การยกระดับการเรียนรู้ของประชาชนสู่การเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ ด้วยกลไกความร่วมมือระดับเมือง ภายใต้ฐานทรัพยากรชีวภาพและอัตลักษณ์วัฒนธรรมของการยกระดับเมืองปากพูน จังหวัดนครศรีธรรมราช
Main Article Content
บทคัดย่อ
การเรียนรู้ของประชาชนในพื้นที่เทศบาลเมืองปากพูนมีข้อจำกัดที่ส่งผลต่อการพัฒนาท้องถิ่น รวมทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนของท้องถิ่นซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมภายในขององค์กร ภายใต้รวบรวมปัญหาความต้องการของประชาชน การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนากลไกการขับเคลื่อนเมืองแห่งการเรียนรู้สู่ความยั่งยืน ผ่านความร่วมมือของภาคีเครือข่ายความรู้ในพื้นที่เทศบาลเมืองปากพูน 2) เพื่อศึกษาท้องถิ่น ส่งผลให้เกิดความร่วมมือทางสังคม ความภูมิใจในท้องถิ่น และนำไปสู่การต่อยอดผลิตภัณฑ์และการบริการในพื้นที่เทศบาลเมืองปากพูน และ 3) เพื่อพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้ และพิพิธภัณฑ์มีชีวิต ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่เทศบาลเมืองปากพูน อย่างเป็นรูปธรรม การวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ กลุ่มผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่เทศบาล กลุ่มคนในชุมชน ผู้ประกอบการ ผู้ใช้บริการ นักวิชาการ ตัวแทนหน่วยงานเกี่ยวข้อง จำนวน 306 คน โดยการสำรวจข้อมูล สัมภาษณ์เชิงลึก สนทนากลุ่ม สัมมนาวิจัย ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย นำข้อมูลมาวิเคราะห์เชิงคุณภาพ เผยแพร่ต่อสาธารณะบนแนวคิดมุ่งเป้า ผลการวิจัย พบว่า ฐานข้อมูลทรัพยากรชีวภาพ พืช 17 ชนิด กลุ่มสัตว์ 41 วงศ์ 49 สกุล ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ใช้ประโยชน์จากความหลากหลาย ยกระดับสินค้าเป็นอัตลักษณ์ 2 ผลิตภัณฑ์ ทุนประวัติศาสตร์ สร้างความภาคภูมิใจในถิ่น นำสู่การจัดการชุมชนผ่านกลไก “ไอ้เฒ่า” ขับเคลื่อนเมือง กลุ่มเกิดจากความต้องการของชุมชน สร้างกฎกติการ่วมผนวกการส่งเสริมจากภายนอก นำสู่การจัดทำพิพิธภัณฑ์มีชีวิต “อุโมงค์โกงกาง” “ตลาดความสุขชาวเล” ยกระดับเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต มีข้อเสนอแนะ คือ เทศบาลเมืองปากพูนควรนำผลไปขยายในพื้นที่อื่น ๆ เพื่อรองรับการกำหนดนโยบายและแผนขับเคลื่อนการพัฒนาเมือง แห่งการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในวารสาร ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ
เอกสารอ้างอิง
ชนันภรณ์ อารีกุล. (2559). ทุนทางสังคมกับการพัฒนาสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต. วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์, 5(2), 249-261.
ชมพูนุท คงพุนพิน. (2557). การพัฒนาพิพิธภัณฑ์ชีวิตในย่านหน้าทอนเกาะสมุย. วารสารวิชาการคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 13(1), 15-29.
ธนัทณัฏฐ์ ฉัตรภัครัตน์, ชุติวัฒน์ สุวัตถิพงศ์ และ วิทูรย์ วงษ์อามาตย์. (2561). การพัฒนารูปแบบแหล่งเรียนรู้ชุมชนอัจฉริยะในศตวรรษที่ 21 เพื่อส่งเสริมคุณลักษณะการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชน. (รายงานการวิจัย). สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ.
นิรมล เสรีสกุล และ ธนพร โอวาทวรวรัญญู. (2564). การวิเคราะห์เครือข่ายทางสังคมในการขับเคลื่อนแนวคิดเมืองแห่งการเรียนรู้ของกรุงเทพมหานคร กรณีศึกษาย่านกะดีจีน-คลองสาน. วารสารสถาบันพระปกเกล้า, 20(2), 45-67.
พิมพ์ลิขิต แก้วหานาม และ กตัญญู แก้วหานาม. (2565). ความร่วมมือและการมีส่วนร่วมในฐานะพลเมือง: การสํารวจตัวแสดงทางนโยบายที่หลากหลายในการขับเคลื่อนเมืองแห่งการเรียนรู้. วารสารการบริหารท้องถิ่น, 15(1), 59-78.
สมเจตน์ ผิวทองงาม, จีรวรรณ ศรีหนูสุด, วนิษา ติคํา, จันจิรา เศรษฐพลอย, อัมพวรรณ หนูพระอินทร์ และ นิทัศน์ ไหมจุ้ย. (2561). พุมเรียง : บริบทชุมชน ฐานเศรษฐกิจ และทุนทางวัฒนธรรม. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 10(2), 353-375.
สุดา มงคลสิทธิ์. (2561). กลยุทธ์การสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อพัฒนาการจัดการศึกษาในโรงเรียนเอกชนจังหวัดชลบุรี. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 6(10), 5843-5859.
เสรี พงศ์พิศ. (2551). คู่มือการทำวิสาหกิจชุมชน. กรุงเทพฯ: เจริญวิทยการพิมพ์.
สำนักงานปลัดเทศบาลเมืองปากพูน. (2561). แผนพัฒนาท้องถิ่น 2661 - 2565 เทศบาลเมืองปากพูน. นครศรีธรรมราช: เทศบาลเมืองปากพูน.
อุทิศ ทาหอม. (2564). การพัฒนาชุมชนท้องถิ่นบนฐานวัฒนธรรมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม. วารสารวิจัยและพัฒนา, 16(2), 55-73.
Craig, A. W. (2017). Policy Collaboration in the United States Congress(Doctoral dissertation for Philosophy in Political Science). Ohio State University.
Riviére, G. H. (1973). Role of Museums of Art and of Human and Social Sciences. Museum International, 25(2), 26-37.
UNESCO Institute for Lifelong Learning. (2020). UNESCO Global Network of Learning Cities: Guiding Documents. Hamburg: UNESCO Institute for Lifelong Learning (UIL).