การจัดการแหล่งท่องเที่ยวเชิงนันทนาการสำหรับผู้พิการทางการเคลื่อนไหว จังหวัดเชียงใหม่

Main Article Content

ญาตาวีมินทร์ พืชทองหลาง
มิ่งขวัญ กันจินะ
ประทีป พืชทองหลาง

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษามาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวสำหรับผู้พิการทางการเคลื่อนไหว 2) ศึกษาการจัดการแหล่งท่องเที่ยวสำหรับผู้พิการทางการเคลื่อนไหว รูปแบบการวิจัยเป็นแบบผสานวิธี พื้นที่วิจัย คือ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ และสวนสัตว์เชียงใหม่ กลุ่มตัวอย่างคือ เจ้าหน้าที่ 10 คน โดยใช้วิธีคัดเลือกแบบเจาะจง และนักท่องเที่ยวที่พิการทางการเคลื่อนไหว 20 คน โดยใช้วิธีคัดเลือกแบบบังเอิญ เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัยมี 2 ชนิด ได้แก่ 1) แบบสอบถาม 2) แบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การสังเคราะห์แล้วเขียนบรรยายเชิงพรรณนา ผลการวิจัยพบว่า


  1. มาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวสำหรับผู้พิการทางการเคลื่อนไหวในแหล่งท่องเที่ยงเชิงนันทนาการ จังหวัดเชียงใหม่ ด้านกายภาพ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เห็นว่าการให้บริการแก่นักท่องเที่ยวมีมาตรฐานมีความสุภาพ และตอบสนองความต้องการอย่างรวดเร็ว ในด้านสิ่งแวดล้อม อาคารสถานที่ ผู้พิการทางการเคลื่อนไหวส่วนใหญ่เห็นว่ามีมาตรฐาน และส่วนใหญ่เห็นว่าในส่วนของทางลาดและที่จอดรถมีมาตรฐาน

  2. การจัดการแหล่งท่องเที่ยวเชิงนันทนาการสำหรับผู้พิการทางการเคลื่อนไหวในจังหวัดเชียงใหม่ ด้านสิ่งแวดล้อมและอาคารสถานที่ มีสัญลักษณ์แสดงรูปผู้พิการทุกบริเวณจุดสำคัญ ป้ายสัญลักษณ์ผู้พิการอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นได้ง่าย มีเคาน์เตอร์ติดต่อสำหรับไว้คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้พิการ ห้องน้ำเป็นประตูบานเลื่อนเฉพาะจุดที่สำคัญภายในสถานที่ท่องเที่ยว ส่วนทางลาดบางจุดมีราวจับ 1 ข้าง 2 ข้าง ที่จอดรถสำหรับผู้พิการใกล้ทางเข้าออกอาคารทำให้สะดวกแก่ผู้พิการ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
พืชทองหลาง ญ., กันจินะ ม. ., & พืชทองหลาง ป. (2020). การจัดการแหล่งท่องเที่ยวเชิงนันทนาการสำหรับผู้พิการทางการเคลื่อนไหว จังหวัดเชียงใหม่. วารสารสหวิทยาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 3(2), 183–194. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jmhs1_s/article/view/243476
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรมการท่องเที่ยว. (2560). แผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยว พ.ศ.2561-2564 ของกรมการท่องเที่ยว. กรุงเทพฯ: VIP COPY PRINT.

กรมส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ. (2560). สถิติคนพิการทางการเคลื่อนไหว. ออนไลน์(dep.go.th). สืบค้นเมื่อ 5 กรกฎาคม 2562.

กรวรรณ สังขกร และสุรีย์ บุญญานุพงศ์. (2555). การจัดการแหล่งท่องเที่ยวแบบ SLOW TOURISM สำหรับนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

กาญจนรัตน์ รัตนสนธิ และคณะ. (2554). ศักยภาพการจัดการแหล่งท่องเที่ยวเมืองมรดกโลกของประเทศไทย กรณีศึกษา: อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย-ศรีสัชนาลัย-กำแพงเพชร และอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาเพื่อการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม อย่างยั่งยืน. กรุงเทพฯ:มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต.

จารุณี ศรีบุรี. (2556). แนวทางการจัดการทางอารยสถาปัตย์ของโรงแรมในจังหวัดเชียงใหม่เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มพิเศษ. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น.

นราวดี บัวขวัญ ภัชกุล ตรีพันธ์ และปรัชญากรณ์ ไชยคช. (2557). แผนงานวิจัยแนวทางการพัฒนามาตรฐานที่เหมาะสมกับการท่องเที่ยวโดยชุมชนใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้สู่อาเซียน. สงขลา: มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา.

ประยูร ดาศรี. (2557). การสำรวจมาตรฐานคุณภาพแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศในเขตอุทยานแห่งชาติปางสีดา จังหวัดสระแก้ว. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต.

ปรางฉัตร จันทรเจริญ. (2557). ความสัมพันธ์ระหว่างมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวกับแรงจูงใจการท่องเที่ยวในกลุ่มร้อยแก่นสารสินธุ์ (วิทยานิพนธ์ปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต).

คณะบริหารธุรกิจ. มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม.

ภัทรบดินทร์ สุทธภักดี. (2559). แนวทางการพัฒนานวัตกรรมเพื่อการบริหารจัดการการท่องเที่ยวของ

ชุมชนริมกว๊านพะเยา (การค้นคว้าอิสระ). มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

ราณี อิสิชัยกุล และคณะ. (2559). แนวทางการพัฒนามาตรฐานและส่งเสริมแล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศในประเทศไทย. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

วณัฐพงศ์ เบญจพงศ์ และคณะ. (2557). การบริการนันทนาการบำบัดในชุมชนสำหรับคนพิการทางร่างกายและการเคลื่อนไหว. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

วิชุพรรณ ทินนบุตรา. (2559). แนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนพิการที่ใช้รถเข็น ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยพายัพ.

ศาสน์ สุขประเสริฐ. (2558). มาตรฐานสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุในที่พักอาศัยและสถานที่สาธารณะ. นครราชสีมา: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี.