ประสบการณ์การจัดการกับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งตับระยะสุดท้าย ผู้ดูแลและบุคลากรทางการแพทย์ ในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง

Main Article Content

อุมาพร นูมหันต์
รณภูมิ สามัคคีคารมย์
พรทิพย์ จอมพุก

บทคัดย่อ

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความจำเป็นที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งตับระยะสุดท้าย ในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย 2) ศึกษาประสบการณ์การจัดการคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งตับระยะสุดท้าย ในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย โดยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ศึกษาแบบปรากฏการณ์วิทยา พื้นที่วิจัยคือโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก และการสังเกตแบบมีส่วนร่วมเพื่อตรวจสอบความตรงของข้อมูล มีผู้ให้ข้อมูล 3 กลุ่ม 1) ผู้ดูแล 10 คน 2) ผู้ป่วยมะเร็งตับระยะสุดท้าย 10 คน และ 3) บุคลากรทางการแพทย์ 5 คน ใช้วิธีการคัดเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือในการวิจัยเป็นแบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง โดยวิเคราะห์เนื้อหาแล้วเขียนบรรยายเชิงพรรณนา


ผลการวิจัยพบว่า 1) คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งตับระยะสุดท้าย มุมมองประสบการณ์ชีวิตของผู้ดูแล ผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ ให้ความหมายคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งตับระยะสุดท้ายไว้ตรงกันว่า คุณภาพชีวิตผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย เป็นการใช้ชีวิตขณะเจ็บป่วย เผชิญกับอาการของโรค เผชิญความเครียดและความสิ้นหวัง โดยมีญาติเป็นผู้ดูแล และบุคลากรทางการแพทย์เป็นผู้ให้คำแนะนำ รักษาแบบประคับประคอง และพบผลกระทบที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตขณะเจ็บป่วยทั้งหมด 4 ด้าน ได้แก่ ผลกระทบด้านร่างกาย ด้านอารมณ์และจิตใจ ด้านสังคม และด้านจิตวิญญาณ 2) มีรูปแบบการจัดการที่หลากหลาย คือ การจัดการอาการโดยใช้ยา ซึ่งในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ โดยเฉพาะโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยจะมีการจัดการที่มีการจ่ายมอร์ฟีน ผู้ดูแลจัดการอาการแบบไม่ใช้ยาโดยการเปิดเพลงบรรเลง ผู้ป่วยได้รับการจัดการความเครียดและการสนับสนุนทางสังคมแบบ
ปฐมภูมิจากผู้ดูแลแบบทุติยภูมิ จากทีมบุคลากรสหวิชาชีพ พบว่าบุคลากรทางการแพทย์ มีการจัดการด้านการสื่อสารข่าวร้ายให้กับผู้ป่วยและผู้ดูแลและการจัดการในวาระสุดท้ายของชีวิต เพื่อให้ผู้ป่วยมองความตายเป็นความสุขสงบ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
นูมหันต์ อ., สามัคคีคารมย์ ร., & จอมพุก พ. (2023). ประสบการณ์การจัดการกับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งตับระยะสุดท้าย ผู้ดูแลและบุคลากรทางการแพทย์ ในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง. วารสารสหวิทยาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 6(2), 1029–1045. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jmhs1_s/article/view/263856
ประเภทบทความ
บทความวิจัย
ประวัติผู้แต่ง

อุมาพร นูมหันต์, หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต วิชาเอกการจัดการการสร้างเสริมสุขภาพ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 

 

 

รณภูมิ สามัคคีคารมย์, หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต วิชาเอกการจัดการการสร้างเสริมสุขภาพ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 

 

 

พรทิพย์ จอมพุก, หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต วิชาเอกการจัดการการสร้างเสริมสุขภาพ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 

 

 

เอกสารอ้างอิง

กองยุทธศาสตร์และแผนงาน, สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. (2559). สถิติสาธารณสุข พ.ศ. 2559. นนทบุรี: สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข.

