การศึกษาโครงสร้าง หน้าที่ และความหมายของคำบุพบท “หลัง” ในภาษาไทย

Main Article Content

ชลันดา รัตนธรรมสกุล
นัทธ์ชนัน นาถประทาน

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาโครงสร้าง หน้าที่ และความหมายของคำบุพบท “หลัง” ในภาษาไทยปัจจุบัน ตัวอย่างข้อมูลภาษานำมาจากคลังข้อมูลภาษาไทยแห่งชาติฯ ผลการศึกษาพบว่า คำบุพบท “หลัง” มีรูปแบบการปรากฏ 2 รูปแบบใหญ่ ได้แก่ คำบุพบท “หลัง” ที่ปรากฏหน้าคำนาม และคำบุพบท “หลัง” ที่ปรากฏหน้าคำกริยาในโครงสร้างบุพบทวลี โดยคำบุพบท “หลัง” ที่ปรากฏหน้าคำนามจะทำหน้าที่เป็นส่วนหลักของบุพบทวลีร่วมกับคำนามดังกล่าว คำบุพบท “หลัง” ที่ปรากฏหน้าคำนามสามารถแยกออกเป็น 2 รูปแบบย่อยคือ คำบุพบท “หลัง” ที่ปรากฏหน้าคำนามสถานที่ แสดงความหมายเชิงพื้นที่ “ตำแหน่งหรือด้านที่อยู่ตรงข้ามกับข้างหน้า” และอีกประเภทย่อยคือ คำบุพบท “หลัง” ที่ปรากฏหน้าคำนามบอกเวลาหรือเหตุการณ์ แสดงความหมายเชิง “ลำดับเวลา” ส่วนคำบุพบท “หลัง” ที่ปรากฏหน้าคำกริยามักจะปรากฏต้นอนุประโยค ทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมอนุประโยค แสดงความหมายเชิง “ลำดับเหตุการณ์”

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
รัตนธรรมสกุล ช., & นาถประทาน น. . (2021). การศึกษาโครงสร้าง หน้าที่ และความหมายของคำบุพบท “หลัง” ในภาษาไทย. ภาษาและภาษาศาสตร์, 39(2), 114–136. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/joling/article/view/247726
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กิ่งกาญจน์ เทพกาญจนา. (2559). Grammaticalization กระบวนการกลายเป็นรูปไวยากรณ์. โครงการเผยแพร่ผลงานวิชาการ ฝ่ายวิจัย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

นพดล นันทสุขเกษม. (2556). อรรถวากยสัมพันธ์ของคำว่า “ยัง” ในภาษาไทย ตามแนวแบบลักษณ์ภาษา [วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

นววรรณ พันธุเมธา. (2549). ไวยากรณ์ไทย. โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

นันทนา วงษ์ไทย. (2562). อรรถศาสตร์ปริชานเบื้องต้น. เวิร์ค ออล พริ๊นท์.

ราชบัณฑิตสถาน. (2554). พจนานุกรม ฉบับราราชบัณฑิตสถาน พ.ศ. 2554. http://www.royin.go.th/dictionary/

วิจินตน์ ภาณุพงศ์. (2520). โครงสร้างภาษาไทย. โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

ศุภชัย ต๊ะวิชัย. (2556). มโนทัศน์พื้นที่ในภาษาไทย: กรณีศึกษาคำว่า “หลัง” ที่ปรากฏบนเว็บไซต์พันทิปดอทคอม. คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร.

อมรา ประสิทธิ์รัฐสินธุ์. (2556). ชนิดของคำในภาษาไทย: การวิเคราะห์ทางวากยสัมพันธ์. โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

อมรา ประสิทธิ์รัฐสินธุ์, กิติมา อินทรัมพรรย์, และนัฐวุฒิ ไชยเจริญ. (2554). ไวยากรณ์ไทยฉบับครอบคลุมภาษาย่อย. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.

อุดม วโรตม์สิกขดิตถ์. (2555). ไวยากรณ์ไทยในภาษาศาสตร์ (พิมพ์ครั้งที่ 5). สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

อุปกิตศิลปสาร, พระยา. (2546). หลักภาษาไทย: อักขรวิธี วจีวิภาค วากยสัมพันธ์ ฉันทลักษณ์ (พิมพ์ครั้งที่ 12). สำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช.

Chen, C. (2014). A Contrastive study of time as space metaphor in English and Chinese. Theory and Practice in Language Studies, 4(1), 129-136.

Evans, V. (2005). The meaning of time: Polysemy, the lexicon and conceptual structure. J. Linguistics, 41(1), 35-75.

Evans, V., & Green, M. (2006). Cognitive linguistics: An introduction. Edinburgh University Press.

Kullavanijaya, P. (2003). A historical study of time markers in Thai. Manusya: Journal of Humanities, Special Issue(6), 87-106.

Tyler, A., & Evans, V. (2003). The semantics of English prepositions: Spatial scenes, embodied meaning, and cognition. Cambridge University Press.

Wu, F. (2008). Origin and evolution of the locative term hòu ‘back’ in Chinese. In D. Xu (Ed.), Space in languages of China: Cross-linguistic, synchronic and diachronic perspectives (pp. 229-247). Springer.

Yamane, T. (1973). Statistics: An introductory analysis (3rd ed). Harper and Row Publications.