วารสารวิชาการสถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj <p>วารสารวิชาการสถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ ได้เตรียมจัดตั้งคณะกรรมการวารสารวิชาการ เมื่อ ปี พ.ศ. 2558 ขอบเขตของวารสารเป็นวารสารทางสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ออกวารสารวิชาการเล่มแรก ปีที่1 ฉบับที่ 1 เดือนมกราคม – มิถุนายน 2558 และอยู่ในความดูแลและบริหารงานของสถาบันวิจัยและพัฒนาเพื่อเตรียมการนำวารสารเข้าประเมินคุณภาพวารสาร รองรับการเข้าสู่ ศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (Thai Journal Citation Index Centre : TCI ) ในโอกาสนี้ที่ทางศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทยกำหนดมีการประเมินคุณภาพ วารสารในฐานข้อมูล TCI รอบที่ 4 ปี พ.ศ. 2562 ทางสถาบันได้สมัครเข้าสู่การประเมินคุณภาพวารสารรอบที่ 4 นี้ ซึ่งผลการประเมินจากทางศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (Thai Journal Citation Index Centre : TCI ) วารสารวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ (สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์) เป็นวารสารวิชาการที่อยู่ในฐานข้อมูลของศูนย์ดัชนีอ้างอิงวารสารไทย (TCI) <strong>กลุ่ม 2</strong> ทางคณะผู้จัดทำวารสารจะพัฒนาให้เป็นแหล่งรวมรวมบทความวิชาที่คุณค่าเพื่อก่อประโยชน์ทางวิชาการยิ่งยิ่งขึ้นไป</p> en-US <p>บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ</p> <p>ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ และคณาจารย์ท่านอื่นๆในสถาบันฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว</p> Chalinee.plm@svit.ac.th (ดร.ชาลินี ปลูกผลงาม) Chalinee.plm@svit.ac.th​ (ดร.ชาลินี ปลูกผลงาม) Sat, 27 Dec 2025 20:27:25 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 แนวทางการจัดการบัญชีต้นทุนและผลตอบแทนของเกษตรกรผู้ผลิตสาหร่ายพวงองุ่น ตำบลแหลมผักเบี้ย อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/274382 <p>การวิจัยนี้เป็นการศึกษาแนวทางการจัดการบัญชีต้นทุนและผลตอบแทนของเกษตรกรผู้ผลิตสาหร่ายพวงองุ่น ตำบลแหลมผักเบี้ย อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ประยุกต์ใช้บัญชีต้นทุนการผลิตและผลตอบแทนที่จะได้รับจากการผลิตสาหร่ายพวงองุ่น 2) ศึกษาแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนและผลตอบแทน จากการผลิตสาหร่ายพวงองุ่นให้กับเกษตรกร เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยใช้แบบการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-Depth Interviews) ผู้ให้ข้อมูลในการวิจัย คือ กลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตสาหร่ายพวงองุ่น ตำบลแหลมผักเบี้ย อำเภอแหลมผักเบี้ย จังหวัดเพชรบุรี จำนวน 6 คนโดยใช้การเลือกแบบวิธีเจาะจง และใช้เทคนิคการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา (Content Analysis)</p> <p> ผลการวิจัยพบว่าต้นทุนของการผลิตสาหร่ายพวงองุ่น ประกอบด้วย ต้นทุนวัตถุดิบ 8 บาทต่อกิโลกรัม คิดเป็นร้อยละ 11.27 ค่าแรงงาน 33.75 บาทต่อกิโลกรัม คิดเป็นร้อยละ 47.55 ค่าใช้จ่ายในการผลิต 29.23 บาทต่อกิโลกรัม คิดเป็นร้อยละ 41.18 รวมต้นทุนการผลิตเท่ากับ 70.98 บาทต่อกิโลกรัม และมีอัตราส่วนความสามารถในการทำกำไร อยู่ที่ร้อยละ 61.50 และจุดคุ้มทุน ต่อรอบการผลิตสาหร่ายพวงองุ่น เท่ากับ 397,060.56 บาท หรือจำหน่ายสาหร่ายพวงองุ่นในราคากิโลกรัมละ 130 บาท จำนวน 3,054 กิโลกรัมโดยประมาณ แนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนและผลตอบแทน การผลิตสาหร่ายพวงองุ่นให้กับเกษตรกร ได้แก่ การจัดทำบัญชีต้นทุนและผลตอบแทนเพื่อทำให้สามารถพิจารณาคำนวณอัตราการสั่งซื้อหรือสามารถต่อยอดในการสต๊อกวัตถุดิบ รวมถึงพัฒนาอุปกรณ์ด้านการผลิต อีกทั้งการรวมตัวของเกษตรกรผู้ผลิตสาหร่ายพวงองุ่นเพื่อต่อรองราคาซื้อขายและจากต้นทุนการส่งสินค้า</p> สุภาวดี สมศรี, ธนกร พงษ์ภู่ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/274382 Sat, 23 Aug 2025 00:00:00 +0700 ผลของการจัดกิจกรรมปริศนาคำทายโดยใช้เทคโนโลยีเสมือนจริง เพื่อพัฒนาความสามารถด้านการฟังและการพูดของเด็กปฐมวัย โรงเรียนบ้านคำโพธิ์โคกก่อง จังหวัดอุบลราชธานี https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/275438 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความสามารถด้านการฟังและการพูดของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังการจัดกิจกรรมปริศนาคำทายโดยใช้เทคโนโลยีเสมือนจริง ประชากรได้แก่เด็กปฐมวัยชาย และหญิง อายุ 4-5 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นอนุบาลปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 ที่โรงเรียนบ้านคำโพธิ์โคกก่อง จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ได้แก่ แผนการจัดกิจกรรมปริศนาคำทายโดยใช้เทคโนโลยีเสมือนจริง จำนวน 24 แผน แบบทดสอบความสามารถด้านการฟังและการพูด จำนวน 16 ข้อ คือ แบบทดสอบความสามารถด้านการฟัง 8 ข้อและแบบทดสอบความสามารถด้านการพูด 8 ข้อ ใช้ระยะเวลาในการทดลอง 6 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 4 วัน วันละ 30 นาที สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบวิลคอกซัน</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมปริศนาคำทายโดยใช้เทคโนโลยีเสมือนจริง มีความสามารถด้านการฟังและการพูดสูงกว่าก่อนการจัดกิจกรรม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05</p> พิริญา สุภโกศล, ปิยลักษณ์ อัครรัตน์, จอมสุรางค์ ลิมป์ประเสริฐกุล ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/275438 Tue, 23 Sep 2025 00:00:00 +0700 กลยุทธ์การตลาดกับความภักดีต่อแบรนด์ของธุรกิจบริการสุขภาพ https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/275931 <p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวนกลยุทธ์การตลาดกับความภักดีต่อแบรนด์ของธุรกิจบริการสุขภาพโดยปัจจัยการตลาดที่มีความสัมพันธ์กับความภักดีต่อตราสินค้าของธุรกิจบริการนั้นประกอบด้วยหลายปัจจัยที่สำคัญที่ทำให้ธุรกิจบริการมีผลประกอบการที่ดีและประสบความสำเร็จเพราะธุรกิจสามารถรักษาลูกค้าให้สนับสนุน ทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจกลับมาใช้บริการซ้ำและแนะนำบอกต่อผู้อื่นซึ่งจะทำให้เกิดกลุ่มลูกค้ารายใหม่แก่ธุรกิจการบริการนั้น ๆ บทความวิชาการนี้มีจุดมุ่งหมายที่จะนำเสนอแนวคิดของนักวิชาการและข้อค้นพบจากงานวิจัยที่สนับสนุนว่ากลยุทธ์การตลาดบริการมีความสัมพันธ์กับการสร้างความภักดีต่อตราสินค้าของธุรกิจบริการ </p> <p>กลยุทธ์ส่วนประสมการตลาดบริการที่มีองค์ประกอบเพิ่มขึ้นมาจากส่วนประสมทางการตลาดของสินค้าทั่วไป ส่วนใหญ่จะอาศัยส่วนประสมการตลาดมาประยุกต์ใช้ซึ่งก็คือเป็นสินค้าเพื่อใช้บริโภคโดยทั่วไป เช่น กระเป๋า สินค้าเพื่อสุขภาพ ยี่ห้อที่มีราคา ราคาก็จะค่อนค้างสูงแต่มีคุณภาพดีตอบสนองความต้องการต่อผู้ซื้อ ผู้ซื้อจึงยินดีซื้อซ้ำแต่ในขณะที่สินค้าบริการนอกจากจะอาศัยองค์ประกอบส่วนประสมการตลาด 4Ps ยังต้องอาศัยปัจจัยองค์ประกอบอื่น จากที่ได้ทำการศึกษาและทบทวนเนื้อหาพบว่า ปัจจัยด้านการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (customer relationship management-CRM) การรับรู้คุณภาพบริการ การบริหารประสบการณ์ลูกค้า เป็นการสร้างความประทับใจจากสถานที่ให้บริการ สภาพสิ่งแวดล้อม และความรู้สึกประทับใจจากตัวลูกค้า ถ้าเป็นงานบริการด้าน</p> <p>สุขภาพที่เป็นลักษณะเชิงคลินิกเสริมความงาม โรงพยาบาลเอกชน ก็จะมุ่งไปที่การรับรู้คุณภาพการบริการที่มาจากการให้ความรู้ข่าวสารต่าง ๆ ที่ทำให้ผู้รับบริการเข้าใจและเกิดความรู้สึกปลอดภัยเมื่อเข้ามารับบริการ ดังนั้น กลยุทธ์ที่กล่าวมาเป็นกลยุทธ์ในการพัฒนาและรักษาสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างองค์กรกับลูกค้าทำให้เกิดการซื้อใช้ซ้ำหรือมาใช้บริการอย่างต่อเนื่องซึ่งสามารถลดต้นทุนในการทำตลาดเพื่อหาลูกค้าใหม่ โดยธุรกิจบริการจะได้ลูกค้าเดิมที่มีความภักดี รวมทั้งสามารถสร้างยอดขายและกำไรได้ในระยะยาวได้ในที่สุด</p> <p> </p> สิริจันทรา ทองจีน, อัษฎาวุฒิ โยธาสุภาพ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/275931 Sat, 27 Dec 2025 00:00:00 +0700 คุณภาพบริการและความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ ศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากร และสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/271947 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาคุณภาพบริการและความพึงพอใจผู้ใช้บริการ ศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ใช้บริการศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ตั้งแต่ปี 2563 อย่างน้อย 1 ครั้ง จำนวน 30 คน งานวิจัยนี้ใช้การสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้การสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง และใช้การวิเคราะห์ข้อมูลแบบการวิเคราะห์เนื้อหา</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่า ศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากร<br />และสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี มีคุณภาพบริการทั้ง 5 มิติ คือ ความเป็นรูปธรรม ความน่าเชื่อถือไว้วางใจได้ การตอบสนองความต้องการ การให้ความเชื่อมั่น และการเอาใจใส่ ส่วนความสามารถในการสร้างความพึงพอใจทั้ง 5 ปัจจัย ผู้ให้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ ให้ความเห็นว่า ศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี สามารถสร้างความพึงพอใจได้ 3 ปัจจัย คือ การให้บริการอย่างทันเวลา การให้บริการอย่างต่อเนื่อง และการให้บริการอย่างก้าวหน้า ในส่วนของความพึงพอใจอีก 2 ปัจจัย มีผู้ให้สัมภาษณ์บางส่วนไม่พึงพอใจ คือ การให้บริการอย่างเสมอภาค และการให้บริการอย่างเพียงพอ</p> ปริยา ดวงมรกต, ธีติมา ปิยะศิริศิลป์ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/271947 Sat, 27 Dec 2025 00:00:00 +0700 ผลของการจัดกิจกรรมการเล่นเกมเบ็ดเตล็ดที่ส่งผลต่อความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ของเด็กปฐมวัย สำหรับศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/276227 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังได้รับการจัดกิจกรรมการเล่นเกมเบ็ดเตล็ด กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 16 คน ได้มาจากการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม 1 ห้องเรียน จาก 2 ห้องเรียน ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ระยะเวลาในการทดลอง 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดกิจกรรมการเล่นเกมเบ็ดเตล็ด มีค่าความสอดคล้องอยู่ที่ 1.00 และแบบทดสอบภาคปฏิบัติวัดความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ของเด็กปฐมวัย มีค่าความสอดคล้องอยู่ที่ 1.00 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า เด็กปฐมวัยหลังได้รับการจัดกิจกรรมการเล่นเกมเบ็ดเตล็ด สูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยภาพรวมก่อนการทดลองมีค่าเฉลี่ย 6.81 และหลังการทดลองมีค่าเฉลี่ย 12.50 จากผลการวิจัยดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าการจัดกิจกรรมการเล่นเกมเบ็ดเตล็ดสามารถพัฒนาการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ของเด็กปฐมวัยได้ ทั้งในภาพรวมและรายด้าน</p> ปิยาภรณ์ ชนะคุ้ม, ปิยลักษณ์ อัครรัตน์, อดิเทพ ณ พัทลุง ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/276227 Sat, 27 Dec 2025 00:00:00 +0700 ผลของการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดสะเต็มศึกษาโดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมที่มีต่อความสามารถในการแก้ปัญหาของเด็กปฐมวัย โรงเรียนวัดพระแท่นดงรัง จังหวัดกาญจนบุรี https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/275364 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการแก้ปัญหาของเด็กปฐมวัย ก่อนและหลังได้รับการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดสะเต็มศึกษาโดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม กลุ่มตัวอย่างได้แก่ เด็กปฐมวัย ชาย-หญิง อายุระหว่าง 5 - 6 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 3/2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 ที่โรงเรียนวัดพระแท่นดงรัง จังหวัดกาญจนบุรี จำนวน 28 คน ซึ่งได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แผนการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดสะเต็มศึกษาโดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม จำนวน 24 แผน และแบบทดสอบความสามารถในการแก้ปัญหาของเด็กปฐมวัย จำนวน 4 สถานการณ์ สถานการณ์ละ 4 ข้อ รวมทั้งหมด 16 ข้อ มีค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่าง 0.67 – 1.00 ระยะเวลาในการทดลอง 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 40 นาที ในช่วงกิจกรรมเสริมประสบการณ์ มีค่าดัชนีความสอดคล้องที่ 1.00 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าทีแบบไม่อิสระ</p> <p>ผลการวิจัยพบว่าเด็กปฐมวัยหลังจากได้รับการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดสะเต็มศึกษาโดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม มีความสามารถในการแก้ปัญหาสูงกว่าก่อนการทดลอง แสดงให้เห็นว่า เด็กปฐมวัยมีความสามารถในการแก้ปัญหามากขึ้นหลังการทดลอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05</p> มนตรา สัญญะชิต, ปิยลักษณ์ อัครรัตน์, สถาพร ปกป้อง ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/275364 Sat, 27 Dec 2025 00:00:00 +0700 ความต้องการในการพัฒนาตนเองของบุคลากรสายสนับสนุน สำนักงานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/276799 <p>งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาระดับความต้องการในการพัฒนาตนเองของบุคลากร<br />สายสนับสนุน สำนักงานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และ (2) เพื่อเปรียบเทียบความต้องการในการพัฒนาตนเองของบุคลากรสายสนับสนุน สำนักงานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ บุคลากรสายสนับสนุน สำนักงานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จำนวน 217 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถาม โดยใช้สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน t-test, One Way ANOVA และการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยรายคู่ด้วยวิธี LSD</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า บุคลากรสายสนับสนุน สำนักงานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ มีความต้องการในการพัฒนาตนเองในระดับมาก ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า ปัจจัยส่วนบุคคลที่มีระยะเวลาในการทำงานที่แตกต่างกัน มีความต้องการในการพัฒนาตนเองแตกต่างกัน ส่วนปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา ตำแหน่งงาน และกลุ่มงานที่สังกัด ที่แตกต่างกัน มีความต้องการในการพัฒนาตนเองไม่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05</p> เยาวลักษณ์ จิตรักษ์, อรนันท์ กลันทปุระ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/276799 Sat, 27 Dec 2025 00:00:00 +0700 แนวทางการบริหารจัดการในการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของนักเรียนโรงเรียนห้วยกระเจาพิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาญจนบุรี https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/277835 <p>การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) สภาพการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของนักเรียนโรงเรียนห้วยกระเจาพิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาญจนบุรี และ 2) แนวทางการบริหารจัดการในการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของนักเรียนโรงเรียนห้วยกระเจาพิทยาคม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนโรงเรียนห้วยกระเจาพิทยาคม จำนวน 169 คน โดยใช้การสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นเทียบสัดส่วนจำแนกตามระดับชั้น ผู้ให้ข้อมูลคือ ผู้บริหารสถานศึกษาและครู จำนวน 6 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม และสัมภาษณ์ผู้บริหารสถานศึกษาและครู วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า</p> <ol> <li>สภาพการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของนักเรียน 1) ด้านการเรียนการสอน นักเรียนใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก 3 อันดับแรก ได้แก่ ใช้ติดต่อกับเพื่อนเกี่ยวกับการเรียน (= 4.19, S.D.