บทบาทของผู้หญิงในวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์กูยจังหวัดศรีสะเกษ

Main Article Content

บูรณ์เชน สุขคุ้ม

บทคัดย่อ

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทของผู้หญิงในวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์กูยจังหวัดศรีสะเกษ กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยเป็นชุมชนชาวกูยในจังหวัดศรีสะเกษ 4 ชุมชน คัดเลือกแบบเจาะจง ผู้ให้ข้อมูลประกอบด้วยผู้นำชุมชน ผู้นำสตรีและผู้นำวัฒนธรรม เก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกกลุ่มผู้รู้จำนวน 12 คน การสนทนากลุ่มย่อย 3 ครั้ง เขียนข้อสรุปเป็นแบบเชิงพรรณนา ผลการศึกษาพบว่า ชุมชนชาวกูยมีลักษณะเป็นสังคมปิด นับถือพุทธศาสนาผสมกับความเชื่อผีบรรพบุรุษและผีปู่ตา บทบาทหญิงกูยด้านพิธีกรรม ชาวกูยเชื่อว่าผู้หญิงสามารถเชื่อมโลกมนุษย์กับโลกแห่งวิญญาณผ่านพิธีกรรม ผู้หญิงจึงเป็นผู้รับบทบาทสืบทอดประเพณีและความเชื่อในชุมชน บทบาทด้านครอบครัว ผู้หญิงเป็นผู้สืบทอดความเป็นมาและเรื่องราวในครอบครัวและในชุมชนของตนเอง เป็นผู้สืบตระกูลเลี้ยงลูกและเฝ้าเรือน บทบาทด้านสังคม ผู้หญิงเป็นผู้ช่วยงานพิธีกรรมสายตระกูลและงานพิธีกรรมในชุมชน บทบาทด้านเศรษฐกิจ ผู้หญิงมีบทบาทในการสนับสนุนการผลิตและการจำหน่ายผลผลิต บทบาทของหญิงชาวกูยเปลี่ยนแปลงไปมากในช่วงหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง หญิงกูยมีการศึกษามากขึ้นได้ปรับบทบาทของตนเองทุกด้าน นอกจากมีหน้าที่ในบ้านแล้วยังมีบทบาทสืบทอดวัฒนธรรมในชุมชน เป็นผู้นำชุมชน รับราชการ ค้าขาย ประกอบธุรกิจส่วนตัวและสามารถออกไปทำงานนอกบ้าน แม้จะปรับบทบาทตนเองไปมากเพียงใด แต่สิ่งที่ยังคงแสดงให้เห็นถึงอัตลักษณ์ของหญิงชาวกูยได้อย่างชัดเจนคือการให้ความสำคัญกับระบบเครือญาติ พิธีกรรม ความเชื่อและภูมิปัญญาที่สืบทอดจากบรรพบุรุษ ที่สะท้อนบทบาทของหญิงชาวกูยได้เป็นอย่างดี

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
สุขคุ้ม บ. (2022). บทบาทของผู้หญิงในวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์กูยจังหวัดศรีสะเกษ. วารสารสหวิทยาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 5(1), 21–35. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jmhs1_s/article/view/255540
ประเภทบทความ
บทความวิจัย
ประวัติผู้แต่ง

บูรณ์เชน สุขคุ้ม, คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ

0896831926

เอกสารอ้างอิง

กาญจนา แก้วเทพ. (2553). ศาสตร์แห่งสื่อและวัฒนธรรมศึกษา. กรุงเทพฯ: เอติสันเพรส โปรดักส์.

กุหลาบ มัลลิกะมาส. (2537). ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับคติชนวิทยา เอกสารการสอนชุดวิชาภาษาไทย 8. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

งามพิศ สัตย์สงวน. (2543). หลักมานุษยวิทยาวัฒนธรรม. กรุงเทพฯ: คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์. (2544). ภาษาเพศ: อำนาจ เรื่องทางเพศกับพหุนิยมทางจริยศาสตร์. เชียงใหม่: คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

จิตร ภูมิศักดิ์. (2544). ความเป็นมาของคำสยาม ไทย ลาวและขอมและลักษณะทางสังคมของชนชาติ ฉบับสมบูรณ์. (พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพฯ: ศยาม.

ใจสคราญ หิรัญพฤกษ์. (2540). กลยุทธ์ในการเสริมสร้างความเสมอภาคของบทบาทหญิงชายในการพัฒนาท้องถิ่นทุรกันดารอีสานใต้. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

ธาวิต สุขพานิช. (2544). 108 เรื่องที่หญิงไทยควรรู้. นนทบุรี: พ๊อพบุ๊คส์ พับบลิค.

พวงเพชร สุรัตนกวีกุล. (2544). มนุษย์กับสังคม. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

ไพฑูรย์ มีกุศล.(2545). การพัฒนาสังคมของกลุ่มชาติพันธุ์เขมรป่าดง. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

รฐษร ศรีสมบัติ. (2559). บทบาทของผู้หญิงเมี่ยนกับการสร้างอัตลักษณ์ในบริบทความเชื่อแบบประเพณีและเศรษฐกิจสมัยใหม่(ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต). มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง.

ปรานี วงษ์เทศ. (2543). สังคมและวัฒนธรรมในอุษาคเนย์. กรุงเทพฯ: เรือนแก้วการพิมพ์.

วารุณี ภูริสินสิทธิ์. (2545). สตรีนิยม: ขบวนการและแนวคิดทางสังคมแห่งศตวรรษที่ 20. กรุงเทพฯ: โครงการจัดพิมพ์คบไฟ.

วิลาศ โพธิสาร. (2551). การปรับตัวทางสังคมของชาวกูยในบริบทพหุวัฒนธรรมเขตอีสานใต้(ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต). มหาวิทยาลัยศิลปากร.

Seidenfaden, E. (1952). The Kui People of Cambodia and Siam. Journal of Siam Society, 39(2), 144-180.