วาทกรรมประชานิยมในการหาเสียงเลือกตั้งไทย
คำสำคัญ:
วาทกรรม, ประชานิยม, การเลือกตั้งบทคัดย่อ
วาทกรรมประชานิยมในการหาเสียงเลือกตั้งเป็นกลไกสำคัญที่พรรคการเมืองใช้ในการสร้างความหมายทางการเมือง สร้างความชอบธรรม และระดมการสนับสนุนจากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้เขียนจึงมุ่งทำความเข้าใจและวิเคราะห์พัฒนาการ รูปแบบ ตลอดจนผลกระทบของวาทกรรมประชานิยมในการหาเสียงเลือกตั้งของไทย เพื่ออธิบายพลวัตการแข่งขันทางการเมือง โดยอาศัยการทบทวนวรรณกรรมและการสังเคราะห์องค์ความรู้จากเอกสารทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดประชานิยม วาทกรรม และการเลือกตั้ง ซึ่งนำไปสู่ข้อค้นพบว่า วาทกรรมประชานิยมมิได้เป็นเพียงการนำเสนอนโยบายเพื่อดึงดูดคะแนนเสียง หากแต่เป็นกระบวนการสร้างความหมายผ่านการใช้ภาษา สัญลักษณ์ และการสื่อสาร เพื่อกำหนดภาพแทนของประชาชน สร้างคู่ขัดแย้งทางการเมือง และสร้างความเชื่อมั่นต่อพรรคการเมือง โดยวาทกรรมประชานิยมของไทยมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่องจากการเน้นนโยบายด้านเศรษฐกิจและสวัสดิการ ไปสู่การสร้างเรื่องเล่าทางการเมือง การกำหนด
อัตลักษณ์และการใช้สื่อต่าง ๆ เป็นเครื่องมือในการสื่อสารกับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง อีกทั้ง วาทกรรมประชานิยมยังส่งผลทั้งในด้านบวกและด้านลบต่อระบอบประชาธิปไตย หรือก็คือ ช่วยผลักดันให้ประเด็นความเหลื่อมล้ำ การเข้าถึงสวัสดิการ และคุณภาพชีวิตของประชาชนได้รับความสนใจมากขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นก็อาจจะก่อให้เกิดการแข่งขันในด้านของนโยบายที่สร้างความเสี่ยงด้านการคลัง การลดทอนความเชื่อมั่นต่อสถาบันทางการเมือง และการขยายความขัดแย้งทางสังคม จากการสังเคราะห์แนวคิดต่าง ๆ สามารถพัฒนาเป็นกรอบวิเคราะห์วาทกรรมประชานิยมในการหาเสียงเลือกตั้งไทยที่ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ ได้แก่ 1. การสร้างภาพแทนของประชาชน 2. การกำหนดคู่ขัดแย้งทางการเมือง 3. การสร้างความหวังผ่านนโยบาย และ 4. การสื่อสารผ่านสื่อและเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งมีความเชื่อมโยงกันในการสร้างความชอบธรรมทางการเมือง ระดมการสนับสนุนจากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และอธิบายพลวัตของการแข่งขันทางการเมืองไทยร่วมสมัยได้อย่างเป็นระบบ
เอกสารอ้างอิง
ธรรมวัฒน์ พัฒนาสุทธินนนท์. (2567). ปัญหาของท่านคือนโยบายของเรา : มูลบทในนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองในการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2566. วารสารศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 24(3), 235–265.
ยุทธศาสตร์ หน่อแก้ว. (2564). แนวทางประชานิยม: ภาพสะท้อนแนวคิดทางการเมืองเชิงโครงสร้างชนชั้นในสังคมไทย. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, 16(2), 15–30.
รัฐชฎา ฤาแรง และคณะ. (2567). การตรวจสอบนโยบายของพรรคการเมืองไทย. วารสารวิจัยมหาวิทยาลัยเวสเทิร์น มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 10(2), 165–176.
อภิชาต สถิตนิรามัย และคณะ. (2556). ทบทวนภูมิทัศน์การเมืองไทย. เชียงใหม่: แผนงานสร้างเสริมนโยบายสาธารณะที่ดี สถาบันศึกษานโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
เอนก เหล่าธรรมทัศน์. (2549). ทักษิณา-ประชานิยม. กรุงเทพฯ: มติชน.
Laclau, E. & Mouffe, C. (1985). Hegemony and Socialist Strategy: Towards a Radical Democratic Politics. London, England: Verso.
Laclau, E. (2005). On Populist Reason. London, England: Verso.
Moffitt, B. (2016). The Global Rise of Populism: Performance, Political Style, and Representation. Stanford, CA: Stanford University Press.
Mouffe, C. (2018). For a Left Populism. London, England: Verso.
Mudde, C. & Kaltwasser, C. R. (2017). Populism: A Very Short Introduction. Oxford, England: Oxford University Press.
Phongpaichit, P. & Baker, C. (2008). Thaksin. Chiang Mai, Thailand: Silkworm Books.
Supamangmee, S. (2021). What are people talking about elsewhere? When the Clubhouse becomes a new stage for expressing political stances. Retrieved May 19, 2026, from https://shorturl.asia/azicfm.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ภาพหรือตารางหรือเนื้อหาอื่นๆ ของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้งแสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์ หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเบื้องต้น ทางวารสารจะถอดบทความของท่านออกโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น


