การส่งบทความ
ข้อกำหนดการส่งบทความ
ในขั้นตอนการส่งบทความ ผู้แต่งต้องตรวจสอบและยืนยันว่าปฏิบัติตามข้อกำหนดการส่งบทความทุกข้อ บทความที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดอาจถูกส่งคืนให้ผู้แต่งดำเนินการแก้ไข
- The submission has not been previously published, nor is it before another journal for consideration (or an explanation has been provided in Comments to the Editor).
- The submission file is in OpenOffice, Microsoft Word, or RTF document file format.
- Where available, URLs for the references have been provided.
- The text is single-spaced; uses a 12-point font; employs italics, rather than underlining (except with URL addresses); and all illustrations, figures, and tables are placed within the text at the appropriate points, rather than at the end.
- The text adheres to the stylistic and bibliographic requirements outlined in the Author Guidelines.
คำแนะนำผู้แต่ง
บทความที่ส่งมาขอรับการตีพิมพ์จะต้องไม่เคยตีพิมพ์หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อตีพิมพ์ในวารสารอื่น ผู้เขียนบทความจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การเสนอบทความวิชาการหรือบทความวิจัยเพื่อตีพิมพ์ในวารสาร อย่างเคร่งครัด รวมทั้งระบบการอ้างอิงต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของวารสาร
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสาร ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสาร รวมทั้งผู้เขียนจะต้องคำนึงถึงจริยธรรมการวิจัย ไม่ละเมิดหรือคัดลอกผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตนเอง ซึ่งทางวารสารได้กำหนดความซ้ำของผลงาน โปรแกรม Copy Catch เว็บ Thaijo ในระดับไม่เกิน 25% โดยมีผลตั้งแต่ เดือน มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป
ผู้เขียนจะต้องตรวจสอบความสมบูรณ์ของบทความตามคำแนะนำสำหรับผู้เขียน หากไม่ปฏิบัติตามกติกา กองบรรณาธิการวารสารขอสงวนสิทธิ์ในการปฏิเสธการตีพิมพ์ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
- บทความมีความซ้ำซ้อนมากกว่า 25%
- ผู้เขียนไม่ปฏิบัติตามรูปแบบของวารสาร
- บทความไม่ผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิ
- ไม่ดำเนินการแก้ไขบทความตามข้อเสนอแนะในระยะเวลาที่กำหนด (1 เดือน หลังจากการแจ้งของกองบรรณาธิการ)
วารสารจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจำนวน 6,000 บาท (หกพันบาทถ้วน) ต่อ 1 บทความ เมื่อบทความผ่านการอนุมัติจากกองบรรณาธิการแล้ว ผู้เขียนสามารถชำระค่าธรรมเนียมผ่าน บัญชีธนาคารกรุงเทพ หมายเลขบัญชี "074-7-64463-1" เมื่อชำระแล้วให้ส่งหลักฐานแนบในระบบวารสาร และแนบส่งไฟล์หลักฐานตามที่อยู่ลิงก์ google form ที่: https://forms.gle/CNBELn4XX73QHJQP9
*****************************
การส่งบทความเข้าระบบออนไลน์ของวารสาร เพื่อรับการตีพิมพ์
