การผูกเสี่ยว : รูปแบบการสร้างมิตรภาพเพื่อชุมชนที่ยั่งยืนตามแนว พุทธภูมิปัญญาไทย
คำสำคัญ:
การผูกเสี่ยว การสร้างมิตรภาพ พุทธภูมิปัญญาไทยบทคัดย่อ
การวิจัยมีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาประวัติและหลักการของประเพณีการผูกเสี่ยวในสังคมไทย 2) เพื่อศึกษาแนวคิดและหลักการเสริมสร้างมิตรภาพตามแนวพระพุทธศาสนา 3) เพื่อเสนอรูปแบบและแนวทางการประยุกต์ประเพณีผูกเสี่ยวในการเสริมสร้างมิตรภาพเชิงพุทธภูมิปัญญาไทย การวิจัยนี้เป็นการศึกษาแบบผสมผสาน ระหว่างการศึกษาค้นคว้าจากเอกสารที่เกี่ยวข้อง และการศึกษาภาคสนาม ซึ่งเก็บข้อมูลด้วยการการสัมภาษณ์ผู้ที่มีความรู้และเกี่ยวข้องกับพิธีผูกเสี่ยว กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยพระสงฆ์ ปราชญ์ท้องถิ่น และผู้นำชุมชน
ผลการศึกษาวิจัยพบว่า
1) การผูกเสี่ยว เป็นประเพณีของชาวอีสาน ที่มุ่งเน้นเรื่องการคบกันเป็นเพื่อนที่สนิทแนบแน่นเป็นพิเศษ มีความรักความผูกพันกันพึ่งพาอาศัยกัน สามารถตายแทนกันได้ การผูกเสี่ยวเป็นประเพณีที่ส่งเสริมความสามัคคีและการผูกมิตรไมตรี ตั้งแต่พ่อ แม่ ลูก จัดเป็นสายสัมพันธ์ที่แนบแน่น สร้างสายใยแห่งความรักความสามัคคี การผูกเสี่ยวยังเป็นการเพิ่มจำนวนญาติพี่น้องให้มีมากยิ่งขึ้น
2) มิตรภาพสามารถสร้างให้แก่ตัวเราเองด้วยการสร้างภาวะของความเป็นมิตร มีความปรารถนาดี ไม่ทำร้ายและทำลายตนเอง เมื่อตนเองมีมิตรภาพที่ดีแล้ว ก็ย่อมจะขยายมิตรภาพนั้นไปสู่ผู้อื่นได้ง่าย หลักธรรมสำหรับสร้างมิตรภาพที่สามารถนำไปปฏิบัติเพื่อสร้างมิตรภาพเกิดขึ้นและรักษาให้ยั่งยืนตลอดไป คือ กัลยาณธรรม ทิศ 6 สังคหวัตถุ ความสามัคคี ความยุติธรรม เป็นต้น
3) รูปแบบการประยุกต์ใช้ประเพณีผูกเสี่ยวเพื่อเสริมสร้างมิตรภาพ มีทั้งรูปแบบที่เป็นไปในเชิงพุทธและภูมิปัญญาไทย โดยใช้ความจริงใจเป็นคุณธรรมเบื้องต้น มีกัลยาณธรรมเป็นหลักปฏิบัติเพื่อสร้างมิตรภาพเชิงพุทธ และมีประเพณีการผูกเสี่ยวเพื่อสร้างมิตรภาพเชิงภูมิปัญญาไทย การสร้างมิตรภาพมักจะเป็นไปพร้อมกับวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นที่เรียกว่า ฮีตสิบสอง คลองสิบสี่ และมีการประยุกต์ใช้หน้าที่ตามหลักของทิศ 6 เพื่อสร้างมิตรภาพ
ไฟล์ประกอบ
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความทุกเรื่องที่ได้รับการตีพิมพ์ทั้งรูปเล่มและบทความออนไลน์ เป็นลิขสิทธิ์ของวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น