จัดตั้งเครือข่าย มอบหมายงาน บริหารและรับประโยชน์ ผนวกกับการใช้รูปแบบการสร้างเสริมสุขภาพจิตฯ พบว่า คุณภาพชีวิตและความสุขเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหลังเข้าร่วมโปรแกรม (p < 0.001)</p>
2025-12-29T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/socku/article/view/278301
ระบบการบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วยยาเสพติดแบบสมัครใจ : สภาพการดำเนินงาน ปัญหาและความต้องการพัฒนาระบบการบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วยยาเสพติดแบบสมัครใจของโรงพยาบาลในเขตสุขภาพที่ 8
2025-02-24T14:13:42+07:00
ปาริชาติ ขุนศรี
nuparin16@gmail.com
ชนินทร์ วะสีนนท์
chanin@snru.ac.th
จิตติ กิตติเลิศไพศาล
jitti@snru.ac.th
พิศดาร แสนชาติ
pissadarn@snru.ac.th
<p> การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพการดำเนินงาน ปัญหา และความต้องการพัฒนาระบบการบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วยยาเสพติดแบบสมัครใจของโรงพยาบาลในเขตสุขภาพที่ 8 ประชากรในการวิจัย คือ ผู้ปฏิบัติงานด้านการบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วยยาเสพติดแบบสมัครใจของโรงพยาบาลในเขตสุขภาพที่ 8 จำนวน 176 คน คำนวณขนาดตัวอย่างโดยใช้สูตรของยามาเน่ได้จำนวน 122 คน ทำการสุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิ โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการวิจัย วิเคราะห์ข้อมูลโดยการแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า ระบบการบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วยยาเสพติดแบบสมัครใจของโรงพยาบาลในเขตสุขภาพที่ 8 มีสภาพการดำเนินงานภาพรวมในระดับดี โดยมีการปฏิบัติระดับดีมากในด้านระบบบริการ ส่วนด้านอื่น ๆ มีการปฏิบัติในระดับดี มีปัญหาระดับมากในด้านกำลังคนด้านสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือมีบุคลากรน้อยแต่มีภาระงานมาก และการจัดสรรบุคลากรตามกรอบโครงสร้างยังไม่ครอบคลุม ระบบนี้มีความต้องการพัฒนาด้านธรรมาภิบาลและการมีส่วนร่วมมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการมีภาคีเครือข่ายภายในและภายนอกหน่วยงาน รวมถึงการสนับสนุนให้ครอบครัวและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งสภาพการดำเนินงานมีความสัมพันธ์กับปัญหาและความต้องการพัฒนาระบบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01</p>
2025-12-29T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/socku/article/view/278933
Guidelines for Local Church Management of the church of Christ in Thailand for self- reliant in the Church Region 1, Upper Northern Thailand
2025-03-21T12:29:00+07:00
Pikul Pongklang
pikoon_p@payap.ac.th
Juree Vichitdhanabadee
pikoon_p@payap.ac.th
Anurak Panyanuwat
pikoon_p@payap.ac.th
<p> This study aims to: (1) examine the current state and (2) expectations regarding local church management. Data was collected from 228 members of the church council in region 1 using questionnaires; and (3) analyzed guidelines for local church management for self-reliance. Data was obtained through interviews with 28 local church executive committee members and district pastors from churches in region 1. Quantitative data were analyzed using mean and standard deviation, while qualitative data were analyzed through inductive summarization. The findings revealed that the overall effectiveness of local church management is currently at a high level. Specifically, the efficiency in operations and improvements was found to be high, whereas planning and evaluation were rated at a moderate level. Local churches expressed high expectations