วารสารกองทุนพัฒนาสือปลอดภัยและสร้างสรรค์ https://so04.tci-thaijo.org/index.php/tmfjournal <p>ด้วยตระหนักถึงความสำคัญของวารสารวิชาการ ในฐานะที่เป็นสื่อกลางในการเผยแพร่องค์ความรู้และความก้าวหน้าทางวิชาการ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จึงได้ดำเนินการจัดทำ<br />วารสารวิชาการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ หรือ TMF Journal ขึ้น <br />เพื่อรวบรวมและเผยแพร่บทความวิจัยและบทความวิชาการด้านสื่อและที่เกี่ยวข้องกับสื่อ <br />เพื่อให้เป็นแหล่งค้นคว้าและอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ อันจะนำไปสู่การพัฒนานิเวศสื่อที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ สอดคล้องกับภารกิจสำคัญของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ <br />ตามความในมาตรา 5 (5) แห่งพระราชบัญญัติกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พ.ศ. 2558</p> th-TH journal.tmf@thaimediafund.or.th (ThaiMediaFund) journal.tmf@thaimediafund.or.th (นายแอ๊ด นิยมจ้อย) Tue, 31 Mar 2026 22:19:58 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 สื่อลวงลึก (Deepfake): การยึดครองการรับรู้ในสงครามข้อมูลยุคดิจิทัล https://so04.tci-thaijo.org/index.php/tmfjournal/article/view/283895 <p>บทความนี้อธิบายสื่อลวงลึก (Deepfake) ในฐานะอาวุธทางวัฒนธรรมที่สามารถยึดครองการรับรู้ของสังคมได้ด้วยการบงการเวลาและความน่าเชื่อถือในสนามข้อมูลร่วมสมัย โดยอาศัยกรอบแนวคิดทางมานุษยวิทยาว่าด้วยอำนาจและทุนสัญลักษณ์ ในบริบทที่เทคโนโลยีสื่อลวงลึกกำลังถูกใช้เพื่อบิดเบือนข้อมูล สร้างความสับสน และบั่นทอนความเชื่อถือของสถาบันและบุคคลสาธารณะในสังคมดิจิทัลร่วมสมัย การศึกษานี้ใช้ระเบียบวิธีเชิงคุณภาพ โดยวิเคราะห์เอกสาร งานวิจัย และกรณีศึกษาของคลิปปลอมของเซเลนสกี้ และการปลอมเสียงของมาร์โค รูบิโอ ซึ่งสะท้อนรูปแบบการใช้สื่อลวงลึกที่แตกต่างกัน กล่าวคือ กรณีเซเลนสกี้เป็นการปลอมภาพและวิดีโอเพื่อสร้างเหตุการณ์ทางการเมืองที่ไม่เคยเกิดขึ้น ขณะที่กรณีรูบิโอเป็นการปลอมเสียงเพื่อเลียนแบบตัวตนของบุคคลและแทรกแซงการสื่อสารทางการเมือง บทความชี้ว่าความเร็วของการเผยแพร่และทุนความเชื่อถือของบุคคลหรือแพลตฟอร์ม เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้สื่อลวงลึกสามารถสร้างความจริงชั่วคราวที่มีพลังเหนือข้อเท็จจริง ผลการวิเคราะห์ชี้ว่าสื่อลวงลึกไม่ได้เพียงบิดเบือนข้อมูล แต่ยังสนับสนุนการยึดครองพื้นที่การรับรู้<br />และความทรงจำทางสังคม ซึ่งบั่นทอนทุนสัญลักษณ์ของสถาบันและสร้างความเปราะบางต่อโครงสร้างความจริงในสังคมดิจิทัล บทความเสนอให้การรับมือกับสื่อลวงลึกต้องผสานมิติเทคโนโลยีกับความเข้าใจเชิงวัฒนธรรม เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมต่อการโจมตีเชิงการรับรู้</p> วิสุทธิ์ เวชวราภรณ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารกองทุนพัฒนาสือปลอดภัยและสร้างสรรค์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/tmfjournal/article/view/283895 Tue, 31 Mar 2026 00:00:00 +0700 การพัฒนาชุดสื่อ สูงวัย สุขกาย สุขใจ เพื่อส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ และพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ของผู้สูงอายุ โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนตำบลสันทราย จังหวัดเชียงราย https://so04.tci-thaijo.org/index.php/tmfjournal/article/view/279481 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความรอบรู้ด้านสุขภาพ และพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ของผู้สูงอายุ 2) พัฒนาชุดสื่อ “สูงวัย สุขกาย สุขใจ” โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน