Dark side กับสังคมและเทคโนโลยีอภิวัฒน์

ผู้แต่ง

  • Witunya Saelo Lecturer, Social Studies Program, Faculty of Humanities and Social Sciences, Muban Chombueng Rajabhat University

คำสำคัญ:

ด้านมืด

บทคัดย่อ

Dark side กับสังคมและเทคโนโลยีอภิวัฒน์

Dark side and evolving society and technology

วิธัญญา  แซ่ล้อ

Witunya Saelo

Minmin1402@gmail.com

 

            สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในใจมนุษย์ คือ ด้านมืด หรือมุมมืดในใจ ที่รอจังหวะหรือโอกาส หรือกิเลส เข้าไปกระตุ้นทำให้ด้านมืดในตัวคนปรากฏออกมา แล้วในเวลานั้น เมื่อมนุษย์ไม่สามารถยับยั้งด้านมืดเอาไว้ได้ ก็จะมีพฤติกรรมที่ส่งผลกระทบต่อตนเอง และผู้อื่น Dark side นี้ไม่ใช่แค่นิทาน แต่เป็นเรื่องจริง Dark side คือกิเลส ราคะ โทสะ โมหะ ที่นำมาสู่ความพ่ายแพ้ การสูญเสียของมนุษย์ ในการกลับกันศีลธรรม ก็นำมาสู่ชัยชนะ หรือความรุ่งเรืองของมนุษย์

 

            Dark Side คือ กิเลส กิเลส ทำลายล้างมนุษย์ Dark Side เท่ากับความล้มเหลว นี่คือสมการพลังมืด (Dark Side’s Equation) มีดังนี้

  1. ด้านมืด คือต้นเหตุแห่งความล้มเหลว
  2. ด้านมือคือกิเลส
  3. กิเลสครอบงำมนุษย์ กำกับมนุษย์
  4. ดูเหมือนคนพวกนี้ขาดสติ พอได้สติก็จะหันไปทำในสิ่งที่ถูกต้อง
  5. ด้านมืด จึงมาพร้อมกับภาวะไร้สติ
  6. ถ้าคุณไม่มีสติมันจะครอบงำและบงการคุณไปนานมากจนกว่าคุณจะล้มเหลว
  7. ถ้าคุณได้สติ คุณจะเจอด้านสว่าง
  8. ถ้าคุณมีสติ คุณจะประสบความสำเร็จ สำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ
  9. คนจะรักคุณมากขึ้น คุณจะเป็นที่รักมากขึ้น
  10. คุณจะมั่นคงกว่า (ภิญโญ รัตนาพันธุ์,2558)

ดังนั้น Dark Side จึงเป็นพฤติกรรมของเราที่ไม่ดี ซึ่งมีผลต่อตนเองและคนรอบข้าง จะแสดงออกมาในสถานการณ์ต่างๆ

ภาพ : Dark Side ในคนมีชื่อเสียง

            ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ สามารถเกิดขึ้นได้มันคนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนปกติทั่วไป หรือคนที่มีชื่อเสียงก็ตาม อับราฮัม ลินคอล์น( Abraham Lincoln) นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามกลางเมืองอเมริกา ลินคอล์นกลายเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ปลดปล่อยทาสให้เป็นอิสระ แต่จดหมายส่วนตัวของเขากลับบอกเล่าเรื่องราวที่แตกต่างกัน ซึ่งเจตนารมณ์ของเขาแท้ที่จริงไม่ใช่การปลดปล่อยทาส แต่เป็นการช่วย “สหภาพ” โดยในปี 1862 เขาเขียนจดหมายถึง โฮเรซ กรีลีย์ บรรณาธิการของ New York Tribune ว่า “ถ้ามันสามารถช่วยสหภาพได้ โดยไม่ต้องปลดปล่อยทาส ผมก็จะทำมัน” สตีฟ จอบส์ (Steve jobs) ผู้ก่อตั้งบริษัท Apple ที่หลายๆ คนน่าจะพอทราบว่าเขาเป็นคนอารมณ์ร้าย แต่นั่นเป็นแค่ส่วนเล็กๆ ของด้านมืดของจ็อบส์ เพราะเขาเคยโกงเพื่อนและหุ้นส่วนทางธุรกิจอย่าง สตีฟ วอซเนียค รวมถึงการมีส่วนเกี่ยวข้องเรื่องหุ้นอย่างผิดกฏหมาย หรือแม้แต่ แม่ชีเทเรซา ผู้ที่ถูกแต่งตั้งให้เป็นนักบุญ ก็ใช้ประโยชน์จากผู้คนทั่วโลกที่เธออ้างว่าจะช่วยรักษา ในเรื่องของการเงินที่ได้จากการบริจาคอีกด้วย(เพชรมายา,2559) พฤติกรรมที่เป็นด้านมืดเหล่านี้ สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็น “มนุษย์” ได้ทั้งสื้น