= 0.83) ใช้สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับการเรียน ( = 4.19, S.D.= 0.83) และใช้เมื่อครูอนุญาตให้ใช้ได้ในเวลาเรียน ( = 4.08, S.D.= 0.85) 2) ด้านการนันทนาการ นักเรียนใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก 3 อันดับแรก ได้แก่ ใช้ติดต่อสื่อสารกับเพื่อนและคนอื่น ๆ ในเรื่องทั่วไป ( = 4.28, S.D.= 0.80) ใช้ฟังเพลงจากยูทูปหรือแอพพลิเคชันเพลงทุกวัน ( = 4.21, S.D.= 0.97) และใช้ดูภาพยนตร์ ซีรีส์ ละคร แอนิเมชัน ( = 3.89, S.D.= 0.95)</li> <li>แนวทางการบริหารจัดการในการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของนักเรียน 1) ด้านการเรียนการสอน โรงเรียนต้องอำนวยความสะดวกห้องเรียนคอมพิวเตอร์ให้พร้อมต่อการใช้งาน มีการจัดหาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัยพอ และให้บริการคอมพิวเตอร์นอกห้องเรียน 2) ด้านการนันทนาการ มีการอบรมให้ความรู้ด้านกฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ จัดหาพื้นที่ให้นักเรียนได้แสดงออกอย่างสรรค์</li> </ol> นิกานดา สุคนธมณี, ฐิติกมลสิริ ลาโพธิ์, สุมิตร สุวรรณ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/277835 Sat, 27 Dec 2025 00:00:00 +0700 บทบาทผู้บริหารสถานศึกษาที่มีผลต่อการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการบริหารงานวิชาการ ของโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเพชรบุรี https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/277575 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการบริหารงานวิชาการ<br />2) บทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาในการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และ 3) บทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาที่มีผลต่อการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเพชรบุรี กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารและครูผู้สอนโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเพชรบุรี จำนวน 193 คน โดยการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามมีค่าความเชื่อมั่น 0.97 วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าความถี่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ ผลการวิจัย พบว่า</p> <ol> <li>การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ โดยภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับมากที่สุด โดยเรียงลำดับจากมากไปน้อย ได้แก่ ด้านการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ด้านการจัดการเรียนการสอน ด้านการนิเทศการศึกษา ด้านการวางแผนเกี่ยวกับ<br />งานวิชาการ และด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา</li> <li>บทบาทผู้บริหารสถานศึกษาในการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ โดยภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับมากที่สุด โดยเรียงลำดับจากมากไปน้อย ได้แก่ ด้านการกำหนดนโยบาย ด้านการติดตามและประเมินผล ด้านการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี<br />ด้านการจัดสรรงบประมาณ และด้านการพัฒนาบุคลากร</li> <li>บทบาทผู้บริหารสถานศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ ด้านการกำหนดนโยบาย ด้านการจัดสรรงบประมาณ และด้านการพัฒนาบุคลากร มีผลต่อการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ โดยสามารถร่วมกันทำนายได้ร้อยละ 53.60<br />อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05</li> </ol> ธีรพล แสนกลม, ฐิติกมลสิริ ลาโพธิ์, สุมิตร สุวรรณ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/277575 Sat, 27 Dec 2025 00:00:00 +0700 สมรรถนะเจ้าหน้าที่พัสดุที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) ของสถานศึกษาในจังหวัดลำปาง https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/276691 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัญหาการบริหารงานพัสดุของสถานศึกษาในจังหวัดลำปาง 2) ศึกษาสมรรถนะของเจ้าหน้าพัสดุที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ของสถานศึกษาในจังหวัดลำปาง เป็นงานวิจัยเชิงปริมาณใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือกับกลุ่มตัวอย่างที่เป็นเจ้าหน้าที่พัสดุของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดลำปาง จำนวน 169 คน สถิติที่ใช้ ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ถดถอยแบบพหุคูณ</p> <p> ผลการวิจัย พบว่า 1) สภาพปัญหาการบริหารงานพัสดุของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จังหวัดลำปาง ภาพรวมอยู่ในระดับน้อย เรียงลำดับ ได้แก่ ด้านการจำหน่ายพัสดุ ด้านการบำรุงรักษา การตรวจสอบ และด้านการเก็บ การบันทึก การเบิกจ่าย ตามลำดับ 2) สมรรถนะเจ้าหน้าที่พัสดุของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จังหวัดลำปาง ภาพรวมอยู่ในระดับมาก เรียงลำดับ ได้แก่ ด้านบุคลิกลักษณะ ด้านแรงจูงใจ และด้านทัศนคติ 3) ประสิทธิภาพการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เรียงลำดับ ได้แก่ ด้านความโปร่งใส ด้านตรวจสอบได้ ด้านประสิทธิภาพและประสิทธิผล และด้านความคุ้มค่า 4) ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า สมรรถนะของเจ้าหน้าที่พัสดุด้านทักษะ ด้านบุคลิกลักษณะ และด้านแรงจูงใจในงานส่งผลต่อประสิทธิภาพการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05 ทั้งนี้สามารถอธิบายประสิทธิภาพการปฏิบัติงานได้ร้อยละ 61.80</p> กรชวัล หิมวัลย์, อัศนีย์ ณ น่าน, ศศิชา วงศ์ไชย ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/276691 Sat, 27 Dec 2025 00:00:00 +0700 การรับรู้บทบาทผู้ตรวจสอบภายในของบุคลากรที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานตรวจสอบภายใน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดลำปาง https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/276676 <p>งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการรับรู้บทบาทผู้ตรวจสอบภายในของบุคลากรที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานตรวจสอบภายใน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดลำปาง เป็นงานวิจัยเชิงปริมาณใช้แบบสอบถามในการเก็บรวบรวมข้อมูล จากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นข้าราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดลำปาง จำนวน 350 คน สถิติที่ใช้ ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ถดถอยอย่างง่าย</p> <p> ผลการวิจัย พบว่า ระดับการรับรู้บทบาทผู้ตรวจสอบภายในภาพรวมอยู่ในระดับมาก เรียงลำดับ ได้แก่ ด้านความเป็นอิสระและความเที่ยงธรรม ด้านจรรยาบรรณผู้ตรวจสอบภายใน และด้านการบริการให้ความเชื่อมั่น