ปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีผลต่อพฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดียในการสื่อสารภายในองค์กรของบุคลากรสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

Main Article Content

สุมามาลย์ ปานคำ
ภรณ์พัชร์ เนาวรัตน์ธนากร

บทคัดย่อ

เทคโนโลยีมีความสำคัญต่อการสื่อสารในปัจจุบันซึ่งทำให้เกิดการรับรู้ ปรับตัวและเปลี่ยนแปลงกับข้อมูลข่าวสารที่ได้รับ การสื่อสารจึงถือเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตและการทำงาน บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาและตรวจสอบความสอดคล้องของโมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุพฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดีย ในการสื่อสารภายในองค์กรของบุคลากรสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน และ 2) เพื่อศึกษาปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีผลต่อพฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดียในการสื่อสารภายในองค์กรของบุคลากรสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน รูปแบบการวิจัยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง คือบุคลากรภายในสำนักงานคณะกรรม การกำกับกิจการพลังงาน จำนวน 248 คน เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามออนไลน์ สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ และโมเดลสมการโครงสร้าง


ผลการวิจัยพบว่า โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วย 5 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านทัศนคติ  2) ด้านบรรทัดฐานส่วนตัว 3) ด้านการรับรู้ควบคุมพฤติกรรม 4) ด้านความตั้งใจใช้งาน และ 5) ด้านพฤติกรรมการใช้งาน สอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์เป็นอย่างดี โดยพิจารณาจากค่า สถิติไค-สแควร์ (χ2) = 167.45, ค่าองศาอิสระ (df) = 149, ค่า CMIN/df = 1.12, ค่า GFI = 0.94, ค่า AGFI = 0.90, ค่า SRMR = 0.02, ค่า RMSEA = 0.05 และค่าสัมประสิทธิ์การพยากรณ์ = 0.99 แสดงว่าตัวแปรในโมเดลสามารถอธิบายความแปรปรวนของพฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดียในการสื่อสารภายในองค์กรของบุคลากรสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ได้ร้อยละ 99 พบว่า ด้านความตั้งใจใช้งาน ด้านการรับรู้ควบคุมพฤติกรรม และด้านทัศนคติ มีอิทธิพลทางตรงต่อพฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดียในการสื่อสารภายในองค์กรของบุคลากรสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ตามลำดับ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ปานคำ ส., & เนาวรัตน์ธนากร ภ. (2022). ปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีผลต่อพฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดียในการสื่อสารภายในองค์กรของบุคลากรสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน. วารสารสหวิทยาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 5(3), 1009–1025. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jmhs1_s/article/view/258161
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กริช แรงสูงเนิน. (2554). การวิเคราะห์ปัจจัยด้วย SPSS และ AMOS เพื่อการวิจัย. กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น.

กู้เกียรติ ก้อนแก้ว และวิภาดา ศรีเจริญ. (2563). ปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการใช้หมวกนิรภัยในนักศึกษาสาขาสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จังหวัดพิษณุโลก. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 39(3), 323-330.

นงลักษณ์ วิรัชชัย. (2542). โมเดลลิสเรล: สถิติวิเคราะห์สำหรับการวิจัย (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

นภสินธุ์ สุวรรณธาร และ บดินทร์ รัศมีเทศ. (2564). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อกองทุนออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันในเขตกรุงเทพมหานคร. วารสารศิลปการจัดการ, 5(3), 586-598.

นันทพร เขียนดวงจันทร์ และ ขวัญกมล ดอนขวา. (2558). พฤติกรรมผู้บริโภคในการซื้อสินค้าผ่านสื่อสังคมออนไลน์ของคนในกลุ่มเจเนเรชันวาย. Veridian E-Journal, Silpakorn University, 11(1), 561-577.

นันทพร เขียนดวงจันทร์ และ ขวัญกมล ดอนขวา. (2562). ทัศนคติ และความตั้งใจที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคในการซื้อสินค้าผ่านไลน์. วารสารเทคโนโลยีสุรนารี, 13(2), 58-78.

นิธินาถ วงศ์สวัสดิ์ และ ปวีณา คำพุกกะ. (2557). ความตั้งใจของผู้ซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านอินเทอร์เน็ต. วารสารสมาคมนักวิจัย, 19(2), 56-67.

