การพัฒนาการจัดการขยะอย่างยั่งยืนของชุมชนในเขตอำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี
คำสำคัญ:
การพัฒนาชุมชน, การจัดการขยะ, การมีส่วนร่วม, การจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืนบทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัญหาของการจัดการขยะในชุมชนเขตอำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี และฝึกอบรมการคัดแยกขยะ การทำปุ๋ยหมัก และการสร้างมูลค่าเพิ่มจากขยะของชุมชนอย่างมีส่วนร่วมในเขตอำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี เป็นงานวิจัยเชิงปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วม กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยเป็นประชาชนใน 3 ตำบล จำนวน 150 คน รวมทั้งผู้นำชุมชน จำนวน 20 คน ที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการ เก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึก แบบสอบถาม การสังเกต และประชุมสนทนากลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยใช้เทคนิคสุนทรียสนทนา วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์แก่นสาระ และการวิเคราะห์ทางสถิติเพื่อหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า ปัญหาของการจัดการขยะพื้นที่คือมีปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้น ถังขยะมีน้อยไม่เพียงพอ ความมักง่ายและพฤติกรรมการทิ้งขยะของประชาชน ประชาชนไม่ช่วยกันรักษาความสะอาด ที่ทิ้งขยะที่ไม่เพียงพอ มีปริมาณขยะในชุมชนประเภทขวดน้ำพลาสติกและถุงพลาสติกจำนวนมาก ผลลัพธ์จากการฝึกอบรมการคัดแยกขยะ การทำปุ๋ยหมัก และการสร้างมูลค่าเพิ่มจากขยะเพื่อพัฒนาการจัดการขยะของชุมชนอย่างมีส่วนร่วม พบว่า ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีความพึงพอใจต่อการดำเนินโครงการโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เรียงตามลำดับพบว่า ลำดับแรกคือ ด้านกระบวนการอบรม รองลงมาคือ ด้านการนำความรู้ไปใช้ และด้านความรู้ความเข้าใจ เนื่องจากประชาชนสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในการจัดการขยะในชุมชน และแต่ละชุมชนมีการพัฒนานวัตกรรมการจัดการขยะโดยการรวมกลุ่มสมาชิกในชุมชน คือ ชุมชนตำบลนาโสมมีการพัฒนาการทำไม้กวาดจากขวดน้ำพลาสติกไว้ใช้งานในครัวเรือน และต่อยอดนำไปขายเพื่อสร้างรายได้แก่ชุมชน ชุมชนตำบลศิลาทิพย์ได้พัฒนาต่อยอดจานรองแก้วน้ำและกระถางปลูกต้นไม้จากขวดน้ำพลาสติก และจะมีการรวมกลุ่มตั้งเป็นกลุ่มธนาคารขยะเพื่อจัดสวัสดิการให้แก่สมาชิก และชุมชนตำบลนิคมลำนารายณ์ได้พัฒนาต่อยอดกระถางปลูกต้นไม้จากยางรถยนต์และขวดน้ำพลาสติก เพื่อนำไปจัดวางหน้าบ้านเพื่อปลูกพืชผักสวนครัว และนำเอาปุ๋ยหมักมาใส่ สร้างการแบ่งปันอาหารในชุมชน และต่อยอดสร้างชุมชนยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
Arponpong, T. (2016). Factors influencing the municipal solid waste management of people in Nangrong Municipality, Buriram Province (Master’s thesis, Suranaree University of Technology). (In Thai)
Chiangka, N. (2018). People participation in community waste management of Tunglooknok Subdistrict, Kampaengsaen District, Nakhonpathom Province (Master’s thesis, Mahachulalongkornrajavidyalaya University). (In Thai)
Hanphichai, S., & Janla, J. (2018). Public participation in waste management of Lamnarai Municipality, Chaibadan District, Lopburi Province. Suranaree Journal of Social Science, 12(1), 67–85. (In Thai)
Intarachot, T. (2017). Solid waste management of the Khukhot Municipality (Master’s thesis, Thammasat University). (In Thai)
Jeamponk, P. (2012). The study of solid waste utility and household management at Suanluang Subdistrict, Amphawa District, Samut Songkhram Province (Research report, Suan Sunandha Rajabhat University). (In Thai)
Patsin, T. (2018). People participation in community garbage management in Nongkunsawan Subdistrict, Kosumphisai District, Maha Sarakham Province (Research report, Rajabhat Maha Sarakham University). (In Thai)
Phonla, C. (2016). Schemes for community waste management of local administrative organizations (Master’s thesis, Thammasat University). (In Thai)
Phromkham, T. (2020). Problem situations of solid waste management in Phetchabun Municipality. NRRU Community Research Journal, 14(4), 52–62. (In Thai)
Potisita, C. (2009). The science and art of qualitative research (4th ed.). Amarin Printing and Publishing. (In Thai)
Vanapruk, P. (2012). Improvement of municipal solid waste management policy in Thailand (Master’s thesis, Prince of Songkla University). (In Thai)
Walaichai, S. (2021). Community participation in solid waste management: A case study of Wiang Phrao Subdistrict Municipality, Phrao District (Master’s thesis, Maejo University). (In Thai)
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการบริหารท้องถิ่น

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความทุกเรื่องที่ได้รับการตีพิมพ์ทั้งรูปเล่มและบทความออนไลน์ เป็นลิขสิทธิ์ของวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น