 

            ในสังคมปัจจุบันคงปฏิเสธไม่ได้ว่าการใช้เทคโนโลยีต่างๆ กลายเป็นปัจจัยที่สำคัญในชีวิตปัจจุบันไปแล้ว ซึ่งเทคโนโลยีหากใช้ในทางที่ถูกก็จะมีประโยชน์อนันต์ สร้างฐานะ อาชีพ และชื่อเสียงให้กับคนมากมาย และในทางตรงกันข้าม หากใช้ในทางที่ผิดก็จะมีโทษอนันต์เช่นกัน

 

            ซึ่งประเทศไทยก็กำลังคาดหวังต่อการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ คาดหวังว่าประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่จะเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างกว้างขวางในเวลาอีกไม่นาน เป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประเทศในด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของประเทศครั้งสำคัญ ภายใต้ความคาดหวังเหล่านั้นมีสิ่งที่น่าห่วงใยซึ่งถือเป็นด้านมืดของการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอยู่ด้วยเช่นเดียวกัน แต่มักไม่มีใครพูดถึงมากนักเพราะเราหวังผลจากเทคโนโลยีดิจิทัลมากกว่าการให้น้ำหนักในเรื่อง ความมั่นคง ความปลอดภัย ความเสี่ยง การรับรู้และการใช้เทคโนโลยีในในเชิงป้องกันภัย

 

ตาราง : พฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตของคนไทยในปี 2566

 

จากพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตของคนไทยในปี 2566 นี้ โดยการเก็บสถิติจากสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ในโครงการศึกษา Thailand Digital Outlook ที่ศึกษาพฤติกรรมการใช้งานอินเทอร์เน็ต โดยสะท้อนให้เห็นการเข้าสู่สังคมดิจิทัลในยุคใหม่มากขึ้น คนไทยได้ใช้เวลาในการใช้งานอินเทอร์เน็ต เฉลี่ย 7 ชั่วโมง 25 นาที และกิจกรรมอันดับแรก คือ การใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ (92.46%) และความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของประชากรไทยที่มีรายได้น้อย ก็ลดลงถึง 71.78 % ซึ่งจากผลสำรวจนี้ชี้เห็นว่า “คนไทยมีแนวโน้มในการใช้เวลาบนอินเทอร์เน็ตมากขึ้น“ (ไทยรัฐออนไลน์,2566) จากผลสำรวจก็แสดงให้เห็นได้ว่า คนไทยจำนวนมาก ก็อยู่บนความเสี่ยงด้านมืดของการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และต้องยอมรับว่าคนในประเทศเราจำนวนหนึ่งยังขาดความเข้าใจต่อการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างถูกต้อง เพราะของการเข้าไปอยู่ในโลกดิจิทัลนั้นเป็นสิ่งละเอียดอ่อน มีความเสี่ยงสูงไม่แพ้ความเสี่ยงในโลกแห่งความจริง ดังนั้นนอกจากการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีแล้ว ความปลอดภัย ความเหมาะสมและความเสี่ยงในการใช้เทคโนโลยีเป็นสิ่งที่สังคมต้องไม่มองข้ามเป็นอันขาด

 

