การศึกษาเปรียบเทียบการถือกรรมสิทธิ์และการครอบครองทรัพย์ ตามพระวินัยบัญญัติและการถือกรรมสิทธิ์และการครอบครองทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของพระภิกษุ
คำสำคัญ:
กรรมสิทธิ์; การครอบครองทรัพย์; พระวินัยบัญญัติบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาบทบัญญัติกฎหมายเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์และการครอบครองทรัพย์ตามพระวินัยบัญญัติและกฎหมายแพ่ง 2. ศึกษาการถือกรรมสิทธิ์และการครอบครองทรัพย์ของพระภิกษุตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของไทยและกฎหมายต่างประเทศ ได้แก่ เมียนมาและศรีลังกา 3. เปรียบเทียบการถือกรรมสิทธิ์และการครอบครองทรัพย์ตามพระวินัยบัญญัติกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่บังคับใช้แก่พระภิกษุ และ 4. เสนอแนวทางปรับปรุงกฎหมายให้เหมาะสมกับหลักการถือกรรมสิทธิ์และการครอบครองทรัพย์ของพระภิกษุ วิธีดำเนินการวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้การวิจัยเอกสาร ศึกษาข้อมูลจากพระไตรปิฎก อรรถกถา ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ คำพิพากษาศาลฎีกา กฎหมายต่างประเทศ และเอกสารวิชาการที่เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการพรรณนาวิเคราะห์ และการเปรียบเทียบเชิงลึก
ผลการวิจัยพบว่า 1. พระวินัยบัญญัติห้ามพระภิกษุครอบครองและทำธุรกรรมเกี่ยวกับเงินและทรัพย์สินส่วนตัวอย่างเด็ดขาด โดยอาศัยหลักนิสสัคคิยปาจิตตีย์เป็นกลไกควบคุม ทรัพย์สินจำแนกเป็นปุคคลิกทรัพย์และสังฆทรัพย์ มุ่งสนับสนุนการปฏิบัติธรรมและความบริสุทธิ์ของสมณเพศ 2. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1622–1624 กำหนดให้พระภิกษุมีสิทธิในทรัพย์สินเช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป ต่างจากกฎหมายเมียนมาที่มี Burmese Buddhist Law และกฎหมายศรีลังกาที่มี Buddhist Temporalities Ordinance รองรับโดยเฉพาะ 3. การเปรียบเทียบพบช่องว่างสำคัญระหว่างพระธรรมวินัยกับกฎหมายของรัฐ โดยเฉพาะในประเด็นมรดก การสินสมรส และนิติกรรมที่ขัดต่อพระวินัยแต่ยังมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย และ 4. จากการวิเคราะห์ช่องว่างระหว่างพระธรรมวินัยและกฎหมายแพ่ง พบว่าควรปรับปรุงประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยเฉพาะมาตรา 1622–1624 ให้สอดคล้องกับพระธรรมวินัย กล่าวคือ (ก) กำหนดให้ทรัพย์สินที่พระภิกษุได้มาขณะอยู่ในสมณเพศเป็นทรัพย์สินทางศาสนาโดยสันนิษฐาน (ข) กำหนดให้นิติกรรมที่ขัดต่อพระวินัยตกเป็นโมฆะสมบูรณ์ และ (ค) จัดตั้งระเบียบกลางภายใต้การกำกับดูแลของมหาเถรสมาคมเพื่อตรวจสอบการจัดการทรัพย์สินของพระภิกษุอย่างโปร่งใส
เอกสารอ้างอิง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์. (2560, 17 กุมภาพันธ์). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 134 ตอนที่ 22 ก. หน้า 12.
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ. (2568). ข้อมูลวัด และ พระทั่วประเทศ พ.ศ. 2568. สืบค้น 19 กุมภาพันธ์ 2569, จาก https://shorturl.asia/sy4WY
Crouch, M. (2016). Promiscuity, Polygyny and the Power of Revenge: The Past and Future of Burmese Buddhist Law in Myanmar. Asian Journal of Law and Society, 3, 85-113.
_____. (2018). Law, Religion and the Family in Myanmar: Buddhist Personal Law and Gender. Oxford Journal of Law and Religion, 7(3), 411-423.
de Silva, G. P. S. H. (1999). Law Relating to Buddhist Temporalities in Sri Lanka. Colombo: Lake House Investments.
Dewarakkita Unnanse v. Sumangala Unnanse. (1936). New Law Reports, 38, 127. Colombo: Government Printer, Ceylon.
Indrasumana Thero v. Kalapugama Upali. (1966). New Law Reports, 68, 467. Colombo: Government Printer, Ceylon.
Jardine, J. (1908). Notes on Buddhist law The Burma Law Reports, 1-9. Rangoon: British Burma Press.
Kieffer-Pülz, P. & Kawanami, H. (2019). Monastic Discipline and Communal Rules for Buddhist Nuns in Myanmar. Journal of Buddhist Studies, 5-12.
Lammerts, D. C. (2018). Buddhism and Written Law: Dhammasattha Manuscripts and Textual Culture in Burma. Honolulu: University of Hawai‘i Press.
Merrill, T. W. (1998). Property and The Right to Exclude. Nebraska Law Review, 77(4), 730–732.
Smith, H. E. (2004). Exclusion and Property Rules in The Law of Nuisance. Virginia Law Review, 90(4), 975-977.
U Hla Myint v. U Aung Tin. (1954). Myanmar Law Reports. Yangon: Government of the Union of Myanmar.
Walton, M. J. (2016). Buddhism, Politics and Political Thought in Myanmar. Cambridge: Cambridge University Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ภาพหรือตารางหรือเนื้อหาอื่นๆ ของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้งแสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์ หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเบื้องต้น ทางวารสารจะถอดบทความของท่านออกโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น


