การพัฒนางานสาธารณสงเคราะห์ของวัดในอำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี
คำสำคัญ:
งานสาธารณสงเคราะห์, วัด, อำเภอบ้านคาบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาระดับการพัฒนางานสาธารณสงเคราะห์ของวัดในอำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี 2. เปรียบเทียบการพัฒนางานสาธารณสงเคราะห์ของวัดในอำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี โดยจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล และ 3. ศึกษาปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะต่อการพัฒนางานสาธารณสงเคราะห์ของวัดในอำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี มีระเบียบวิธีวิจัยเป็นการวิจัยแบบผสานวิธี การวิจัยเชิงปริมาณใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือเก็บข้อมูลภาคสนามจากประชาชนในพื้นที่ของอำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี จำนวน 390 คน วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้โดยหาค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบสมมติฐานโดยการทดสอบค่าเอฟ วิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และการวิจัยเชิงคุณภาพมีการวิเคราะห์เอกสาร และใช้แบบสัมภาษณ์เป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูลภาคสนามจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 9 รูปหรือคนและวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเทคนิคการวิเคราะห์เนื้อหาประกอบบริบท
ผลการวิจัยพบว่า 1. ระดับการพัฒนางานสาธารณสงเคราะห์ของวัดในอำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ด้านการช่วยเหลือเกื้อกูลกิจการของผู้อื่นเพื่อสาธารณประโยชน์มีค่าเฉลี่ยสูงสุดในระดับมาก รองลงมาคือ ด้านการเกื้อกูลประชาชนหรือสรรพสัตว์ ส่วนด้านการดำเนินกิจการเพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลมีค่าเฉลี่ยต่ำสุดอยู่ในระดับปานกลาง 2. ผลการเปรียบเทียบตามปัจจัยส่วนบุคคล พบว่า ประชาชนที่มีเพศ การศึกษา และรายได้แตกต่างกัน มีความคิดเห็นไม่แตกต่างกันส่วนประชาชนที่มีอายุและอาชีพแตกต่างกัน มีระดับการปฏิบัติที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และ 3. ปัญหาและอุปสรรคสำคัญ คือ พระสงฆ์และวัดยังขาดการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการแนะนำสั่งสอนให้พุทธศาสนิกชนประพฤติดีตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ส่วนข้อเสนอแนะเห็นควรให้พระสงฆ์และวัดสนับสนุนการมีส่วนร่วมในการประสานงานกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างบูรณาการ
เอกสารอ้างอิง
กองแผนงาน กรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ. (2540). คู่มือพระสังฆาธิการว่าด้วยพระราชบัญญัติ กฎ ระเบียบ และคำสั่งของคณะสงฆ์. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์การศาสนา.
กองพุทธศาสนสถาน สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ. (2561). การพัฒนาวัดสู่ความเป็นมาตรฐาน. สืบค้น 2 มกราคม 2567, จาก https://shorturl.asia/knRd3
ชำเลือง วุฒิจันทร์. (2541). การพัฒนากิจการคณะสงฆ์และการพระศาสนาเพื่อความมั่นคงแห่งชาติ. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์การศาสนา.
พระครูนิติสารวิกรม (สุขศิริ). (2567). การพัฒนางานสาธารณสงเคราะห์ของคณะสงฆ์ตำบลหนองกวาง อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี (สารนิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระครูนิมิตสาธุวัฒน์ ชวโน (บุญเมือง เฉิดเกียรติ). (2568). รูปแบบการดำเนินงานสาธารณสงเคราะห์แบบมีส่วนร่วมของคณะสงฆ์ภาค 8 (ดุษฎีนิพนธ์พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระเทพปริยัติสุธี (วรวิทย์ คงฺคปญฺโญ). (2540). การคณะสงฆ์และพระศาสนา. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตฺโต). (2543). ความสำคัญของพระพุทธศาสนาในฐานะศาสนาประจำชาติ (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์สหธรรมิก.
_____. (2547). การศึกษา: เครื่องมือพัฒนาที่ยังต้องพัฒนา (พิมพ์ครั้งที่ 11). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์สหธรรมิก.
พระมหาพชร กิตฺติวรเมธี (กิติวัฒนวรานนท์). (2565). การพัฒนางานด้านสาธารณสงเคราะห์ตามแผนปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาของพระสังฆาธิการในจังหวัดสระแก้ว (วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
สำนักงานเจ้าคณะภาค 16. (2547). คู่มือปฏิบัติงานคณะสงฆ์. สุราษฎร์ธานี: สำนักงานเจ้าคณะภาค 16.
สำนักงานทะเบียนอำเภอบ้านคา. (2567). แผนพัฒนาท้องถิ่น (พ.ศ. 2566-2570). ราชบุรี: สำนักงานทะเบียนอำเภอบ้านคา.
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ. (2550). คู่มือวิชาการโครงการคนรักษ์วัด. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ.
Yamane, T. (1973). Statistics: An Introductory Analysis (3rd ed.). New York: Harper and Row.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ภาพหรือตารางหรือเนื้อหาอื่นๆ ของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้งแสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์ หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเบื้องต้น ทางวารสารจะถอดบทความของท่านออกโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น