นิษา ศักดิ์ชูวงษ์. (2565). ปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อความตั้งใจเชิงพฤติกรรมในการใช้งานแอปพลิเคชันถุงเงินของผู้ประกอบการในจังหวัดอุดรธานี. วารสารสังคมศาสตร์และมานุษยวิทยาเชิงพุทธ, 7(2), 294-309.

ณฐวัฒน์ พระงาม. (2555). การติดต่อสื่อสารแบบปฏิสัมพันธ์ในองค์การ. พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยพิษณุโลก.

ประเสริฐ ศีลพิพัฒน์. (2563).การบริหารจัดการทรัพยากรโทรคมนาคม.วารสารวิชาการ กสทช., 4(4), 45-55.

รัฐธินี สุทธิผลไพบูลย์ และ สมชาย เล็กเจริญ. (2563). ปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีผลต่อพฤติกรรมการใช้งานเว็บไซต์ RTAF.LIVE ในการรับข้อมูลข่าวสารของข้าราชการกองทัพอากาศไทย. วารสารรังสิตสารสนเทศ, 27(2), 6-25.

ศุภสัณห์ เกิดสวัสดิ์ และ สุมามาลย์ ปานคำ. (2563). รูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของทฤษฎีรวมการยอมรับและการใช้เทคโนโลยีที่มีผลต่อพฤติกรรมการสื่อสารภายในองค์กรผ่านโซเชียลมีเดียของข้าราชการโรงเรียนเตรียมทหาร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ. วารสารศรีนครินทรวิโรฒวิจัยและพัฒนา, 12(24), 103-112.

สมคิด บางโม. (2558). องค์การและการจัดการ. (พิมพ์ครั้งที่ 7). กรุงเทพฯ: วิทยพัฒน์.

สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน. (2564). แผนการดำเนินงานงบประมาณรายจ่ายและประมาณการรายได้ ประจำปี 2565. สืบค้นเมื่อ 5 มีนาคม 2565, จากhttps://www.erc.or.th/ERCWeb2/Upload/Document.pdf

อินทิรา ไชยณรงค์. (2561). ทฤษฎีพฤติกรรมตามแผนกับความตั้งใจออกกำลังกายด้วยการเดินในผู้ป่วยภายหลังเกิดโรคหลอดเลือดสมอง. วารสารพยาบาลทหารบก, 19(1), 47-55.

Ajzen, I., & Fishbein, M. (1980). Understanding Attitudes and Predicting Social Behavior. New Jersey: Prentice Hall.

Chen, H. R., & Tseng, H. F. (2012). Factors That Influence Acceptance of Web-Based E-Learning Systems for the in-Service Education of Junior High School Teachers in Taiwan. Evaluation and Program Planning, 35(3), 398-406.

Davis, F. D. (1989). Perceived Usefulness, Perceived Ease of Use, and User Acceptance of Information Technology. MIS quarterly, 319-340.

Fishbein, M., & Ajzen, I. (2010). Predicting And Changing Behavior: The Reasoned Action Approach. New York: Psychology Press.

Gopi, M., & Ramayah, T. (2007). Applicability of Theory of Planned Behavior in Predicting Intention to Trade Online: Some Evidence from A Developing Country. International Journal of Emerging Markets, 2(4), 348-360.

Hair, J. F., Black, W. C., Babin, B. J., & Anderson, R. E. (2010). Multivariate Data Analysis. (7th ed.). New York: Pearson.

Hoelter, J. W. (1983). The Analysis of Covariance Structures: Goodness-of-Fit Indices. Sociological Methods & Research, 11(3), 325-344.

Kline, R. B. (2011). Convergence of Structural Equation Modeling and Multilevel Modeling. https://dx.doi.org/10.4135/9781446268261.n31

Munn, D. P. (1971). A study of sources for Swinburnes's Lesbia Brandon. (Doctoral dissertation). Texas Tech University.

Pong, L.T., & Yee, T.P. (2001). An Integrated Model of Service Loyalty. Retrieved October 20, 2021, from http://www.sba.muohio.edu/abas/2001/brussels.