การพึ่งพาตนเองแบบยั่งยืนของเกษตรกรในเขตพื้นที่ชลประทานจังหวัดบุรีรัมย์
คำสำคัญ:
การพึ่งพาตนเอง, แบบยั่งยืน, ศักยภาพ, เกษตรกร, เขตพื้นที่ชลประทานบทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาศักยภาพในการพึ่งพาตนเองแบบยั่งยืนของเกษตรกรในเขตพื้นที่ชลประทานในเขตจังหวัดบุรีรัมย์ 2) ศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อปัจจัยหรือตัวแปรที่จะสนับสนุนการพึ่งพาตนเองแบบยั่งยืนของเกษตรกรและ 3) นำผลการศึกษาเป็นแนวทางในการสนับสนุนส่งเสริมเกษตรกรในแนวทางที่เหมาะสมต่อไป ผลการศึกษาพบว่า 1) ปัจจัยด้านเทคโนโลยี เกษตรกรมีความจำเป็นต้องพึ่งพาเครื่องจักรกลการเกษตร เพื่อใช้เป็นเครื่องทุ่นแรง 2) ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ เกษตรกรส่วนใหญ่ยังต้องพึ่งพาเงินกู้จากภายนอก เป็นทุนและใช้สอยในชีวิตประจำวัน 3) ปัจจัยด้านทรัพยากรธรรมชาติ เกษตรกรส่วนใหญ่มีที่ดินเป็นของตนเองและยังต้องปรับปรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์อย่างต่อเนื่อง 4) ปัจจัยด้านทรัพยากรมนุษย์ เกษตรกรมีปัญหาขาดแรงงานในการทำการเกษตรในแต่ละกระบวนการผลิต 5) ปัจจัยด้านสังคมและการเมือง เกษตรกรทุกคนจะเป็นสมาชิกกลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทาน 6) ปัจจัยการสนับสนุนและความสัมพันธ์กับองค์การภายนอก ทั้งภาครัฐและเอกชนได้มีส่วนส่งเสริมสนับสนุนเกษตรกรในด้านต่าง ๆ เมื่อสรุปผลการศึกษาปัจจัยทั้ง 6 ประการ พบว่าทุกปัจจัยมีผลดีต่อศักยภาพในการพัฒนาเพื่อการพึ่งพาตนเองแบบยั่งยืนของเกษตรกร ยกเว้นปัจจัยด้านทรัพยากรมนุษย์ที่เกษตรกรค่อนข้างเป็นผู้สูงอายุ ที่อาจเป็นอุปสรรคในการพัฒนา แต่ก็สามารถแก้ได้โดยใช้การกระตุ้นที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่องและใช้วิธีการทำงานเป็นกลุ่มที่เกษตรกรคุ้นเคย สร้างแกนนำเกษตรกรที่มีความสามารถ
เอกสารอ้างอิง
เอกสารอ้างอิง
ภาษาไทย
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย. (2545). โครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน. กรุงเทพฯ: การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย.
ชินรัตน์ สมสืบ. (2539). การมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาชนบท. นนทบุรี. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
ไพบูลย์ ช่างเรียน. (2539). การศึกษาสภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เน้นการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจ รวมทั้งองค์กรด้านการตลาดของเกษตรกรในทศวรรษหน้า. กรุงเทพฯ: โครงการเอกสารและตำรา คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.
วิชัย สุภาโสด. (2549). เกษตรอินทรีย์. กรุงเทพฯ: สำนักอุทกวิทยาและบริหารน้ำ กรมชลประทาน.
วินิจ เกตุขำ และคมเพชร ฉัตรศุภกุล. (2522). กระบวนการกลุ่ม. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์.
วีระวัฒน์ ปันนิตามัย. (2548). การพัฒนาคนอย่างยั่งยืน. กรุงเทพฯ: คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.
สัญญา สัญญาวิวัฒน์. (2542). ทฤษฎีสังคมวิทยา การสร้าง การประเมินค่า และการใช้ประโยชน์. (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ .(2550). “แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
แห่งชาติฉบับที่สิบ พ.ศ. 2550-2554”. สืบค้นจาก http://www.nesdb.go.th/download/ article/article_20160323112418.pdf.
Translated References
Changrien, P. (1996). A study of economic and social conditions of Northeast emphasis on growing crops and raising economic animals including farmers’ marketing organizations for the next decade. Bangkok: Graduate school of Public Administration, National Institute of Development Administration. (in Thai)
Electricity Generating Authority of Thailand. (2002). Chivavithee projects for sustainable development.
Bangkok: Electricity Generating Authority of Thailand. (in Thai)
Kejkum, W. & Chutsuppakul, K. (1979). Group process. Bangkok: Odeon Store Press. (in Thai)
Office of the National Economic and Social Development Council. (2000). The National Economic and Social Development Plan (2007-2011). Retrieved from http://www.nesdb.go.th/download/ article/article_20160323112418.pdf. (in Thai)
Punnitamai, W. (2005). Human sustainable development. Bangkok: Graduate school of Public Administration, National Institute of Development Administration. (in Thai)
Somseub, C. (1996). Public participation in rural development. Nonthaburi: Sukhothai Thammathirat Open University Press. (in Thai)
Sunyawiwut, S. (1999). Sociological Theory, Creation, Valuation and utilization. (4th ed). Bangkok: Chulalongkorn University Press. (in Thai)
Suparsod, V. (2006). Organic farming. Bangkok: Office of Water Management and Hydrology, Royal Irrigation Development. (in Thai)
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2022 วารสารการบริหารท้องถิ่น

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความทุกเรื่องที่ได้รับการตีพิมพ์ทั้งรูปเล่มและบทความออนไลน์ เป็นลิขสิทธิ์ของวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น