ผู้เขียนสามารถส่งในระบบออนไลน์ (Online Submission) ทางเว็บไซต์ของวารสาร ได้ที่ https://so04.tci-thaijo.org/index.php/polssru
*****************************
การจัดเตรียมต้นฉบับ
1) ต้นฉบับบทความต้องมีความยาว 15 หน้ากระดาษ A4 (รวมเอกสารอ้างอิง) พิมพ์บนกระดาษหน้าเดียว ภาษาไทยใช้ตัวอักษรแบบ TH SarabunPSK ตั้งค่าหน้ากระดาษโดยเว้นขอบบน ขอบซ้าย 1 นิ้ว และขอบขวา ขอบล่าง 1 นิ้ว กำหนดระยะห่างระหว่างบรรทัดเท่ากับ 1 และเว้นบรรทัดระหว่างแต่ละย่อหน้า การนำเสนอรูปภาพและตาราง ต้องนำเสนอรูปภาพและตารางที่มีความคมชัดพร้อมระบุหมายเลขกำกับรูปภาพไว้ด้านล่าง พิมพ์เป็นตัวหนาเช่นตาราง 1 หรือ Table 1 และ รูป 1 หรือ Figure 1 รูปภาพที่นำเสนอต้องมีรายละเอียดของข้อมูลครบถ้วนและเข้าใจได้โดยไม่จำเป็นต้องกลับไปอ่านที่เนื้อความอีก ระบุลำดับของรูปภาพทุกรูปให้สอดคล้องกับเนื้อหาที่อยู่ในต้นฉบับ โดยคำอธิบายต้องกระชับและสอดคล้องกับรูปภาพที่นำเสนอ
2) ชื่อเรื่องต้องมีภาษาไทยและภาษาอังกฤษ พิมพ์ไว้หน้าแรกตรงกลาง
3) ชื่อผู้เขียน ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ระบุชื่อต้นสังกัด หรือชื่อหน่วยงาน
4) มีบทคัดย่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ไม่เกิน 300 คำต่อบทคัดย่อ
5) กำหนดคำสำคัญ (Keywords) ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ (3-5 คำ)
6) การเรียงหัวข้อ หัวข้อใหญ่สุด ให้พิมพ์ชิดขอบด้านซ้าย หัวข้อย่อยเว้นห่างจาก หัวข้อใหญ่ 3-5 ตัวอักษร พิมพ์ตัวที่ 6 และหัวข้อย่อยขนาดเดียวกัน ต้องพิมพ์ให้ตรงกัน เมื่อขึ้นหัวข้อใหญ่ ควรเว้นระยะพิมพ์ เพิ่มอีก 0.5 ช่วงบรรทัด
7) การใช้ตัวเลขคำย่อ และวงเล็บ ควรใช้ตัวเลขอารบิกทั้งหมด ใช้คำย่อที่เป็น สากลเท่านั้น (ระบุคำเต็มไว้ในครั้งแรก) การวงเล็บภาษาอังกฤษ ควรใช้ดังนี้ (Student Centered Learning)
บทความวิจัย
ให้เรียงลำดับสาระ ดังนี้
1) บทคัดย่อ
2) บทนำ
3) วัตถุประสงค์การวิจัย
4) สมมติฐานการวิจัย (ถ้ามี)
5) การทบทวนวรรณกรรม เขียนควรอธิบายถึงผลการสืบค้นเอกสาร บทความ การวิจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อแสดงให้เห็นถึง “ช่องว่างของความรู้” (knowledge gap) ที่ยังไม่ถูกพิจารณา
6) กรอบแนวคิดการวิจัย (ถ้ามี)
5) ระเบียบวิธีวิจัย ระบุแบบแผนการวิจัย การได้มาซึ่งกลุ่มตัวอย่างและการกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่าง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล และการวิเคราะห์ข้อมูล
6) ผลการวิจัย เสนอผลที่พบตามวัตถุประสงค์การวิจัยตามลำดับอย่างชัดเจน ควรเสนอในรูปตารางหรือแผนภูมิ
7) อภิปรายผล เสนอเป็นความเรียง ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของผลการวิจัยกับกรอบแนวคิด และงานวิจัยที่ผ่านมา ไม่ควรอภิปรายเป็นข้อ ๆ แต่ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของตัวแปรที่ศึกษาทั้งหมด
8) องค์ความรู้ใหม่ (ถ้ามี) ระบุองค์ความรู้ที่ได้อันเป็นผลมาจากการวิจัย ผ่านการสังเคราะห์ ออกมาในรูปแบบของ แผนภูมิ แผนภาพ หรือ ผังมโนทัศน์ พร้อมทั้งการอธิบายที่รัดกุม เข้าใจได้ง่าย
