เกี่ยวกับวารสาร

เกี่ยวกับวารสาร (About the Journal)

ขอบเขตและวัตถุประสงค์ (Focus and Scope)

วารสาร นิมิตใหม่ รีวิว (Nimitmai Review) ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2560 โดยคณะผู้บริหารและคณะกรรมการของสถาบัน Pacific Institute of Management Sciences ซึ่งได้ให้การอนุมัติในการจัดทำวารสารฉบับนี้

วารสารนี้เป็นวารสารออนไลน์ (Online Journal) ที่มีระบบการส่งบทความและการประเมินบทความผ่านระบบออนไลน์ โดยใช้ระบบ OJS (Open Journal System) ในการบริหารจัดการ

วารสารเปิดรับบทความวิจัย (Research Articles) และบทความวิชาการ (Academic Articles) ที่มีคุณภาพสูง โดยครอบคลุมสาขาวิชา ดังนี้

  • การจัดการ (Management)

  • การบริหารธุรกิจ (Business Administration)

  • การบริหารรัฐกิจ (Public Administration)

  • ทฤษฎีวิพากษ์ (Critical Theory)

  • สหวิทยาการด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ (Multidisciplinary Humanities and Social Sciences)
    รวมถึงสาขาอื่น ๆ ที่กองบรรณาธิการเห็นว่าเหมาะสมในการตีพิมพ์


กระบวนการพิจารณาบทความ (Peer Review Process)

กองบรรณาธิการให้ความสำคัญกับกระบวนการจัดทำวารสารอย่างเป็นระบบ โดยเริ่มตั้งแต่การคัดเลือกบทความ และการพิจารณาประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสถาบัน จำนวน 3 ท่าน ในสาขาที่เกี่ยวข้อง

การประเมินบทความใช้ระบบ ผู้ประเมินไม่เปิดเผยตัวตน (Double-Blind Peer Review) กล่าวคือ

  • ผู้ประเมินไม่ทราบชื่อผู้เขียน

  • ผู้เขียนไม่ทราบชื่อผู้ประเมิน

เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานทางวิชาการ


ประเภทบทความ (Types of Articles)

  • บทความวิจัย (Research Article)

  • บทความวิชาการ (Academic Article)


ภาษา (Language)

  • ภาษาอังกฤษ (English)

  • ภาษาไทย (Thai)

กำหนดการตีพิมพ์ (Publication Frequency)

วารสารมีกำหนดการตีพิมพ์ ปีละ 3 ฉบับ ได้แก่

  • ฉบับที่ 1: มกราคม – เมษายน

  • ฉบับที่ 2: พฤษภาคม – สิงหาคม

  • ฉบับที่ 3: กันยายน – ธันวาคม


คำแนะนำสำหรับผู้เขียน (Author Guidelines)

แนวทางทั่วไป (General Instructions)

วารสารนิมิตใหม่ รีวิว รับพิจารณาบทความวิจัย บทความวิชาการ และบทความปริทัศน์ โดยต้องเขียนเป็นภาษาอังกฤษตามมาตรฐานแบบ British หรือ American อย่างใดอย่างหนึ่ง (ไม่ใช้ปะปนกัน)

บทความที่มีการใช้ภาษาไม่เหมาะสมอาจถูกปฏิเสธ หรือส่งกลับเพื่อปรับปรุงภาษา

บทความต้องอยู่ในขอบเขตของวารสาร คือ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ และสาขาที่เกี่ยวข้อง

ความยาวของบทความ: 4,000–6,000 คำ (รวมเอกสารอ้างอิง ตาราง แผนภูมิ และรูปภาพ)


โครงสร้างบทความวิจัย (Research Article Structure)

ผู้เขียนควรจัดโครงสร้างบทความดังนี้

  • ชื่อเรื่อง (Title)
    ต้องชัดเจน กระชับ ไม่เกิน 15 คำ

  • บทคัดย่อ (Abstract) (250–300 คำ)
    สรุปวัตถุประสงค์ วิธีวิจัย ผลการวิจัย และข้อสรุปอย่างครบถ้วน

  • คำสำคัญ (Keywords) (3–5 คำ)

  • บทนำ (Introduction)
    อธิบายความเป็นมา ความสำคัญ และทบทวนวรรณกรรม

  • ระเบียบวิธีวิจัย (Research Methodology)
    ระบุวัตถุประสงค์ กรอบแนวคิด คำถามวิจัย สมมติฐาน กลุ่มตัวอย่าง เครื่องมือ และขั้นตอนการวิจัย

  • ผลการวิจัย (Results)
    แสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูล

  • อภิปรายผล (Discussion)
    ตีความผลการวิจัย เชื่อมโยงกับงานวิจัยอื่น

  • ข้อเสนอแนะ (Suggestions)


โครงสร้างบทความวิชาการ (Academic Article)

  • บทนำ (Introduction)

  • เนื้อหา/อภิปราย (Content/Discussion)

  • บทสรุป (Conclusion)


เอกสารอ้างอิง (References)

ใช้รูปแบบ APA (American Psychological Association)


บทวิจารณ์หนังสือ/บทความ (Book/Article Review)

ประกอบด้วย 3 ส่วน

  1. ข้อมูลบรรณานุกรม

  2. สรุปเนื้อหา

  3. การวิจารณ์เชิงวิชาการ

ความยาวไม่เกิน 1,200 คำ


การส่งบทความ (Submission Guide)

ผู้เขียนสามารถส่งบทความผ่านระบบออนไลน์ได้ที่
http://www.ojs.ipacific.ac.th/index.php

ผลการพิจารณาเบื้องต้นจะแจ้งภายใน 6–8 สัปดาห์

บทความต้องไม่อยู่ระหว่างการพิจารณาในวารสารอื่น


รูปแบบต้นฉบับ (Manuscript Format)

  • ใช้ Microsoft Word (.DOC)

  • กระดาษ A4

  • ระยะขอบ 1 นิ้ว

  • ตัวอักษร Georgia ขนาด 12 pt

  • ระยะห่างบรรทัดแบบ Double space


ค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์ (Publication Charge)

ค่าธรรมเนียม 8,000 บาท/บทความ หรือ 250 USD ชำระค่าตีพิมพ์ภายหลังการตอบรับจากวารสารแล้ว

โดยชำระผ่าน
ธนาคารกรุงไทย เลขบัญชี 512-0-72903-7
ชื่อบัญชี: Pacific Institute of Management (Other Funds)


รายการตรวจสอบก่อนส่งบทความ (Submission Checklist)

ผู้เขียนต้องตรวจสอบว่า

  • บทความไม่เคยตีพิมพ์ที่อื่น

  • อยู่ในรูปแบบที่กำหนด

  • มีบทคัดย่อและคำสำคัญ

  • ใช้รูปแบบ APA

  • ไม่มีข้อผิดพลาดด้านภาษา

การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI)

วารสารอนุญาตให้มีการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI อย่างเหมาะสมและมีความรับผิดชอบ เพื่อช่วยในการปรับปรุงภาษา การแปลภาษา การจัดรูปแบบเอกสาร ตลอดจนการสนับสนุนการจัดเตรียมต้นฉบับในด้านอื่น ๆ ทั้งนี้ ผู้เขียนต้องเปิดเผยการใช้ AI ที่มีสาระสำคัญต่อการจัดทำบทความไว้ในต้นฉบับอย่างชัดเจน

AI หรือเครื่องมือที่ใช้ AI ไม่สามารถได้รับการระบุชื่อเป็นผู้แต่ง (Author) หรือผู้ร่วมแต่ง (Co-author) และไม่สามารถรับผิดชอบต่อเนื้อหา ผลการวิจัย หรือประเด็นด้านจริยธรรมการตีพิมพ์ได้ ผู้เขียนทุกคนยังคงมีความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อความถูกต้อง ความเป็นต้นฉบับ ความน่าเชื่อถือ ความสมบูรณ์ของงานวิจัย และการปฏิบัติตามหลักจริยธรรมทางวิชาการของบทความที่ส่งตีพิมพ์

การไม่เปิดเผยการใช้ AI ที่มีนัยสำคัญ หรือการส่งผลงานที่มีข้อมูล เนื้อหา ภาพ ตาราง ผลการวิเคราะห์ หรือเอกสารอ้างอิงที่สร้างขึ้นโดย AI โดยขาดการตรวจสอบความถูกต้อง หรือมีลักษณะเป็นข้อมูลเท็จหรือข้อมูลที่ถูกสร้างขึ้นโดยไม่มีหลักฐานรองรับ อาจเป็นเหตุให้บทความถูกปฏิเสธการตีพิมพ์ ถูกเพิกถอนบทความภายหลังการตีพิมพ์ หรือถูกดำเนินการทางบรรณาธิการตามความเหมาะสม

ผู้เขียนต้องระบุรายละเอียดการใช้ AI ในหัวข้อ “คำแถลงการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Declaration of AI Use)” โดยระบุชื่อเครื่องมือ AI วัตถุประสงค์การใช้งาน และขอบเขตการใช้งานอย่างชัดเจน ทั้งนี้ ผู้เขียนต้องเป็นผู้ตรวจสอบ แก้ไข และรับรองความถูกต้องของเนื้อหาทั้งหมดก่อนการส่งบทความเพื่อพิจารณาตีพิมพ์

เกณฑ์ "รับตีพิมพ์" (Acceptable)