และประเมินผลการใช้สื่อ ดำเนินงานตามแนวคิดของ Kemmis และ McTaggart ผลการสำรวจผู้สูงอายุ 400 คน ก่อนดำเนินการพบว่าความรอบรู้ด้านสุขภาพอยู่ในระดับพอใช้ ( = 54.61) และพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์อยู่ในระดับดีมาก ( = 33.08) โดยมีผู้สูงอายุที่ปฏิบัติครบทั้ง 8 ด้าน จำนวน 139 คน คิดเป็นร้อยละ 34.75 ชุดสื่อที่พัฒนาประกอบด้วยวีดิทัศน์เพลง เสียงตามสาย สปอตเสียง ป้ายคำกลอน และปฏิทิน ครอบคลุมพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ทั้ง 8 ด้าน และใช้ภาษาเหนือ หลังทดลองใช้สื่อในหมู่บ้านนำร่อง 3 เดือน พบว่าค่าเฉลี่ยความรอบรู้และพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ของผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และผู้สูงอายุมีความพึงพอใจต่อสื่อทุกประเภทในระดับมาก ผลการวิจัยชี้ให้เห็นความสำคัญของการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาสื่อสุขภาพที่เหมาะสม และสอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น</p> รัญชนา หน่อคำ, ธนัยรัตน์ ชัยศิริภูวดล, จุฑามาศ กิติศรี, พรรณี ไชยวงค์, กรรณิกา อุ่นอ้าย ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารกองทุนพัฒนาสือปลอดภัยและสร้างสรรค์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/tmfjournal/article/view/279481 Tue, 31 Mar 2026 00:00:00 +0700 ความพึงพอใจและความตระหนักรู้ต่อสื่อรณรงค์การป้องกัน การดื่มแอลกอฮอล์ของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี https://so04.tci-thaijo.org/index.php/tmfjournal/article/view/283713 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อสื่อรณรงค์การป้องกันการดื่มแอลกอฮอล์ 2) ศึกษาระดับความตระหนักรู้ของนักศึกษาหลังได้รับชมสื่อรณรงค์ 3) วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างความพึงพอใจและความตระหนักรู้ และ 4) วิเคราะห์ความสามารถในการพยากรณ์ความตระหนักรู้จากความพึงพอใจของนักศึกษา</p> <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับความพึงพอใจ ความตระหนักรู้ พฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์ และพฤติกรรมการรับชมสื่อรณรงค์ของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล กลุ่มตัวอย่างคือ นักศึกษาจากคณะวิทยาการจัดการ ชั้นปีที่ 1-4 จำนวน 60 คน ที่เคยได้รับชมสื่อรณรงค์คลิปวิดีโอเกี่ยวกับการป้องกัน การดื่มแอลกอฮอล์ ผลการวิจัยพบว่า นักศึกษาส่วนใหญ่ดื่มแอลกอฮอล์ในโอกาสสังสรรค์พิเศษ และเคยรับชมสื่อรณรงค์บางครั้ง มีความพึงพอใจต่อสื่อรณรงค์อยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ยรวม 4.02) และมีความตระหนักรู้ในระดับมากเช่นกัน (ค่าเฉลี่ยรวม 4.02) โดยเฉพาะในประเด็นการไตร่ตรองก่อนดื่มและการแนะนำเยาวชนให้เห็นความสำคัญของการหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พบความสัมพันธ์ทางบวกอย่างมีนัยสำคัญระหว่างความพึงพอใจและความตระหนักรู้ (r = 0.72, p &lt; .01) และความพึงพอใจสามารถทำนายความตระหนักรู้ได้อย่างมีนัยสำคัญ (R² = 0.522, p &lt; .001) อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นการวิจัยเชิงสำรวจที่ใช้กลุ่มตัวอย่างขนาดเล็กจากคณะเดียว จึงควรตีความผลการวิจัยด้วยความระมัดระวังและควรมีการศึกษายืนยันเพิ่มเติม</p> เสกสรร สายสีสด, สุวัฒนา ดีวงษ์, สุพรรษา ปัญญาทอง, นวียาฐ์ ศักยเศรษฐ์, ชาย วรวงศ์เทพ, บุณยนุช สุทธิอาจ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารกองทุนพัฒนาสือปลอดภัยและสร้างสรรค์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/tmfjournal/article/view/283713 Tue, 31 Mar 2026 00:00:00 +0700 แนวทางป้องกันอันตรายเมื่อเยาวชนอยู่บ้านคนเดียว