รูปแบบการพัฒนาการจัดการเรียนรู้การอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ และความสามารถการคิดวิเคราะห์ ตามแนวคิดการเรียนรู้เชิงรุกร่วมกับแผนผังกราฟิก สำหรับนิสิตระดับปริญญาตรี

Main Article Content

สิชาภัทร บุญหนุน
สุภาวดี กาญจนเกต
นิราศ จันทรจิตร

บทคัดย่อ

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องประกอบการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เสริมสร้างการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจและความสามารถ การคิดวิเคราะห์ สำหรับนิสิตระดับปริญญาตรี (2) พัฒนาและทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้การอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจและความสามารถ การคิดวิเคราะห์ ตามแนวคิดการเรียนรู้เชิงรุกร่วมกับแผนผังกราฟิก กลุ่มผู้ให้ข้อมูล อาจารย์ผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษวิชาการ จำนวน 3 คน นิสิต จำนวน 12 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่   แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง และแบบประเมินรูปแบบการจัดการเรียนรู้ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน


ผลการวิจัยพบว่า 1) อาจารย์และนิสิต มีความต้องการที่จะพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจและการคิดวิเคราะห์ อาจารย์และนิสิตได้ตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาทักษะและความสามารถด้านการอ่านและการเขียนเชิงวิเคราะห์เพิ่มขึ้นให้สอดรับกับเป้าหมายตัวชี้วัดการเรียนรู้ตามกรอบหลักสูตร โดยมีกรอบองค์ความรู้และหลักการแนวคิดทฤษฎีสนับสนุนการพัฒนารูปแบบ ประกอบด้วย แนวคิดการเรียนรู้เชิงรุกและแนวคิดแผนผังกราฟิก 2) ผลการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้การอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจและความสามารถการคิดวิเคราะห์ ตามแนวคิดการเรียนรู้เชิงรุกร่วมกับแผนผังกราฟิก สำหรับนิสิตระดับปริญญาตรี พบว่า มีองค์ประกอบ ดังนี้ (1) หลักการและเหตุผล (2) วัตถุประสงค์ของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ (3) หลักการ แนวคิดและทฤษฎีพื้นฐาน (4) หลักการของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ PCASC Model (5) กระบวนการจัดการเรียนรู้ รวมทั้งผลการประเมินรูปแบบการจัดการเรียนรู้ของผู้เชี่ยวชาญ มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
บุญหนุน ส., กาญจนเกต ส., & จันทรจิตร น. (2025). รูปแบบการพัฒนาการจัดการเรียนรู้การอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ และความสามารถการคิดวิเคราะห์ ตามแนวคิดการเรียนรู้เชิงรุกร่วมกับแผนผังกราฟิก สำหรับนิสิตระดับปริญญาตรี. วารสารสหวิทยาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 8(5), 2098–2116. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jmhs1_s/article/view/280260
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

จิตติน เพลงสันเทียะ และ สุนีตา โฆษิตชัยวัฒน์. (2565). ผลการจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่มีต่อทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, 20(2), 138-152. สืบค้นจาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/suedujournal/article/view/256403/175055

จินตนา วีระปรียากูร และ เผชิญ กิจระการ. (2562). การพัฒนาโมเดลสภาพแวดล้อมการจัดการเรียนการสอน ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารแบบผสมผสาน ด้วยกระบวนการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อส่งเสริมทักษะในการสื่อสาร เชิงสร้างสรรค์ และทักษะการทำงานร่วมกันของนักศึกษาระดับปริญญาตรี. วารสารราชพฤกษ์, 17(2), 43-55. สืบค้นจาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/Ratchaphruekjournal/article/view/194399

ทศพร ดิษฐ์ศิริ, ณัฐพล รำไพ และ สูติเทพ ศิริพิพัฒนกุล. (2563). การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้แบบผสมผสานด้วยวิธีการเรียนรู้เชิงรุก เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของนักศึกษาวิชาชีพครู. วารสารชุมชนวิจัยมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา, 15(2), 196-209. สืบค้นจาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/NRRU/article/view/244535/170805

ทิศนา แขมมณี. (2561). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. (พิมพ์ครั้งที่ 22). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.

สาวิตรี บุญนุชิต. (2562). ข้อดีของการอ่านหนังสือภาษาอังกฤษ. สืบค้นเมื่อ 31 มีนาคม 2568, จาก http://lc.nstru.ac.th/th/news/archive/md_content/view/614.html

สรวงพร กุศลส่ง และ จินตนา สายสิงเทศ. (2565). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ด้วยแผนผังกราฟิกเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการเรียนรู้ด้านการวิจัยของนักศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์. วารสารพิกุล, 20(2), 305–318. สืบค้นจาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/Phikun/article/view/263026

สินีนาฏ วัฒนสุข และ ภัทร์ธีรา เทียนเพิ่มพูล (2560). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนการอ่านภาษาอังกฤษโดยบูรณาการยุทธวิธีส่งเสริมการคิดขั้นสูง เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจและทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักศึกษาสาขาวิชาภาษาอังกฤษชั้นปีที่ 2. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์, 9(1), 195-217. สืบค้นจาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/bruj/article/view/104014/83010

สิริดนย์ แจ้งโห้, สิริมา ป้วนป้อม, อมลณัฐ หุ่นธานี และ สำราญ มีแจ้ง. (2564). การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อปัญหาในการอ่านภาษาอังกฤษของนิสิตสาขาวิชาภาษาอังกฤษ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร. วารสารอักษราพิบูล, 2(2), 42-56. สืบค้นจาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/APBJ/article/view/255440/171697

อรุณวรรณ ชูสังกิจ, ปริญญา ทองสอน และ สมศิริ สิงห์ลพ. (2566). การพัฒนารูปแบบการสอนอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจตามแนวการสอนแบบ Active Reading และเทคนิคการเรียนรู้แบบร่วมมือสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา. วารสารนาคบุตรปริทรรศน์, 15(2), 184-194.