บทความมีโอกาสได้รับการพิจารณาหาก

กรณีการใช้ AI

สถานะ

ช่วยตรวจภาษา ไวยากรณ์ และสำนวน

รับได้ตามดุลพินิจ

ช่วยแปลภาษา

รับได้ตามดุลพินิจ

ช่วยจัดรูปแบบเอกสารและบรรณานุกรม

รับได้ตามดุลพินิจ

ช่วยเขียนโค้ดโดยผู้วิจัยตรวจสอบทั้งหมด

รับได้ตามดุลพินิจ

ช่วยสรุปวรรณกรรมเบื้องต้นและผู้เขียนตรวจสอบเอง

รับได้ตามดุลพินิจ

สร้างภาพประกอบที่ไม่ใช่ข้อมูลวิจัย พร้อมเปิดเผย

รับได้ตามดุลยพินิจ

แนวทางนี้สอดคล้องกับนโยบายของสำนักพิมพ์ที่อนุญาตให้ใช้ AI ภายใต้การเปิดเผยและการกำกับดูแลโดยมนุษย์

เกณฑ์ "ไม่รับตีพิมพ์" (Grounds for Rejection)

บทความอาจถูกปฏิเสธทันที หากพบว่า

กรณี

ผลการพิจารณา

ไม่เปิดเผยการใช้ AI ที่มีนัยสำคัญ

Reject

ใส่ AI เป็นผู้แต่ง (Author)

Reject

มีการสร้างข้อมูลปลอมด้วย AI

Reject

มีการสร้างผลการทดลองปลอม

Reject

มีการสร้างภาพวิจัยปลอมโดยไม่เปิดเผย

Reject

มีการอ้างอิงที่ AI สร้างขึ้นแต่ไม่มีอยู่จริง

Reject

คัดลอกหรือดัดแปลงเนื้อหาจาก AI จนเข้าข่าย Plagiarism

Reject

ส่งบทความที่ผู้เขียนไม่ตรวจสอบความถูกต้องของ AI Output

Reject

ใช้ AI เขียนบทความเกือบทั้งหมดโดยไม่มีการมีส่วนร่วมทางวิชาการของผู้วิจัย

Reject

ปกปิด Prompt หรือข้อมูลการใช้ AI เมื่อบรรณาธิการร้องขอ

Reject

ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อข้อผิดพลาด การอ้างอิงหลอน (hallucinated references) และข้อมูลที่ AI สร้างขึ้นทั้งหมด

นโยบายการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และเทคโนโลยีที่ใช้ AI ในการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ

1. วัตถุประสงค์

วารสารสนับสนุนการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI อย่างมีความรับผิดชอบ โปร่งใส และสอดคล้องกับหลักจริยธรรมในการดำเนินงานวิจัยและการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ นโยบายฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อธำรงไว้ซึ่งความถูกต้องน่าเชื่อถือของงานวิจัย ความรับผิดชอบของผู้เขียน ความเป็นต้นฉบับ และความโปร่งใสของกระบวนการวิจัย พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้มีการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างเหมาะสม

2. หลักการทั่วไป

  • ผู้เขียนต้องรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อความถูกต้อง ความเป็นต้นฉบับ ความสมบูรณ์ ความน่าเชื่อถือ และความถูกต้องตามหลักวิชาการของเนื้อหาทั้งหมดที่ส่งมายังวารสาร ไม่ว่าจะมีการใช้เครื่องมือ AI ในกระบวนการจัดทำบทความหรือไม่ก็ตาม
  • ระบบ AI หรือเครื่องมือ AI ทุกประเภท รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ ChatGPT, Gemini, Claude, Copilot, Midjourney, DALL·E และเทคโนโลยีอื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ไม่สามารถได้รับการระบุชื่อเป็นผู้แต่ง (Author) หรือผู้ร่วมแต่ง (Co-author) ของบทความได้
  • เครื่องมือ AI ไม่สามารถรับผิดชอบทางกฎหมาย รับผิดชอบทางวิชาการ เปิดเผยผลประโยชน์ทับซ้อน หรือถือครองลิขสิทธิ์ในผลงานทางวิชาการได้
  • การใช้ AI ที่มีสาระสำคัญต่อการจัดทำบทความต้องได้รับการเปิดเผยอย่างชัดเจนและโปร่งใสในต้นฉบับ

3. การใช้ AI ที่ยอมรับได้

ผู้เขียนสามารถใช้ AI เพื่อสนับสนุนการจัดทำบทความได้ในกรณีต่อไปนี้ โดยผู้เขียนต้องตรวจสอบและรับรองความถูกต้องของผลลัพธ์ทุกครั้ง