ประสิทธิภาพการปฏิบัติงานตรวจสอบภายในภาพรวมอยู่ในระดับมาก เรียงลำดับ ได้แก่ ด้านค่าใช้จ่าย ด้านเวลา และด้านคุณภาพของงาน ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่าการรับรู้บทบาทผู้ตรวจสอบภายในทุกด้านส่งผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานตรวจสอบภายในอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ทั้งนี้สามารถอธิบายประสิทธิภาพการปฏิบัติงานได้ร้อยละ 77.70 ผลการวิจัยนำไปสู่ข้อเสนอแนะว่าควรมีการพัฒนาองค์ความรู้และศักยภาพ ทักษะและความชำนาญของผู้ตรวจสอบภายใน ตลอดจนกำหนดแนวทางและนโยบายที่ชัดเจนในบทบาทหน้าที่ของผู้ตรวจสอบภายในขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อันเป็นการเสริมสร้างความเข้าใจและการยอมรับในบทบาทของผู้ตรวจสอบภายใน</p> จุฑามาศ อินทะสืบ, อัศนีย์ ณ น่าน, อนันตพร วงศ์คำ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/276676 Sat, 27 Dec 2025 00:00:00 +0700 การดำเนินธุรกิจสถานีบริการน้ำมันในเขตภาคตะวันตกของประเทศไทย https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/277965 <p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพรรณนาสภาวะการณ์ปัจจุบันในการดำเนินธุรกิจสถานีบริการน้ำมันในเขตภาคตะวันตกของประเทศไทย 2) เพื่อระบุลักษณะปัญหาและแนวทางการแก้ไขที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจสถานีบริการน้ำมัน ในเขตภาคตะวันตกของประเทศไทย3)เพื่อสร้างรูปแบบการดำเนินธุรกิจสถานีบริการน้ำมัน ในเขตภาคตะวันตกของประเทศไทย วิจัยในพื้นที่เขตภาคตะวันตกของประเทศไทย เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพคัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง ใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกแบบมีโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการวิเคราะห์แบบอุปนัย<br />ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาวะการในสถานการณ์ปัจจุบันของสถานีบริการน้ำมันของประเทศไทย<br />ประกอบด้วยภาพรวมของผู้ค้าน้ำมัน รูปแบบการบริหาร โครงสร้างการกำหนดราคา และประเภทของน้ำมันเชื้อเพลิง 2) ปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหา ประกอบด้วย 1. ปัญหาภาวการณ์การแข่งขันที่สูงขึ้นต้องมีพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพการบริการ 2. ปัญหาส่วนแบ่งการตลาดต้องเพิ่มขึ้นโดยการเพิ่มช่องทางการจัด<br />จำหน่าย 3. ปัญหากลยุทธ์การแข่งขันต้องมีการผสมผสานธุรกิจ non-oil 4.ปัญหาการจัดการสมัยใหม่ต้องเพิ่ม<br />การวัดผลและประเมินผลองค์การ 5. ปัญหาส่วนประสมทางการตลาดต้องมีการพัฒนากลยุทธ์ส่วนประสมการตลาดให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง 6. ปัญหาคุณภาพการบริการต้องมีตัวบ่งชี้ความมีคุณภาพของสินค้าและการบริการ 7. ปัญหาวัฒนธรรมองค์กรเน้นการมีส่วนร่วมและให้ความสำคัญต่อลูกค้า<br />8.ปัญหาภาวะผู้นำต้องมีการให้ความสำคัญต่อการพัฒนาบุคลากรผู้ปฏิบัติติงานทั้งความก้าวหน้าในอาชีพและการให้รางวัล 9. ปัญหาการควบคุมแบบยินยอมพร้อมใจต้องมีการสร้างความผูกพันต่อองค์กรส่งเสริมการมีส่วนร่วมในกิจต่างๆขององค์กร และ 10. ปัญหาการสื่อสารในองค์กร สร้างวัฒนธรรมองค์การที่เปิดกว้างมีช่องทางการสื่อสารที่หลากหลายและมีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆมาดำเนินการสื่อสาร 3) รูปแบบของ<br />ดำเนินการธุรกิจ สถานีน้ำมันในเขตภาคตะวันตกของประเทศไทยที่ประสบความสำเร็จมีปัจจัย ดังนี้<br />1) วิเคราะห์สภาวการณ์การแข่งขัน 2) มีการจัดองค์การสมัยใหม่ 3) ส่วนประสมการตลาด 8 P’S 4) มีการจัดการคุณภาพ 5) วัฒนธรรมองค์การแบบมีเป้าหมายร่วม 6) ภาวะผู้นำแบบมีวิสัยทัศน์ 7) มีการควบคุมแบบยินยอมพร้อมใจแบบการทำงานเป็นทีม 8) มีการสื่อสารในองค์การแบบรวดเร็วและเน้นประสิทธิภาพการทำงาน</p> สุรสิทธิ์ เฉลิมนัย, ชัชวาล แสงทองล้วน, กาญจนา พันธุ์เอี่ยม ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/277965 Sat, 27 Dec 2025 00:00:00 +0700 การตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงโครงสร้างและการพัฒนาเกณฑ์ปกติของแบบวัดความเพียรของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/277769 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ของงานวิจัย 1) เพื่อตรวจสอบคุณภาพของแบบวัดด้านความเที่ยงตรงเชิงโครงสร้างของแบบวัดความเพียรของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และ 2) เพื่อพัฒนาเกณฑ์ปกติของแบบวัดความเพียร กลุ่มตัวอย่างคือ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาระดับมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา กรุงเทพมหานคร เขต 1 และ เขต 2 จำนวน 421 คน เครื่องมือที่ใช้เก็บข้อมูล คือ แบบวัดความเพียร สถิติที่ใช้ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความเบ้ ความโด่ง การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน และค่าเปอร์เซ็นไทล์ ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลการตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงโครงสร้างของแบบวัดความเพียรมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ (Chi-square =.907, df=7, CFI = 1.00, SRMR= 0.000) 2) เกณฑ์ปกติโดยรวมพบว่า ค่าคะแนนตั้งแต่ 35 ขึ้นไป หมายถึง มีความเพียรอยู่ในระดับสูง ค่าระหว่าง 32-34 หมายถึง มีความเพียรอยู่ในระดับค่อนข้างสูง&nbsp; ค่าระหว่าง 29-31หมายถึง มีความเพียรอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ ค่าระหว่าง 32-34 หมายถึง มีความเพียรอยู่ในระดับค่อนข้างสูง&nbsp; และค่าน้อยกว่า 29 หมายถึง มีความเพียรอยู่ในระดับต่ำ</p> ปิ่นกนก วงศ์ปิ่นเพ็ชร์ พิบูลแถว ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/277769 Sat, 27 Dec 2025 00:00:00 +0700 กลยุทธ์เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจในการพัฒนาบุคลากรเพื่อเข้าสู่วุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/277553 <p>การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนากลยุทธ์เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจพัฒนาบุคลากรเข้าสู่วุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ระเบียบวิธีวิจัยกำหนดกลุ่มตัวอย่างคือ อาจารย์ที่มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอกและที่กําลังศึกษาในระดับปริญญาเอก และผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นผู้บริหาร ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล พบปัจจัยและกลยุทธ์เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจพัฒนาบุคลากรเข้าสู่วุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล คือ 1) การสนับสนุนทางการเงิน การมอบทุนการศึกษาให้กับบุคลากรในองค์กรที่จะเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก 2) การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ การสนับสนุนทางด้านวิชาการจะช่วยให้บุคลากรรู้สึกมั่นใจในการเรียนและเพิ่มแรงจูงใจในการศึกษาต่อ 3) การให้ความสำคัญกับโปรแกรมการศึกษาที่สามารถปรับเปลี่ยนเวลาและสถานที่เรียนได้ การเรียนแบบร่วมกับการทำงานจะช่วยให้บุคลากรสามารถเรียนรู้และทำงานไปพร้อมกันได้ 4) การส่งเสริมความเข้าใจในความสำคัญของการศึกษาระดับปริญญาเอก เห็นความสำคัญของการพัฒนาตนเองผ่านการเรียนระดับสูง และ 5) การศึกษาในระดับปริญญาเอกกับโอกาสในการเติบโตในอาชีพภายในองค์กร ช่วยกระตุ้นให้บุคลากรเห็นถึงคุณค่าของการศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกได้ต่อไป</p> สุวิมล เจียรธราวานิช, ธรรมมา เจียรธราวานิช, ธนีนาฎ ณ สุนทร ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/277553 Sat, 27 Dec 2025 00:00:00 +0700 ผลกระทบทางสังคมของแอปพลิเคชันด้านสุขภาพ: พลิกโฉมการดูแลสุขภาพตนเองและ การสนับสนุนผู้ป่วย https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/277401 <p>แอปพลิเคชันสุขภาพบนมือถือ (mHealth) ช่วยเสริมพลังให้บุคคลในการจัดการสุขภาพของตนเองและสนับสนุนผู้ดูแล เครื่องมือเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการจัดการโรคเรื้อรัง การส่งเสริมการดูแลตนเอง และการปรับปรุงการเข้าถึงบริการสุขภาพสำหรับประชากรที่ด้อยโอกาส การศึกษานี้สำรวจผลกระทบทางสังคมของแอปพลิเคชัน mHealth ในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นที่ประสบการณ์ของผู้ใช้ ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า mHealth ช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ป่วย ประสิทธิภาพการดูแล และผลลัพธ์ทางสุขภาพผ่านฟีเจอร์ต่างๆ เช่น การติดตามอาการ การแจ้งเตือนการทานยา และการให้ความรู้ด้านสุขภาพ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายเช่น ความรู้ด้านดิจิทัล ความไว้วางใจ และความสามารถในการใช้งาน งานวิจัยนี้เน้นย้ำความสำคัญของการผสานเทคโนโลยี mHealth เข้ากับระบบสาธารณสุขเพื่อการเข้าถึงที่เท่าเทียมและยั่งยืน</p> ประภาศรี ศิริ, ธันย์พัทธ์ ใคร้วานิช, ทัศนีย์ แก้วงาม, ฤกษ์ชัย พรศรี ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/277401 Sat, 27 Dec 2025 00:00:00 +0700 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและการฟื้นฟูภูมิภาค: กรณีศึกษาเมืองในจังหวัดฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/276173 <p>งานวิจัยชิ้นนี้ศึกษาถึงการมีส่วนร่วมในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและการดำเนินการฟื้นฟูภูมิภาคของเมืองในจังหวัดฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาโครงการ SDGs Future City ยุทธศาสตร์การฟื้นฟูภูมิภาคที่ส่งผลต่อบทบาทของรัฐบาลท้องถิ่น</p> <p> ผลการวิเคราะห์ด้วยวิธีการสังเกตการณ์แบบมีส่วนร่วมและการวิจัยเอกสาร พบว่า ทั้งรัฐบาลท้องถิ่น องค์กรที่มีการดำเนินงานในระดับระหว่างประเทศของญี่ปุ่น และนักวิชาการ มีการให้ความสำคัญไปที่ประเด็นการฟื้นฟูภูมิภาคเป็นหลักมากกว่าประเด็นการขับเคลื่อนให้เป็น SDGs Future City และการขับเคลื่อนการฟื้นฟูภูมิภาค ได้มีการให้ความสำคัญกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนไปด้วยกัน ในการขับเคลื่อนเพื่อฟื้นฟูภูมิภาค รัฐบาลท้องถิ่นของเมืองชิโมกาวะ ได้ให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมป่าไม้เป็นหลัก ในขณะที่เมืองซัปโปโร ได้ให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว</p> ชนินทร เพ็ญสูตร ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/276173 Sat, 27 Dec 2025 00:00:00 +0700 การประเมินเพื่อติดตามและพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ที่คาดหวังของนักศึกษาหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ที่พัฒนาโดยใช้เกณฑ์ประกันคุณภาพระดับหลักสูตรของเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/280370 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ที่คาดหวังของนักศึกษาหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ (2) ศึกษาปัจจัยสนับสนุนและอุปสรรคต่อผลลัพธ์การเรียนรู้ที่คาดหวังที่กำหนดไว้ในหลักสูตร และ (3) พัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ที่คาดหวังของนักศึกษาหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ที่พัฒนาโดยใช้เกณฑ์ประกันคุณภาพระดับหลักสูตรของเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน การวิจัยครั้งนี้ใช้ประชากรทั้งหมด ได้แก่ นักศึกษาหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขานวัตกรรมธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ ทั้ง 4 ชั้นปี (รหัส 63-66) จำนวน 163 คน เครื่องมือที่เป็นแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า ผลลัพธ์การเรียนรู้ที่คาดหวังของหลักสูตรตามการรับรู้ของนักศึกษาหลังสิ้นสุดการเรียนการสอนแต่ละชั้นปี อยู่ในระดับการบรรลุผลลัพธ์ (= 3.90) โดยมีการบรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้ในทุกด้าน เรียงลำดับจากมากไปน้อย ดังนี้ ด้านทักษะการเป็นผู้ประกอบการด้านการค้าปลีกสมัยใหม่ที่มีคุณธรรม จริยธรรม และสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม (= 4.15) ทักษะความเป็นผู้นำและการทำงานเป็นทีม ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มนุษยสัมพันธ์ที่ดี (= 3.98) การคิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณและการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบแบบมืออาชีพ (= 3.95) การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการแก้ไขปัญหาและการค้นหานวัตกรรมด้านบริหารธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ (= 3.90) ความสามารถในการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพทั้งการพูดและการเขียน (= 3.87) การประยุกต์แนวคิดด้านการบริหารธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ในการค้นหานวัตกรรมด้านการค้าปลีก (= 3.84) และแนวคิดที่สำคัญของขอบเขตหน้าที่หลักทางการบริหารธุรกิจด้านการบัญชี การเงิน การตลาด และการจัดการ (= 3.62)</p> <p>การศึกษาพบว่า ปัจจัยที่มีผลต่อการบรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้ที่คาดหวังประกอบด้วย (1) ปัจจัยส่วนบุคคล (2) ปัจจัยจากบุคคลรอบข้าง และ (3) ปัจจัยจากการจัดการเรียนการสอน แนวทางการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ควรเน้นการปรับปรุงกระบวนการเรียนการสอนให้มีความเป็นระบบมากขึ้น การเพิ่มกิจกรรมที่เสริมสร้างทักษะการคิดเชิงกลยุทธ์และการประยุกต์ใช้ความรู้ในสถานการณ์จริง การใช้แนวทางการเรียนรู้แบบบูรณาการ ตลอดจนการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนเพื่อยกระดับผลลัพธ์การเรียนรู้ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล</p> กัญญ์พัสวี กล่อมธงเจริญ, โสภณ ฟองเพชร, ปิยวรรณ สิริประเสริฐศิลป์, ประภัสสร วรรณสถิตย์ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/280370 Sat, 27 Dec 2025 00:00:00 +0700 การดำรงหลักประกันในธุรกิจการขนส่งทางทะเลและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของระบบโลจิสติกส์ทางทะเลและอุตสาหกรรมพาณิชยนาวีไทย https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/282040 <p>ในขณะที่ทั่วโลกกำลังมุ่งเน้นการขับเคลื่อนประเทศไปให้ถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านอุตสาหกรรมตาม SDG 9 ที่มีเป้าหมายหลักอันมุ่งส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมให้เป็นไปอย่างมั่นคง ในประเทศไทยกลับพบว่าในด้านการควบคุมกิจการขนส่งทางทะเล พระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ. 2534 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับแก่การขนส่งจากท่าเรือหนึ่งสู่อีกท่าเรือหนึ่ง (port-to-port) ไม่มีบทบัญญัติที่กำหนดให้ผู้ประกอบการต้องดำรงไว้ซึ่งหลักประกันสำหรับความรับผิดตามสัญญารับขนของทางทะเลเหมือนอย่างกฎหมายการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ อีกทั้งกฎหมายฉบับอื่น ๆ เช่น พระราชบัญญัติเรือไทย พุทธศักราช 2481 พระราชบัญญัติส่งเสริมการพาณิชยนาวี พ.