ด้วยการเล่นเกมจำลองสถานการณ์ 3 มิติ “โฮมอโลน” https://so04.tci-thaijo.org/index.php/tmfjournal/article/view/285759 <p><em> </em>การวิจัยนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลองมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนาเกมจำลองสถานการณ์ 3 มิติ “โฮมอโลน” สำหรับเป็นเครื่องมือการรับรู้แนวทางป้องกันอันตรายเมื่อเยาวชนอยู่บ้านคนเดียว 2) เพื่อประเมินการรับรู้หลังเล่นเกม “โฮมอโลน” ของผู้เล่น และ 3) เพื่อประเมินความพึงพอใจของผู้เล่นเกม “โฮมอโลน” กลุ่มตัวอย่างคือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา ประเทศไทย จำนวน 88 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบไปด้วย เกมที่พัฒนาขึ้น แบบประเมินคุณภาพเกม แบบประเมินการรับรู้หลังเล่นเกม และแบบประเมินความพึงพอใจหลังเล่นเกม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1) เกมมีคุณภาพอยู่ในระดับดีมาก ค่าเฉลี่ย 4.71 2) การรับรู้ของกลุ่มตัวอย่างหลังเล่นเกมอยู่ในระดับมากที่สุด ร้อยละ 86.14 และ 3) ความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่างหลังเล่นเกมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.33 สรุปได้ว่าเกม 3 มิติ “โฮมอโลน” ที่ประยุกต์ใช้ทฤษฎีผีเสื้อขยับปีกสามารถเพิ่มระดับการรับรู้และความพึงพอใจแก่เยาวชน และสามารถนำไปใช้เป็นสื่อเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับแนวทางป้องกันอันตรายเมื่ออยู่บ้านคนเดียวได้</p> นัฐสินี เรืองทิพนันทน์, ชัยกร เกลี้ยกลาง, ปุญญรัตน์ รังสูงเนิน, ศยามล พูดเพราะ, วัลลภ ศรีสำราญ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารกองทุนพัฒนาสือปลอดภัยและสร้างสรรค์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/tmfjournal/article/view/285759 Tue, 31 Mar 2026 00:00:00 +0700 การศึกษาการสื่อสารคุณลักษณะเฉพาะตัวของพิธีกรร่วมในรายการเรื่องเล่าเช้านี้และเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ https://so04.tci-thaijo.org/index.php/tmfjournal/article/view/283368 <p>การวิจัยเรื่อง “การสร้างและการสื่อสารคุณลักษณะเฉพาะตัวของพิธีกรร่วมในรายการเรื่องเล่าเช้านี้และเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคุณลักษณะพิธีกรร่วมในรายการเรื่องเล่าเช้านี้และเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์และบทบาทหน้าที่ของพิธีกรร่วมในรายการข่าว ผลวิจัยพบว่าคุณลักษณะและบทบาทหน้าที่ของพิธีกรร่วมในรายการเรื่องเล่าเช้านี้และเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ พิธีกรร่วมต้องมีความสามารถในการตามทันและปรับตัวกับพิธีกรหลัก ที่มีประสบการณ์สูง ต้องสามารถหยิบข่าวและข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว เข้าใจในเนื้อหาของข่าวอย่างถ่องแท้ มีความสามารถในการรับและต่อยอดมุกจากพิธีกรหลัก ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย รวมถึงการปรับสำนวนให้เหมาะสมกับเนื้อหาและบริบทของข่าว พิธีกรร่วมต้องมีปฏิภาณในการตอบสนองกับบทสนทนาหรือคำถามที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ภาษากายควรเป็นธรรมชาติ และต้องใช้ความสามารถในการประมวลผลและสร้างโครงเรื่องในหัวอย่างรวดเร็ว การแบ่งหน้าที่ของพิธีกรร่วม พบว่า พิธีกรร่วมมีหน้าที่เสริมรายละเอียดและเพิ่มความกลมกล่อมให้กับเนื้อหาข่าว และมีหน้าที่เป็นผู้เชื่อมต่อกับผู้ชม</p> ลลิตภัคค์ วราพรกิจเสถียร, ปอรรัชม์ ยอดเณร ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารกองทุนพัฒนาสือปลอดภัยและสร้างสรรค์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so04.tci-thaijo.org/index.php/tmfjournal/article/view/283368 Tue, 31 Mar 2026 00:00:00 +0700