9) สรุป ระบุข้อสรุปที่สำคัญ
10) ข้อเสนอแนะ
(1) ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์
(2) ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป
11) เอกสารอ้างอิง (References) ต้องเป็นรายการที่มีการอ้างอิงไว้ ทั้งในเนื้อเรื่องและเอกสารอ้างอิงท้ายบทความ
บทความพิเศษ บทความวิชาการ บทความปริทรรศน์ ปกิณกะ
ให้เรียงลำดับสาระ ดังนี้
1) บทคัดย่อ (Abstract)
2) บทนำ (Introduction)
3) เนื้อเรื่อง (Content) แสดงสาระสำคัญที่ต้องการนำเสนอตามลำดับ โดยเนื้อหาบทความควรจะเขียนในลักษณะนำเสนอทัศนะ ข้อคิดเห็นในประเด็นที่กำลังโดดเด่น และ/หรือต้องการนำเสนอในมุมมองอีกด้าน
4) บทสรุป (Conclusion)
5) เอกสารอ้างอิง (References)
*****************************
ระบบการอ้างอิง
เอกสารที่นำมาอ้างอิงควรมาจากแหล่งข้อมูลที่มีรายละเอียดการเผยแพร่ชัดเจนและสามารถตรวจสอบได้ เช่น วารสารวิชาการ หนังสือ รายงานวิจัย วิทยานิพนธ์ หรือแหล่งข้อมูลออนไลน์ที่มีความน่าเชื่อถือ ผู้เขียนบทความต้องรับผิดชอบต่อความถูกต้องและความครบถ้วนของเอกสารอ้างอิงทั้งหมด
ก่อนส่งต้นฉบับ ผู้เขียนควรตรวจสอบความสอดคล้องระหว่างการอ้างอิงในเนื้อหากับรายการอ้างอิงท้ายบทความ โดยเอกสารทุกรายการที่อ้างถึงในเนื้อหาต้องปรากฏในรายการอ้างอิง และรายการอ้างอิงท้ายบทความทุกรายการต้องได้รับการอ้างถึงในเนื้อหา ทั้งนี้ บทความที่มีระบบการอ้างอิงไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนจะยังไม่ได้รับการส่งต่อให้ผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาจนกว่าจะได้รับการแก้ไขให้เรียบร้อย
วารสารกำหนดให้ใช้ระบบการอ้างอิงตามรูปแบบของสมาคมจิตวิทยาอเมริกัน ฉบับที่ 7 หรือ American Psychological Association 7th Edition (APA 7th Edition) ซึ่งเป็นระบบการอ้างอิงแบบผู้แต่ง–ปี (author–date system) โดยระบุชื่อผู้แต่งและปีที่พิมพ์ไว้ในเนื้อหาหรือในวงเล็บท้ายข้อความที่อ้างอิง
การระบุเลขหน้าให้ใช้เมื่อเป็นการคัดลอกหรือยกข้อความจากแหล่งเดิมโดยตรง ส่วนการสรุปความหรือถอดความไม่จำเป็นต้องระบุเลขหน้า แต่สามารถระบุได้หากต้องการช่วยให้ผู้อ่านตรวจสอบเนื้อหาได้สะดวกขึ้น
การอ้างอิงเอกสารภาษาไทย
-
ผู้แต่งหนึ่งราย
ให้ระบุชื่อและนามสกุลของผู้แต่ง ตามด้วยเครื่องหมายจุลภาคและปีที่พิมพ์
ตัวอย่างการอ้างอิงแบบวงเล็บ
(เยาวภา ปฐมศิริกุล, 2552)
ตัวอย่างการอ้างอิงแบบบรรยาย
เยาวภา ปฐมศิริกุล (2552) กล่าวว่า...
-
ผู้แต่งสองราย
ให้ระบุชื่อและนามสกุลของผู้แต่งทั้งสองราย โดยใช้คำว่า “และ” เชื่อมชื่อผู้แต่ง
ตัวอย่าง
(พระมหาสุทิตย์ อาภากโร และเขมณัฏฐ์ อินทรสุวรรณ, 2553)
-
ผู้แต่งตั้งแต่สามรายขึ้นไป
ให้ระบุชื่อและนามสกุลของผู้แต่งรายแรก ตามด้วยคำว่า “และคณะ” ตั้งแต่การอ้างอิงครั้งแรกและทุกครั้งต่อไป
ตัวอย่าง
(สนิท ศรีสำแดง และคณะ, 2548)
ตัวอย่างการอ้างอิงแบบบรรยาย
สนิท ศรีสำแดง และคณะ (2548) อธิบายว่า...