ศ. 2521 ก็มิได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ในเรื่องดังกล่าวเช่นกัน ทำให้ผู้ใช้บริการที่เป็นผู้ส่งออก-ผู้นำเข้ามีความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับการเยียวยาความเสียหายหากมีกรณีการผิดสัญญาของผู้ขนส่งทางทะเลที่มีปัญหาทางการเงินหรือเข้าสู่กระบวนการล้มละลายดังเช่นกรณีของบริษัท ฮันจิน ชิปปิ้ง จำกัด ที่เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2559 หรือกรณีอื่น ๆ ที่บริษัทสายการเดินเรือต้องประสบปัญหาจากสภาวะทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป งานวิจัยฉบับนี้จึงมุ่งศึกษาปัญหาในทางกฎหมายเกี่ยวกับการดำรงหลักประกันในธุรกิจการขนส่งทางทะเล อีกทั้งยังมุ่งนำเสนอข้อเสนอแนะในเชิงนโยบายที่มุ่งหมายให้เกิดการปฏิบัติงานที่บูรณาการและยกระดับของการสื่อสารระหว่างผู้มีส่วนได้เสียในฝ่ายต่าง ๆ ทั้งในส่วนของผู้กำหนดนโยบาย ผู้กำกับดูแล ผู้ประกอบกิจการ และผู้อำนวยความสะดวก เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของระบบโลจิสติกส์ทางทะเลและอุตสาหกรรมพาณิชยนาวีไทย</p> มัธยะ ยุวมิตร ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/282040 Sat, 27 Dec 2025 00:00:00 +0700 FACTORS AFFECTING INTENTION TO PARTICIPATE ENTREPRENEURIAL COURSES AMONG STUDENTS IN SICHUAN COMMUNICATIONS VOCATIONAL AND TECHNICAL COLLEGE https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/277483 <p>This paper aims to study the factors affecting Chinese Sichuan students' learning satisfaction with an innovative entrepreneurial course and their intention to participate. The conceptual framework puts forward the teaching method, course management, satisfaction, teaching team, course content quality, course usefulness, and intention to participate. The researchers used quantitative techniques (n=500) to survey students from Sichuan Communications Vocational and Technical College in Chengdu, Sichuan, China. Non-probability sampling includes students in software technology, big data, accounting, marketing management, and four majors in architectural engineering technology. Quota sampling can determine the sample size, facilitate data collection, and enable the distribution of questionnaires online. The investigator used the structural equation model (SEM) and confirmatory factor analysis for data analysis, including model fitting, reliability, and construct validity. The results showed that teaching methods and course administration had a significant impact on student satisfaction, teaching team, and course content quality; course usefulness also had a strong impact on student satisfaction, with satisfaction as an intermediate variable affecting students' intention to participate.</p> Luo Jie ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/277483 Sat, 27 Dec 2025 00:00:00 +0700 FACTORS IMPACTING UNIVERSITY STUDENTS' SATISFACTION WITH THE BUDDHA PAINTING CREATION COURSE: A CASE STUDY IN A COLLEGE OF FINE ARTS AND ART DESIGN IN SICHUAN, CHINA https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/277487 <p>This study investigates factors influencing college students' satisfaction with the Buddha painting creation course in a fine arts college in Sichuan, focusing on competence, reliability, responsiveness, administration, helpfulness, and learning outcomes as predictors. A pilot test (n=30) ensured validity and reliability using the project-objective agreement index and Cronbach's Alpha. The main study (n=90) employed quantitative methods and multivariate regression analysis to confirm significant relationships. Results indicated competence, responsiveness, and administration significantly impacted satisfaction, while reliability, helpfulness, and learning outcomes did not. A paired sample T-test (n=30) post-strategic plan revealed significant improvements in competence, responsiveness, and administration, highlighting their role in enhancing satisfaction and educational outcomes.</p> Yang Zhang ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/277487 Sat, 27 Dec 2025 00:00:00 +0700 FACTORS AFFECTING BEHAVIORAL INTENTION OF TRADITIONAL CHINESE MEDICINE UNDERGRADUATES FOR BLENDED EDUCATION https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/277484 <p>This quantitative investigation examined the behavioral intention of Chinese Medicine Undergraduates in Chengdu, China, toward blended education using the Rain Classroom Teaching System, as well as the key factors that significantly influenced it. The researcher assessed Perceived Ease of Use, Perceived Usefulness, System Quality, Information Quality, Attitude, and Satisfaction to see if the effects of each of these variables influenced target TCM undergraduates' behavioral intention. The researcher administered questionnaires to TCM undergraduates and employed statistically exploratory approaches to determine 493 valid information. In this assessment, the judgmental and quota sampling strategies were utilized. Confirmatory Factor Analysis and the Structural Equation Model were implemented to establish the causal association connecting the aspects under assessment. This statistical examination discovered that every hypothesis was supported, with system quality providing the strongest direct influence on satisfaction. Each hypothesis has been verified to accomplish the research objectives. As an interpretation, educational division administrators at target institutions are encouraged to examine the significant improvements to the current blended education implementation strategy to improve TCM undergraduates' learning behavioral intentions.</p> Han Yuting ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/277484 Sat, 27 Dec 2025 00:00:00 +0700 MUSICIANS' PERSPECTIVES ON MUSIC THERAPY: EMOTIONAL, COGNITIVE, AND ETHICAL INSIGHTS https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/278722 <p>This study examines musicians' perspectives on the impact of music therapy, with a focus on their role in the emotional, cognitive, and neurological healing processes. While music therapy has been widely studied from the viewpoints of healthcare professionals and patients, limited attention has been given to the insights of musicians—those who create and perform the therapeutic medium. Using a qualitative research approach, data were collected through semi-structured interviews with professional musicians with experience in music therapy or who have worked closely with therapeutic settings. Inductive content analysis was employed to identify key themes, including the emotional influence of music, cognitive and neurological benefits, the role of musicians in therapy, challenges in integrating music into healthcare, and ethical considerations. Findings reveal that musicians perceive music as a powerful tool for emotional regulation, cognitive enhancement, and neuroplasticity. However, challenges such as limited formal training, lack of recognition in healthcare, and ethical concerns were also noted. The study highlights the importance of enhanced collaboration between musicians and certified therapists, as well as structured training programs and clear ethical guidelines, to optimize the integration of music into therapeutic practice. These insights contribute to the growing discourse on the role of music in healing and highlight avenues for future interdisciplinary research in music therapy.