ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดอุบัติเหตุในการทำงานของเจ้าหน้าที่ดับเพลิง สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร

Main Article Content

กาญจนา วิสัย

บทคัดย่อ

งานวิจัยในครั้งนี้วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดอุบัติเหตุในการทำงานของเจ้าหน้าที่ดับเพลิง เพื่อศึกษาแนวทางการแก้ไขและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร วิธีการศึกษาเป็นการศึกษาเชิงปริมาณ (Quantitative research) จากเจ้าหน้าที่ดับเพลิง สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร จำนวน 314 คน โดยใช้แบบสอบถาม เป็นเครื่องมือในการศึกษา แล้วประมวลผลโดยใช้สถิติ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยแบบ t-test และ One-way ANOVA รวมทั้งหาความสัมพันธ์ของตัวแปรต่างๆ ด้วยการหาค่าสหสัมพันธ์ และสมการถดถอยเชิงเส้น


ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยการรับรู้ความเสี่ยง มีความสัมพันธ์กับการเกิดอุบัติเหตุในการทำงานของเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเหล่านี้อยู่ในระดับน้อย และปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเกิดอุบัติเหตุในการทำงานของเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ประกอบด้วย ปัจจัยการรับรู้ความเสี่ยงทางด้านร่างกาย และปัจจัยการรับรู้ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมการทำงาน ที่มีค่านัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ลดลงตามลำดับน้ำหนักความสำคัญ ได้แก่ อันดับ1) การทราบถึงความไม่พร้อมด้านสุขภาพร่างกายที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุในการทำงาน อันดับ2) การทราบถึงอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นจากเพลิงไหม้ อันดับ3) การทราบถึงอันตรายจากสารเคมีรั่วไหลขณะดับเพลิง อันดับ4) การทราบถึงสภาวะควันและก๊าซพิษขณะดับเพลิง อันดับ5) การทำงานขณะที่ส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายได้รับบาดเจ็บ จากผลการศึกษานำไปสู่ข้อเสนอแนะดังนี้ หน่วยงานหรือผู้บริหารจะต้องมีแผนฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ดับเพลิงอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพื่อการเตรียมความพร้อมในการรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดอย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิผล การฝึกอบรมเรียนรู้เทคนิคต่างๆ เป็นอย่างดี และปฏิบัติตนตามกฎอย่างเข้มงวดเสมอ ก็จะสามารถลดการเกิดอุบัติเหตุจาการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีนัยสำคัญ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
วิสัย ก. (2021). ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดอุบัติเหตุในการทำงานของเจ้าหน้าที่ดับเพลิง สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร. วารสารสหวิทยาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 4(1), 269–283. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jmhs1_s/article/view/244476
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ณัฐพงศ์ ปานศิริ. (2558). การศึกษาพฤติกรรมความปลอดภัยในการทำงาน ของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ ในโรงงานอุตสาหกรรมเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานี (วิทยานิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาบริหารธุรกิจ). มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.

น้ำทิพย์ เจ็กภู่. (2551). ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดอุบัติเหตุจากกการทำงาน กรณีศึกษา บริษัทไมโครชิพ เทคโนโลยี (ไทยแลนด์) จำกัด (การศึกษาคนคว้าอิสระปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

พัทธพล สวัสดิ์วงศ์วิชา. (2552). สภาวะแวดล้อม พฤติกรรมความปลอดภัย และการเกิดอุบัติเหตุในการทำงาน ของโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ จังหวัดสมุทรปราการ (วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม). มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

วีรมลล์ ละอองศิริวงศ์. (2541). ปัจจัยที่มีผลต่อการรับรู้สภาพการทำงานที่เป็นอันตรายและพฤติกรรมการทำงานอย่างปลอดภัยของพนักงานปฏิบัติการในโรงงานอุตสาหกรรมผลิตแผ่นเหล็ก (วิทยานิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาการบริหารโรงงานอุตสาหกรรม). มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

สุนทร บุญบำเรอ (2557). พฤติกรรมความปลอดภัยในการทำงานของพยาบาลในโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครราชสีมา, 20(2), 85-92.

สุดารัตน์ วิชัยรัมย์. (2552). ปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุจากการปฏิบัติงานของคนงานก่อสร้าง (วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการทางวิศวกรรม). มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.

Bird, F. E., & Germain, G. L. (1996). Practical Loss Control Leadership. Det Norske Veritas, Loganville.

Geller, E. S. (2001). Working Safe: How to Help People Actively Care for Health and Safety (2nd ed.). Boca Raton, Florida: Lewis Publishers.

Heinrich, H. W. (1931). Industrial Accident Prevention. New York: McGraw-Hill.

Kroemer, K. H. E., & Grandjean, E. (1997). Fitting the task to the human: A textbook of occupational ergonomics (5th ed.). Taylor & Francis.

Rosenstock, I. M. (1974) Historical origins of the health belief model. Health Education Monographs, 2, 328–335.