-
การอ้างอิงเอกสารมากกว่าหนึ่งรายการในวงเล็บเดียวกัน
ให้เรียงรายการตามลำดับอักษรของชื่อผู้แต่ง และใช้เครื่องหมายอัฒภาค (;) คั่นระหว่างรายการ
ตัวอย่าง
(ธนิต อยู่โพธิ์, 2550; สมภาร พรมทา, 2548)
-
การอ้างข้อความโดยตรง
ให้ระบุชื่อผู้แต่ง ปีที่พิมพ์ และเลขหน้า
ตัวอย่าง
(เยาวภา ปฐมศิริกุล, 2552, น. 45)
กรณีอ้างหลายหน้า
(เยาวภา ปฐมศิริกุล, 2552, น. 45–47)
-
ผู้แต่งคนเดียวกันมีผลงานมากกว่าหนึ่งเรื่องในปีเดียวกัน
ให้เติมอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็ก a, b, c ต่อท้ายปีที่พิมพ์ โดยกำหนดให้ตรงกับรายการอ้างอิงท้ายบทความ
ตัวอย่าง
(กัลยา วานิชย์บัญชา, 2557a, 2557b)
การอ้างอิงเอกสารภาษาอังกฤษ
-
ผู้แต่งหนึ่งราย
ให้ระบุนามสกุลของผู้แต่ง ตามด้วยเครื่องหมายจุลภาคและปีที่พิมพ์
ตัวอย่าง
(Kotler, 2000)
ตัวอย่างการอ้างอิงแบบบรรยาย
Kotler (2000) stated that...
-
ผู้แต่งสองราย
การอ้างอิงแบบวงเล็บให้ใช้เครื่องหมายแอมเพอร์แซนด์ (&) เชื่อมนามสกุลผู้แต่งทั้งสองราย
ตัวอย่าง
(Hersey & Blanchard, 2000)
การอ้างอิงแบบบรรยายให้ใช้คำว่า “and”
ตัวอย่าง
Hersey and Blanchard (2000) stated that...
-
ผู้แต่งตั้งแต่สามรายขึ้นไป
ให้ระบุนามสกุลของผู้แต่งรายแรก ตามด้วย “et al.” ตั้งแต่การอ้างอิงครั้งแรกและทุกครั้งต่อไป
ตัวอย่าง
(Kaiser et al., 2008)
ตัวอย่างการอ้างอิงแบบบรรยาย
Kaiser et al. (2008) stated that...
-
การอ้างอิงเอกสารมากกว่าหนึ่งรายการในวงเล็บเดียวกัน
ให้เรียงตามลำดับอักษรของนามสกุลผู้แต่ง และใช้เครื่องหมายอัฒภาค (;) คั่นระหว่างรายการ
ตัวอย่าง
(Hersey & Blanchard, 2000; Keown, 2003)
-
การอ้างข้อความโดยตรง
ให้ระบุนามสกุลผู้แต่ง ปีที่พิมพ์ และเลขหน้า โดยใช้ “p.” สำหรับหนึ่งหน้า และ “pp.” สำหรับหลายหน้า
ตัวอย่าง
(Kotler, 2000, p. 35)
กรณีอ้างหลายหน้า
(Kotler, 2000, pp. 35–37)
-
ผู้แต่งคนเดียวกันมีผลงานมากกว่าหนึ่งเรื่องในปีเดียวกัน
ให้เติมอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็ก a, b, c ต่อท้ายปีที่พิมพ์
ตัวอย่าง
(Kotler, 2000a, 2000b)
หลักเกณฑ์ทั่วไปในการจัดทำรายการอ้างอิง
-
รายการอ้างอิงแต่ละรายการประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ ผู้แต่ง ปีที่เผยแพร่ ชื่อเรื่อง และแหล่งเผยแพร่
-
ให้เรียงรายการอ้างอิงตามลำดับอักษรของชื่อผู้แต่งหรือนามสกุลผู้แต่งตามภาษาของเอกสาร สำหรับการจัดลำดับรายการอ้างอิงต่างภาษาให้เป็นไปตามรูปแบบที่วารสารกำหนด
-
ให้จัดย่อหน้าแบบยื่น หรือ Hanging Indent โดยบรรทัดแรกชิดขอบซ้าย และบรรทัดถัดไปเยื้องเข้าไปประมาณ 1.27 เซนติเมตร