for enhancing management efficiency, particularly in planning, operations, and improvements. Despite ongoing planning efforts, achieving self-reliance still faces challenges, especially in financial management and leadership development. Implementing the Plan-Do-Check-Act (PDCA) management approach and developing personnel capabilities systematically can strengthen the church’s capacity for sustainable self-reliance. Therefore, emphasis should be placed on leadership development, establishing an efficient management system, and generating stable income to ensure long-term self-reliance for local churches.</p>
2025-12-29T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/socku/article/view/279592
การประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุทางถนนในเขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
2025-04-16T16:27:57+07:00
ปิยาพัชร กัณหาหวล
Kanhahuan_p@silpakorn.edu
อริศา จิระศิริโชติ
ajirasirichote@gmail.com
<p> การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจสถิติอุบัติเหตุทางถนนในเขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ระหว่างปี 2562 - 2566 แยกตามช่วงเวลา รวมถึงวิเคราะห์แบบรูปการกระจายตัวและพื้นที่เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุทางถนน โดยอาศัยเทคนิคดัชนีเพื่อนบ้านใกล้ที่สุดและการประมาณค่าความหนาแน่นเชิงพื้นที่แบบเคอร์เนล ผลการศึกษาพบว่า อุบัติเหตุทางถนนในเขตปทุมวัน ระหว่างปี 2562 - 2566 พบทั้งหมด 4,096 ครั้ง แบ่งเป็นรถยนต์ 298 ครั้ง (ร้อยละ 7.28) และรถจักรยานยนต์ 3,798 ครั้ง (ร้อยละ 92.72) โดยรายปีพบว่า ปี 2566 มีจำนวนอุบัติเหตุสูงที่สุด จำนวน 1,675 ครั้ง รายเดือน เดือนธันวาคมมีจำนวนอุบัติเหตุสูงที่สุด จำนวน 430 ครั้ง รายฤดูกาล ฤดูฝนมีจำนวนอุบัติเหตุสูงที่สุด จำนวน 1,709 ครั้ง รายวัน วันจันทร์มีจำนวนอุบัติเหตุสูงที่สุด จำนวน 681 ครั้ง และช่วงเวลา 18.00 - 21.59 เป็นช่วงที่มีจำนวนอุบัติเหตุสูงสุด จำนวน 928 ครั้ง นอกจากนี้ แบบรูปการกระจายตัวของอุบัติเหตุทางถนนในเขตปทุมวันมีลักษณะเป็นการเกาะกลุ่มกัน อีกทั้งการวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงพบว่า พื้นที่เสี่ยงสูงที่จะเกิดอุบัติเหตุทางถนนในเขตปทุมวัน ได้แก่ แยกปทุมวัน แยกเจริญผล แยกราชประสงค์ และแยกเพลินจิต</p>
2025-12-29T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/socku/article/view/280446
ระดับการรับรู้นโยบายด้านซอฟต์พาวเวอร์ของรัฐไทยของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในกรุงเทพมหานคร
2025-07-17T10:37:43+07:00
สิรินยา เชี่ยวเกษม
sirinya.chia@ku.th
เอกลักษณ์ ไชยภูมี
akekalak.c@ku.ac.th
<p> การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับการรับรู้นโยบายด้านซอฟต์พาวเวอร์ของรัฐไทยของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในกรุงเทพมหานคร 2) เพื่อเปรียบเทียบการรับรู้นโยบายด้านซอฟต์พาวเวอร์ของรัฐไทยของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในกรุงเทพมหานคร จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล 3) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้นโยบาย 5F กับการรับรู้นโยบาย 1 ครอบครัว 1 ซอฟต์พาวเวอร์ และ11 อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และการรับรู้นโยบายด้านซอฟต์พาวเวอร์ของรัฐไทยของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในกรุงเทพมหานคร โดยวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง คือ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จำนวน 400 คน ใช้แบบสอบถามในการเก็บข้อมูล ในการวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน</p> <p> ผลการวิจัย พบว่า