รูปแบบการพัฒนาผู้เรียนด้านความซื่อสัตย์สุจริตผ่านวรรณกรรมอีสาน
คำสำคัญ:
รูปแบบการพัฒนาผู้เรียน, ความซื่อสัตย์สุจริต, วรรณกรรมอีสานบทคัดย่อ
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัญหาและความต้องการรูปแบบแก้ไขปัญหาความซื่อสัตย์ สุจริต 2) การสร้างรูปแบบพัฒนาผู้เรียนด้านความซื่อสัตย์สุจริต 3) การประเมินผลการใช้รูปแบบการพัฒนาผู้เรียนด้านความซื่อสัตย์สุจริต วิธีการวิจัยแบบผสานวิธี คือ การวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ การวิจัยแบ่งเป็น 3 ระยะ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในระยะที่ 1 ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 375 เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอนและครูสอนสาระสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม จำนวน 28 คน และปราชญ์ชาวบ้าน จำนวน 2 คน รวมจำนวน 30 คน ใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง ระยะที่ 2 การสร้างรูปแบบการพัฒนาผู้เรียนด้านความซื่อสัตย์สุจริตผ่านวรรณกรรมอีสานโดยผู้เชี่ยวชาญประเมินรูปแบบ จำนวน 5 คน ระยะที่ 3 การประเมินผลการใช้รูปแบบ กลุ่มเป้าหมายระยะที่ 3 นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 30 คน โรงเรียนบ้านหินลาดแสนตอ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 3 เครื่องมือการวิจัย เป็นแบบสำรวจ แบบบันทึกการสนทนากลุ่ม แบบประเมิน แบบประเมินความพึงพอใจและแบบทดสอบ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปเพื่อหาค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน นำเสนอผลการวิจัยแบบตารางและการพรรณนาวิเคราะห์ ผลการวิจัยพบว่า 1. ปัญหาด้านความซื่อสัตย์ สุจริต ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 3พบว่าปัญหา 4 ด้านอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านมีปัญหาด้านความซื่อสัตย์สุจริตลำดับที่ 1 การปฏิบัติต่อบุคคลอื่นลำดับที่ 2 การปฏิบัติต่อหน้าที่ และลำดับที่ 3 ด้านความซื่อสัตย์สุจริตต่อตนเอง และความต้องการสร้างรูปแบบพัฒนาผู้เรียนด้านความซื่อสัตย์สุจริต ต้องการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านเนื้อหาวรรณกรรมอีสาน มีเนื้อหาบางเรื่องสอดคล้องกับคำสอนทางพระพุทธศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยประยุกต์รูปแบบเข้ากับวัยของนักเรียน 2. ผลการสร้างรูปแบบการพัฒนาผู้เรียนด้านความซื่อสัตย์สุจริต พบว่าการสร้างรูปแบบใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้จากเนื้อหาวรรณกรรมอีสานมีเนื้อหาบางเรื่องสอดคล้องกับพุทธศาสนา มีจำนวน 20 เรื่อง โดยรูปแบบของชุดกิจกรรมการเรียนรู้มีองค์ประกอบ 8 องค์ประกอบและมีคุณภาพ โดยรวมอยู่ในระดับมาก 3. ผลการประเมินการใช้รูปแบบของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยการเปรียบเทียบความซื่อสัตย์สุจริตผ่านวรรณกรรมอีสานก่อนเรียนกับหลังเรียน พบว่ามีความแตกต่างนัยสำคัญทางสถิติ .05 และประเมินพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อรูปแบบของชุดกิจกรรมการเรียนรู้พัฒนาผู้เรียนด้านความซื่อสัตย์สุจริตโดยรวมอยู่ในระดับมาก
เอกสารอ้างอิง
Khon Kaen University. 10 (4), 76-83, 2015. Thai.
2. Ministry of Education. Guidelines for student development activities: According to Core Curriculum,
Basic Education 2008. Bangkok: Agricultural Cooperative Federation, 2010.
3. Ban Hin Lad Santoo School. Self Assessment Report 2015. Ubon Ratchathani : Ban Hin Lad
Santoo School, 2015.
4. Anutip Tanthong Paya. Online from http://oknation.nationtv.tv/blog/Anutip/2014/04/16/entry-1
5. Silapon Buesy. The importance and role of local history today. Journal of Community Research.
15 (87), 4-6, 2009. Thai.
6. Academic and Educational Standards. Indicators and subjects of social studies, religion and
culture according to the core curriculum BE 2551. Bangkok: Agricultural Cooperative Federation of
Thailand, 2009.
7. Joyce and Weil. 1996. Model of teaching. 5thed Boston: Allyn and Bacon.
8. Phra Brahmagunabhorn (P. A. Payutto) Buddhist Teaching Method. Bangkok: Bodhidharma
Foundation, 2001. Thai.
9. Sukthai Surakitboovon. Honesty, ethics, desirable of Thai youth, how to cultivate and
Strengthen. Sakon Nakhon: Rajabhat University, 2002. Thai.
10. Surang Khowtrakul. Educational Psychology. 5th ed. Bangkok: Chulalongkorn University,
2002. Thai.
11. Prapatson Pree-iam. To remove the lessons of the Doctor of Philosophy program. Innovation
for Local development. Mahasarakham Rajabhat University, 2013. Thai.