            และอีกหลายคนยังไม่ทราบถึงความเสี่ยงด้านมืดของการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการใช้สื่อออนไลน์ เพราะทันทีที่ท่านเข้าสู่สังคมออนไลน์ ความเป็นส่วนตัวของท่านจะหายไปทันที เสมือนหนึ่งว่าท่านอยู่ในห้องกระจกใสซึ่งทุกอิริยาบถของท่านจะถูกมองเห็นจากคนภายนอกได้ตลอดเวลา ข้อมูลส่วนตัวของท่านทุกประเภทที่ท่านควรเป็นเจ้าของกลับกลายเป็นทรัพย์สินอันล้ำค่าของผู้ประกอบการทันทีที่ท่านได้เข้าสู่สังคมออนไลน์และสิ่งที่ท่านต้องยอมรับเมื่อเข้าสู่สังคมออนไลน์ก็คือการถูกสอดแนม อย่างน้อยที่สุดท่านจะถูกสอดแนมในรูปแบบต่างๆต่อไปนี้ เพื่อการนำข้อมูลจากท่านไปใช้ประโยชน์ในทางใดทางหนึ่งโดยที่ท่านไม่รู้ตัวเลย ซึ่งได้แก่

1.การถูกสอดแนมจากสื่อสังคมออนไลน์ เช่น การกด like การส่ง sticker แสดงอารมณ์ การส่งภาพ การแจ้งตำแหน่งที่อยู่ การแชร์ข้อมูล เป็นต้น

2.การถูกสอดแนมจาก การใช้เครื่องมือสืบค้น (Search engine) และ การใช้ e-mail

3.การถูกสอดแนมจากผู้ประกอบการทางธุรกิจเพื่อนำข้อมูลกลับมานำเสนอสินค้าและบริการแก่ท่านเมื่อท่านเข้าเยี่ยมชม Website หรือเมื่อใช้อุปกรณ์ดิจิทัลประเภทต่างๆจากผู้ประกอบการ

4.การถูกสอดแนมจากห้างร้าน ถนน ที่ส่วนบุคคล ที่สาธารณะรวมทั้งยวดยานต่างๆทุกประเภทด้วยกล้องถ่ายภาพหรืออุปกรณ์เทคโนโลยีติดตามตัวประเภทต่างๆ รวมทั้งโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าท่านด้วย

5.การถูกสอดแนมเพื่อความมั่นคงจากภาครัฐในประเทศตัวเองหรือแม้กระทั่งจากประเทศมหาอำนาจทางเทคโนโลยีที่อยู่ไกลออกไปค่อนโลกผ่านทางเทคโนโลยีดิจิทัล

6.การสอดแนมจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ฝังมากับเครื่องมือเครื่องใช้ทุกประเภทที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ (Internet of Thing) นับตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไปภายในบ้าน อุปกรณ์เครื่องจักรกลตลอดจนยานพาหนะต่าง เป็นต้น

7.การถูกสอดแนมจาก Hacker และผู้ไม่หวังดีในรูปแบบต่างๆ

 

อีกทั้ง ผู้บริหารบริษัท Google มั่นใจในเครื่องมือสืบค้น( Search engine) ของตัวเองเป็นอย่างมากถึงกับพูดว่า “เรารู้ว่าคุณกำลังอยู่ที่ไหน คุณไปไหนมาบ้าง และไม่มากก็น้อยเรารู้ว่าคุณกำลังคิดอะไรอยู่” ซึ่งคำพูดนี้ไม่ได้เกินจากความจริงเลย ดังนั้นความเป็นส่วนตัวของผู้อยู่ในโลกออนไลน์จึงไม่มีความหมายอีกต่อไป เว้นแต่ท่านจะเลือกใช้เครื่องมือสืบค้นหรือสื่อออนไลน์ที่ประกาศตัวว่าจะไม่ติดตามและเก็บข้อมูลของท่านซึ่งก็มีอยู่ไม่มากนักและไม่แน่เสมอไปว่าข้อมูลของท่านจะปลอดภัยจากการสอดแนมร้อยเปอร์เซ็นต์(พันธ์ศักดิ์ อาภาขจร,2559)

ดังนั้น Dark side ที่ต้องระมัดระวังของสังคมมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้น “ด้านมืดของโลกดิจิทัล”

 

