ประตู่สู่อุษาคเนย์
มุมมองใหม่ต่อการศึกษาประวัติศาสตร์เมืองเพชรบุรี
คำสำคัญ:
ประวัติศาสตร์เพชรบุรี, แนวทางการศึกษาแบบ autonomous history, บทบาทด้านการทหารและการค้าของเพชรบุรีในอดีต, พหุชุมชนในเพชรบุรีบทคัดย่อ
บทความวิจัยชิ้นนี้มีจุดมุงหมายที่จะชี้ให้เห็นว่าการต่อยอดองค์ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์เพชรบุรีกระทำได้โดยการนำข้อมูลประวัติศาสตร์มาวิเคราะห์ในแนวทางการศึกษาแบบ 'autonomous history' ได้แก่ การมองเพชรบุรีในฐานะเป็นหน่วยการเมืองอิสระที่สามารถนำมาเป็นจุดศูนย์กลางของการศึกษา (focal/reference point)ได้ด้วยตนเอง
ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าเพชรบุรีในกรอบของ 'autonomous history' มีพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ และปริมณฑลของความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์เป็นของตนเอง มีพลวัตความเปลี่ยนแปลงที่ขับเคลื่อนโดยบทบาทหน้าที่ของเพชรบุรีในแต่ละช่วงเวลา การใช้แนวทางการศึกษาแบบ 'autonomous history' ชี้ให้เห็นความสำคัญของเพชรบุรีในฐานะ 'ประตูสู่อุษาคเนย์' เนื่องจากเมืองเพชรบุรีในอดีตมาจนถึงรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ทำหน้าที่เป็นจุดตัดที่เชื่อมต่อบริเวณพื้นทวีปและครบสมุทรมลายูด้านหนึ่ง และเชื่อมเส้นทางเดินเรือจากทะเลจีนใต้กับอ่าวเบงกอลอีกด้านหนึ่ง ความสำคัญของต้นทุนทางพื้นที่ ทำเลที่ตั้ง และผลผลิตทำให้เพชรบุรีมีบทบาทสำคัญทั้งทางด้านการเมือง การทหาร การค้า และการรับ-ถ่ายทอดวัฒนธรรม และที่สำคัญคือเป็นที่ลงรากปักหลักตั้งหลักแหล่งของผู้คนหลากชาติพันธุ์ หลายศาสนา ซึ่งอธิบายความเป็นพหุชุมชนของเพชรบุรีในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี
Downloads
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ผู้เขียนบทความต้องยินยอมในข้อกำหนดต่าง ๆ ของวารสารก่อนส่งบทความตีพิมพ์
