องค์ประกอบการตัดสินใจของผู้บริหารโรงเรียน สังกัดมูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อทราบองค์ประกอบการตัดสินใจของผู้บริหารโรงเรียนสังกัดมูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย และ 2) เพื่อทราบผลการยืนยันองค์ประกอบการตัดสินใจของผู้บริหารโรงเรียนสังกัดมูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย เป็นวิจัยเชิงพรรณนาโดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เครื่องมือที่ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลการวิจัยมี 3 ประเภท คือ แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง แบบสอบถามความคิดเห็น และแบบสอบถามเพื่อยืนยันองค์ประกอบ กลุ่มตัวอย่างจำแนกตามประเภทเครื่องมือ ดังนี้ 1) แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้บริหารระดับนโยบาย ผู้บริหารระดับโรงเรียน และนักวิชาการ จำนวนทั้งสิ้น 7 คน 2) แบบสอบถามความคิดเห็น กำหนดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตรทาโร ยามาเน่ ระดับความเชื่อมั่น 95 % และความคลาดเคลื่อนของกลุ่มตัวอย่างที่ระดับ 0.05 ได้กลุ่มตัวอย่าง 26 โรงเรียน มีผู้ให้ข้อมูลโรงเรียนละ 10 คน รวมผู้ให้ข้อมูลทั้งสิ้น 260 คน และ (3) แบบสอบถามเพื่อยืนยันองค์ประกอบ กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ประกอบด้วย ความถี่ ร้อยละ มัชฌิมเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า 1) องค์ประกอบการตัดสินใจของผู้บริหารโรงเรียนสังกัดมูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย มี 6 องค์ประกอบ คือ (1) การวางแผนกลยุทธ์ (2) การนำนโยบายสู่การปฏิบัติ (3) พฤติกรรมการบริหารการเปลี่ยนแปลง (4) การบริหารจัดการงบประมาณ (5) การส่งเสริมการบริหารจัดการตามนโยบายเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ และ (6) การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ และ 2) ผลการยืนยันองค์ประกอบการตัดสินใจของผู้บริหารโรงเรียนสังกัดมูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย มีความถูกต้อง มีความเหมาะสม มีความเป็นไปได้ และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในวารสาร ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ
เอกสารอ้างอิง
ขัตติยา ด้วงสำราญ. (2564). ศึกษาความสัมพันธ์ภาวะผู้นำของผู้บริหารกับการระดมทรัพยากรของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารศิลปการจัดการ, 5(2), 501-512.
ปริยาภรณ์ ตั้งคุณานันต์. (2559). การศึกษาไทย: จากอดีต ปัจจุบัน สู่อนาคต. วารสารครุศาสตร์อุตสาหกรรม, 15(2), 1-5.
พัชราภรณ์ ดวงชื่น. (2563). การบริหารจัดการศึกษารับความปกติใหม่หลังวิกฤตโควิด–19. วารสารศิลปการจัดการ, 4(3), 783-795.
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560. (2560, 6 เมษายน 2560). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 134, ตอนที่ 40 ก หน้า 14.
สภาคริสตจักรในประเทศไทย สำนักงานพันธกิจการศึกษา. (2564). แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนในสังกัดมูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย. เชียงใหม่: สภาคริสตจักรในประเทศไทย.
Arnold, H. J., & Feldman, D. C. (1982). A Multivariate Analysis of The Determinants of Job Turnover. Journal of Applied Psychology, 67(3), 350–360. https://doi.org/10.1037/0021-9010.67.3. 350
Damnoen, P.S. (2021). The Development of Student Characteristics in According to the Nawaluk Framework of the Buddhist integration of Buddhapanya Sri Thawarawadee Buddhist College. Asia Pacific Journal of Religions and Cultures, 5(2), 126-135.
Gibson, J. L., & Ivancevich, J. M. (1979). Organizational: Behavior, Structure, Process. (3rd ed.). Taxas: Business Publications.
Glickman, C. D., Gordon, S. P., Ross, G., & Jovita, M. (2010). Super Vision and Instructional Leadership. (8th ed.). Boston: Pearson Education.
Hugh. J. Arnold and Daniel C. Feldman, (1991). Organization Behavior. New York: McGraw-Hill.
Mohsen, A. & Mohammad, R. D. (2011). Considering Transformational Leadership Model in Branches of Tehran Social Security Organization. Social and Behavioral Sciences, 15, 3131-3137
Oppenheim, A. N. (1979). Questionnaire Design and Attitude Measurement. (2nd ed). New York: Basic Book.
Smart, J. C., George, K. D., & William, T. G. (1997). The Role of Institution Cultures and Decision Approaches in Organizational Effective in Two-Year Colleges. The Journal of Higher Education, 68(3), 256-282.
Tannenbaum, R. (1950). Managerial Decision-Making. California: University of California.
Tannenbaum, R., & Schmidt, W. H. (1973). How to Choose a Leadership Pattern. Boston: Harvard Business Review.