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดิจิทัลทำให้มนุษย์เข้าไปอยู่ในโลกสองโลกได้ในเวลาเดียวกัน นั่นคือโลกแห่งความจริง ( Real world) และโลกเสมือน (Virtual world ) ยิ่งเราเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลมากเท่าใด เราก็จะถูกผลักดันเข้าไปใกล้โลกเสมือนมากขึ้นเท่านั้น และนับวันโลกทั้งสองโลกยิ่งเข้าใกล้กันมากขึ้นทุกที

 

Metaverse จักรวาลนฤมิตร การเชื่อมต่อโลกความจริงเข้ากับโลกเสมือนด้วยอินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์ต่าง ๆ คือ พื้นที่บรรจบกันระหว่างโลกเสมือนกับโลกจริง  โดยมีเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องดังนี้

  1. VR Virtual Reality

ความจริงเสมือน เป็นสภาพแวดล้อมเสมือนที่เราหลุดเข้าไปอยู่อีกโลกหนึ่ง สามารถโต้ตอบ หรือมีประสบการณ์บนโลกเสมือนผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ หรือแว่น VR

  1. AR Augmented Reality

ความจริงเสริม เป็นการนำโลกเสมือนมาซ้อนทับกับสิ่งแวดล้อมบนโลกความจริง เราจะสามารถมองเห็นสื่อเสมือนพร้อมกับโลกจริง แต่ไม่สามารถมีปฏิกิริยาตอบสนองกลับได้ เช่น การใช้โทรศัพท์มือถือส่องบน QR Code สื่อ AR ในหนังสือเรียน

  1. MR Mixed Reality

เป็นการผสาน VR และ AR เข้าด้วยกัน เกิดภาพที่มีมิติ เสมือนจริง เราจะสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับโลกเสมือนได้บนพื้นหลังที่เป็นสิ่งแวดล้อมจริง ผ่านอุปกรณ์อย่าง HoloLens ของ Microsoft หรือ Apple Glasses ซึ่งสามารถนำมาใช้ในการเรียนการสอนที่เข้าใจได้ยาก เช่น กายวิภาคศาสตร์ ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

  1. XR Extended Reality

เป็นการผสมความจริงเสมือน ความจริง และช่องทางการสื่อสารระหว่างคนกับเครื่องจักร (รวม VR AR และ MR เข้าด้วยกัน) เราจะเชื่อมต่อข้อมูลกับเครือข่ายและมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้งานคนอื่น ๆ ได้ ซึ่งในอนาคตการจะแยกว่าสิ่งใดคือ VR AR MR คงจะทำได้ยาก การเรียก XR จึงทำให้ครอบคลุมมากกว่า

เมตาเวิร์ส คือ โลกเสมือน โลกจำลองของกลุ่มผู้ใช้ที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกันมารวมตัวกันเป็นสังคม “Social” เป็นโลกที่สองที่มนุษย์ใช้เวลาบนโลกจริงในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้ใช้งานคนอื่น ๆ แบบไร้พรมแดน ใน 4 มิติ (Media + Real World + Interaction + Social)(สสวท,2565)

จากโลกเสมือนข้างต้น จะเห็นได้ว่าหากใช้ในทางที่ถูกควรก็จะสร้างประโยชน์ได้อย่างมาก แต่ในทางตรงกันข้าม หากมนุษย์เรานำมาใช้ในทางที่ไม่ถูก หรือขาดการพิจารณา วิเคราะห์ หรือวิจารณญาณ ในการใช้แล้วก็อาจเกิดโทษในการใช้ ก่อให้เกิด Dark side เกิดขึ้น เช่น การใช้สื่อออนไลน์ เช่น การเล่นเกมในแบบโลกเสมือน ซึ่งสามารถทำอะไรก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพฤติกรรมทางเพศ อาชญากรรม หรือความหยาบคาย ซึ่งไม่สามารถทำได้ในโลกของความจริง แต่ในโลกเสมือนนั้น สามารถทำได้ทุกอย่าง หากผู้ใช้เทคโนโลยีนั้น สามารถกลั่นกรอง แยกแยะได้ ก็ไม่มีปัญหาใดตามมา แต่หากผู้ใช้เหล่านั้น เป็นกลุ่มเด็ก หรือเยาวชนที่ยังไร้วุฒิภาวะ หรือวิจารณญาณ ก็อาจนำพฤติกรรมในโลกเสมือนมาแสดงในโลกแห่งความเป็นจริงได้

