ครอบครองปรปักษ์ในกฎหมายไทย ทฤษฎีกรรมสิทธิ์ และความเป็นธรรมทางสังคม
คำสำคัญ:
ครอบครองปรปักษ์, กรรมสิทธิ์, ความเป็นธรรมบทคัดย่อ
บทความนี้มุ่งศึกษาหลักการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382–1385 โดยวิเคราะห์ทฤษฎีและคำพิพากษาศาลฎีกา เพื่ออธิบายความสัมพันธ์ระหว่างแนวคิดกรรมสิทธิ์กับหลักความเป็นธรรมทางสังคม การศึกษาอยู่ภายใต้กรอบทฤษฎีกรรมสิทธิ์ ได้แก่ แนวคิดกรรมสิทธิ์แบบสมบูรณ์ (Absolute Ownership) และทฤษฎีกรรมสิทธิ์ในฐานะชุดสิทธิ (Bundle of Rights) เพื่อวิเคราะห์ว่า การครอบครองปรปักษ์อยู่ในสถานะของ “การลิดรอนกรรมสิทธิ์” ของเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ อีกทั้งเป็นการกำหนดสถานะกรรมสิทธิ์ขึ้นใหม่โดยผลของกฎหมายอันมุ่งสร้างความเสถียรภาพของสิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยทรัพย์สิน การวิจัยเชิงคุณภาพทางนิติศาสตร์ โดยศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้อง การศึกษาแนวคำพิพากษาศาลฎีกา ผลการศึกษาพบว่า แนวคำพิพากษาศาลฎีกามีลักษณะสอดคล้องกัน โดยถือองค์ประกอบของการครอบครองปรปักษ์ โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับเจตนาเป็นเจ้าของและลักษณะการครอบครองที่ต้องเป็นไปโดยสงบและเปิดเผย เพื่อคุ้มครองสิทธิแห่งกรรมสิทธิ์ของเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ มิให้ถูกกระทบสิทธิโดยปราศจากบทบัญญัติของกฎหมายรองรับ ศาลฎีกาได้ให้ความสำคัญกับหลักความมั่นคงของสิทธิและความสงบเรียบร้อยเป็นหลัก โดยถือว่าการที่เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ มิได้ใช้หรือปกป้องสิทธิของตนตามระยะเวลาตามที่กฎหมายบัญญัติ ย่อมก่อให้เกิดผลในทางกฎหมายในการเปลี่ยนแปลงสถานะกรรมสิทธิ์แก่ผู้ครอบครองหลักการครอบครองปรปักษ์มิได้เป็นเพียงข้อยกเว้นต่อหลักความศักดิ์สิทธิ์แห่งกรรมสิทธิ์ หากแต่เป็นกลไกเชิงโครงสร้างของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยทรัพย์สินที่ทำหน้าที่ถ่วงดุลระหว่างการคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลกับประโยชน์แห่งสาธารณะในด้านของสิทธิ เสถียรภาพของทรัพย์สิน และความเป็นธรรมทางสังคม อันมีนัยสำคัญต่อการพัฒนาประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยทรัพย์สินของไทยในสังคมและเศรษฐกิจให้มีความร่วมสมัย
เอกสารอ้างอิง
จิตติ ติงศภัทิย์. (2548). คำอธิบายกฎหมายแพ่งลักษณะทรัพย์. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์วิญญูชน.
บรรเจิด สิงคะเนติ. (2562). หลักนิติรัฐและหลักความได้สัดส่วน. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์วิญญูชน.
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์.
ไพโรจน์ วายุภาพ. (2561). คำอธิบายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยทรัพย์. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์วิญญูชน.
วิษณุ เครืองาม. (2554). กฎหมายแพ่งว่าด้วยทรัพย์สิน. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์นิติธรรม.
ศาลฎีกา. (2540). คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6192/2540.
______. (2540). คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8122/2540.
สมยศ เชื้อไทย. (2563). นิติปรัชญาเบื้องต้น. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์วิญญูชน.
สำนักงานศาลยุติธรรม. (2567). รายงานสถิติคดีศาลยุติธรรมประจำปี พ.ศ. 2567. กรุงเทพฯ: สำนักงานศาลยุติธรรม.
Basic Law for the Federal Republic of Germany. (1949). Article 14. Bonn, Germany: Federal Republic of Germany.
French Civil Code. (1804). Article 544. Paris, France: Government of France.
Fuller, L. L. (1964). The Morality of Law. New Haven, CT: Yale University Press.
Gray, K. & Gray, S. (2009). Elements of Land Law (5th ed.). Oxford, England: Oxford University Press.
Honoré, A. M. (1961). Ownership. In A. G. Guest (Ed.), Oxford Essays in Jurisprudence (pp. 107–147). Oxford, England: Oxford University Press.
Penner, J. E. (1997). The Idea of Property in Law. Oxford, England: Oxford University Press.
Rawls, J. (1971). A Theory of Justice. Cambridge, MA: Harvard University Press.
Raz, J. (1979). The Authority of Law. Oxford, England: Oxford University Press.
Sen, A. (2009). The Idea of Justice. Cambridge, MA: Harvard University Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ภาพหรือตารางหรือเนื้อหาอื่นๆ ของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้งแสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์ หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเบื้องต้น ทางวารสารจะถอดบทความของท่านออกโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น