-
ให้ใช้ชื่อผู้แต่งตามที่ปรากฏในเอกสารต้นฉบับ โดยรายการอ้างอิงภาษาไทยใช้ชื่อและนามสกุล ส่วนรายการภาษาอังกฤษใช้นามสกุลและอักษรย่อของชื่อ
-
ผลงานที่มีผู้แต่งไม่เกิน 20 ราย ให้ระบุชื่อผู้แต่งทุกรายในรายการอ้างอิง หากมีผู้แต่งตั้งแต่ 21 รายขึ้นไป ให้ระบุผู้แต่ง 19 รายแรก ตามด้วยเครื่องหมายจุดไข่ปลา (…) และชื่อผู้แต่งรายสุดท้าย
-
ชื่อหนังสือ ชื่อรายงาน ชื่อวิทยานิพนธ์ ชื่อวารสาร และเลขปีที่หรือเล่มของวารสาร ให้พิมพ์เป็นตัวเอียงตามรูปแบบที่กำหนด
-
หนังสือและสิ่งพิมพ์ไม่ต้องระบุเมืองหรือสถานที่พิมพ์
-
ให้ระบุชื่อสำนักพิมพ์หรือหน่วยงานผู้จัดพิมพ์ โดยตัดคำที่แสดงสถานะทางธุรกิจซึ่งไม่จำเป็นออก เช่น “บริษัท” “จำกัด” “Co.” หรือ “Inc.”
ตัวอย่าง
บริษัท 21 เซ็นจูรี่ จำกัด ใช้ 21 เซ็นจูรี่
สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ใช้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
กรณีโรงพิมพ์ ให้ระบุชื่อโรงพิมพ์เฉพาะเมื่อโรงพิมพ์นั้นทำหน้าที่เป็นผู้จัดพิมพ์และปรากฏเป็นแหล่งเผยแพร่ ของเอกสาร ไม่ควรใช้ชื่อโรงพิมพ์ที่ทำหน้าที่ผลิตสิ่งพิมพ์เพียงอย่างเดียวแทนชื่อสำนักพิมพ์
-
เอกสารที่มี DOI ให้ระบุ DOI ในรูปแบบ URL ดังนี้ https://doi.org/xxxxx
-
ไม่ใส่เครื่องหมายมหัพภาคหลัง DOI หรือ URL
-
เอกสารออนไลน์ทั่วไปไม่ต้องระบุวันที่สืบค้น เว้นแต่เป็นข้อมูลที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องและไม่มีฉบับถาวร เช่น ข้อมูลในระบบฐานข้อมูลที่ปรับปรุงตลอดเวลา
รูปแบบเอกสารอ้างอิง
(1) หนังสือ
รูปแบบ
ผู้แต่ง. (ปีที่พิมพ์). ชื่อหนังสือ (ครั้งที่พิมพ์ หากไม่ใช่ครั้งแรก). สำนักพิมพ์. DOI หรือ URL หากมี
ตัวอย่างภาษาไทย
กัลยา วานิชย์บัญชา. (2557). การวิเคราะห์สมการโครงสร้าง SEM ด้วย AMOS. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ตัวอย่างภาษาอังกฤษ
Kotler, P. (2000). Marketing management (10th ed.). Prentice Hall.
(2) บทความหรือบทในหนังสือที่มีบรรณาธิการ
รูปแบบ
ผู้แต่งบทความ. (ปีที่พิมพ์). ชื่อบทความหรือชื่อบท. ใน ชื่อบรรณาธิการ (บ.ก.), ชื่อหนังสือ (น. เลขหน้าแรก–เลขหน้าสุดท้าย). สำนักพิมพ์. DOI หรือ URL หากมี
ตัวอย่าง
พระสมชาย ปโยโค (ดำเนิน). (2554). การประยุกต์ใช้สัมมาวาจาเพื่อการบริหารงานของผู้นำ. ใน พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส (บ.ก.), พุทธธรรมกับการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจ (น. 10–12). 21 เซ็นจูรี่.