 

กรณี เช่น ในประเทศจีน ถัง เลี่ยง เยาวชนอายุ 16 ปี ได้ก่ออาชกรรรมโดยการฆ่าเพื่อนที่ร่วมเล่นเกมส์ด้วยกัน เพียงเพราะขณะที่เล่นเกมส์นั้นเพื่อนคนที่ถูกฆ่าได้ฆ่าตัวละครในเกมส์ของตัวเองตายไป 23 ครั้ง ด้วยอารมณ์โมโหและรู้สึกเสียศักดิ์ศรี จึงได้ชวนพรรคพวกมาล้างแค้นที่ตนเองถูกฆ่าไปถึง 23 ครั้ง   หรือกรณีของ หวัง จิน ที่ได้ลงมือฆ่ายายที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็ก เพียงเพราะก่อนเกิดเหตุไม่กี่วัน หวัง จิน ได้ไปเล่นเกมส์ในร้านเกมส์กลับบ้านดึกดื่นหลายวันติดต่อกัน ด้วยความเป็นห่วงหลานยายจึงได้ตักเตือนและใช้ไม้ไล่ตี แต่หวัง จิน ซึ่งมีอารมณ์ฉุนเฉียวโมโหร้ายได้เอาท่อนเหล็กตีที่ศีรษะของยายเข้าอย่างจังและตีซ้ำจนยายแน่นิ่ง จากนั้นได้ค้นกระเป๋าเงินเพื่อนำไปเล่นเกมส์อย่างสบายใจ อีกกรณีที่เป็นข่าวโด่งดั่งทั่วประเทศจีนคือ เยาวชนอายุ 15 ปี ได้ชักชวนพรรคพวกก่อเหตุฆาตกรรมเพื่อนในวัยเดียวกัน โดยการทำร้ายร่างกายแล้วจับถ่วงน้ำจนเสียชีวิต หลังจากนั้นยังได้โทรศัพท์หาผู้ปกครองของเยาวชนที่ถูกทำร้ายเพื่อเรียกค่าไถ่ 1 ล้านบาทเพื่อนำไปใช้จ่ายและเล่นเกมส์ เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้นล้วนแล้วแต่เกิดจากการลอกเลียนแบบพฤติกรรมความรุนแรงในตัวละครในเกมส์ ซึ่งการเล่นเกมส์นั้นหากผู้เล่นไม่มีวุฒิภาวะพออาจจะก่อให้เกิดปัญหาร้ายแรงตามมา(Naewna,2567)

 

หรือแม้แต่การถูกคุกคามจากสื่อออนไลน์ ซึ่งเด็กเยาวชนอาจเป็นได้ทั้งเหยื่อและเป็นผู้กลั่นแกล้งเสียเอง สิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันได้ คือ การไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวเพราะยิ่งเปิดเผยมากยิ่งเป็นความเสี่ยง ซึ่งภัยออนไลน์ต่อเด็กและเยาวชนที่พบได้บ่อย มีดังนี้