  • การปรับปรุงภาษา การตรวจสอบไวยากรณ์ และการแก้ไขสำนวนทางวิชาการ
  • การเพิ่มความชัดเจน ความอ่านง่าย และคุณภาพการนำเสนอเนื้อหา
  • การช่วยแปลภาษา
  • การตรวจสอบรูปแบบเอกสารและรูปแบบการอ้างอิง
  • การช่วยสำรวจแนวคิดเบื้องต้นและการจัดระบบวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง
  • การช่วยพัฒนาโปรแกรมหรือเขียนโค้ด โดยผู้เขียนต้องตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องของผลลัพธ์ทั้งหมด
  • การสนับสนุนการประมวลผลข้อมูล โดยต้องมีการอธิบายวิธีการอย่างครบถ้วนและสามารถตรวจสอบได้

4. การใช้ AI ที่ไม่อนุญาต

วารสารไม่อนุญาตให้มีการใช้ AI ในลักษณะดังต่อไปนี้

  • การระบุชื่อ AI เป็นผู้แต่งหรือผู้ร่วมแต่งบทความ
  • การสร้างหรือปลอมแปลงข้อมูลวิจัย ผลการวิจัย ภาพ ตาราง หรือเอกสารอ้างอิง
  • การสร้างรายการอ้างอิงหรือแหล่งข้อมูลที่ไม่มีอยู่จริง หรือไม่สามารถตรวจสอบได้
  • การใช้ AI เพื่อสร้างข้อสรุปที่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากผลการวิจัยจริง
  • การส่งเนื้อหาที่สร้างโดย AI โดยไม่ได้รับการตรวจสอบและรับรองจากผู้เขียน
  • การใช้ AI เพื่อปกปิดการคัดลอกผลงานทางวิชาการ (Plagiarism) การตีพิมพ์ซ้ำ (Duplicate Publication) หรือการประพฤติผิดทางวิชาการในรูปแบบอื่น

5. ข้อกำหนดในการเปิดเผยการใช้ AI

ผู้เขียนต้องเปิดเผยการใช้ AI หรือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI ในหัวข้อแยกต่างหากภายใต้ชื่อ

“คำแถลงการใช้ปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีที่ใช้ AI (Declaration of AI and AI-Assisted Technologies)”

โดยต้องระบุรายละเอียดดังต่อไปนี้

  • ชื่อเครื่องมือ AI ที่ใช้
  • วัตถุประสงค์ของการใช้งาน
  • ขอบเขตหรือระดับของการใช้งาน
  • วิธีการตรวจสอบ แก้ไข และรับรองผลลัพธ์โดยผู้เขียน

ตัวอย่างการเปิดเผย

“ในการจัดเตรียมต้นฉบับนี้ ผู้เขียนได้ใช้ ChatGPT (OpenAI) เพื่อช่วยตรวจสอบภาษาและปรับปรุงไวยากรณ์ของบทความ ทั้งนี้ ผลลัพธ์ทั้งหมดที่ได้จากเครื่องมือ AI ได้รับการตรวจสอบ แก้ไข และรับรองความถูกต้องโดยผู้เขียน ซึ่งผู้เขียนเป็นผู้รับผิดชอบต่อเนื้อหาสุดท้ายทั้งหมดของบทความ”

6. การประเมินโดยกองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการสงวนสิทธิ์ในการดำเนินการดังต่อไปนี้

  • ขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ AI ในการจัดทำบทความ
  • ขอให้ผู้เขียนส่งคำสั่ง (Prompt) หรือหลักฐานการใช้งาน AI เมื่อมีความจำเป็น
  • ตรวจสอบความเป็นต้นฉบับ ความถูกต้อง และความน่าเชื่อถือของเนื้อหา
  • ปฏิเสธการพิจารณาบทความที่มีการใช้ AI ในลักษณะที่ส่งผลกระทบต่อมาตรฐานทางวิชาการ ความโปร่งใส หรือหลักจริยธรรมการตีพิมพ์

7. ผลของการไม่เปิดเผยการใช้ AI

การไม่เปิดเผยการใช้ AI ที่มีนัยสำคัญอาจถือเป็นการละเมิดจริยธรรมการตีพิมพ์ และอาจส่งผลให้เกิดมาตรการดังต่อไปนี้

  • การปฏิเสธการตีพิมพ์ก่อนการเผยแพร่
  • การเพิกถอนบทความภายหลังการตีพิมพ์ (Retraction)
  • การแจ้งให้หน่วยงานต้นสังกัดของผู้เขียนทราบ
  • การจำกัดสิทธิ์หรือระงับการส่งบทความมายังวารสารเป็นการชั่วคราวหรือถาวร

ทั้งนี้ ผู้เขียนยังคงเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวต่อความถูกต้อง ความครบถ้วน ความน่าเชื่อถือ และความสอดคล้องตามหลักจริยธรรมของบทความที่ส่งตีพิมพ์ทุกประการ