รูปแบบภาษาอังกฤษ
Author, A. A. (Year). Title of chapter. In E. E. Editor (Ed.), Title of book (pp. xx–xx). Publisher. DOI or URL
(3) บทความในวารสาร
รูปแบบ
ผู้แต่ง. (ปีที่พิมพ์). ชื่อบทความ. ชื่อวารสาร, ปีที่หรือเล่มที่(ฉบับที่), เลขหน้าแรก–เลขหน้าสุดท้าย. DOI หรือ URL หากมี
ตัวอย่างภาษาไทย
จุฑามาศ ภูสง่า. (2560). การบริหารตามหลักธรรมาภิบาล โรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 24. วารสารสถาบันวิจัยพิมลธรรม, 4(1), 111–122.
ตัวอย่างภาษาอังกฤษ
Kulapalanont, S. (2018). Demand behavior real estate project of long stay tourists in Chiang Mai. Asia Pacific Journal of Religions and Cultures, 2(1), 37–46.
กรณีบทความมี DOI ให้เติม DOI ต่อท้ายรายการ เช่น
Author, A. A. (Year). Title of article. Title of Journal, 10(2), 25–40. https://doi.org/xxxxx
(4) บทความในสารานุกรม
รูปแบบ
ผู้แต่ง. (ปีที่พิมพ์). ชื่อบทความหรือชื่อรายการ. ใน ชื่อบรรณาธิการ (บ.ก.), ชื่อสารานุกรม (เล่มที่, น. เลขหน้าแรก–เลขหน้าสุดท้าย). สำนักพิมพ์.
หากไม่มีชื่อบรรณาธิการ ให้ตัดส่วนชื่อบรรณาธิการออก
ตัวอย่าง
สนม ครุฑเมือง. (2530). หม้อคอควาย. ใน สารานุกรมของใช้พื้นบ้านไทยในอดีตเขตหัวเมืองฝ่ายเหนือ (น. 274–275). อมรินทร์พริ้นติ้ง.
สำหรับสารานุกรมออนไลน์ ให้ระบุ URL และระบุวันที่สืบค้นเฉพาะกรณีเนื้อหามีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
(5) บทความในหนังสือพิมพ์
รูปแบบหนังสือพิมพ์ฉบับพิมพ์
ผู้แต่ง. (ปี, วันที่ เดือน). ชื่อบทความ. ชื่อหนังสือพิมพ์, น. เลขหน้า.
ตัวอย่าง
ทวี มีเงิน. (2556, 26 สิงหาคม). โกงแวต 4 พันล้าน. ข่าวสด, น. 8.
รูปแบบหนังสือพิมพ์ออนไลน์
ผู้แต่ง. (ปี, วันที่ เดือน). ชื่อบทความ. ชื่อหนังสือพิมพ์. URL
(6) วิทยานิพนธ์ สารนิพนธ์ และการศึกษาค้นคว้าอิสระ
วิทยานิพนธ์ที่ไม่ได้เผยแพร่ในฐานข้อมูลหรือคลังสารสนเทศ
รูปแบบ
ผู้แต่ง. (ปีที่พิมพ์). ชื่อวิทยานิพนธ์ [ประเภทวิทยานิพนธ์ที่ไม่ได้ตีพิมพ์]. ชื่อมหาวิทยาลัย.
ตัวอย่าง
เยาวภา ปฐมศิริกุล. (2552). กลยุทธ์การตลาดบริการสุขภาพของโรงพยาบาลเอกชนในประเทศไทย [ดุษฎีนิพนธ์บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตที่ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย.
