การพัฒนารูปแบบการสอนการอ่านภาษาอังกฤษตามทฤษฎีคอนสตรัคติวิซึมร่วมกลยุทธ์การอ่านอย่างมีวิจารณญาณเพื่อส่งเสริมความสามารถด้านการอ่านอย่างมีวิจารณญาณสำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้นี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพรูปแบบการสอนอ่านภาษาอังกฤษตามทฤษฎีคอนสรัคติวิซึมร่วมกับกลยุทธ์การอ่านอย่างมีวิจารณญาณเพื่อส่งเสริมความสามารถด้านการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ 2) เพื่อศึกษาผลการใช้รูปแบบการสอนอ่านภาษาอังกฤษตามทฤษฎีคอนสรัคติวิซึมร่วมกับกลยุทธ์การอ่านอย่างมีวิจารณญาณเพื่อส่งเสริมความสามารถด้านการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ และ 3) เพื่อรับรองรูปแบบการสอนอ่านภาษาอังกฤษตามทฤษฎีคอนสรัคติวิซึมร่วมกับกลยุทธ์การอ่านอย่างมีวิจารณญาณเพื่อส่งเสริมความสามารถด้านการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านเตรียม อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2562 จำนวน 16 คน ที่ได้มาจากวิธีการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) รูปแบบการสอนอ่านภาษาอังกฤษ 2) แผนการจัดการเรียนรู้ 3) แบบทดสอบวัดความสามารถด้านการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ 4) แบบสอบถามความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อรูปแบบการสอน และ 5) แบบบันทึกการเรียนรู้ (Learning log) วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติทีแบบไม่อิสระ
ผลการวิจัยพบว่า 1) รูปแบบการสอนชื่อ ESQSE Model มี 5 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ หลักการ วัตุประสงค์ กระบวนการเรียนการสอน การวัดและการประเมินผล และสิ่งส่งเสริมการเรียนรู้ ซึ่งมีกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น ได้แก่ ขั้นกระตุ้นและเชื่อมโยงความรู้เดิม (E) ขั้นฝึกอ่านด้วยตนเอง (S) ขั้นตั้งคำถาม (Q) ขั้นแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (S) ขั้นประเมินผล (E)2) คะแนนความสามารถด้านการอ่านภาษาอังกฤษอย่างมีวิจารณญาณหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) รูปแบบการสอน ESQSE Model ได้รับการรับรองจากผู้ทรงคุณวุฒิ 5 คน ว่ามีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก
Article Details
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในวารสาร ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ
เอกสารอ้างอิง
จิรวัฒน์ เพชรรัตน์ และอัมพร ทองใบ. (2556). การอ่านและการเขียนทางวิชาการ. กรุงเทพมหานคร: โอเดียนสโตร์.
จุฑาธิป เปลาเล .(2561). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์การอ่านอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่จัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem Based Learning : PBL). (ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการสอนภาษาไทย). มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ณัฐวดี ธาตุดี. (2561). การพัฒนาความสามารถด้านการอ่านอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning). (ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการสอนภาษาไทย). มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ดนยา วงศ์ธนะชัย. (2542). การอ่านเพื่อชีวิต. พิษณุโลก: สถาบันราชภัฎพิบูลสงคราม.
ทิศนา แขมณี. (2555). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
บันลือ พฤกษะวัน. (2543). แนวพัฒนา การอ่านเร็ว คิดเป็น. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช.
ยุพรพรรณ ตันติสัตยานนท์. (2555). การพัฒนาโมดูลการอ่านภาษาอังกฤษธุรกิจที่เน้นจริยธรรมธุรกิจเพื่อส่งเสริมทักษะการอ่านอย่างมีวิจารณญาณและความตระหนักด้านจริยธรรมทางธุรกิจสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์. (ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน). มหาวิทยาลัยศิลปากร.
สงัด อุทรานันท์. (2532). พื้นฐานและหลักการพัฒนาหลักสูตร. กรุงเทพฯ: คณะครุศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วิสาข์ จัติวัตร์. (2541). การสอนอ่านภาษาอังกฤษ. กรุงเทพฯ: คณะศึกษาศาสตร์, มหาวิทยาลัยศิลปากร.
เอมอร เนียมน้อย. (2551). พัฒนาการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
Barnett, H. (1989). What Teachers Should Know About Their Classroom Learners. Foreign Language Annals, 22(2), 199-201.
Dick, W., Carey, L., & Carey, J. O. (2005). The Systematic Design of Instruction (6th ed.). Boston: Allyn and Bacon.
Driver, R., & Bell, B. (1986). Students' Thinking and Learning of Science: A. Constructivist View. School Science Revie, 67(240), 443-456.
Joyce, B., & Weil, M. (1999). Models of Teaching (6th ed.) Boston: Allyn and Bacon.
Koralex, D. (2012). Reading Aloud with Children of All Ages. Retrieved June 18, 2020, from http://journal.naeyc.org/btj/200303/readingaloud.pdf.
Kruse, K. (2007). Instruction to Instructional Design and the ADDIE Model. Retrieved June 18, 2020, from http//www.elearninggurn.com/articles/art1_1.htm
Naiman, N., Fröhlich, M., Stern, H. H., & Todesco, A. (1978). The good language learner (Research in Education Series No. 7). Toronto, Canada: Ontario Institute for Studies in Education.
Nuttall, C. (1996). Teaching reading skills in a foreign language. Bath: Heinemann.
Rubin, J. (1975). What the “Good Language Learner” Can Teach Us. TESOL Quarterly, 9, 41-51.
Schmitt, M. C., & Baumann, J. F. (1986). How to incorporate comprehension monitoring strategies into basal reader instruction. Reading Teacher, 40(1), 28–31.
Stern, H. H. (1975). What can we learn from the good language learner?. Canadian Modern Language Review, 34, 304-318.
Underhill, R. G. (1991). Two layers of constructivist curricular interaction. In E. von Glasersfeld (ed.), Radical Constructivist in Mathematics Education, pp. 229-248. Dordrecht, The Natherlands: Kluwer Academic.
Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes. Cambridge, MA: Harvard University Press.
Wallace, R. B. (1992). Aging and Disease: From laboratory to communication in the epidemiologic study of the elderly. New York: Oxford University Press.