ความสัมพันธ์ระหว่างแรงจูงใจกับทัศนคติในการใช้เวลาว่างของคนในชุมชน กรุงเทพมหานคร
คำสำคัญ:
แรงจูงใจ, ทัศนคติในการใช้เวลาว่าง, คนในชุมชนบทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์การวิจัยเพื่อ 1) ศึกษาระดับแรงจูงใจ และระดับทัศนคติในการใช้เวลาว่างของคนในชุมชนกรุงเทพมหานคร 2) ศึกษาเปรียบเทียบทัศนคติในการใช้เวลาว่างของคนในชุมชนกรุงเทพมหานคร จำแนกตามลักษณะประชากรศาสตร์ และ 3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างแรงจูงใจกับทัศนคติในการใช้เวลาว่างของคนในชุมชนกรุงเทพมหานคร เป็นการศึกษาเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างเป็นประชาชนที่อาศัยในชุมชนกรุงเทพมหานคร เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถาม. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ได้แก่ จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน
ผลการวิจัย พบว่า 1) แรงจูงใจในการใช้เวลาว่างของคนในชุมชนกรุงเทพมหานครในภาพรวมอยู่ในระดับมาก และทัศนคติในการใช้เวลาว่างของคนในชุมชนกรุงเทพมหานครในภาพรวมอยู่ในระดับมาก 2) ผลการทดสอบสมมติฐานการวิจัย พบว่า ทัศนคติในการใช้เวลาว่างของคนในชุมชนกรุงเทพมหานครที่เพศ ระดับการศึกษา และรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่างกัน มีทัศนคติแตกต่างกัน ส่วนทัศนคติในการใช้เวลาว่างของคนในชุมชนกรุงเทพมหานคร ที่มีอายุ ระดับทัศนคติไม่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญที่ .05, 3) พบว่า ค่าสัมประสิทธิ์การมีส่วนร่วม (R Square) มีค่าเท่ากับ 0.954 และมีค่าประสิทธิภาพของการพยากรณ์ (R2) เท่ากับ 0.910 (Adj. R2 =.909)
เอกสารอ้างอิง
กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย. (2567). ข้อมูลประชากรกรุงเทพมหานคร. กรุงเทพฯ: กรมการปกครอง.
กรมสถิติแห่งชาติ. (2565). รายงานสถิติการใช้เวลาของคนไทย. สืบค้นจาก http://www.nso.go.th
ณัฐธยาน์ สิริทรงประกอบ. (2563). การใช้เวลาว่างและกิจกรรมสันทนาการที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิต. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัย.
ณัฐธยาน์ สิริทรงประกอบ. (2563). แรงจูงใจการใช้เวลาว่างของกลุ่มคนวัยทำงานที่มาใช้บริการสวนสาธารณะวชิรเบญจทัศ กรุงเทพมหานคร [วิทยานิพนธ์ปริญญาโท]. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
รัชราวไล สว่างอรุณ. (2556, อ้างอิงใน ศิรัชญากรณ์ ภูมิพิริยะสกุล, 2563). ทัศนคติและพฤติกรรมการใช้เวลาว่าง. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ราชบัณฑิตยสถาน. (2525). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: ราชบัณฑิตยสถาน.
ศศิลดา สมสถาน. (2564). แนวโน้มและทัศนคติในการใช้เวลาว่างของประชาชน. วารสารวิจัยสังคมศาสตร์, 12(2), 45–60.
ศิรัชญากรณ์ ภูมิพิริยะสกุล. (2563). ความสัมพันธ์ระหว่างแรงจูงใจกับทัศนคติในการใช้เวลาว่างของผู้ใช้บริการศูนย์เยาวชนในสังกัดกรุงเทพมหานคร [วิทยานิพนธ์ปริญญาโท]. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
American Heart Association. (2021). Effects of long working hours on cardiovascular health. Circulation, 143(4), e29–e34. https://doi.org/10.1161/CIRCULATIONAHA.120.051932
Bearb, R., & Ragheb, M. (1983). Measuring leisure motivation. Venture Publishing.
Beggs, B., & Ekin, J. (2010). The relationship between leisure motivation and satisfaction. Journal of Leisure Studies, 29(3), 245–260.
John Kelly. (1996). Leisure behavior and personal development. Journal of Leisure Research, 28(4), 287–304.
Organisation for Economic Co-operation and Development (OECD). (2022). Average annual hours actually worked per worker. OECD Statistics. https://stats.oecd.org
Plato. (1978). Time and leisure (Original work published ca. 4th century BCE). Harper & Row.
Rageb, M. (2012). Leisure motivation: Theory and practice. New York: Routledge.
Sirivann Serirat. (2007, as cited in Sakultra Krichtiammek, 2017). Demographic characteristics and social research. Bangkok: Chulalongkorn University Press.
Smith, A., & Robinson, L. (2020). The impact of leisure activities on mental health and well-being. Journal of Occupational Health Psychology, 25(5), 345–356. https://doi.org/10.1037/ ocp0000175
Torkildsen, G. (1992). Leisure in contemporary society. London: Prentice Hall.
WHO. (2021). Mental health and well-being: Managing stress in everyday life. World Health Organization. https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/mental-health
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Nimitmai Review

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