  1. 1. ถูกกลั่นแกล้งรังแกออนไลน์ การที่เด็กถูกล้อเลียน กลั่นแกล้ง แฉ ประจาน ทำให้อับอาย เสียใจ กีดกันออกจากกลุ่มเพื่อน
  2. 2. ถูกติดตามคุกคามออนไลน์ การที่เด็กถูกติดตามความเคลื่อนไหวบนสื่อโซเชียล เช่น เฟซบุ๊กหรืออินสตาแกรม ถูกติดต่อสื่อสารที่ทำให้รู้สึกหวาดกลัว ถูกคุกคาม ไม่ปลอดภัย หรือไม่สบายใจ
  3. 3. ถูกล่อลวงให้พูดคุยเรื่องเพศที่ไม่เหมาะสม การที่เด็กได้รับการติดต่อพูดคุย รับส่งเนื้อหาเรื่องเพศที่ไม่เหมาะสมโดยที่เด็กอาจไม่มีความสนใจหรือไม่ได้ร้องขอ ไม่ต้องการ
  4. ถูกแบล็คเมลทางเพศ การที่เด็กถูกข่มขู่เรียกเงินหรือแสวงหาประโยชน์อย่างอื่น โดยผู้กระทำใช้ภาพหรือวิดีโอทางเพศของเด็ก
  5. การถูกล่อลวงทางเพศ การที่เด็กถูกผู้ใหญ่ติดต่อพูดคุยสร้างสัมพันธ์ ให้เกิดความไว้วางใจเพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศ
  6. เนื้อหาที่ผิดกฏหมาย/อันตราย เด็กอาจเข้าถึงสื่อลามกอนาจาร การพนัน สารเสพติด อาวุธความรุนแรง ลิทธิความเชื่อ ค่านิยม พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เด็กอาจเลียนแบบ ครอบครองหรือเผยแพร่เนื้อหาที่ผิดกฎหมาย
  7. 7. เล่นพนันออนไลน์ การพนันออนไลน์มาในรูปแบบที่เด็กและเยาวชนเข้าถึงง่าย เช่น พนันบอล พนันในเกม สมัครเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสุ่มรับของรางวัล ทำให้เด็กคุ้นชินกับการพนันและการเสี่ยงโชค
  8. 8. เสพติดเกมและอินเทอร์เน็ต
  9. 9. ใช้สื่อโดยอายุยังไม่ถึงเกณฑ์ การที่พ่อแม่ให้เด็กใช้สื่อออนไลน์เร็วเกินไป ขาดการดูแลชี้แนะ อาจทำให้เกิดผลเสีย เช่น เด็กต่ำกว่า 2 ขวบ ซน สมาธิสั้น ก้าวร้าว นอนไม่หลับ พัฒนาการล่าช้า เด็กอายุยังไม่ถึง 13 ขวบ ยังขาดวิจารณญาณในการแยกแยะข่าวสารข้อมูล การเลือกคบเพื่อนออนไลน์ อาจเชื่อข่าวปลอมข้อมูลเท็จ ถูกล่อลวง นัดพบแล้วเกิดอันตราย
  10. 10. เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวมากเกินไป การเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว อาจทำให้เด็กตกอยู่ในอันตราย เช่น ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ถูกนำรูปภาพไปตัดต่อให้เสียหาย ถูกนำข้อมูลไปแอบอ้างหรือใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม ถูกติดต่อหรือรบกวนจากคนแปลกหน้า เด็กเล็กอาจถูกลักพาตัวหรือถูกนำภาพไปใช้เพื่อการแสวงหาประโยชน์ทางเพศ(ฉัตร์ชัย นกดี,2563)

 

ภาพ : ภัยออนไลน์ต่อเด็กและเยาวชน

 

จากภัยออนไลน์ต่อเด็กและเยาวชน “ดร.นพ.ไพโรจน์  เสาน่วม” รักษาการ ผอ.สำนักสร้างเสริมระบบสื่อ และสุขภาวะทางปัญญา (สำนัก 11) สสส. แนะนำว่าพ่อแม่ผู้ปกครองสามารถสอนให้ลูกหลาน รู้เท่าทันภัยจากการใช้สื่อออนไลน์ได้ ดังนี้

  1. 1. สอนให้เด็กจัดการตัวตนและชื่อเสียงออนไลน์รับผิดชอบต่อการกระทำบนโลกออนไลน์
  2. 2. สอนให้ใช้เวลาออนไลน์อย่างพอเหมาะพอดีไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ การงาน และชีวิตด้านอื่น
  3. 3. สอนให้ยืดหยุ่นเข้มแข็ง รับมือกับการกลั่นแกล้งได้ดี
  4. 4. สอนให้รักษาความปลอดภัยตั้งรหัสผ่าน ป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์ และการโจมตีระบบ
  5. 5. สอนให้รักษาความเป็นส่วนตัวปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์
  6. 6. สอนให้คิดวิเคราะห์สืบค้น แยกแยะ ไม่เชื่อทุกอย่างที่เห็นหรือรับมา
  7. 7. สอนให้ตระหนักการกระทำบนโลกออนไลน์ย่อมมีร่องรอยให้ตามสืบตามตัวได้เสมอ
  8. 8. สอนให้เข้าใจให้อภัยเห็นอกเห็นใจคนอื่น บริหารจัดการอารมณ์ตนเองบนโลกออนไลน์

