พุทธจริยธรรมเพื่อส่งเสริมการสื่อสารทางการเมืองของนักการเมืองระดับท้องถิ่นในจังหวัดระยอง
คำสำคัญ:
พุทธจริยธรรม, การสื่อสารทางการเมือง, นักการเมืองท้องถิ่นบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาการสื่อสารทางการเมืองของนักการเมืองระดับท้องถิ่นในจังหวัดระยอง 2. ศึกษาปัจจัยที่ส่งเสริมการสื่อสารทางการเมืองของนักการเมืองระดับท้องถิ่นในจังหวัดระยอง และ 3. นำเสนอพุทธจริยธรรมเพื่อส่งเสริมการสื่อสารทางการเมืองของนักการเมืองระดับท้องถิ่นในจังหวัดระยอง เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี การวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 18 รูปหรือคน แบ่งเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ปฏิบัติงานด้านพระพุทธศาสนา นักรัฐศาสตร์ นักการเมืองท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และการวิจัยเชิงปริมาณ โดยประชาชนที่มีอายุ 18 ปี ขึ้นไป จำนวน 400 คน ได้จากการคํานวนตามสูตรทาโร่ ยามาเน่ แบบสอบถามมีค่าความเชื่อมั่น 0.990 การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน และการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนา
ผลการวิจัยพบว่า 1. การสื่อสารทางการเมืองของนักการเมืองระดับท้องถิ่นในจังหวัดระยอง โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง และอยู่ในระดับปานกลางทุกด้าน ดังนี้ ด้านการตรวจสอบการใช้อำนาจ ด้านการให้ข้อมูลสาธารณะ ด้านการทำหน้าที่เป็นสุนัขเฝ้าบ้าน และด้านการสร้างความโปร่งใส ตามลำดับ 2. ปัจจัยหลักการสื่อสาร ด้านผู้ส่งสาร และด้านสาร ส่งผลต่อการส่งเสริมการสื่อสารทางการเมืองของนักการเมืองระดับท้องถิ่นในจังหวัดระยอง ได้ร้อยละ 24.7 และหลักเทศนาวิธี 4 ส ส่งผลต่อการส่งเสริมการสื่อสารทางการเมืองของนักการเมืองระดับท้องถิ่นในจังหวัดระยอง สันทัสสนา การแสดงให้เห็นชัดเจนและสมาทปนา ชวนให้อยากรับเอาไปปฏิบัติ ได้ร้อยละ 24.3 อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.01 และ 3. พุทธจริยธรรมเพื่อส่งเสริมการสื่อสารทางการเมืองของนักการเมืองระดับท้องถิ่นในจังหวัดระยอง ดังนี้ ระดับการปฏิบัติตามหลักเทศนาวิธี 4 ส ดังนี้ 1. สมาทปนา ชวนให้อยากรับเอาไปปฏิบัติ ทำให้ประชาชนเห็นคุณค่าและอยากมีส่วนร่วมโดยสมัครใจ 2. สันทัสสนา การแสดงให้เห็นชัดเจน การทำให้ความจริงปรากฏ เป็นรูปธรรม และเข้าใจง่าย 3. สมุตเตชนา เร้าใจให้อาจหาญแกล้วกล้า เน้นให้ผู้นำท้องถิ่นใช้การสื่อสารที่จริงใจและมีความรับผิดชอบ และ 4. สัมปหังสนา ปลอบชโลมใจให้สดชื่น ให้ความหวังบนพื้นฐานของความเป็นไปได้
เอกสารอ้างอิง
ณปภัช พัชรกรโชติ. (2566). การประยุกต์หลักพุทธจริยธรรมสำหรับนักการเมืองเพื่อพัฒนาการเมืองการปกครองท้องถิ่น จังหวัดนนทบุรี (ดุษฎีนิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
นัทธมน กันเกา และศุภสวัสดิ์ ชัชวาล. (2566). แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตเลือกตั้งท้องถิ่น ในเขตพื้นที่อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง. วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม, 7(1), 95-111.
นิภา ทัตตานนท์. (2567). ความไว้วางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีต่อนักการเมืองท้องถิ่น. วารสารวิชาการสังคมศาสตร์สมัยใหม่, 1(4), 22-34.
ปิยากร หวังมหาพร และคณะ. (2563). โครงการวิจัยพัฒนาฐานข้อมูลองค์ความรู้ด้านธรรมาภิบาล. กรุงเทพฯ: สถาบันพระปกเกล้า.
พระครูธรรมธรบุญเที่ยง พุทฺธสาวโก (ลักษณ์พลวงค์). (2564). การบูรณาการหลักพุทธธรรมกับการ สื่อสารทางการเมืองเพื่อเสริมสร้างความสมานฉันท์ (ดุษฎีนิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระจรูญ จนฺทูปโม และคณะ. (2563). รูปแบบการพัฒนาการเทศนาของพระสงฆ์จังหวัดสมุทรปราการ. วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์, 9(2), 274-287.
ไพบูลย์ สุขเจตนี. (2563). การพัฒนาความไว้วางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีต่อ นักการเมืองระดับท้องถิ่นในจังหวัดนนทบุรี (ดุษฎีนิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกฉบับภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ร็อกเกต มีเดีย แล็บ. (2566). เปิดข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ’66 รายภาค-รายจังหวัด และจำนวน ส.ส.เขต ‘62-’66. สืบค้นเมื่อ 2 มีนาคม 2567, จาก https://rocketmedialab.co/election-66-3/.
สิงห์ สิงห์ขจร และคณะ. (2562). การสื่อสารในการสร้างความนิยมของผู้นำทางการเมืองท้องถิ่น. วารสาร อัล-ฮิกมะฮฺ, 9(18), 197-213.
Berlo, D. K. (1960). The Process of Communication. New York: Holt, Rinehart and Winston.
Brown, M. E. & Treviño, L. K. (2006). Ethical leadership: A review and future directions. The Leadership Quarterly, 17(6), 595-616.
Cialdini, R. B. (2021). Influence: The Psychology of Persuasion (Revised ed.). New York: Harper Business.
Cronbach, L. J. (1951). Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika, 16(3), 297-334.
Habermas, J. (1996). Between Facts and Norms. Cambridge, MA: MIT Press.
Likert, R. (1967). New Patterns of Management. New York: McGraw-Hill.
McNair, B. (2018). An Introduction to Political Communication (6th ed.). London: Routledge.
Norris, P. (2000). A Virtuous Circle: Political Communications in Postindustrial Societies. Cambridge, MA: Cambridge University Press.
Yamane, T. (1973). Statistics: An Introductory Analysis (3rd ed.). New York: Harper and Row.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ภาพหรือตารางหรือเนื้อหาอื่นๆ ของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้งแสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์ หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเบื้องต้น ทางวารสารจะถอดบทความของท่านออกโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น