วัชรา เล่าเรียนดี, ปรณัฐ กิจรุ่งเรือง, และ อรพิณ ศิริสัมพันธ์. (2560). กลยุทธ์การจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อพัฒนาการคิดและยกระดับคุณภาพการศึกษา สำหรับศตวรรษที่ 21. (พิมพ์ครั้งที่ 12). นครปฐม: เพชรเกษมพริ้นติ้ง กรุ๊ป.

แสงนภา ใจเย็น, ยุพิน อินทะยะ และ ศศิธร อินตุ่น. (2562). การพัฒนาความเข้าใจในการอ่านและความสามารถในการตั้งคำถามแบบคิว เอ อาร์ โดยใช้กลวิธีการอ่านแบบร่วมมือ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. วารสารบัณฑิตวิจัย JOURNAL OF GRADUATE RESEARCH, 10(2), 55-72. สืบค้นจาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/banditvijai/article/view/189949/159734

Anderson, L. W., & Krathwohl, D. R. (2001). A taxonomy for learning, teaching, and assessing: A revision of Bloom's taxonomy of educational objectives. (2nd ed.). Longman.

Bonwell, C. C., & Eison, J. A. (1991). Active learning: Creating excitement in the classroom. ASHE-ERIC Higher Education Report No. 1.

Chen, X., Jantharajit, N., & Thongpanit, P. (2025). Enhancing analytical reading and writing skills in vocational education: The role of collaborative and task-based learning. Journal of Education and Learning, 14(2), 150-162. https://doi.org/10.5539/jel.v14n2p150

Facione, P. A. (2020). Critical thinking: What it is and why it counts (2020 ed.). Insight Assessment. Retrieved from https://www.etsu.edu/teaching/documents/whatwhy.pdf

Freeman, S., Eddy, S. L., McDonough, M., Smith, M. K., Okoroafor, N., Jordt, H., & Wenderoth, M. P. (2014). Active learning increases student performance in science, engineering, and mathematics. Proceedings of the National Academy of Sciences, 111(23), 8410-8415. https://doi.org/10.1073/pnas.1319030111

Imsa-ard, P. (2022). Reading better?: Enhancing Thai EFL secondary school students' reading comprehension abilities with the use of graphic organizers. English Language Teaching, 15(5), 1-13. Retrieved from https://eric.ed.gov/?id=EJ1344375

Morrison, E. W. (2011). Employee voice behavior: Integration and directions for future research. Academy of Management Annals, 5(1), 373-412. https://doi.org/10.5465/19416520.2011.574506ResearchGate+2

Nation, I. S. P. (2020). Learning vocabulary in another language (2nd ed.). Cambridge University Press.

https://doi.org/10.1017/9781108569054

OECD. (2022). PISA 2022 assessment and analytical framework: Mathematics, reading, science, and creative thinking. OECD Publishing.

Paris, S. G., & Hamilton, E. E. (2022). The development of children’s reading comprehension. Educational Psychologist, 57(1), 1-15. https://doi.org/10.1080/00461520.2021.2004628

Prasansaph, N. (2024). The effects of a task-based learning approach and a graphic organizer strategy on EFL students’ reading comprehension and writing skills. LEARN Journal: Language Education and Acquisition Research Network, 17(2), 863-894. Retrieved from https://files.eric.ed.gov/fulltext/EJ1457226.pdf

Prince, M. (2004). Does active learning work? A review of the research. Journal of Engineering Education, 93(3), 223-231. https://doi.org/10.1002/j.2168-9830.2004.tb00809.x

Seemanatha, P., & Watanapokakul, S. (2024). Active learning in English at work: Assessing effectiveness and EFL undergraduate student attitudes. LEARN Journal: Language Education and Acquisition Research Network, 17(1), 538–571. Retrieved from https://so04.tci-thaijo.org/index.php/LEARN/article/view/270426

Samutkao, W., & Chaturongakul, P. (2025). Investigating the impacts of a task-based extensive reading program on reading ability in Thai high school students. LEARN Journal: Language Education and Acquisition Research Network, 18(1), 619-639. Retrieved from https://so04.tci-thaijo.org/index.php/LEARN/article/view/277602/187072

Tassawa, P., Kommoonkaew, S., Limpariwatthana, K., & Na Chiangmai, T. (2025). The effects of Cooperative Strategic Reading (CSR) model on university students’ reading comprehension and group collaboration skills. Journal of English Teaching and Learning, 19(2), 87–102. https://doi.org/10.5539/elt.v18n5p33