จิตชญา บุญนันท์ และ ปรางทิพย์ ฉายพุทธ. (2552). บทบาทพยาบาลในการสื่อสารไม่พึงประสงค์หรือแจ้งข่าวร้ายในผู้ป่วยมะเร็ง. Thai Journal of Nursing Council, 24(3), 7-19. สืบค้นจาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/TJONC/article/view/2572

ชลิยา วามะลุน, มาลี ไชยเสนา และนุสรา ประเสริฐศรี. (2559). ทักษะการดูแลของผู้ดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย. วารสารการพยาบาล การสาธารณสุขและการศึกษา, 17(1), 40-51. สืบค้นจาก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/bcnpy/article/view/71787

นงลักษณ์ สรรสม. (2552) ปัจจัยคัดสรรที่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งระยสุดท้าย(วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

นภา ทวียรรยงกุล, สุชิรา ชัยวิบูลย์ธรรม และ บัวหลวง สำแดงฤทธิ์ (2558). ประสบการณ์อาการและการจัดการในผู้ป่วยมะเร็งระยะลุกลามที่ได้รับการดูแลแบบประคับประคอง. Rama Nurs J, 12(1), 82-95.

ประเสริฐ เลิศสงวนสินชัย และคณะ. (2550). การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย. กรุงเทพฯ: อักษรสัมพันธ์ (1987) จำกัด.

ปิยะวรรณ โภคพลากรณ์ และคณะ. (2555). เปรียบเทียบวิธีการดูแลและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งระยะลุกลามที่ได้รับการดูแลแบบประคับประคองในสี่ระดับของการดูแลที่แตกต่างกัน. Pacific Rim International Journal of Nursing Research, 16(4), 326-342.

ศรีรัตน์ มากมาย, ฉัตรชัย สิริชยานุกูล, และธราณี สิริชยานุกุล. (2556). อาการที่พบบ่อยและความต้องการของผู้ป่วยมะเร็งระยะลุกลามก่อนได้รับการจำหน่ายจากโรงพยาบาล: กรณีศึกษา ณ โรงพยาบาลแพร่. วารสารโรคมะเร็ง, 33(4), 132-145.

ศุภศิริ เชียงตา, วัลย์ลดา ฉันท์เรืองวณิชย์, อรพรรณ โตสิงห์ และ ภาวิน เกษกุล. (2560). การศึกษาความสัมพันธ์ของความต้องการการดูแลแบบประคับประคองระหว่างผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและคอกับผู้ดูแล. วารสารสภาการพยาบาล, 32(2), 31-48. สืบค้นจาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/TJONC/article/view/90466

สุกัญญา วิริยโกศล. (2562). การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายแบบประคับประคอง: การดูแลแบบไร้รอยต่อเครือข่ายโรงพยาบาลพระพุทธบาท. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 30(6), 1101-1111.

วงจันทร์ เพชรพิเชฐเชียร. (2554). การพยาบาลที่เป็นเลิศในการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง. สงขลา: ชานเมืองการพิมพ์.

วริสรา ลุวีระ. (2556). การดูแลสุขภาพของผู้ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย. ศรีนครินทร์เวชสาร, 28(2), 266-270.

อภิชัย ลีละสิริ. (2554). การดูแลรักษาผู้ป่วยระยะสุดท้าย. เวชสารการแพทย์ทหารบก, 64(2), 97-102.

อุปทิน รุ่งอุทัยศิริ. (2551). การพัฒนาต้นแบบระบบการดูแลประคับประคองผู้ป่วยระยะสุดท้าย โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข, 2(2), 1021-1030.

Edwards, B., & Clarke, V. (2004) The Psychological Impact of a Cancer Diagnosis on Families: The Influence of Family Functioning and Patients’ Illness Characteristics on Depression and Anxiety. Psycho-Oncology, 13, 562-576. https://doi.org/10.1002/pon.773

Endler, N. S., Parker, J. D. A., & Summerfeldt, L. J. (1998). Coping with health problems: Developing a reliable and valid multidimensional measure. Psychological Assessment, 10(3), 195-205. https://doi.org/10.1037/1040-3590.10.3.195

Wilson, I.B., & Cleary, P.D. (1995) Linking clinical variables with health-related quality of life: A conceptual model of patient outcomes. JAMA, 273, 59-65. http://dx.doi.org/10.1001/jama.1995.03520250075037