</p> Poowaniy Diraksin, Premwit Jirasanyansakul, Wenxin Dong, Wei Shang, Tasnee Keawngam, Rerkchai Ponsri ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/278722 Sat, 27 Dec 2025 00:00:00 +0700 EFFECT OF MOTIVATION AND HYGIENE FACTORS ON EMPLOYEE PERFORMANCE: A CASE STUDY OF SANFU OUTDOOR PRODUCTS CO., LTD. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/279061 <p>This research aimed to study the effects of motivation factors and hygiene factors on employee performance at Sanfu Outdoor Products Co., Ltd. The population of the study comprised 611 employees working at Sanfu Outdoor Products Co., Ltd. The sample size was determined using the rule of thumb of 20 times the number of observed variables. With a total of 15 observed variables included in the study, the appropriate sample size was calculated to be 300 participants. The samples were selected using a convenience sampling method. Data were collected via a structured questionnaire and analyzed using Partial Least Squares Structural Equation Modeling (PLS-SEM) to examine relationships among variables. The results indicated that both motivation factors (including achievement, recognition, work itself, responsibility, and advancement) and hygiene factors (including company policy and administration, supervision, relationship with supervisors, peers, and subordinates, working condition, salary, personal life, and job security) had a statistically significant effect on employee performance at the .000 level, with a predictive power of 74.4% (R² = 0.744). Among these, hygiene factors exhibited the most significant influence on performance, followed by motivation factors. These findings highlight the critical role of both intrinsic and extrinsic factors in enhancing employee performance within the organization.</p> Yan Zhang, Suwisa Plaikaew ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/279061 Sat, 27 Dec 2025 00:00:00 +0700 MOTIVATIONAL FACTORS THAT DRIVE ORGANIZATIONAL COMMITMENT AMONG EMPLOYEES AT BEIJING COMPIT SPORTS TECHNOLOGY CO., LTD. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/279060 <p>The purpose of this study was to investigate the motivational and hygiene factors influencing employees' organizational commitment at Beijing Compit Sports Technology Co. Ltd. The study employed quota sampling to select a sample of 254 employees from a known population of 700. The research instrument was a structured questionnaire developed based on relevant theories and literature. The data were analyzed using descriptive statistics and multiple regression (using the Enter method) at the 0.05 significance level. The findings showed that motivational factors, especially achievement, recognition, and responsibility, significantly influenced organizational commitment with a predictive power of 41.7%. In addition, hygiene factors such as supervision, relationships with supervisors, job security, and compensation and welfare also had a statistically significant impact on organizational commitment, with a predictive power of 31.6%. These results suggest that improving both motivation and hygiene factors can effectively strengthen employees' organizational commitment and thus provide valuable insights for organizational development and human resource management.</p> Xingchen Qi, Suwisa Plaikaew ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/279060 Sat, 27 Dec 2025 00:00:00 +0700 GANDHIAN PHILOSOPHY IN ACTION: RELEVANCE AND APPLICATION IN INDIA’S MODERN CHALLENGES https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/277708 <p><strong>ปรัชญาคานธีในทางปฏิบัติ: ความเกี่ยวข้องและการประยุกต์ใช้กับความท้าทายของอินเดียยุคใหม่</strong></p> <p>งานวิจัยนี้ศึกษาความเกี่ยวข้องและการนำปรัชญาของคานธี ซึ่งเน้นความจริง อหิงสา การพึ่งพาตนเอง และความยุติธรรมทางสังคม มาใช้แก้ปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำ สิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม และความไม่สงบทางสังคมของอินเดียในปัจจุบัน โดยอาศัยกรณีศึกษาเชิงคุณภาพและข้อมูลทุติยภูมิ งานวิจัยชี้ให้เห็นว่าปรัชญาของคานธีมีอิทธิพลต่อโครงการ Swachh Bharat Abhiyan ขบวนการเกษตรอินทรีย์ และการเคลื่อนไหวระดับรากหญ้า นอกจากนี้ ยังเสนอแนวทางขับเคลื่อนชุมชนและนโยบายเพื่อฟื้นฟูแนวคิดของคานธีให้เหมาะสมกับยุคปัจจุบัน โดยเน้นการพัฒนาอย่างเป็นธรรม ธรรมาภิบาลที่มีจริยธรรม และการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืน ผลวิจัยท้าทายให้ผู้กำหนดนโยบาย นักการศึกษา และภาคประชาสังคมนำหลักการของคานธีมาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างอินเดียที่แข็งแกร่งและสมานฉันท์ในศตวรรษที่&nbsp;21</p> Sanjay Kumar ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/277708 Sat, 27 Dec 2025 00:00:00 +0700 THE IMPORTANCE OF AFTER SALES SERVICE OF PRODUCTS TO THE BRAND IMAGE OF SAMSUNG ELECTRONICS (CHINA) SERVICE CENTER https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/279063 <p>This research examined the influence of after-sales service on the brand image of Samsung Electronics (China) Service Center. The sample consisted of 600 respondents who had used the company’s after-sales services, selected through purposive sampling. Data were collected through a structured questionnaire. Data analysis employed descriptive and inferential statistics, with Partial Least Squares Structural Equation Modeling (PLS-SEM) used to analyze the data. The results revealed that all six components of after-sales service, such as delivery service, online/telephone support, upgradation/maintenance, warranty service, complaint handling, and installation service. All components had a statistically significant influence on the brand image of Samsung Electronics (China) Service Center, with a predictive power of 26.8%. Delivery service exhibited the highest level of influence, followed by online/telephone support, upgrade and maintenance, warranty service, complaint handling, and installation service. These findings suggest that enhancing after-sales service components can play a pivotal role in strengthening the brand image of consumer electronics service providers.