วิทยานิพนธ์ที่เผยแพร่ในฐานข้อมูลหรือคลังสารสนเทศ
รูปแบบ
ผู้แต่ง. (ปีที่พิมพ์). ชื่อวิทยานิพนธ์ [ประเภทวิทยานิพนธ์, ชื่อมหาวิทยาลัย]. ชื่อฐานข้อมูลหรือคลังสารสนเทศ. URL
ตัวอย่างภาษาอังกฤษ
Panjakajornsak, S. (2008). A comprehesive model service loyalty in the context of Thai private hospitals [Doctoral dissertation, Eastern Asia University].
(7) รายงานวิจัยหรือรายงานของหน่วยงาน
รูปแบบ
ผู้แต่งหรือชื่อหน่วยงาน. (ปีที่พิมพ์). ชื่อรายงาน (เลขที่รายงาน หากมี). สำนักพิมพ์หรือหน่วยงานผู้เผยแพร่. DOI หรือ URL หากมี
หากผู้แต่งและหน่วยงานผู้เผยแพร่เป็นหน่วยงานเดียวกัน ไม่ต้องระบุชื่อหน่วยงานซ้ำในตำแหน่งสำนักพิมพ์
ตัวอย่าง
ชื่อหน่วยงาน. (2566). ชื่อรายงานการวิจัย. URL
(8) การสัมภาษณ์และการสื่อสารส่วนบุคคล
การสัมภาษณ์ส่วนบุคคล อีเมล โทรศัพท์ จดหมายส่วนตัว หรือการสนทนาที่ผู้อ่านไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลต้นฉบับได้ ให้ถือเป็นการสื่อสารส่วนบุคคล และอ้างอิงเฉพาะในเนื้อหา โดยไม่ต้องนำไปจัดทำเป็นรายการอ้างอิงท้ายบทความ
รูปแบบการอ้างอิงในเนื้อหา
(ชื่อผู้ให้ข้อมูล, การสื่อสารส่วนบุคคล, วัน เดือน ปี)
ตัวอย่าง
(พระพรหมบัณฑิต [ประยูร ธมฺมจิตฺโต], การสื่อสารส่วนบุคคล, 18 เมษายน 2558)
กรณีเป็นข้อมูลจากผู้ให้สัมภาษณ์หรือผู้เข้าร่วมการวิจัยที่ผู้เขียนเก็บรวบรวมขึ้นเอง ไม่ต้องจัดทำรายการอ้างอิงและไม่ถือเป็นการสื่อสารส่วนบุคคลตามระบบ APA ให้รายงานข้อมูลตามหลักจริยธรรมการวิจัยและปกปิดตัวตนของผู้ให้ข้อมูลตามความเหมาะสม
กรณีบทสัมภาษณ์ได้รับการตีพิมพ์ เผยแพร่ในเว็บไซต์ หนังสือ วารสาร สื่อวิดีโอ หรือจัดเก็บไว้ในคลังข้อมูลที่ผู้อ่านสามารถเข้าถึงได้ ให้อ้างอิงตามประเภทของแหล่งเผยแพร่นั้น
(9) เว็บไซต์หรือเว็บเพจ
รูปแบบ
ผู้แต่งหรือชื่อหน่วยงาน. (ปี, วันที่ เดือน). ชื่อบทความหรือชื่อเว็บเพจ. ชื่อเว็บไซต์. URL
หากชื่อผู้แต่งและชื่อเว็บไซต์เป็นชื่อเดียวกัน ไม่ต้องระบุชื่อเว็บไซต์ซ้ำ
ตัวอย่างภาษาไทย
พระศรีคัมภีรญาณ (สมจินต์ สมฺมาปญโญ). (2555, 1 พฤษภาคม). การจัดการศาสนาและวัฒนธรรมในอุษาอาคเนย์เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. https://www.mcu.ac.th/site/articlecontent_desc.php?Article_id=1304&articlegroup_id=274
ตัวอย่างภาษาอังกฤษ
Doyle, M. W. (2004, June 22). Liberal internationalism: Peace, war and democracy. NobelPrize.org. https://www.nobelprize.org/nobel_prizes/themes/peace/doyle/index.html
กรณีไม่ปรากฏวันที่เผยแพร่ ให้ใช้ “ม.ป.ป.” สำหรับเอกสารภาษาไทย หรือ “n.d.” สำหรับเอกสารภาษาอังกฤษ
ตัวอย่าง
ชื่อหน่วยงาน. (ม.ป.ป.). ชื่อเว็บเพจ. URL
กรณีเนื้อหามีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องและไม่มีฉบับถาวร ให้ระบุวันที่สืบค้น
รูปแบบ
ผู้แต่งหรือชื่อหน่วยงาน. (ม.ป.ป.). ชื่อเว็บเพจ. ชื่อเว็บไซต์. สืบค้น วัน เดือน ปี, จาก URL
ตัวอย่างรายการอ้างอิง
กัลยา วานิชย์บัญชา. (2557). การวิเคราะห์สมการโครงสร้าง SEM ด้วย AMOS. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
จุฑามาศ ภูสง่า. (2560). การบริหารตามหลักธรรมาภิบาล โรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 24. วารสารสถาบันวิจัยพิมลธรรม, 4(1), 111–122.
