ชาวอ่าข่า ภาษา และการสร้างระบบเขียนภาษาอ่าข่าด้วยอักษรไทย: บ้านแม่สะแลป อ าเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

Main Article Content

ปนัดดา บุณยสาระนัย

บทคัดย่อ

บทความนี้มุ่งนำเสนอถึงความเป็นมาของชาวอ่าข่า ลักษณะสำคัญของระบบเสียงภาษาอ่าข่าที่มีความแตกต่าง จากระบบเสียงภาษาไทย และการสร้างระบบตัวเขียนภาษาอ่าข่าด้วยอักษรไทยโดยชุมชนเจ้าของภาษาอ่าข่า ชาวอ่าข่า เป็นกลุ่มชาติพันธุ์กลุ่มหนึ่งที่มีประชากรจำนวนประมาณ 2.5 ล้านคน กระจายตัวอยู่บนพื้นที่สูงทาง ตอนใต้ของแคว้นสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ เมียนมาร์ ตอนเหนือของประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ภาษาอ่าข่า เป็นภาษาหนึ่งในภาษาตระกูลทิเบต-พม่า สาขาโลโลใต้ ประกอบด้วยหน่วยเสียงพยัญชนะต้น 22 หน่วยเสียง ได้แก่ 05-2.jpgไม่มีหน่วยเสียงพยัญชนะท้าย มี หน่วยเสียงสระ 13 หน่วยเสียง ได้แก่ 05-3.jpgไม่แยกความสั้น-ยาวของเสียงสระ มี หน่วยเสียงวรรณยุกต์ 6 หน่วยเสียง แบ่งเป็น 2 ชุด คือ ชุดเสียงวรรณยุกต์กลาง ต่ำ สูง ที่เป็นเสียงปกติ ได้แก่ 05-5.jpgและชุดเสียงวรรณยุกต์กลาง ต่ำ สูง ที่มีลักษณะเสียงบีบหนัก (creaky) ได้แก่ 05-6.jpgชาวอ่าข่าบ้านแม่สะแลป อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ร่วมมือกับหน่วยงานวิชาการศึกษาระบบเสียงภาษาอ่าข่า แล้วจึงร่วมกันพิจารณาเลือกตัวอักษรไทยเพื่อนำมาใช้เขียนแทนเสียงพยัญชนะ เสียงสระ และเสียงวรรณยุกต์ จนกระทั่ง สร้างระบบเขียนภาษาอ่าข่าด้วยอักษรไทยได้ครบทุกเสียง จากนั้นจึงนำระบบเขียนที่ได้นี้ไปทดลองเขียนคำ ประโยค นิทาน คำสอน เป็นภาษาอ่าข่า ฯลฯ แล้วจึงปรับแก้ตามที่เจ้าของภาษาเห็นสมควร

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
บุณยสาระนัย ป. (2017). ชาวอ่าข่า ภาษา และการสร้างระบบเขียนภาษาอ่าข่าด้วยอักษรไทย: บ้านแม่สะแลป อ าเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย. ภาษาและภาษาศาสตร์, 36(1), 37–61. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/joling/article/view/173368
ประเภทบทความ
Articles

เอกสารอ้างอิง

ไพโรจน์ คงทวีศักดิ์. (2554). อ่าข่าไนท์บาซาร์ การค้ากับความเป็นชาติพันธุ์. เชียงใหม่: คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
ปนัดดา บุณยสาระนัย. (2547). การฟื้นฟูและสร้างอัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์ของชาวอ่าข่าในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน. ใน วาทกรรมอัตลักษณ์. (เอกสารวิชาการลำดับที่ 39) (น.169-198).
กรุงเทพฯ: ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)
ปนัดดา บุณยสาระนัย และหมี่ยุ้ม เชอมือ. (2547). อาข่า หลากหลายชีวิตจากขุนเขาสู่เมือง. เชียงใหม่: สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
สุวิไล เปรมศรีรัตน์และคณะ. (2547). แผนที่ภาษาของกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ในประเทศไทย. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ.
อาสี เดโชธ ารง และคณะ. (2561). รายงานความก้าวหน้า โครงการ “ฟื้นฟูภาษาและภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านประวัติศาสตร์และคำสอนชาวอาข่า” บ้านแม่สะแลป ต.แม่สะลองใน อ.แม่ฟ้าหลวง
จ.เชียงราย. กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น.
Geusau, Leo Alting Von. (2000). “Akha Internal History: Marginalization and the Ethnic Alliance System” in Civility and Savagery: Social identity in Tai States. Andrew
Turton (editor) London: Curzon Press.
Lewis, Paul W. (1989). Akha-English–Thai Dictionary. Bangkok: Darnsutha Press Co.Ltd.
Lewis, Paul W., Bibo Bai and (1996). Hani-English/English-Hani Dictionary: HaqniqdoqYilyidoq doqlo-soqdaoq. London and New York: Kegan Paul International in association with International Institute for Asian Studies (Leiden, Netherlands).
Panadda Bamrung. (1993). A Phonological Study of Akha in Pa-kha-suk-jai village, Tambol Mae-sa-long-nok, King Amphur Mae-fa-luang, Chiang Rai province. Master
of Arts (Linguistics), Nakhonpathom: Mahidol University.
Panadda Boonyasaranai. (2010). The Development and Use of Common Akha Orthography. Doctor of Philosophy (Linguistics), Nakhonpathom: Mahidol
University.