เพศ อายุ อาชีพ รายได้ต่อเดือนไม่ส่งผลต่อระดับการรับรู้นโยบายซอฟต์พาวเวอร์ของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ในขณะที่ภูมิภาคและความถี่ในการเดินทางมาประเทศไทยส่งผลระดับการรับรู้นโยบายซอฟต์พาวเวอร์ 5 ด้าน (5F) คือ Food, Fashion, Fight, Festival และ Film มีความสัมพันธ์กับระดับการรับรู้นโยบายซอฟต์พาวเวอร์ในระดับสูงและเป็นไปในทิศทางเดียวในทุกด้าน มีเพียงด้านผ้าไทยและการออกแบบแฟชั่น และด้านเทศกาลมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์สูงกว่าด้านอื่น ส่วนการรับรู้นโยบาย1ครอบครัว 1 ซอฟต์พาวเวอร์และ11อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ส่วนใหญ่มีความสัมพันธ์กับการรับรู้นโยบายซอฟต์พาวเวอร์ในระดับสูงและเป็นไปในทิศทางเดียวในทุกด้าน มีเพียงด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และด้านอุตสาหกรรมอาหารมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ต่ำกว่าด้านอื่น</p>
2025-12-29T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/socku/article/view/280480
การนำไปใช้ประโยชน์ของโครงการบวชพุทธสาวกสาวิกาพัฒนาจิต ตามหลักไตรสิกขา วัดชลประทานรังสฤษดิ์
2025-07-07T12:06:55+07:00
พระมหาอภิชัย อภิชโย บุญเรือง
boon146@gmail.com
จตุพร บานชื่น
fsocjpb@ku.ac.th
ชัยรัตน์ วงศ์กิจรุ่งเรือง
fgracrw@ku.ac.th
<p> บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการนำไปใช้ประโยชน์ของโครงการบวชพุทธสาวกสาวิกาพัฒนาจิตตามหลักไตรสิกขา มีการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้างกับกลุ่มผู้มาอบรมในโครงการ จำนวน 13 คน และวิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เชิงพรรณนา ผลการศึกษาพบว่า ด้านศีลผู้เข้าอบรมในโครงการบวชพุทธสาวกสาวิกาพัฒนาจิตตามหลักไตรสิกขาสามารถนำศีลไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ดีมาก โดยเฉพาะศีลข้อที่ 2 เว้นจากการลักทรัพย์และศีลข้อที่ 3 เว้นจากการประพฤติผิดในกาม ส่วนศีลข้อที่ 1 เว้นจากการฆ่าสัตว์ ศีลข้อที่ 4 เว้นจากการพูดปด คำหยาบ ส่อเสียด เพ้อเจ้อ และศีลข้อที่ 5 เว้นจากการดื่มสุราของมึนเมา ผู้อบรมเมื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวันมีการทำผิดในบางคราว แต่หลังจากมาปฏิบัติธรรมผู้เข้าอบรมมีสติระลึกถึงศีลมากขึ้น ด้านสมาธิพบว่า ผู้เข้าอบรมในโครงการ ได้นำหลักของสมาธิไปใช้เพื่อพัฒนาตนเองได้ดีมาก เช่น สามารถกำหนดทำหน้าที่ได้ดี ขับรถด้วยความใจเย็น ช่วยระงับโรค เช่น ไมเกรน โรคซึมเศร้า ด้านปัญญา พบว่า ผู้เข้าอบรมในโครงการ ได้นำหลักของปัญญาไปใช้ในระดับการพัฒนาตัวเองได้ดีมาก เช่น การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นกับตัวเอง เป็นคนใจเย็นคิดบวกกับผู้อื่นไม่ใช้อารมณ์ในการโต้ตอบ ควบคุมอารมณ์ตนเองได้ รู้เท่าทัน โลภะ โทสะ โมหะ</p>
2025-12-29T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/socku/article/view/280159
บทปริทัศน์หนังสือ An Introduction to Engaged Buddhism
2025-05-04T11:06:41+07:00
เจษฎา บัวบาล
jesada.tee@gmail.com
<p> บทความนี้เป็นการปริทัศน์หนังสือ An Introduction to Engaged Buddhism ของ Paul Fuller ตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 2022 โดยสำนักพิมพ์ Bloomsbury Academic จำนวน 229 หน้า Paul Fuller ไม่เพียงแต่พูดถึงงานชิ้นต่าง ๆ เกี่ยวกับพุทธศาสนาเพื่อสังคม เขายังตั้งคำถามอีกมาก เช่น ศาสนาในรูปแบบนี้มีมานานหรือถูกสร้างใหม่ และถูกเอาไปใช้เพื่อประโยชน์ต่อคน สัตว์และสิ่งแวดล้อม หรือถูกใช้เพื่อละเมิดสิทธิของผู้อื่นได้ด้วยฯ</p>
2025-12-29T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/socku/article/view/285761
บทบรรณาธิการและส่วนหน้าของวารสาร
2025-12-29T15:21:15+07:00
ภิรดา ชัยรัตน์
pirada.c@ku.th
2025-12-29T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025