กลยุทธ์การสร้างมูลค่าเพิ่มของโรงพยาบาลเอกชนผ่านระบบแพย์ทางไกลในยุคดิจิทัล
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลยุทธ์การสร้างมูลค่าเพิ่มของโรงพยาบาลเอกชนผ่านระบบแพทย์ทางไกลในยุคดิจิทัล โดยมุ่งวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงกลยุทธ์ที่มีอิทธิพลต่อการสร้างมูลค่าเพิ่ม ประเมินความสัมพันธ์ระหว่างการออกแบบบริการแพทย์ทางไกล (กระบวนการ บุคลากร เทคโนโลยี และข้อมูล) กับผลลัพธ์ทางคลินิกและทางธุรกิจ รวมทั้งเสนอกรอบแนวทางเชิงนโยบายและการจัดการ เพื่อขยายบริการแพทย์ทางไกลให้ยั่งยืนและปลอดภัยในบริบทประเทศไทย การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการศึกษาจากเอกสารที่เกี่ยวข้องกับแนวคิด ทฤษฏีเกี่ยวกับกลยุทธ์การสร้างมูลค่าเพิ่มของโรงพยาบาลเอกชนผ่านระบบแพย์ทางไกลในยุคดิจิทัล วิเคราะห์ข้อมูลในเชิงเนื้อหา ผลการศึกษาพบว่าองค์ประกอบเชิงกลยุทธ์ของระบบแพทย์ทางไกลประกอบด้วยปัจจัยด้านการให้บริการแบบผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง การพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการสร้างรูปแบบรายได้ใหม่ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัล นอกจากนี้ การออกแบบบริการที่ครอบคลุมทั้ง 4 มิติ ได้แก่ กระบวนการ บุคลากร เทคโนโลยี และข้อมูล มีผลเชิงบวกต่อทั้งประสิทธิภาพการให้บริการและผลลัพธ์ทางธุรกิจของโรงพยาบาล โดยเฉพาะการลดระยะเวลารอคอย เพิ่มความพึงพอใจของผู้ป่วย และลดอัตราการนอนซ้ำ ในด้านการกำหนดกรอบแนวทางเชิงนโยบายและการจัดการ พบว่าการสร้างระบบธรรมาภิบาลข้อมูล การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ระหว่างภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของระบบแพทย์ทางไกลในประเทศไทยให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงสาธารณสุข. (2565). รายงานยุทธศาสตร์สุขภาพดิจิทัลแห่งชาติ พ.ศ. 2565–2570. กรุงเทพฯ: สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2560). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560–2564). กรุงเทพฯ: สศช.
Bashshur, R., Shannon, G., & Krupinski, E. (2013). Sustaining and realizing the promise of telemedicine. Telemedicine and e-Health, 19(5), 339–345.
Christensen, C. M. (2017). The innovator’s dilemma: When new technologies cause great firms to fail. Harvard Business School Press.
Dorsey, E. R., & Topol, E. J. (2020). Telemedicine 2020 and the next decade. The Lancet, 395(10227), 859.
HL7 International. (2014). FHIR Release 2 (Fast Healthcare Interoperability Resources). Retrieved from https://www.hl7.org.
Kruse, C. S., Krowski, N., Rodriguez, B., Tran, L., Vela, J., & Brooks, M. (2017). Telehealth and patient satisfaction: A systematic review and narrative analysis. BMJ Open, 7(8), e016242
Kvedar, J. C., Fogel, A. L., & Elenko, E. (2016). Digital medicine’s march on chronic disease. Nature Biotechnology, 34(3), 239–246.
PDPA. (2562). พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562. ราชกิจจานุเบกษา.
Porter, M. E. (2019). Competitive advantage: Creating and sustaining superior performance. Free Press.
Porter, M. E., & Teisberg, E. O. (2006). Redefining health care: Creating value-based competition on results. Harvard Business School Press.
Porter, M. E., & Lee, T. H. (2013). The strategy that will fix health care. Harvard Business Review, 91(10), 50–70.
World Health Organization (WHO). (2010). Telemedicine: Opportunities and developments in Member States: Rep.
World Health Organization (WHO). (2021). Global strategy on digital health 2020–2025. WHO. ort on the second global survey on eHealth. WHO Press.