 

ดังนั้น ในการรับรู้ Dark side ของสังคมในเรื่องของเทคโนโลยีดิจิทัล จึงต้องมีการสร้างเสริม ปลูกจิตสำนึก รวมถึงผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่ต้องหันมาสนใจในเรื่องนี้อย่างจริงจัง และตัวของผู้ใช้เองเมื่ออยู่ในสังคมเทคโนโลยีดิจิทัลแล้วก็ควรมีการนำหลักแนวคิด “ความเป็นพลเมืองดิจิทัล (Digital Citizenship)”คือ แนวคิดความเป็นพลเมืองดิจิทัลพูดถึงความสามารถในการใช้อินเทอร์เน็ต เพื่อมีส่วนร่วมในสังคมเศรษฐกิจ ดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การสอดแนมความเป็นส่วนตัว อาชญากรรมคอมพิวเตอร์ โดยมีความรู้เท่าทันเทคโนโลยีดิจิทัลในมิติของความเป็นพลเมืองดิจิทัลด้านต่างๆ ดังนี้

1 .มิติด้านความรู้เกี่ยวกับสื่อและสารสนเทศ พลเมืองดิจิทัลต้องมีความรู้ ความสามารถในการเข้าถึง ใช้สร้างสรรค์ ประเมิน สังเคราะห์ และสื่อสารข้อมูล ข่าวสารผ่านเครื่องมือดิจิทัล ดังนั้นพลเมืองยุคใหม่จึง ต้องมีความรู้ด้านเทคนิค ในการเข้าถึงและใช้เครื่องมือดิจิทัล

  1. 2. มิติด้านจริยธรรม พลเมืองดิจิทัลจะใช้อินเทอร์เน็ตได้อย่างปลอดภัย มีความรับผิดชอบ และมีจริยธรรมอย่างไร การปกป้อง ตนเองและชุมชนจากความเสี่ยงออนไลน์ เช่น การกลั่น แกล้ง ออนไลน์ ภาพลามกอนาจารเด็ก สแปม เป็นต้น
  2. 3. มิติด้านการมีส่วนร่วมทางการเมืองและสังคม พลเมืองดิจิทัลต้องรู้จักใช้ศักยภาพของอินเทอร์เน็ตใน การมีส่วนร่วมทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม อินเทอร์เน็ตเป็นได้ทั้งเครื่องมือเพิ่มการมีส่วนร่วม ทางการเมืองในระบบ เช่น รัฐบาลใช้อินเทอร์เน็ตในการรับฟังความเห็นของประชาชนก่อนออกกฎหมาย การ ลงคะแนนเสียงอิเล็กทรอนิกส์ ( e -Voting)(วรพจน์ วงศ์กิจรุ่งเรือง,2561)

 

ซึ่งประเทศไทยยังไม่มีหน่วยงานกลางในการควบคุมกำกับดูแลความมั่นคง ประเมินความเสี่ยงและป้องกันการคุกคามจากการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ทั้งๆที่ภารกิจเหล่านี้ควรอยู่ภายใต้หน่วยงานกลางด้านความมั่นคงและความปลอดภัยทางเทคโนโลยี โดยทั่วไปหน่วยงานนี้ควรมีหน้าที่ดูแลความมั่นคงทางเทคโนโลยีดิจิทัลของประเทศในภาพรวม มีเครื่องมือและบุคลากรที่มีทักษะเพียงพอที่จะสามารถดำเนินการใดๆทั้งในลักษณะในเชิงป้องกันภัย(Preventive)และการติดตามแก้ไข(Corrective)โดยการใช้เครื่องมือในการวิเคราะห์ขั้นสูง(Analytics) รวมทั้งให้คำแนะนำแก่หน่วยงานอื่นๆเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเป็นระบบ และถ้าจะให้เบ็ดเสร็จหน่วยงานนี้ควรมีอำนาจในการเซ็นเซอร์เกมหรือแอปพลิเคชั่นที่จะเป็นภัยต่อสังคมด้วยแบบที่ประเทศอิหร่านทำก็จะช่วยให้สังคมคลายความวิตกไปอีกขั้นหนึ่ง

