การมีส่วนร่วมเชิงสัญลักษณ์สู่การร่วมตัดสินใจ: การวิเคราะห์บันไดการมีส่วนร่วมของ Arnstein ในการบริหารภาครัฐไทย

Main Article Content

ศุภาพิชญ์ ศิริพร ณ ราชสีมา

บทคัดย่อ

บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนในระบบการบริหารภาครัฐไทย โดยใช้กรอบแนวคิดบันไดการมีส่วนร่วมของ Arnstein เป็นเครื่องมือในการอธิบายความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างรัฐกับประชาชนในกระบวนการกำหนดนโยบายสาธารณะ บทความเริ่มต้นด้วยการทบทวนแนวคิดการมีส่วนร่วมของประชาชนในทางรัฐประศาสนศาสตร์และความเชื่อมโยงกับหลักธรรมาภิบาล ก่อนนำเสนอกรอบแนวคิดบันไดการมีส่วนร่วมของ Arnstein และข้อวิพากษ์ต่อกรอบดังกล่าวในบริบทการกำกับดูแลร่วมสมัย จากนั้นจึงวิเคราะห์กลไกการมีส่วนร่วมของประชาชนในประเทศไทยผ่านกรณีตัวอย่าง ได้แก่ กระบวนการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment: EIA) กระบวนการรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกฎหมาย และกระบวนการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่น ผลการวิเคราะห์พบว่า กลไกการมีส่วนร่วมของประเทศไทยส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในระดับการมีส่วนร่วมเชิงสัญลักษณ์ (tokenism) โดยเฉพาะขั้นการให้ข้อมูลและการปรึกษาหารือ ซึ่งยังไม่เชื่อมโยงกับอำนาจในการตัดสินใจเชิงนโยบายอย่างแท้จริง บทความเสนอว่า ข้อจำกัดดังกล่าวมีรากฐานมาจากโครงสร้างรัฐแบบรวมศูนย์อำนาจ ซึ่งจำกัดบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคประชาชนในการกำหนดนโยบายและการจัดสรรทรัพยากรสาธารณะ สำหรับข้อเสนอเชิงนโยบาย บทความชี้ให้เห็นว่า การยกระดับการมีส่วนร่วมจาก tokenism ไปสู่การร่วมตัดสินใจ (shared decision-making) จำเป็นต้องดำเนินควบคู่กับการกระจายอำนาจ การเปิดเผยข้อมูลสาธารณะอย่างมีประสิทธิภาพ และการพัฒนากลไกการตัดสินใจร่วมในระดับท้องถิ่น เพื่อให้การมีส่วนร่วมของประชาชนสามารถทำหน้าที่เป็นกลไกเชิงสถาบันของประชาธิปไตยและธรรมาภิบาลได้อย่างแท้จริง

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ศิริพร ณ ราชสีมา ศ. (2026). การมีส่วนร่วมเชิงสัญลักษณ์สู่การร่วมตัดสินใจ: การวิเคราะห์บันไดการมีส่วนร่วมของ Arnstein ในการบริหารภาครัฐไทย . วารสารรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, 9(1), 209–236. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/polssru/article/view/286210
ประเภทบทความ
บทความวิชาการ

เอกสารอ้างอิง

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560. (2560, 6 เมษายน). ราชกิจจานุเบกษา, 134(40 ก), 1–90.

ศิริกัญญา เชาวมัย, และจุฑารัตน์ ชมพันธุ์. (2561). การมีส่วนร่วมของประชาชนในการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ: กรณีศึกษาโครงการนิคมอุตสาหกรรมระยอง (บ้านค่าย) จังหวัดระยอง. วารสารวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, 10(2), 71–87.

Arnstein, S. R. (1969). A ladder of citizen participation. Journal of the American Institute of Planners, 35(4), 216–224. https://doi.org/10.1080/01944366908977225

Bovaird, T. (2007). Beyond engagement and participation: User and community co-production of public services. Public Administration Review, 67(5), 846–860. https://doi.org/10.1111/j.1540-6210.2007.00773.x

Fung, A. (2006). Varieties of participation in complex governance. Public Administration Review, 66(S1), 66–75. https://doi.org/10.1111/j.1540-6210.2006.00667.x

Newman, J., Barnes, M., Sullivan, H., & Knops, A. (2004). Public participation and collaborative governance. Journal of Social Policy, 33(2), 203–223. https://doi.org/10.1017/S0047279403007499

OECD. (2001). Citizens as partners: Information, consultation and public participation in policy-making. OECD Publishing. https://doi.org/10.1787/9789264195561-en

Osborne, S. P. (2006). The new public governance? Public Management Review, 8(3), 377–387. https://doi.org/10.1080/14719030600853022

Pateman, C. (1970). Participation and democratic theory. Cambridge University Press. https://doi.org/10.1017/CBO9780511720444

United Nations Development Programme. (1997). Governance for sustainable human development: A UNDP policy document.