เยาวภา ปฐมศิริกุล. (2552). กลยุทธ์การตลาดบริการสุขภาพของโรงพยาบาลเอกชนในประเทศไทย [ดุษฎีนิพนธ์บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตที่ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย.
Frederick, H. (1959). The motivation of work. John Wiley & Sons.
Kotler, P. (2000). Marketing management (10th ed.). Prentice Hall.
Kulapalanont, S. (2018). Demand behavior real estate project of long stay tourists in Chiang Mai. Asia Pacific Journal of Religions and Cultures, 2(1), 37–46.
Panjakajornsak, S. (2008). A comprehesive model service loyalty in the context of Thai private hospitals [Doctoral dissertation, Eastern Asia University].
*****************************
รูปแบบการนำบทความลงตีพิมพ์ลงในวารสาร
ต้นฉบับบทความที่เสนอเพื่อพิจารณาตีพิมพ์ในวารสารให้อยู่ในรูปแบบของไฟล์เอกสาร *.docx ของ Microsoft Word Version 2010 หรือมากกว่า หากต้นฉบับประกอบด้วยภาพ ตาราง หรือสมการ ให้ส่งแยกจากไฟล์เอกสาร ในรูปแบบไฟล์ภาพ สกุล *.PDF*.JPG*.GIF หรือ *.bmp ความยาวของต้นฉบับต้องไม่เกิน 15 หน้า (รวมบทคัดย่อ ภาพ ตารางและเอกสารอ้างอิง) กองบรรณาธิการจะพิจารณาบทความเบื้องต้น เกี่ยวกับความถูกต้องของรูปแบบทั่วไป ถ้าไม่ผ่านการพิจารณาจะส่งกลับไปแก้ไข ถ้าผ่านจะเข้าสู่การพิจารณาของผู้ทรงคุณวุฒิเมื่อผลการประเมินผ่านหรือไม่ผ่านหรือมีการแก้ไข จะแจ้งผลให้ผู้เขียนทราบ โดยการพิจารณาบทความเพื่อลงตีพิมพ์ได้จะคำนึงถึงความหลากหลายและความเหมาะสม
*****************************
สิทธิของบรรณาธิการ
ในกรณีที่กองบรรณาธิการหรือผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งได้รับเชิญให้เป็นผู้ทรงคุณวุฒิผู้ตรวจประเมินบทความมีความเห็นว่าควรแก้ไข กองบรรณาธิการจะส่งคืนเพื่อให้เจ้าของบทความแก้ไข โดยจะยึดถือข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิผู้ตรวจประเมินเป็นเกณฑ์หลัก และหรือขอสงวนสิทธิ์ที่จะพิจารณาไม่ตีพิมพ์ ในกรณีที่รายงานการวิจัย บทความทางวิชาการหรือบทความวิจัยไม่ตรงกับแนวทางของวารสาร หรือไม่ผ่านการพิจารณาของกองบรรณาธิการหรือผู้เชี่ยวชาญเมื่อบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ผู้เขียนจะได้รับวารสาร ลิ้งค์ฉบับที่นำบทความลงตีพิมพ์ พร้อมกับหนังสือรับรองการตีพิมพ์บทความในวารสาร