การเปรียบเทียบส่วนประสมทางการตลาดเพื่อตัดสินใจเข้าศึกษาในโรงเรียนเอกชน ระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการศึกษาเอกชน (สช.)

Main Article Content

กัญญาวีร์ มหาสนิท

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์ของการวิจัยได้แก่ 1) ศึกษาส่วนประสมทางการตลาดเพื่อตัดสินใจเข้าศึกษาในโรงเรียนเอกชนระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน 2) เปรียบเทียบส่วนประสมทางการตลาดเพื่อตัดสินใจเข้าศึกษาในโรงเรียนเอกชนระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนจำแนกตามเพศ อายุ การศึกษา  และรายได้ของผู้ปกครอง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ผู้ปกครองนักเรียนในโรงเรียนเอกชนระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ปีการศึกษา 2562 จำนวน 400 คน กำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตรของยามาเน่ และการสุ่มกลุ่มตัวอย่างด้วยการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เป็นแบบสอบถามแบบประมาณค่า วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ร้อยละ ค่าเฉลี่ย  สถิติทดสอบทีและการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว
             ผลการวิจัยพบว่า
             1.  ส่วนประสมทางการตลาดเพื่อตัดสินใจเข้าศึกษาในโรงเรียนเอกชนระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนโดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาแต่ละด้านพบว่า  มีอยู่ในระดับมากทุกด้าน  เรียงลำดับจากค่าเฉลี่ยสูงไปต่ำ คือ ผลิตภัณฑ์  ลักษณะทางกายภาพ ช่องทางการจำหน่าย บุคลากร การส่งเสริมการขาย  ราคา และกระบวนการ
2.  ส่วนประสมทางการตลาดเพื่อตัดสินใจเข้าศึกษาในโรงเรียนเอกชนระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนโดยรวมอยู่ในระดับมากและรายด้านจำแนกตามเพศ  อายุ  ระดับการศึกษา  และรายได้  แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
มหาสนิท ก. . (2020). การเปรียบเทียบส่วนประสมทางการตลาดเพื่อตัดสินใจเข้าศึกษาในโรงเรียนเอกชน ระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการศึกษาเอกชน (สช.). วารสารสหวิทยาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 2(3), 1–10. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jmhs1_s/article/view/243389
ประเภทบทความ
บทความวิชาการ

เอกสารอ้างอิง

ฉัตยาพร เสมอใจ. (2549). การบริหารการตลาด. กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น.
ปาณิกา กาญจนหงส์. (2560). ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้ปกครองในการส่งบุตรหลานเข้าศึกษาต่อในโรงเรียนนานาชาติอเมริกันแปซิฟิก. การค้นคว้าอิสระสาขาวิชาการบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่.
ปิยะดา มณีนิล. (2554). ปัจจัยส่วนประสมการตลาดบริการที่มีผลต่อผู้ปกครองในการเลือกโรงเรียนอนุบาลเอกชนในเขตเทศบาลนครยะลา.วิทยานิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา.
พรสิริ ทิวาวรรณวงศ์. (2546). เอกสารการสอนวิชาหลักการบริหาร. ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
พระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550. (2550). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 125 ตอน 7 ก วันที่ 11 มกราคม 2550.
รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร. (2561). โรงเรียนเอกชน ทางรอดทางเลือก. [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก: https://www. matichon.co.th/education/news_989270.
ศิริวรรณ เสรีรัตน์ และคณะ. (2550). พฤติกรรมผู้บริโภค. กรุงเทพฯ: ธีระฟิล์มและไซเท็ก.
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน. (2561). การจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน. [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก: https://www.opec.go.th/.
สุนีย์ วัชรวิทยากร.(2553). ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกโรงเรียนนานาชาติของผู้ปกครอง : ศึกษาเฉพาะโรงเรียนนานาชาติไอเอสบี.การศึกษาค้นคว้าอิสระสาขาวิชาการบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
อังคนา บัณฑิตอาภรณ์. (2549). ปัจจัยส่วนประสมการตลาดบริการที่มีผลการตัดสินใจเลือกโรงเรียนอนุบาลเอกชนของผู้ปกครองในอำเภอเมืองจังหวัดสมุทรสาคร. วิทยานิพนธ์บริหารธุรกิจ มหาบัณฑิต สาขาวิชาบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
Kotler, P. and Keller, Kevin Lane. (2012). Marketing Management. (14th ed). NJ: Prentice Hall.
Yamane, Taro. (1967). Elementary sampling theory. NJ: Prentice Hall.