 

หน่วยงานภาครัฐบางหน่วยงานและภาคเอกชนจำนวนหนึ่งได้นำเครื่องมือการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงมาใช้งานเพื่อภารกิจของตนเองแล้ว แต่ในภาพรวมของประเทศก็ยังไม่เห็นหน่วยงานใดที่ทำหน้าที่รับผิดชอบเรื่องนี้อย่างจริงจังทั้งๆที่อัตราการเติบโตของการใช้อินเทอร์เน็ตและสื่อทางสังคมต่างๆในประเทศไทยมีสัดส่วนที่สูงมาก

 

หากประเทศไทยยังไม่มีหน่วยงานกลางที่ทำหน้าที่ดูแลความมั่นคงทางเทคโนโลยีดิจิทัลของประเทศในภาพรวม แสดงว่าประเทศไทยยังไม่มีความพร้อมต่อการรับมือจากการคุกคามของเทคโนโลยีดิจิทัลเลย ทั้งๆที่เราประกาศเสียงดังว่าในไม่ช้าประเทศไทยจะขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมซึ่งเราควรต้องมีความพร้อมในทุกๆด้านเพื่อรับมือกับการเติบโตของเทคโนโลยีดิจิทัลทั้งในทางสร้างสรรค์และการบ่อนทำลายของผู้ที่ใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ในทางมิชอบ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

           

 

 

เอกสารอ้างอิง

Nokdee C. Thai children know how to protect themselves from online media. [Internet]. 2020 [updated 2020; cited 2024 Apr 29]. Available from: https://www.thaihealth.or.th/

Naewna.The case of a 13-year-old boy being teased to death by a group of friends It sparked a trend in Chinese society to be interested in the problem of 'cleft households and youth criminals'. [Internet]. 2024 [updated 2024; cited 2024 Apr 29]. Available from: https://www.naewna.com/ inter/794212

Intapoj P. Study of risk groups and protective factors of Smartphone addiction behavior of undergraduate students Students in private higher education institutions in Bangkok and surrounding areas. Panyapiwat Journal. 2022; 14(3): 276-17. Thai

Petmaya. 10 dark sides of loved ones in world history [Internet]. 2016 [updated 2016; cited 2024 Apr 29]. Available from: https://petmaya.com/10-dark-side-of-beloved-people

Ruttanapun P. The Dark Side's Equation [Internet].2015 [updated 2015; cited 2024 Apr 29]. Available from: https://www.gotoknow.org/posts/598701

Arpakajon P. The dark side of the digital world. [Internet]. 2016 [updated 2016; cited 2024 Apr 29]. Available from: https://www.isranews.org/content-page/item/49240-dark-side.html

Dechapong T. Really? Everyone can relate to 'Einstein' with the theory of 6 periods of people. [Internet]. 2021 [updated 2021; cited 2024 Apr 29]. Available from: https://www.brandthink.me/ content/herbert-einstein

Thairath Online. Top 10 activities and internet usage behavior of Thai people 2023 [Internet].2023 [updated 2023; cited 2024 Apr 29]. Available from: https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/2722450

The Institute for the Promotion of Teaching Science and Technology (IPST). Metaverse. [Internet]. 2022 [updated 2022; cited 2024 Apr 29]. Available from: https://www.isranews.org/content-page/ item/49240-dark-side.html

Vongkitrungruang W. Digital Citizen Guide. [Internet].2018 [updated 2018; cited 2024 Apr 29]. Available from: https://thaidigizen.com/wp-content/uploads/2018/06/DigitalCitizenship-Book-ok.pdf

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2024-12-30

รูปแบบการอ้างอิง

Saelo, W. (2024). Dark side กับสังคมและเทคโนโลยีอภิวัฒน์. วารสารวิจัย มข. (ฉบับบัณฑิตศึกษา) สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 12(3), 16–25. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/gskkuhs/article/view/274860

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ (Academic Article)