</p> Yingshi Xu, Worasak Thongsiri ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/279063 Sat, 27 Dec 2025 00:00:00 +0700 ความสามารถเชิงพลวัตและความร่วมมือเชิงธุรกิจกับมูลค่าเพิ่มของธุรกิจการจัดการแข่งขันกีฬาของประเทศไทย https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/279083 <p>การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนารูปแบบความสามารถเชิงพลวัตและความร่วมมือเชิงธุรกิจกับมูลค่าเพิ่มของธุรกิจการจัดการแข่งขันกีฬาของประเทศไทย การวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสานวิธีระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้การวิจัยเชิงปริมาณเพื่อทดสอบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุ และผลลัพธ์ของปัจจัยด้านความสามารถเชิงพลวัตและความร่วมมือเชิงธุรกิจกับมูลค่าเพิ่มของธุรกิจการจัดการแข่งขันกีฬา โดยการเก็บข้อมูล โดยใช้แบบสอบถามกับกลุ่ม คือ ธุรกิจการจัดการแข่งขันกีฬา จำนวน 209 แห่ง และการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยวิธีปรากฏการณ์วิทยาจากการสัมภาษณ์เชิงลึก และยืนยันผลการสัมภาษณ์เชิงลึก โดยการจัดสนทนากลุ่มกับได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการธุรกิจทางการกีฬา 3 ท่าน และนักวิชาการด้านการจัดการทางการกีฬา 2 ท่าน และทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน และโมเดลสมการเชิงโครงสร้าง</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผลการวิจัยสมมติฐาน พบว่า 1) ความสามารถเชิงพลวัตมีอิทธิพลทางตรงต่อมูลค่าเพิ่มอุตสาหกรรม และมีอิทธิพลทางอ้อมต่อมูลค่าเพิ่มของธุรกิจการจัดการแข่งขันกีฬาของประเทศไทย ผ่านความร่วมมือเชิงธุรกิจ 2) ความสามารถเชิงพลวัตมีอิทธิพลทางตรงต่อความร่วมมือเชิงธุรกิจ และ 3) ความร่วมมือเชิงธุรกิจมีอิทธิพลทางตรงต่อมูลค่าเพิ่มของธุรกิจการจัดการแข่งขันกีฬาของประเทศไทย การวิเคราะห์ พบว่า โมเดลตามสมมติฐานมีความสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ นับว่าผ่านเกณฑ์ โดยค่า χ<sup>2</sup> เท่ากับ 13.78 p-value เท่ากับ 0.79 ค่า χ<sup>2</sup>/df เท่ากับ 0.72 ค่า GFI เท่ากับ 0.98 ค่า AGFI เท่ากับ 0.95 และค่า RMSEA เท่ากับ 0.00 ประโยชน์จากการวิจัยนี้สามารถอธิบายความสัมพันธ์เชิงสาเหตุความสามารถเชิงพลวัตและความร่วมมือเชิงธุรกิจกับมูลค่าเพิ่มของธุรกิจการจัดการแข่งขันกีฬาของประเทศไทย โดยสามารถนำผลการศึกษาไปใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจการจัดการแข่งขันกีฬาของประเทศไทยต่อไป ซึ่งนำไปสู่ผลการดำเนินงานที่ยั่งยืนให้เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมกีฬาต่อไป</p> ธนริศย์ ธนัยอุดมพัฒน์, Patantiya Singcram ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/279083 Sat, 27 Dec 2025 00:00:00 +0700 ATTITUDES TOWARDS ARTIFICIAL INTELLIGENCE IN HUMAN RESOURCES MANAGEMENT IN VIETNAM https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/279623 <p>This study examines attitudes toward AI adoption in Human Resource Management (HRM) in Vietnam, using a hierarchical framework that extends the Technology Acceptance Model. Analyzing data from 458 HR professionals, we investigate how technology acceptance factors, organizational enablers, and adoption barriers sequentially influence intentions to adopt AI. Our hierarchical analysis reveals these three levels explain 47.4%, 20.9%, and 7.3% of variance, respectively (75.7% total). In Vietnam's cultural context, perceived ease of use (<em>β</em> = 0.20) exerts a stronger influence than perceived usefulness (<em>β</em> = 0.16). AI knowledge and skills emerge as the strongest positive predictor (<em>β</em> = 0.21), while ethical concerns constitute the primary barrier (<em>β</em> = -0.14). Segmentation analysis reveals distinct patterns: small organizations prioritize utilitarian benefits while expressing ethical concerns; medium organizations emphasize implementation simplicity and worry about job displacement; large organizations balance multiple factors with particular concern for data privacy. These findings highlight the hierarchical nature of adoption factors in emerging economies and propose an implementation framework tailored to Vietnam's cultural environment.</p> Dam Tuan Anh Le, Opas Piansoongnern ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/279623 Sat, 27 Dec 2025 00:00:00 +0700 THE CRUCIAL ROLE OF DICTIONARY APPLICATIONS IN ENHANCING VOCABULARY AND PRONUNCIATION SKILLS FOR ESL LEARNERS: A COMPREHENSIVE STUDY REVIEW https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/278715 <p>This study explores the role of dictionary applications in enhancing vocabulary acquisition and pronunciation accuracy for ESL learners, focusing on their impact on communicative competence and learner confidence. Dictionary apps provide immediate access to word meanings, pronunciation models, and real-time feedback through speech recognition technology, which allows learners to practice vocabulary and pronunciation in a low-pressure environment. The use of such applications contributes to improved language proficiency and boosts learners' confidence in communication. Additionally, the interactive features and gamification elements embedded in many dictionary apps promote engagement, motivation, and consistent practice. Despite these advantages, limitations include the potential over-reliance on technology, the inability of some apps to address nuances such as intonation, and technical issues like inaccurate speech recognition. While these tools support autonomous learning, challenges like over-dependence may hinder the development of spontaneous communication skills. This study underscores the effectiveness of dictionary applications in ESL education while recognizing the need for balance in their use.</p> <p>&nbsp;</p> Suwicha Saengroongpetch ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/278715 Sat, 23 Aug 2025 00:00:00 +0700 นวัตกรรมการตลาดดิจิทัลสำหรับธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/278709 <p>ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลที่เป็นตัวเร่งที่สำคัญต่อการปรับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ส่งผลให้ทุกธุรกิจต้องปรับตัวให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่กำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของลูกค้า โดยต้องนำเสนอบริการที่เน้นความสะดวกและการสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้าเฉพาะราย บทความนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และแพลตฟอร์มออนไลน์ เข้ามาเสริมการดำเนินกลยุทธ์ทางการตลาด รวมถึงพิจารณาผลกระทบของนวัตกรรมเหล่านี้ต่อประสิทธิภาพการดำเนินงานของธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์</p> <p> บทความนี้ทำการเปรียบเทียบแนวทางของบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรม ได้แก่ Tesla ที่ใช้โมเดลขายตรงแบบ Digital-First บริษัทโตโยต้าที่ใช้แอปพลิเคชันไลน์และสื่อสังคมเพื่อสื่อสารกับลูกค้า และ BMW ที่ใช้ Virtual Showroom และระบบ AI เพื่อยกระดับประสบการณ์ผู้บริโภค ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยีในการยกระดับความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะการสร้างประสบการณ์แบบ Omnichannel และการสื่อสารเฉพาะบุคคล</p> <p> บทความยังเสนอแนวทางเชิงกลยุทธ์สำหรับตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ในประเทศไทย ได้แก่ การลงทุนในเทคโนโลยีดิจิทัล การพัฒนาทักษะของบุคลากร การบูรณาการช่องทางการขายแบบไร้รอยต่อ และการเสริมสร้างความมั่นคงของข้อมูลลูกค้า ทั้งนี้เพื่อให้ธุรกิจสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของตลาดและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในบริบทของเศรษฐกิจดิจิทัล</p> วิลาสินี จันทร์แจ่มใย, อุทัยรัตน์ อุทัยรัตน์, กฤษดา เชียรวัฒนสุข ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/svittj/article/view/278709 Sat, 27 Dec 2025 00:00:00 +0700