กลวิธีและบทบาทของเยาวชนกับการจัดการปัญหาดิจิทัลในครอบครัว: การวิเคราะห์เอกสารบันทึกสะท้อนความคิด
คำสำคัญ:
บทบาทเยาวชน, ผู้กระทำการดิจิทัล, ช่องว่างดิจิทัล, ช่องว่างระหว่างรุ่น, การสื่อสารในครอบครัวบทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาประสบการณ์ของเยาวชนที่มีต่อปัญหาดิจิทัลในครอบครัว 2. วิเคราะห์กลวิธีที่เยาวชนใช้ในการจัดการปัญหาดังกล่าว และ 3. อธิบายบทบาทของเยาวชนที่มีต่อสมาชิกในครอบครัวด้านเทคโนโลยีดิจิทัล การวิจัยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพแบบย้อนหลัง โดยใช้วิธีการวิเคราะห์เอกสารจากบันทึกสะท้อนความคิดของนักศึกษา จำนวน 40 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหาโดยใช้แนวทางอุปนัย
ผลการวิจัยพบว่า 1. ปัญหาดิจิทัลในครอบครัวสามารถจัดกลุ่มได้เป็น 3 มิติหลัก ได้แก่ 1.1 มิติความสัมพันธ์และการสื่อสาร ซึ่งครอบคลุมการขาดการสื่อสาร ความห่างเหิน ความขัดแย้งเรื่องความเป็นส่วนตัว พฤติกรรมติดเทคโนโลยี และการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน 1.2 มิติความรู้และทักษะดิจิทัล ได้แก่ ช่องว่างทักษะดิจิทัลระหว่างรุ่น และการเผยแพร่หรือเชื่อข้อมูลที่ไม่ได้รับการตรวจสอบ และ 1.3 มิติความปลอดภัยและความเสี่ยงอันประกอบด้วยภัยออนไลน์และการถูกหลอกลวง 2. กลวิธีของเยาวชนในการจัดการปัญหาจำแนกได้เป็น 3 แนวทาง คือ การสร้างความเข้าใจและถ่ายทอดความรู้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและสภาพแวดล้อม และการตั้งกฎและข้อตกลงร่วมกัน 3. เยาวชนมีบทบาทสำคัญต่อครอบครัว 4 ประการ ได้แก่ ผู้สอนและให้ความรู้ด้านเทคโนโลยี ผู้คัดกรองข้อมูลและเฝ้าระวังความปลอดภัย ผู้ทำธุรกรรมแทนและผู้เชื่อมโยงและแบ่งปันข้อมูล ผลการวิจัยสะท้อนให้เห็นว่า เยาวชนไม่ได้เป็นเพียงผู้ใช้เทคโนโลยี แต่เป็นผู้กระทำการดิจิทัลที่มีบทบาทสำคัญในการจัดการและดูแลพื้นที่ดิจิทัลภายในครอบครัว
เอกสารอ้างอิง
ฐานิดา บุญวรรโณ และคณะ. (2565). ข้อถกเถียงเรื่องความยั่งยืนทางดิจิทัล: มิติครอบครัวและความสัมพันธ์ เกษตรกรรม การท่องเที่ยว และการอพยพย้ายถิ่น. วารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 18(2), 39–72.
ณัฐพงค์ แย้มเจริญ และคณะ. (2566). การใช้พื้นที่บนโซเซียลมีเดียของผู้ปกครองและเยาวชนไทยในครอบครัวไทยยุคดิจิทัล. วารสารนิเทศสยามปริทัศน์, 22(2), 100–112.
ภัทรพรรณ ทำดี. (2564). ผลกระทบของสื่อสังคมออนไลน์ที่มีต่อประชากรต่างรุ่นในครอบครัวจากมุมมองของประชากรชาวดิจิทัลไทย. วารสารประชากรศาสตร์, 37(2), 1–20.
Alam, M. S. et al. (2025). Reflective Narratives as Qualitative Data: A Fundamental Understanding. Integrated Journal for Research in Arts and Humanities, 5(4), 57–63.
Anisti, A. et al. (2023). Family Communication Patterns in the Era Digital Technology. ARRUS Journal of Social Sciences and Humanities, 3(6), 750–756.
Correa, T. (2014). Bottom-Up Technology Transmission within Families: Exploring How Youths Influence Their Parents' Digital Media Use with Dyadic Data. Journal of Communication, 64(1), 103–124.
Fox, C. et al. (2025). Parenting in a digital era: A narrative review (Research Series No. 218). Dublin: Economic and Social Research Institute.
Hébert, C. et al. (2022). #Digital parents: Intergenerational learning through a digital literacy workshop. Journal of Research on Technology in Education, 54(1), 34–91.
Humphry, J. et al. (2025). Social Digital Dilemmas: Young People’s and Parents’ Negotiation of Emerging Online Safety Issues. Retrieved February 9, 2026, from https://shorturl.asia/WCEwX
Perez, M. E. et al. (2019). Inverse Socialization with Technology: Understanding Intergenerational Family Dynamics. Journal of Consumer Marketing, 36(6), 818–826.
Siwapathomchai, S. (2020). Children’s Use of New Media and Parental Mediation in the Thai Family Context: Negotiation, Agency and Autonomy (Doctoral Thesis). Loughborough: Loughborough University.
_____. (2021). Thai Children’s New Media Use at Home: Intra-Family Communication and Reverse Socialisation. Journal of Language and Culture, 40(2), 166–196.
Tang, Z. et al. (2024). Exploring the Process of Technology Socialization (TS) in the Family: ICT Adoption for Middle-aged Parents with the Influence of Adult Children. Information Systems Frontiers, 26(5), 1873–1892.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ภาพหรือตารางหรือเนื้อหาอื่นๆ ของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้งแสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์ หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเบื้องต้น ทางวารสารจะถอดบทความของท่านออกโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น


