การเปรียบเทียบลักษณะการเรียนรู้ของนักเรียน ระหว่างนักเรียนห้องเรียนปกติและนักเรียนห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 2

Main Article Content

นิลาวัลย์ ง้าวกาเขียว
สุวิมล ติรกานันท์
กมลทิพย์ ศรีหาเศษ

บทคัดย่อ

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาลักษณะการเรียนรู้ของนักเรียนห้องเรียนปกติและนักเรียนห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ และ (2) เปรียบเทียบลักษณะการเรียนรู้ของนักเรียน ระหว่างนักเรียนห้องเรียนปกติกับนักเรียนห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนในห้องเรียนปกติ จำนวน 397 คน และนักเรียนห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ จำนวน 375 คน ได้มาโดยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถาม และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ MANOVA


ผลการวิจัยพบว่า 1. ลักษณะการเรียนรู้ของนักเรียนห้องเรียนปกติ มีตัวแปรเพียง 3 ตัว ที่มีคะแนนเฉลี่ยมากกว่าร้อยละ 50 ประกอบด้วย ความขยันหมั่นเพียร ความสนใจเฉพาะด้าน และความจำดี ในกลุ่มของนักเรียนห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ มีตัวแปร 14 ตัว ที่มีคะแนนเฉลี่ยมากกว่าร้อยละ 50 ประกอบด้วย การคิดอย่างรวดเร็ว การคิดอย่างถูกต้อง การทำงานอย่างเป็นระบบ การทำงานแบบยืดหยุ่น ความสามารถในการสื่อสารที่ดี ความรู้สึกอ่อนไหวของตนเองและเข้าใจความรู้สึกนึกคิดของผู้อื่น บทบาทในการทำงานกลุ่ม ความต้องการแสวงหาเพื่อน ความรับผิดชอบ ความมีระเบียบวินัย ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี การรับรู้ความสามารถของตนเอง เจตคติต่อการเรียน และความสามารถในการแก้ปัญหา ส่วนตัวแปรการมีความคิดสร้างสรรค์ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับร้อยละ 50.00 เท่ากันทั้ง 2 กลุ่ม


2. ลักษณะการเรียนรู้ของนักเรียนในภาพรวม มีความแตกต่างกันระหว่างนักเรียนห้องเรียนปกติและนักเรียนห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


3. ลักษณะการเรียนรู้ของนักเรียนในตัวแปร 11 ตัว คือ การคิดอย่างรวดเร็ว การคิดอย่างถูกต้อง การทำงานอย่างเป็นระบบ การทำงานแบบยืดหยุ่น ความรู้สึกอ่อนไหวของตนเองและเข้าใจความรู้สึกนึกคิดของผู้อื่น บทบาทในการทำงานกลุ่ม ความรับผิดชอบ ความมีระเบียบวินัย ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เจตคติต่อการเรียน และความสามารถในการแก้ปัญหา มีความแตกต่างกันระหว่างนักเรียนห้องเรียนปกติและนักเรียนห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .0027

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ง้าวกาเขียว น., ติรกานันท์ ส., & ศรีหาเศษ ก. (2021). การเปรียบเทียบลักษณะการเรียนรู้ของนักเรียน ระหว่างนักเรียนห้องเรียนปกติและนักเรียนห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 2. วารสารสหวิทยาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 4(1), 225–241. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jmhs1_s/article/view/248227
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

โครงการ PISA ประเทศไทย สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2560). ประเด็นหลักและนัยทางการศึกษาจาก PISA 2015: บทสรุปสำหรับผู้บริหาร. กรุงเทพฯ: ซัคเซสพับลิเคชั่น จำกัด.

โครงการ PISA ประเทศไทย สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2562). Focus ประเด็นจาก PISA: ผลการประเมิน PISA 2018: นักเรียนไทยวัย 15 ปี รู้และทำอะไรได้บ้าง. สืบค้นเมื่อ 28 มิถุนายน 2563. จาก https://pisathailand.ipst.ac.th/issue-2019-48/

ณฐกรณ์ ดำชะอม. (2560). การบริหารจัดการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม (วิทยานิพนธ์หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา). มหาวิทยาลัยศิลปากร.

ดวงแก้ว เฉยเจริญ. (2558). การวิเคราะห์องค์ประกอบของคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในการเรียน วิชาที่เน้นการปฏิบัติของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, 9(3), 160-172.

ธนกฤต นิวิฐชยางกูล. (2561). ความสัมพันธ์ระหว่างการเรียนรู้ด้วยการนำตนเองกับการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยรามคำแหง (วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

ปุญญากรณ์ วีระพงษานันท์. (2561). การพัฒนาแบบวัดลักษณะนิสัยการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายในเขตกรุงเทพมหานคร. วารสารสุขศึกษา, 41(1), 35-48.

มาลินี จุฑะรพ. (2541). จิตวิทยาการเรียนการสอน. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: ทิพยวิสุทธิ์.

รุ้งลาวัณย์ จันทรัตนา. (2561). การประเมินโครงการจัดตั้งห้องเรียนพิเศษโปรแกรมวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ Science and Mathematics Program (SMP) มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา, 13(2), 203-215.

วิภา อาสิงสมานันท์. (2562). มุมมองของครูวิทยาศาสตร์ต่อการจัดการเรียนรู้ห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 22(3), 235-247.

วิลาวรรณ จตุเทน. (2560). ปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน. วารสารการวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 23(ฉบับพิเศษ), 194-206.

ศักดา ปัญจพรผล. (2548). แนวทางการจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความสามารถพิเศษ. กรุงเทพฯ: ศูนย์เด็กที่มีความสามารถพิเศษแห่งประเทศไทย.

สุรศักดิ์ อมรรัตนศักดิ์. (2557). เทคนิคทางสถิติเพื่อการวิจัย. (พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพฯ: ศูนย์ส่งเสริมวิชาการ.

สุรางค์ โค้วตระกูล. (2559). จิตวิทยาการศึกษา. (พิมพ์ครั้งที่ 12). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2542). แนวทางการจัดการศึกษาตามพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. กรุงเทพฯ: บริษัทพิมพ์ดี จำกัด.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579. กรุงเทพฯ: บริษัท พริกหวานกราฟฟิค จำกัด.

สำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน, กระทรวงศึกษาธิการ. (2559). แนวทางการเปิดห้องเรียนพิเศษ ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2559. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.

อรพรรณ พงศ์ประยูร. (2559). สถานการณ์ในการเรียนและความมีเหตุมีผลที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการเรียนรู้ แบบนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ในโรงเรียนวิทยาศาสตร์ของรัฐและโรงเรียนมัธยมศึกษาทั่วไป. Veridian E-Journal,Silpakorn University (Humanities, Social Sciences and arts), 9(3), 314-325.

Bracken, B. A., & Brown, E. F. (2006). Behavioral Identification and Assessment of Gifted and Talented Students. Journal of Psychoeducational Assessment, 24(2), 112-122.

Bulut, A. S., Yildiz, A., & Baltaci, S. (2020). A Comparison of Mathematics Learning Approaches of Gifted and Non-Gifted Students. Turkish Journal of Computer and Mathematics Education, 11(2), 461-491.

Gere, D. R., Capps, S. C., Mitchell, D. W., & Grubbs, E. (2009). Sensory Sensitivities of Gifted Children. The American Journal of Occupational Therapy, 63(3), 288-295.